Finland (ช้อย)

กลับมาอัพใหม่แล้วนะคะ สำหรับเรื่อง "แสงสว่างแห่งรัก" ที่ห่างหายไปนาน หวังว่านักอ่านที่รักทุกท่านคงจะยังไม่ลืม ปั้น นนท์ ภีม กันนะคะ จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอเหมือนกับเรื่องที่ผ่าน ๆ มาค่ะ ช้อยจะปล่อยให้อ่านฟรีจนกว่าจะจบถึงติดเหรียญค่ะ

Chapter 4 : ขอบคุณที่ดูแลมาตลอด

ชื่อตอน : Chapter 4 : ขอบคุณที่ดูแลมาตลอด

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม,แสงสว่างแห่งรัก,the light of love,นนท์,ปั้น,ภีม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 09:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : ขอบคุณที่ดูแลมาตลอด
แบบอักษร

 

 

นนท์..........................

 

วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ปั้นก็จะมาอยู่กับผมทั้งวันเหมือนอย่างเคย มาอ่านหนังสือให้ผมฟัง แม่ก็ตระเตรียมของจะเอาไปขายที่ตลาดนัดอยู่ชั้นล่าง  ส่วนพ่อก็ออกไปขับแท็กซี่  ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังอ่านหนังสืออักษรเบรลล์และเปิดเครื่องอัดเสียงฟังที่อาจารย์สอนไปด้วย ผมอัดเสียงมาด้วยทุกครั้ง

 

“ปั้น เราไม่เข้าใจตรงนี้ช่วยอ่านให้ฟังหน่อยสิ”   ผมบอกกับปั้นไป  ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมา

 

“ปั้น”  ผมเรียกไปอีกครั้ง แต่ก็ยังเงียบ  ปั้นคงจะหลับไปแล้วแน่ ๆ เพราะก่อนหน้านั้นปั้นนอนอ่านหนังสือให้ผมฟังอยู่บนเตียง  ผมค่อย ๆเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วเดินไปหาปั้น ผมใช้มือคลำไปที่เตียงสัมผัสโดนตัวปั้น  ปั้นนอนหลับแล้วจริง ๆ  ผมคลำหาผ้าห่มแล้วเอามาคลุมตัวให้ อากาศข้างนอกฝนตกตั้งแต่เช้า  ผมเข้ามานั่งใกล้ ๆ ปั้น แล้วค่อย ๆ แตะไปที่ใบหน้า ใบหน้าที่ผมคุ้นเคย ใบหน้าที่ผมเฝ้าจินตนาการมาตั้งแต่เด็ก ๆ  ผมก้มลงบรรจงจูบไปที่หน้าผากของปั้นเบา ๆ กลัวว่าปั้นจะตื่น

 

“ขอบใจนายมากนะที่ดูแลเรามาตลอด”  ผมบอกไป  ผมกำลังจะกลับไปอ่านหนังสือต่อ

 

หมับ....!!!  แล้วปั้นก็กอดเอวผมเอาไว้

 

“โทษทีที่ทำให้นายตื่น นอนต่อเถอะ”   ผมบอกกับปั้นไป

 

“ไม่เอานอนด้วยกัน”   ปั้นกระชับอ้อมกอดแล้วเอาหน้าซบที่ไหล่ผม

 

“เราจะกลับไปอ่านหนังสือ”  ผมบอกไป

 

“นายอ่านมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ พักก่อนอากาศน่านอนจะตาย”   ปั้นยังคงไม่ยอม  ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวกำลังถูกเอนให้นอนลงบนเตียง

 

“นายนี่อ้อนอยู่เรื่อยเลยนะ”   ผมบอกไป  ปั้นนอนกอดผมเอาไว้แน่น

 

“ถ้านายเจอคนที่ดีกว่า นายจะไปจากเรามั้ยนนท์..?”   แล้วปั้นก็ถามผมขึ้น 

 

“ทำไมนายพูดแบบนั้น...?”   ผมถามกลับไป

 

“เราถามเฉย ๆ เรากลัวว่านายจะทิ้งเราอ่ะดิ”  

 

“คนที่ทิ้ง เราว่าน่าจะเป็นนายมากกว่า มาขลุกอยู่กับเราทั้งวันแบบนี้ไปไหนก็ไม่ได้ไป น่าเบื่อออก”   ผมบอกกับปั้นไป

 

“ไม่มีทางหรอก เราไม่ทิ้งนายเด็ดขาด และไม่เคยเบื่อที่จะอยู่กับนาย”    ปั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่  ผมกับปั้นนอนกอดกันเป็นประจำ ตั้งแต่เด็กๆด้วยซ้ำ แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้ผมรู้สึกแปลกไป ใจมันเต้นแรงผิดปกติ ท้องไส้ปั่นป่วน และที่สำคัญผมมักเกิดอารมณ์ง่าย ๆ เมื่อโดนปั้นสัมผัส

 

ผมกับปั้นเรายังไม่เคยมีอะไรกัน มากสุดก็แค่จูบ

 

“ปั้น นายเอาแขนออกไปก่อนเราอึดอัด”  ผมบอกกับปั้นไป

 

“ไม่เอา เราชอบนอนกอดนายนี่ นอน ๆ ๆ เราง่วงแล้ว อากาศดีด้วย”   ปั้นไม่ผละกอดออกแถมยังกอดผมแน่นขึ้นไปอีก

 

เฮ้ออออออ   ผมได้แต่ถอนหายใจยาว

 

พอตกเย็นผมกับปั้นก็ไปช่วยแม่ขายของที่ตลาดนัดเหมือนอย่างเคย

 

“ป้าครับวันนี้ผมพานนท์กลับก่อนนะครับ จะพานนท์ไปตัดผมด้วย ผมยาวปรกหน้าทิ่มตาแล้วทิ่มตาอีก”   ปั้นบอกกับแม่

 

“รบกวนปั้นมาตั้งแต่เด็ก  ขอบใจมากนะลูก”  แม่บอกกับปั้น

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ”  ปั้นบอกกับแม่ไป

 

“นนท์ไปตัดผมกัน”  แล้วปั้นก็จับมือผมพาเดินไปที่ร้านประจำหน้าปากซอย  พอเดินมาได้ซักพักผมรู้สึกเหมือนปั้นจะบีบมือผมแน่นขึ้น

 

“มีอะไรเหรอปั้น....?”   ผมถามไป

 

“เราไม่ชอบขี้หน้าไอ้พวกบ้านั่นมาตั้งแต่เด็กแล้ว มันชอบมองนาย”   ปั้นคงหมายถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบมาล้อผมตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้วปั้นก็จะไปมีเรื่องชกต่อยด้วยเป็นประจำ ตอนนี้พวกเค้าอายุคงรุ่นราวคราวเดียวกับผม

 

ก่อนจะถึงหน้าปากซอยจะมีลานกีฬาให้คนในชุมชนได้ใช้ออกกำลังกายยามว่าง ตอนเย็น ๆ มักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมาเล่นฟุตบอล เตะตะกร้อ กันเป็นประจำ

 

หลังจากที่ตัดผมเสร็จ ขากลับผมกับปั้นก็ต้องเดินผ่านลานกีฬาเหมือนอย่างเคย

 

“นนท์ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ มาเล่นฟุตบอลด้วยกันเอามั้ย....?”  แล้วก็มีเสียงจากกลุ่มวัยรุ่นตะโกนดังขึ้น

 

“ไอ้เหี้ย.....นนท์เค้ามองไม่เห็นจะมาเล่นได้ยังไง มานั่งเป็นกำลังใจให้พวกเรายังพอว่า” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ   แล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเกรียว

 

“ไอ้พวกเหี้ย....!! อยากปากแตกอีกหรือไงห๊ะ...?”   ปั้นตะโกนกลับไป

 

“ไอ้เหี้ยปั้น มึงก็ปล่อยนนท์ให้ออกมาเปิดหูเปิดตามั่งก็ได้”  เสียงวัยรุ่นตอบกลับปั้น

 

“เรื่องของกู”  ว่าแล้วปั้นก็รีบพาผมเดินจากมา

 

“แม่งอยากเตะปากพวกมันจริง ๆ  ตั้งแต่เล็กยันโตปากหมายังไงก็ยังปากหมาเหมือนเดิม”    ปั้นเอาแต่บ่นมาตลอดทาง

 

“นายไม่เบื่อบ้างหรือไง....? ทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว”   ผมนึกถึงท่าทางของปั้นแล้วอดขำไม่ได้

 

“คงจะตายกันไปข้างนึงโน่นแหล่ะ นายอย่าไปข้องเกี่ยวกับพวกมันนะนนท์”     ปั้นยังอารมณ์ไม่ดีอยู่

 

“อื่อ”    ผมได้แต่อมยิ้ม

 

“ยิ้มอะไร....?”   ปั้นหันมาถามผม

 

“เปล่า”   

 

“ไม่ต้องเลย นายหัวเราะเยาะเราใช่มั้ย....? ก็เราเป็นห่วงนายนี่”    ปั้นบอกกับผม

 

“ขอบใจนะปั้น”   ผมหันไปบอกกับปั้น  ผมอยากเห็นหน้าปั้นจัง อยากเห็นตอนที่เค้าดีใจ อยากเห็นตอนที่เค้าโกรธ  ผมก็คงได้แต่คิดเท่านั้น

 

เช้าวันจันทร์ ผมมีเรียนเช้า ส่วนปั้นมีเรียนบ่ายพ่อเลยต้องไปส่งผมที่มหาลัย

 

“เดินเข้าไปเองได้นะลูก....?”  พ่อเอ่ยถามผม

 

“ได้ครับพ่อ ผมพอจำทางได้แล้ว”  ผมบอกกับพ่อไป ผมรู้ว่าพ่ออยากให้ผมพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด ตอนเด็ก ๆ พ่อกับแม่จะสอนให้ผมทำโน่นทำนี่เหมือนกับคนปกติ พ่อบอกกับผมเสมอว่าพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ดูแลผมไปตลอดชีวิต นนท์ต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด

 

พวกแก้มโทรบอกให้ผมนั่งรออยู่ที่โรงอาหาร  แต่ผมจะขึ้นห้องก่อนเพราะอยากทบทวนเนื้อหาที่อาจารย์สอนไปเมื่อวันศุกร์  และผมก็อยากทำอะไรเองบ้าง ไม่อยากรบกวนเพื่อน ผมพอจำทางได้ ผมเลยใช้ไม้เท้าคลำทางเพื่อไปที่ห้องเรียน

 

“ให้ไปส่งมั้ยครับ.....? ให้ไปส่งมั้ยคะน้อง...?”   มีพี่นักศึกษาเข้ามาถามผมอยู่เรื่อย ๆ ผมก็ได้แต่ตอบไปว่าผมไปเองได้ และขอบคุณมาก ๆ   ผมใช้ไม้เท้ากวัดแกว่งระยะแค่ช่วงตัวไปตามทางเดิน หูคอยฟังว่าถึงตรงไหนแล้ว ผมรู้ว่าถ้านักศึกษาคนอื่นเห็นผมเดินอยู่ ก็จะคอยหลบทางให้  ไม้เท้าผมเลยไม่กวัดแกว่งไปโดนใคร  ผมค่อย ๆ เดินไปได้ซักพัก

 

ปึก.......!!! ผมรู้สึกเหมือนตวัดไม้เท้าไปโดนคนเข้า ผมฟังจากเสียงแล้วไม่ใช่โดนสิ่งของหรือต้นไม้อะไร

 

“ขอโทษครับ”  ผมรีบโค้งศีรษะกล่าวขอโทษ   แล้วเบี่ยงตัวไปข้าง  ๆ กำลังจะเดินต่อ

 

ปึก....!!!  ครั้งนี้ผมชนคนเข้าอีกแล้ว ผมเซถลาจะล้ม

 

หมับ.....!!!  แต่ก็เหมือนมีคนมาประคองผมเอาไว้  ทำไมผมซุ่มซ่ามอย่างนี้นะ 

 

“ขอโทษครับ”   ผมไม่รู้หรอกว่าเดินชนใครเข้า ผมรีบพยุงตัวให้ยืนขึ้น

 

“ขอบคุณมากเลยนะครับ”   ผมบอกไปอีกครั้ง  ผมยังหัวเสียกับตัวเองที่ไม่ระวัง เดินไปที่ห้องเรียนแค่นี้ก็ทำไม่ได้  แล้วจะทำอะไรกิน ผมคงต้องปรับตัวและพยายามให้มากกว่านี้ ถ้าหากจะอยู่ในสังคมเดียวกับคนปกติ

 

“จะไปไหน..? เดี๋ยวไปส่ง”    แล้วคนที่ผมเดินชนก็เอ่ยขึ้น ผมคิดว่าเค้าจะโกรธผมซะอีก ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย

 

“ผมจะไปที่ห้องเรียน ไม่เป็นไรครับผมไปเองได้ ขอบคุณมากนะครับ”   ผมยิ้มบอกไป  อย่างน้อยเค้าก็มีน้ำใจกับผม

 

หมับ...!!   แล้วเหมือนมีคนจับแขนผมเอาไว้ ปกติแล้วจะเป็นปั้นหรือไม่ก็เพื่อน ๆ แต่นี่ไม่ใช่

 

“จะไปส่ง”    ผู้ชายคนเดิมนั่นเองคนที่ผมเดินชนเมื่อตะกี้  เค้าจับแขนผมแล้วค่อย  ๆ พาผมเดินไปส่งที่ห้องเรียน  ผมได้ยินคนที่เดินผ่านไปมาซุบซิบกันใหญ่ ผมไม่รู้หรอกว่าเค้าคุยเรื่องอะไรกัน

 

“ถึงที่หน้าห้องแล้ว ไปเองได้นะ”   พี่ผู้ชายที่มาส่งก็บอกกับผม

 

“ขอบคุณมากเลยนะครับพี่”   ผมบอกไป

 

“นนท์ เดี๋ยวเราพาไปนั่งโต๊ะ”   แล้วก็มีเพื่อนร่วมคลาสเดินเข้ามาหาผม พวกแก้มยังคงไม่มา

 

“ขอบใจนะ”  ผมบอกกับเพื่อนไป วันยังค่ำ

ข้าข้างเพื่อนผมวั้สวยเป็นถึงดาวมหาลัยลิ่ัก.

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมนั่งที่โต๊ะหยิบหนังสืออักษรเบรลล์มาอ่านได้ซักพัก

 

“นนท์ พวกเรามาแล้ว”   แก้มตะโกนบอกกับผม แล้วเข้ามาแตะที่แขน

 

“เก่งนี่มาเองได้”  หยีพูดขึ้น

 

“เก่งอะไร เดินชนคนตั้งสองครั้ง”   ผมบอกกับหยีไป

 

“บอกให้รอก่อนก็ไม่ยอมรออ่ะ”  หยีบ่นกับผมเบา ๆ

 

“ไม่เป็นไร เราอยากลองทำอะไรเองบ้าง เกรงใจพวกเธอ”   ผมบอกไป

 

“ห้ามพูดแบบนี้อีกนะนนท์ ไม่งั้นโกรธจริง ๆ ด้วย พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ”  แก้มบอกกับผม

 

“อื่อ”  ผมยิ้มบอกกับเพื่อนไป

 

“ปั้นเรียนบ่ายเหรอ...?”  ไมค์เอ่ยถามผมขึ้น

 

“อืม”  ผมตอบไป

 

“นนท์เมื่อกี้ใครมาส่ง...?”   แล้วหยีก็ถามผมขึ้น

 

“ทำไมเหรอไอ้หยี...?”    แก้มถามกับหยี

 

“ก็นัทบอกว่าเมื่อกี้พี่ภีมมาส่งนนท์อ่ะ”     หยีบอกกับแก้มไป

 

“ห๊ะ...!! อะไรนะไอ้หยี..? พี่ภีมเนี่ยนะ”   น้ำเสียงแก้มดูตกใจมาก

 

“จริงเหรอนนท์...?”  แก้มรีบถามผม

 

“ไม่รู้หรอก เราไม่ได้ถามชื่อ”  ผมบอกกับแก้มไป

 

“ตายแล้ว ฟ้าถล่มดินทะลายกระมัง เจ้าชายผู้สูงศักดิ์เดินมาส่งหนุ่มน้อยตาบอด”   แก้มพูดเหมือนกับบทในละครเลย

 

“ไอ้แก้ม......!!!”   หยีกับไมค์เรียกชื่อแก้มซะดัง

 

“อุ่ย โทษที ๆ  เค้าขอโทษน๊านนท์ ไม่ได้ตั้งใจพูด แค่แปลกใจเฉย ๆ”  แก้มเข้ามาคลอเคลียบอกกับผม

 

“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่โกรธ”    ผมบอกกับแก้มไป  แก้มรีบเข้ามากอดผมเอาไว้แน่น

 

“แกจะกอดอะไรนนท์นักหนายะ เดี๋ยวปั้นมาเห็นเข้าแกได้ตายแน่”  หยีบอกกับแก้มไป  ผมได้ยินเสียงไมค์หัวเราะออกมา 

 

คนที่ผมเดินชนเมื่อกี้คือพี่ภีมเองเหรอ...?  ผมเดินชนพี่เค้ามาสองครั้งแล้ว ผมจำเสียงไม่ได้จริง ๆ ดีที่พี่เค้าไม่โกรธ ได้ยินมาว่าพี่ภีมเป็นคนดุใครๆเห็นก็เกรง แถมบ้านยังรวยอีก เฮ้อออออ โชคดีไปนะไอ้นนท์  ผมได้แต่บอกกับตัวเอง

 

 

...................................................

To be continue..........................

..................................................

 

กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

 

finland (ช้อย)

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}