น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

ตอนที่ 14 : ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนได้เจอก่อน!

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนได้เจอก่อน!

คำค้น : เลขาตัวร้ายกับเจ้านายสุดแสบ, สนามรักเลขาหัวใจ , เลขาหัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2559 00:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนได้เจอก่อน!
แบบอักษร

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้กานต์ละสายตาจากถนน ก่อนจะจัดการเสียบบลูทูธและกดรับสายเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือ ผู้หญิงคนที่ทำให้เขาหงุดหงิดจนต้องออกมาระบายกับแซนดี้ข้างนอก

“มีอะไรจะต่อว่าผมอีกเหรอคุณ ถึงได้โทรมาหาผมได้เนี่ย”

“ดิฉันและคุณทวีชัยมารอคุณเฉินที่ร้านอาหารแล้ว คุณกานต์รีบมาให้ถึงก่อนบ่ายโมงนะคะ”

เสียงปลายสายที่ราบเรียบราวกับไม่ได้ทะเลาะกับเขาทำให้กานต์ยิ่งหงุดหงิด ทำไมยัยเตี้ยนั่นถึงเย็นชาได้ขนาดนี้

“ผมกำลังขับรถ จะสั่งผมแค่นี้ใช่มั้ย”

กานต์ตอบกลับอย่างรวนๆ หากปลายสายยังคงตอบกลับมาแบบไม่รู้สึกรู้สา

“ค่ะ...ขอบคุณที่ยังไม่พาลจนเสียการเสียงาน”

มินทิราพูดจบแล้ววางสายใส่ทันทีจนชายหนุ่มต้องหันมาประท้วงกับหญิงสาวข้างกายที่นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเงียบๆ

“นี่ไง ... คนที่คุณบอกว่าเธออยากจะแต่งงานกับผมน่ะแซนดี้ เธอยังโทรมาจิกตัวผมให้ไปทำงานยิกๆๆ คนอะไรเย็นชาชะมัด คนไม่มีหัวใจ!

กานต์บ่นออกมาอย่างน้อยใจ หากแซนดี้หันมาถามชายหนุ่มอย่างจริงจัง

“อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าเธอเย็นชากับคุณคะ ฉันว่าเธอเป็นผู้ใหญ่มากต่างหาก การที่เธอแสดงออกด้วยความสุขุม เห็นแก่เรื่องงานจนยอมโทรมาหาคุณก่อน และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ นั่นไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเธอไม่โกรธคุณแล้วเหรอคะกานต์”

แซนดี้ถอนหายใจเมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอย่างครุ่นคิดตาม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมากับชายหนุ่มเป็นเชิงเตือน

“แซนดี้ชักจะเข้าใจความรู้สึกของคุณมินทิราแล้วค่ะว่าทำไมถึงชอบเปรียบเทียบคุณกับคุณพ่อของคุณนัก อย่าหาว่าแซนดี้สอนคุณเลยนะคะกานต์ คนเราถ้าจะตัดสินใจแต่งงานกับใครสักคนเพื่อที่จะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันแล้ว ความรักมันไม่ใช่เหตุผลเพียงอย่างเดียวหรอกนะคะ มันเป็นแค่เหตุผลประกอบหนึ่งเท่านั้น”

“ความเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และที่สำคัญการให้อภัยซึ่งกันและกัน ...เธอเรียนรู้ที่จะอยู่กับคุณ...กำลังปรับตัวเข้าหาคุณนะคะกานต์  แล้วคุณล่ะนอกจากความรู้สึกที่คุณมีให้เธอแล้ว คุณคิดที่จะเรียนรู้และปรับตัวเข้าหาคุณมินทิราบ้างไหมคะ”

แซนดี้เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ ... พลางสำรวจอดีตคนรักของเธออย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ถ้าเธอมีโอกาสเลือกเหมือนมินทิรา แน่นอนว่าคงไม่มีใครเลือกกานต์ถ้าหากได้เจอกับเกื้อก่อน!

.......................................................................................................................................

 บรรยากาศการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกันระหว่างตัวแทนบริษัทเคเคกรุ๊ป และ มิสเตอร์เฉิน ที่จะออเดอร์กระเป๋าแบรนด์เคเคไปขายที่จีนและฮ่องกงเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเฉพาะเมื่อมิสเตอร์เฉินได้มีโอกาสทำความรู้จักกับพรีเซนเตอร์คนสวยอย่างแซนดี้ ทำให้การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ดูจะถูกใจทุกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง

“ผมอยากจะเชิญทุกคนไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันที่โรงแรมที่ผมพักวันนี้ เพื่อเป็นการฉลองการเป็นพันธมิตรของเรา”

มิสเตอร์เฉินเอ่ยปากชวนทุกคน หากสายตาดูจะแช่นิ่งที่อยู่ที่แซนดี้นานเป็นพิเศษ จนหญิงสาวต้องแอบสะกิดมินทิราให้จัดการรับหน้าแทน

“ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะคุณเฉิน...แต่น่าเสียดายที่พวกเราติดประชุมกับดีลเลอร์อีกรายหนึ่งเย็นนี้พอดีเลยค่ะ ไว้โอกาสหน้านะคะ ท่านประธานและคุณกานต์จะต้องหาโอกาสเลี้ยงฉลองการเป็นพันธมิตรของเราอย่างแน่นอนค่ะ”

มิสเตอร์เฉินยังคงแอบบ่นอย่างเสียดาย หากมินทิราจัดการแท้คมือให้คุณทวีชัยเข้ามารับหน้าต่อ ในขณะที่ตัวเธอแยกเอาแซนดี้และกานต์หลบฉากออกมา

“คุณตุ๊กตาแจ้งมาว่า วันนี้มิสแองเจลิน่าจะเข้ามาที่บริษัทตอนห้าโมงเย็น แต่ฉันติดคุยดีลกับมิสเตอร์เอริค ฉันจะเข้าไปส่งพวกคุณที่บริษัทก่อนนะคะ ถ้าคอนเฟิร์มมิสเตอร์เอริคได้เมื่อไหร่ฉันจะรีบตามเข้าไปสมทบกับทีมพวกคุณ”

“ให้ผมเข้าไปคุยกับคุณเอริคเป็นเพื่อนคุณไม่ดีกว่าเหรอมินทิรา ถึงยังไงผมก็เป็นรองประธานบริษัทนะ”

กานต์เอ่ยแย้งขึ้นอย่างเป็นห่วง เพราะการที่จะให้มินทิราไปคุยกับลูกค้าผู้ชายเพียงคนเดียวดูจะไม่น่าปลอดภัยนัก หากมินทิรายิ้มกว้างพลางหันมาเอ่ยกับชายหนุ่มให้คลายกังวล

“ไม่เป็นไรค่ะ ...ดิฉันจะไปกับท่านประธาน ตอนนี้เครื่องคุณเอริคยังไม่แลนด์ดิ้ง ดิฉันจะไปส่งพวกคุณที่บริษัทและกลับไปเตรียมข้อมูลก่อน แล้วค่อยออกมากับท่านประธานค่ะ”

กานต์อดคิดไม่ได้ว่า ที่จู่ๆมินทิราก็มาทำหน้าตายิ้มแย้มแจกยิ้มให้โลกสดใสนี่เป็นเพราะดีใจที่งานทุกอย่างสำเร็จลุล่วง หรือเพราะว่าดีใจที่จะได้ออกไปกับพ่อของเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เขาก็อยากที่จะเห็นรอยยิ้มนี้จากมินทิราบ่อยๆ รอยยิ้มที่ทำให้ชายหนุ่มลืมคนรอบข้างไปทุกครั้งและมัวคิดถึงแต่เจ้าของรอยยิ้มแค่เพียงคนเดียว...

..............................................................................................................................

เกื้อเงยหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งเคาะประตูและเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับรายงานความคืบหน้าผลประกอบการรอบสองเดือนที่เป็นไปอย่างน่าพอใจ

“จากตอนนี้ที่สรุปได้คร่าวๆ ผลประกอบการของสองเดือนที่ผ่านมามีรายได้เพิ่มขึ้นค่ะ ทางทีมวิเคราะห์ต้นทุนและฝ่ายการเงินแจ้งมาว่า ผลกำไรในสิ้นเดือนนี้จะเพิ่มขึ้นเกือบ 40% และถ้าหากในเดือนหน้า ทีมการตลาดและคุณกานต์สามารถปิดยอดเซ็นสัญญาซื้อขายกับลูกค้ารายใหญ่จากอเมริกาและญี่ปุ่นได้ ยอดกำไรน่าจะถึง 50% อย่างที่มินทิรารับปากไว้ค่ะ”

วาสิตายื่นแฟ้มรายงานไปตรงหน้าบุรุษที่นั่งจ้องเธอแทนแฟ้มรายงานที่เพิ่งยื่นไป ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยแววตาพราวระยับอย่างถูกใจ

“เป็นยังไง สมราคาคุยอย่างที่ผมเคยบอกไว้หรือเปล่าตุ๊กตา... งานนี้เจ้ากานต์จะมาโทษผมไม่ได้นะ ถ้าผมจะยกเลิกเดิมพันการแต่งงานนั่น!”

 

............................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น