น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 15-2 : ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น สุดแต่เธอจะให้เป็นไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 15-2 : ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น สุดแต่เธอจะให้เป็นไป

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2559 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15-2 : ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น สุดแต่เธอจะให้เป็นไป
แบบอักษร

ขวัญชีวีและวรรณสิริหลังจากเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นเรือนมาเยี่ยมเยียนหลวงสุรเดช แค่ก้าวแรกที่ได้เหยียบเข้ามาในห้องนอนของชายหนุ่ม วรรณสิริก็ได้พบหน้าสบตาหลวงสุรเดช หากจะมองชายหนุ่มในฐานะว่าที่สามีแล้ว วรรณสิริแทบเอามือก่ายหน้าผาก หลวงเดชไม่ใช่สเป็คเธอเลย ดาร์ค ทอล แอนด์ แฮนซั่ม น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ประเด็นสำคัญ คือ เธอไม่ชอบคนในเครื่องแบบที่แม้กระทั่งตอนใส่ชุดเสื้อป่านคอกลมกางเกงแพรแล้วยังดูเป็นตำรวจเต็มยศแบบนี้

หลวงดำรงมองอาการขาสั่นของวรรณสิริอย่างประหลาดใจ ทำไมหญิงสาวดูหน้าซีดๆคล้ายจะเป็นลม จะว่าไปก็ดูเหมือนว่าจะหน้าซีดกันทั้งสองคน ทั้งขวัญชีวีและวรรณสิริ พวกหล่อนไปคุยอะไรกันมา ทำไมหน้าตาคล้ายคนหมดเรี่ยวแรงทั้งคู่

“สวัสดีเจ้าค่ะคุณหลวง อิฉันมาเยี่ยมเจ้าค่ะ แต่วันนี้มากะทันหันไปสักนิด เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเยี่ยม ไว้วันพรุ่งดิฉันจะเอาผลไม้มาฝากนะเจ้าคะ”

วรรณสิริพยายามอย่างยิ่งที่จะทำเพื่อตระกูล “หาญวานิช” ของเธอ หญิงสาวยกมือไหว้อย่างที่คิดว่าอ่อนช้อยที่สุด กิริยาวาจาก็ระวังตามที่ขวัญชีวีเตือน หลวงสุรเดชจ้องเขม็งมาอย่างประหลาดใจ พบกันครั้งนี้ชมมะนาดดูเรียบร้อยกว่าครั้งก่อน หากก็คิดในแง่ดีว่าคุณหญิงเพ็ญคงกำราบพยศลูกสาวได้แล้วกระมัง และเมื่อหญิงสาวสองคนคล้ายกับจะเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกัน หลวงสุรเดชจึงค่อยวางใจและพยายามผูกสัมพันธ์อันดีด้วย เพื่อเห็นแก่ขวัญชีวี

“อย่าลำบากเลยเจ้าชมมะนาด แค่แวะมาเยี่ยมเยียนถามไถ่อาการก็ขอบน้ำใจหนักหนาแล้ว แม่ขวัญให้คนตั้งสำรับเย็นเผื่อสองคนนี้ด้วยนะ”

หลวงสุรเดชหันไปกำชับคนใกล้ตัว ขวัญชีวีที่ตอนนี้กำลังใจลอยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบออกไปสั่งบ่าวไพร่ให้เตรียมอาหารเย็น ชมมะนาดทำท่าว่าจะตามออกไปด้วย แต่หลวงดำรงรีบขัดขึ้นเสียก่อน

“จะไปไหนเล่าเจ้าชมมะนาด ไหนเจ้ารบเร้าจะมาเยี่ยมเยียนหลวงเดชนักหนา พี่ก็พาเจ้ามาแล้วจะหลบออกไปไย”

วรรณสิริต้องข่มอารมณ์เรียกสติเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้หลุดตอบโต้หลวงดำรงไป  ตอนนี้เธอต้องทำให้หลวงสุรเดชนึกชอบพอและยอมแต่งงานกับเธอ จะมาโป๊ะแตกตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ....

วรรณสิริปั้นยิ้มใส่หลวงดำรง พลางกัดฟันตอบเสียงหวานขัดกับแววตาที่ขุ่นเคือง

“น้องก็แค่อยากจะไปช่วยแม่ขวัญทำกับข้าวกับปลาอย่างที่กุลสตรีทั่วไปเขาทำกัน พวกเราเป็นแขกจะมาให้เจ้าบ้านที่ยังเจ็บป่วยอยู่ดูแลก็ใช่ที่นะเจ้าคะ”

“ไม่ต้องลำบากหรอกเจ้าชมมะนาด อีกอย่างแม่ขวัญก็ไม่ได้ทำกับข้าวเองดอก แค่เดินไปสั่งความครู่เดียวเดี๋ยวก็กลับมา แม่ขวัญทำกับข้าวเป็นเสียที่ไหน”

หลวงสุรเดชตอบหญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องด้วยน้ำเสียงเอื้อเอ็นดู จนหลวงดำรงและวรรณสิริผิดสังเกต ก็น้ำเสียงอ่อนโยนโทนนี้ วรรณสิริเคยได้ยินตอนสามียุคดิจิตอลของเธอพูดตอนโปรโมชั่นสามเดือนแรกเท่านั้นละ ก่อนที่อีกหกเดือนต่อมาเธอจะฟ้องหย่าจนดังไปทั้งกรุงเทพฯ

“แม่ขวัญไม่ได้ทำกับข้าวดูแลเรือนให้คุณหลวงหรือเจ้าคะ แล้วแม่ขวัญมาทำอะไรที่นี่กัน”

วรรณสิริแกล้งถามเพื่อหยั่งท่าทีของหลวงสุรเดช ....คู่นี้ชักจะไม่ปรกติเสียแล้ว หรือจะเข้าตามตำราที่ว่า น้ำตาลใกล้มด..

“หล่อนนี่เสียมารยาทจริง ไปเค้นถามเอากับหลวงเดชเช่นนั้นได้อย่างไร แม่เดือนน้องสาวของพี่ที่เป็นคู่หมายเขายังไม่เคยปริปากถามเลยด้วยซ้ำ....”

ใจจริงหลวงดำรงอยากจะเติมคำในช่องว่างต่อด้วย ..”แล้วหล่อนเป็นใคร ถึงถามซักไซ้อย่างกับเมีย” แต่ก็ยังยั้งปากไว้ก่อน ด้วยเกรงว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่น ชี้โพรงให้กระรอก หรืออีกสารพัดอย่างที่จะสื่อความหมายให้สองคนนี้หันมาสนใจกัน ... หลวงดำรงแก้ต่างให้ตัวเองในใจ เขาทำเพื่อแม่เดือน น้องสาวคนเดียวของเขา...เขาจะไม่ปล่อยให้น้องสาวต้องแม่สายบัวคอยเก้อแน่  แต่ในใจหลวงดำรงเองนั้นรู้ดีที่สุดว่า เหตุผลสำคัญก็คือ แม่ตัวยุ่งคุณหนูชมมะนาดนี่แหละ

หลวงสุรเดชมองอาการผิดปรกติของเพื่อนแล้วก็ชักเอะใจ หรือไอ้ที่เขาแซวไปก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องจริง เห็นทีเจ้าดำรงคงถูกตาต้องใจแม่ชมมะนาดเป็นแน่

“ไม่เป็นไรดอก ...หากเจ้าอยากรู้พี่ก็จะตอบให้ พี่ให้แม่ขวัญมาช่วยทำงานคัดสำเนาเอกสารน่ะ บางทีก็ไปช่วยพี่จดบันทึกตอนประชุมบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ที่เรือนนี่เสียละมาก ถ้าหากเจ้าว่างก็มาเที่ยวมาคุยกับแม่ขวัญได้ แม่ขวัญคงดีใจที่มีเพื่อน”

สองครั้ง ....วรรณสิรินับในใจ นี่เป็นครั้งที่สองในรอบวันที่คุณหลวงเดชใช้น้ำเสียงเลิฟลี่โทนเมื่อตอนพูดถึงขวัญชีวี ไม่ได้การแล้ว เธอต้องหาวิธีรวบรัดคุณหลวงสุรเดช ขืนปล่อยให้มีสาวๆมารายล้อมแบบนี้ ตระกูลเธอคงไม่ได้เกิดแน่

“เจ้าค่ะ อิฉันจะแวะมาเยี่ยมเยียนแม่ขวัญบ่อยๆ ตั้งแต่ที่ได้พูดคุยกัน เราก็ถูกคอกันหลายเรื่อง”

“หวังว่าคงจะแค่คุยกันถูกคออย่างเดียว คงจะไม่ถูกใจผู้ชายคนเดียวกันด้วยดอกนะ”

หลวงดำรงอดขัดขึ้นไม่ได้ ... ก็ดูเจ้าหล่อนระริกระรี้อยากจะทอดสะพานให้กับเพื่อนรักเขาเสียเหลือเกิน นี่ขนาดหลวงสุรเดชเจ็บจนตัวซีดนอนหยอดน้ำข้าวต้มขนาดนี้ ยังมีสาวๆวิ่งเข้ามาแย่งถึงเรือนสองคนสามคน ทีกับคนใกล้ตัวละทำเมิน

วรรณสิริส่งแต่สายตาเจ็บแค้นอาฆาตพยาบาทมาให้อีตาคุณหลวงช่างขัด หากหลวงดำรงจ้องหญิงสาวกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ก็ใครใช้ให้หล่อนยั่วโมโหเขากัน...

“สำรับเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ เชิญทุกท่านไปรับประทานอาหารข้างนอกชานดีกว่าเจ้าค่ะ”

เสียงใสๆของขวัญชีวีเข้ามาแทนระฆังหมดยกพอดี หลวงสุรเดชยิ้มน้อยๆให้กับอาการหวงก้างของเพื่อนรัก ก่อนจะหันมาเอ่ยกับหญิงสาวที่รีรออยู่

“แม่ขวัญมาช่วยพยุงฉันหน่อยเถิด ฉันลุกไม่ถนัด”

“เดี๋ยวอิฉันช่วยเองเจ้าค่ะ” วรรณสิริทำท่าจะเข้าไปประคองหลวงสุรเดช หากผู้ชายอีกคนในห้องรีบกันท่าไว้ก่อนจะขู่ปรามเสียงเขียว

“ไม่ต้อง เดี๋ยวพี่ทำเอง ใครใช้ให้จุ้นจ้านถึงเนื้อถึงตัวผู้ชายขนาดนี้กัน”

หลวงดำรงประคองเพื่อนค่อยลุกเดินเฉียดหน้าวรรณสิริไป จนหญิงสาวชักฉุน หมอนี่ขัดเธอหลายรอบแล้วนะ นี่ใจคอจะเป็นมารผจญทั้งพี่ทั้งน้องเลยหรืออย่างไรกัน ....

“ออกไปกันเถิดค่ะคุณวรรณ ดิฉันเพิ่มอาหารที่คุณชอบในสำรับไปด้วย”

ขวัญชีวีหันมาเอ่ยชวนหญิงสาวที่ยังยืนนิ่งอยู่ในห้องให้ออกไปพร้อมกัน แต่วรรณสิริกลับเปลี่ยนใจหันยุดมือเพื่อนของเธอไว้ พลางบีบมือขวัญชีวีแน่น

“ขอบใจนะขวัญ แต่ฉันจะขอบใจมากกว่านี้ถ้าเธอสัญญากับฉันว่า เธอจะช่วยฉันเรื่องคุณหลวงสุรเดชทุกเรื่อง อย่างไม่มีข้อแม้ ...”

“แน่นอนค่ะ ดิฉันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณ พวกเราจะได้กลับบ้านกันอย่างไรคะ”

“ดี ... ถ้าอย่างนั้นเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลย เธอมาช่วยฉันเขี่ยน้องสาวหลวงดำรงให้พ้นทางกันดีกว่า”

 

....................................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น