น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 15-1 : ยอมจำนนฟ้าดิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 15-1 : ยอมจำนนฟ้าดิน

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2559 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15-1 : ยอมจำนนฟ้าดิน
แบบอักษร

ขวัญชีวีก้มหน้ายอมรับการตัดสินใจของวรรณสิริอย่างไร้เรี่ยวแรง ตอนนี้เธอให้คำจำกัดความกับตัวเองได้เพียงอย่างเดียว “ยอมจำนนฟ้าดิน” เธอไม่ควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก  ดังนั้นเธอควรทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลับไปยังบ้านของเธอในอนาคตข้างหน้านั่น!

“คุณวรรณจะให้ดิฉันช่วยอะไรบ้างคะ บอกตามตรงตอนนี้ดิฉันคิดอะไรไม่ออก”

“ฉันเองก็ยังไม่รู้ เอาเป็นว่าตอนนี้เราต้องเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก่อนดีกว่า เพราะฉันไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับหลวงสุรเดชเลยสักอย่างเดียว”

“หลวงเดชเขาก็ใจดีนะคะ เพียงแต่เป็นคนไม่ค่อยพูด แล้วก็ติดจะจริงจังกับชีวิตมากไปสักหน่อย อ้อแล้วถ้าคุณวรรณอยากจะพิชิตใจคุณหลวงเดชล่ะก็ อย่างแรกเลยก็คือห้ามพูดเพ้อเจ้อไร้สาระค่ะ ห้ามโวยวาย ห้ามวีน ห้ามเหวี่ยง”

“หยุด...พอก่อน”

วรรณสิริรีบยกมือโบกห้ามทัพ พลางจับสังเกตเพื่อนเก่าตรงหน้า ขวัญชีวีเปลี่ยนไปมาก จากสาวมั่นเวิร์คกิ้งวูแมน ดูจะกลายเป็นแม่ศรีเรือนไปแล้วนับตั้งแต่มาอยู่กับหลวงสุรเดชที่เรือนนี่

“นี่วันๆเธอทำอะไรบ้างเนี่ย หรือนั่งจ้องอีตาคุณหลวงนี่ทั้งวันถึงได้รู้ละเอียดยิบขนาดนี้”

ขวัญชีวีหน้าระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบอ้อมแอ้ม

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ก็แหมคนเราอยู่ด้วยกันทุกวันนี่คะ แล้ววันทั้งวันฉันก็ไม่ได้ออกไปไหน นั่งคัดสำเนาอยู่กับคุณหลวง เพื่อนคุยก็มีแค่คุณหลวง เพื่อนกินก็มีแค่คุณหลวง”

“คงไม่ได้เป็นเพื่อนนอนด้วยใช่มั้ย ...อย่าโกหกฉันนะยัยขวัญ ไม่งั้นถ้ากลับไปอนาคตได้ฉันไปฟ้องคุณพ่อให้ตัดญาติกับเธอแล้วก็จัดการถอนเธอออกจากหุ้นส่วนบริษัทแน่”

“จะบ้าเหรอ.... คุณหลวงเขาเป็นคนดีนะคะ คุณวรรณวางใจได้ค่ะ ข้อนี้ดิฉันรับประกัน คุณหลวงเป็นคนดีจริงๆ ถ้าคุณวรรณแต่งงานกับเขา เขาจะดูแลคุณวรรณเป็นอย่างดีไปตลอดชีวิต”

คราวนี้เป็นวรรณสิริบ้างที่ทอดถอนใจ .... เธอเกลียดการแต่งงานแบบผลประโยชน์ต่างตอบแทนแบบนี้ที่สุด ในชีวิตเธอที่ผ่านมา หลังจากฟ้องหย่าจนเป็นข่าวใหญ่โตในหน้าสังคมไฮโซแล้ว วรรณสิริก็ยังเข็ดขยาดไม่อยากมีชีวิตคู่ แต่นี่เธอกลับต้องย้อนรอยตัวเองด้วยการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นผลประโยชน์เพื่อตระกูลของเธอเอง และเธอจะไม่ทำก็ไม่ได้เสียด้วย

““ฉันเคยสาบานกับตัวเองไว้ว่า จะไม่ยอมแต่งงานเพื่อผลประโยชน์อีกแล้ว เพราะฉันเคยรู้ซึ้งดีว่า หน้าชื่นอกตรม มันเป็นยังไง ....ฉันเคยวาดฝันเอาไว้ว่า ฉันอยากออกตามหาผู้ชายคนหนึ่ง และอยากจะแต่งงานกับเขาด้วยความรัก กับคนที่ฉันรักแล้วเขาก็รักฉัน”

วรรณสิริเอ่ยกับขวัญชีวีด้วยน้ำเสียงเจือเศร้า หญิงสาวทั้งคู่รู้ดีว่า ชีวิตหลังจากนี้จะไม่มีคำว่าเพื่อตัวเองอีกแล้ว และนี่เป็นคำตอบที่ทั้งสองคนตอบตัวเองได้ในใจ...ว่าพวกเธอย้อนกลับมาที่นี่ทำไม

.....................................................................................................................................................

หลวงดำรงมองสภาพผู้เป็นเพื่อนแล้วถึงกับส่ายหัวเบาๆ ผิวเข้มๆของหลวงสุรเดชดูจะซีดไปถนัดตาเนื่องจากคงเสียเลือดไปไม่น้อยหลังจากที่ผ่าเอากระสุนออกเมื่อคืน คิ้วเฉียงตรงของหลวงดำรงเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายแบบมือออกให้เขาดูบางสิ่งบางอย่างในมือหนานั้น

“ลูกกระสุนนี่ เอ็งยังเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงคนยิงเอ็งหรือ”

“ใช่ ข้าเก็บมันเอาไว้ระลึกถึงคนยิง เพราะมันเป็นลูกปืนแบบเดียวกับที่หลวงแจกจ่ายให้ใช้งานในกองตระเวน”

 “ฉิบหายล่ะไอ้เดช เอ็งอย่าบอกนะว่าคนร้ายที่ยิงเอ็งเป็นพวกเดียวกันกับเรา”

หลวงสุรเดชพยักหน้า ก่อนหน้าที่หลวงดำรงจะมา ลูกน้องของเขาเข้ามารายงานแล้วเกี่ยวกับหลักฐานที่พบในสถานที่เกิดเหตุ... ไม้กางเขนชิ้นนั้นดูคล้ายกับจะเป็นเบาะแสโยงใยถึงกลุ่มคณะคาทอลิก แต่ลูกกระสุนที่ฝังในตัวเขานี้มันหมายความว่าอย่างไร?

“ข้าว่าเรื่องนี้คงต้องสืบสาวกันหลายชั้น เบาะแสแต่ละชิ้นขัดแย้งกันเอง เรื่องตั้งโรงเรียนใจข้านั้นอยากให้พักไว้ก่อนจนกว่าคดีนี้จะเสร็จสิ้น”

“ข้าว่าคงพักไม่ได้ เพราะวันนี้ข้าไปหาท่านเจ้าคุณศักดิเดชที่เรือนมา ท่านว่าจะลงมาช่วยดูแลคดีนี้ด้วยตนเอง เพราะงานนี้ไอ้ไกรก็โดนหางเลขไปด้วย คณะมิชชันนารีคงไม่ค่อยพอใจถ้าเราเอาเรื่องคดีไปโยงจนทำให้การตั้งโรงเรียนล่าช้า”

“เห็นที่กองตระเวนแจ้งมาว่า ขุนพิชิตชยากรจะเข้ามาทำงานแทนช่วงที่ข้ารักษาตัว ถึงอย่างไรคดีก็คงคืบหน้าไปได้ ส่วนเรื่องโรงเรียน มีไอ้ไกรคอยดูอยู่แล้วคงไม่น่ากังวล เพียงแต่ชาวบ้านที่รู้เรื่องเข้าจะพากันโกรธเคืองผิดๆไป ถ้าอย่างไรช่วงพักนี้ข้าอาจจะไปช่วยเจ้าไกรมันอีกแรง หรือเอ็งเห็นว่าอย่างไร”

“ก็ดี แต่ข้าว่าเอ็งรีบรักษาตัวให้หายแล้วไปสืบคดีเผาไม้หมอนของข้าต่อดีกว่า งานนี้ข้ารู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา ....เพราะส่วนของข้าไม่มีอะไรเสียหาย ยังดำเนินต่อได้ปรกติแต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ เรื่องโรงเรียนมากกว่า” 

หลวงดำรงคาดเดาตามความรู้สึกส่วนตัว และคงจะตรงกับใจคนป่วยอยู่ไม่น้อย เพราะต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงภวังค์ของตัวเอง หลวงดำรงนึกคะเนอยู่ในใจ ...ถ้าหากว่าเรื่องที่เผาคลังไม้หมอนนี่เป็นแผนล่อเป้า แต่ถ้าแค่เผาหลอกแล้วทำไมต้องยิงหลวงสุรเดชจริงๆ จนเจ้าเดชเกือบเอาชีวิตไม่รอด หรืองานนี้จะมีคนบงการอยู่เบื้องหลังจริงๆอีกที

“แล้ววันนี้ทำไมถึงมากับคุณหนูชมมะนาดได้เล่า ไหนเอ็งว่าไปเรือนพ่อเขา พอบ่ายมาจะฉุดลูกสาวเขาหนีหรือ”

หลวงสุรเดชเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน จนหลวงดำรงแอบสะดุ้งก่อนจะเอ่ยแก้ตัวพัลวัน

“ไม่ได้ฉุด ...เขาบอกว่าเขาจะมาเยี่ยมไข้เอ็ง ข้าเลยอาสาพามาก็เท่านั้น”

“แล้วไหนคนเยี่ยมข้า เห็นแต่เอ็งเพียงผู้เดียว”

“เอ็งเลิกสนใจหญิงอื่นเถิด วันพรุ่งข้าจักพาแม่เดือนกับนายแม่ทิพย์มาเยี่ยมเอ็งแทนดีหรือไม่”

หลวงดำรงตัดบทอย่างหงุดหงิด แม้จะรู้ดีว่าผู้เป็นเพื่อนแซวเล่นแต่ก็ยังอดกรุ่นๆไม่ได้ แต่พอมองหน้าหลวงสุรเดชผู้เป็นเพื่อนแล้วหลวงดำรงก็ถอนใจเป็นครั้งที่ร้อย

“ไอ้เดช ข้าบอกเอ็งไว้ตรงนี้เลย ข้าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาตกลงกันไว้สักนิดเดียว แต่แม่เดือนก็เป็นน้องสาวของข้า ข้าเองก็ย่อมยินดีที่น้องสาวของข้าจะออกเรือนแต่งงานไปกับเพื่อนรักอย่างเอ็ง”

“ทั้งๆที่เอ็งก็รู้ว่าข้าไม่ได้รักน้องสาวเอ็งอย่างนั้นหรือ”

“ไอ้เดช .... ข้าขอแนะนำในฐานะเพื่อน ถ้าเอ็งชอบพอใครอยู่ก็รีบจัดแจงตบแต่งเสียก่อนที่งานหมั้นจะเกิดขึ้น นายแม่ข้ากับคุณหญิงแม่ของเอ็งจะได้รามือ แต่ถ้าเอ็งยังลอยชายอยู่เช่นนี้ นายแม่ข้าคงไม่ยอมให้แม่เดือนคอยเก้อเป็นปีที่สามดอก ....แต่ในฐานะพี่ชาย ถ้าเอ็งตบแต่งกับน้องสาวข้าแล้วยังกล้าไปมีคนอื่นอีกละก็ ข้าไม่ละเว้นมันผู้นั้นแน่ ไม่ว่าจะเป็นอ้ายอีลูกหลานใครก็ตาม!

..................................................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น