มอมิ้น

เรื่องนี้เคะท้องได้นะคะ ❤

ตอนที33 กรงรักพันธนาการร้าย

ชื่อตอน : ตอนที33 กรงรักพันธนาการร้าย

คำค้น : ตอนที่33 กรงรักพันธนาการร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2559 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที33 กรงรักพันธนาการร้าย
แบบอักษร
ตอนที่33
#กรงรักพันธนาการร้าย
#แอดพี่ลู่
 
ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เกรซรู้สึกไม่อยากจะออกจากโรงพยาบาล เขาพยายามอย่างมากที่จะใช้ชีวิตภายในหนึ่งอาทิตย์ภายในรั้วของสถานที่แห่งนี้ในการอยู่กับเจ้าตัวเล็กให้ได้มากที่สุด แต่ทุกอย่างก็ต้องจบลงอยู่ดี เพราะในวันนี้ถือเป็นวันที่มีกำหนดให้เขากลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แถมยิ่งไปกว่านั้น ทางด้านพ่อของเมฆยังส่งคนมารับเขาตั้งแต่เช้าตรู่ แต่เกรซก็รู้สึกดีนิดหน่อย ที่ยังมีกันต์มาด้วย
 
“ผมไม่อยากอยู่ร่วมกับมัน” ทันทีที่เข้ามานั่งในรถ เกรซก็รีบชิงพูดขึ้นทันที
“ฉันรู้ ฉันก็ไม่ชอบแบบนี้เหมือนกัน” กันต์ตอบกลับออกมาพร้อมชำเลืองหันมองเจ้าหลานตัวน้อยน่ารักที่กำลังหลับพริ้มคาอกของผู้เป็นแม่ เกรซลูบหัวของลูกตัวเองและกันต์ก็ทำเพียงนั่งเงียบมองเท่านั้น
 
“ผมจะอยู่ร่วมกับมันได้ยังไง คุณก็รู้ว่า...”
“ฉันจะมาหาเธอบ่อยๆ ไม่ต้องกังวล” คนตัวสูงพูดกลับไป เขาใช้มือลูบหัวของเกรซเบาๆก่อนจะหลุดถอนลมหายใจเล็กน้อย ถึงแม้ปากจะบอกให้อีกร่างไม่ต้องกังวล แต่เอาเข้าจริงมันก็ตัวเขาเองนี่แหละที่กังวลเสียยิ่งกว่าอะไร เมื่อวานนี่กันต์ลองเข้าไปคุยกับพ่อว่าที่ทำแบบนี้มันจะไม่มีอะไรดีขึ้นเลยแถมบางทีทุกอย่างอาจจะแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ต่อให้พูดไปยังไง พ่อของเขาก็ยังไม่ฟังแถมยังมีการตอบกลับมาด้วยประโยคเรียบนิ่งที่ว่า
 
...เอาหน่า ถ้าถึงขั้นมีลูกด้วยกันแล้วมันก็คงจะพอมีใจให้กันบ้าง แต่ถ้าถึงตอนนั้นแล้วยังเหมือนเดิม ก็แค่ต่างคนต่างไป เพราะฉันถือว่า ฉันก็พยายามจะช่วยให้ครอบครัวสมบูรณ์แล้ว เหลือก็แต่ตัวของพวกเขาที่จะกล้าเปิดใจแล้วทำเพื่อลูกตัวเองหรือเปล่า...
 
ซึ่งกันต์คิดว่าวิธีนี้ถ้าใช้กับคนอื่นมันก็คงจะได้ผล แต่นี่พ่อของเขารู้จักลุกตัวเองน้อยไปหรือเปล่า คนอย่างเมฆใช่ว่าจะยอมหัวอ่อนตามเกมใครง่ายๆเสียทีไหน แต่พูดให้ตายก็เท่านั้น เพราะถึงยังไงพ่อของเขาก็ยังปักใจจะทำแบบนี้อยู่ดี
 
“นั่นมันอะไร....” ทันทีที่รถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาถึงบริเวณหน้าบ้าน ประโยคแรกที่เกรซหลุดพูดก็คือถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความสงสัย คนตัวเล็กอุ้มลูกลงจากรถโดยมีกันต์คอยเดินถือร่มกางให้เจ้าตัวเล็กให้ และเมื่อเดินมาจนถึงหน้าบ้านของตัวเอง ภาพของบุคคลที่เป็นแม่ของเมฆและกันต์ก็ทำให้เกรซต้องขมวดคิ้ว
 
“ในห้องนอนน่ะติดแอร์ให้ลูกฉันสองตัว แล้วก็เอาเครื่องทำน้ำอุ่นติดไว้ในห้องน้ำให้ด้วย”
“.............”
“อ๋อ แล้วก็เอาคอมไปตั้งตรงปลายห้องนอนให้ด้วยหละ ส่วนโน๊ะบุ๊คนี่ก็เอาวางข้างกันไว้เลย” เสียงพูดสั่งยังดังไม่หยุด ยิ่งไปกว่านั้นเฟอร์นิเจอร์ในบ้านก็แทบจะถูกรื้อออกมาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เกรซขมวดคิ้วแน่นพลางหันมองไปทางกันต์ที่ทำเพียงยืนยิ้มแห้ง
 
“แม่คุณทำอะไรกับบ้าน”
“ก็ลูกชายเขาจะมาอยู่ที่นี่ไง”
 
“เลี้ยงลูกเหมือนเทวดาเลยเนอะ” เกรซขยับพูดออกมาพลางยืนมองข้าวของหรูหราที่ถูกขนเข้าไปด้านในบ้าน ทั้งผนังของบ้านที่เคยเป็นไม้เรียบก็ถูกนำเอาแผ่นผนังสำเร็จรูปมาติดทับ แถมตอนนี้ตัวบ้านด้านในยังได้กลายเป็นโทนขาวดำไปเป็นที่เรียบร้อย และทันทีที่หญิงวัยกลางคนตรงหน้าหันมาเจอพวกเขา เธอก็ทำเพียงเดินตรงเข้ามาหาลูกชายอีกคนเท่านั้น
 
“แล้วน้องหละตากันต์”
“มันยังไม่ตื่น คงจะมาพร้อมพ่อ พ่อกำลังไปจัดการเรื่องมหาลัยให้มันอยู่” กันต์ตอบกลับไปซึ่งเกรซก็ทำเพียงยืนนิ่งเท่านั้น เขาไม่อยากจะหันมองอีกคนด้วยซ้ำ เพราะดูท่าทีแล้วแม่ของเมฆจะดูไม่ชอบหน้าเขาซักเท่าไหร่ เจ้าตัวเล็กเองก็ยังหลับปุ๋ยไม่ได้ตื่นสนใจใคร
 
“เด็กคนนี้ชื่ออะไร” เสียงถามจากอีกคนทำให้เกรซต้องหันกลับมอง
“เฟรมครับ”
“ใช่หลานฉันจริงๆใช่มั้ย”
 
“อยากให้ใช่ก็ใช่ครับ” เกรซว่ากลับออกไปพลางกระชับอุ้มเจ้าตัวน้อยไปด้วย เจ้าหนูเฟรมที่ได้ยินเสียงคุยข้างหูก็เริ่มจะปรือเปิดเปลือกตาขึ้นมา และเมื่อเจอคนแปลกหน้ามองมา เจ้าเด็กอัธยาศัยดีก็หันมองแป๋วกลับไปอย่างเป็นมิตร
 
“ถ้าเธอมีสัมคารวะมากกว่านี้ ฉันอาจจะเอ็นดูเธอ”
“ผมไม่ได้อยากเป็นสะใภ้บ้านคุณ”
 
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะให้ลูกชายฉันมีเมียเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ในตอนนี้ทุกอย่างมันพลาดแล้ว หรือเธอต้องการจะให้ฉันเปลี่ยนใจแล้วแย่งเอาเด็กคนนี้จากเธอมาซะ ส่วนเธอจะไปไหนก็ไป”
 
“อย่ามายุ่งกับลูกผม” เมื่อเกรซว่าออกไปแบบนี้ คนฟังก็ต้องแอบชักสีหน้าใส่ เธอเลิกจะสนใจลูกสะใภ้ที่ไม่ได้ต้องการแล้วเบี่ยงเบนสายตาหันมองไปยังลูกชายคนโตที่ยืนอยู่
 
“พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะต้องกลับสวีเดนแล้ว ฝากดูน้องด้วยหละ...ห้ามให้น้องลำบากเด็ดขาดเข้าใจหรือเปล่า”
“ไอ้เมฆมันโตแล้วนะแม่”
“โตแล้วแต่ยังไงก็น้องแกอยู่ดี”
 
“มันไม่เคยอยากได้ผมเป็นพี่เลยด้วยซ้ำ” กันต์พูดออกไปก่อนจะเดินหนีออกไปอีกทางด้วยใบหน้าที่เริ่มจะหงุดหงิด เกรซหันมองตามคนตัวสูงก่อนจะรีบก้าวขาเดินตามเพราะไม่รู้ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนดี ถ้าวันนี้ต้นสนมาด้วยคงสนุกกว่านี้ แต่วันนี้เจ้าตัวแสบมาไม่ได้เพราะต้องไปเรียนหนังสือ
 
“ผมขอโทษนะ ที่ทำให้คุณต้องวุ่นวายแบบนี้”
“ไม่หรอก ขอโทษทำไม” พอเกรซบอกขอโทษ คนตัวสูงก็ตอบกลับมากลั้วเสียงหัวเราะ
 
“ปกติบ้านฉันก็แบบนี้แหละ แม่รักไอ้เมฆมากเลยตามใจมันทุกอย่าง ตั้งแต่เด็กๆแล้ว” กันต์ว่าออกมาอย่างไม่ซีเรียจเหมือนเป็นเพียงเรื่องปกติ เกรซเองถึงอยากจะถามต่อแต่ก็ไม่กล้า ดังนั้นเขาทั้งคู่จึงทำเพียงนั่งลงบนเก้าอี้ใต้ต้นไม้แล้วทอดสายตามองไปยังข้าวของมากมายที่ถูกขนเข้าไปในตัวบ้าน
 
และในระหว่างที่พวกเขานั่งเงียบ
เสียงพูดคุยของบุคคลที่เพิ่งจะเดินลงมาจากรถก็ดังขึ้น
 
“ผมไม่เรียน!ถ้าพ่อจะให้ผมอยู่ที่นี่ผมก็ไม่ไปเรียน แต่ถ้าจะให้กลับไปเรียนผมก็ไม่อยู่ที่นี่!”
“แกมีสิทธิเลือกด้วยงั้นหรอ?!” บทสนทนาที่ใกล้เคียงการถกเถียงกันดังขึ้น ซึ่งเกรซที่มองดูอยู่ก็เริ่มจะรับรู้ถึงอาการของเจ้าตัวน้อยในอ้อมอกที่ดิ้นดุกดิกเพราะได้ยินเสียงของเมฆ เมฆเองพอเดินเข้าไปหาแม่ตัวเองได้ก็รีบพูดฟ้องบางสิ่งบางอย่างที่เกรซไม่ได้ยิน คนทั้งสามเหมือนจะถกเถียงกันเล็กน้อย และเกรซที่อยู่ไกลก็ได้ยินเพียงคร่าวๆเท่านั้น
 
“งั้นพ่อซื้อรถคันใหม่ให้ผมดิ ถ้าจะให้กลับไปเรียนก็ซื้อรถคันใหม่มาให้ดิ”
“แล้วไอ้คันที่ขับอยู่นี่มันซื้อมาถึงสามเดือนแล้วหรอ!”
 
“นี่คุณคะ ก็แค่ซื้อๆให้ลูกไปจะเป็นอะไร เงินแค่ไม่กี่บาทนี่ให้ลูกไม่ได้หรอ” เกรซที่นั่งฟังอยู่อยากจะส่ายหน้ากับการเลี้ยงลุกของแม่คนนี้เสียเหลือเกิน ดูเหมือนจะรักลูกเกินเหตุไปหรือเปล่า และไอ้คำว่าไม่กี่บาท ไม่กี่บาทที่พูดถึงนี่มันซื้อเกาะได้ทั้งเกาะเลยมั้ง
 
“ไม่เป็นไรนะลูก ถ้าพ่อเขาไม่ซื้อให้เดี๋ยวแม่ซื้อให้เราเอง ถ้าอยากได้อะไรก็บอกนะคะเดี๋ยวแม่โอนให้”
 
“โอเคเอาเลย!ตามใจกันเข้าไป!ให้มันผลาญไปให้หมด!!” ดูเหมือนคนเป็นพ่อจะหัวเสียอย่างหนักจนต้องเดินแยกหนีไปอีกทาง กันต์ที่นั่งมองอยู่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก เขาทำเพียงหลุดขำแล้วหันพูดกับเกรซ
 
“เชื่อหรือเปล่า ว่าตอนเรียนมัธยม ไอ้เมฆใช้เงินวันๆนึงหมดเกือบแสนตลอด”
“มัธยม?”
 
“ใช่ สงสัยซื้อบ้านแจกเพื่อนวันละหลังแน่เลยมันน่ะ” มุขฝืดๆของกันต์สามารถเรียกเสียงขบขันจากเกรซได้ไม่น้อย เขาก็เพิ่งจะรู้จักเมฆจริงๆก็มาพักหลังนี่แหละ เพราะตอนอยู่ด้วยกันใครอีกคนก็แสดงมุมในการทำงานและต้องอยู่คนเดียว แต่พอมาอยู่กับพ่อกับแม่แบบนี้ นิสัยลูกคนเล็กแม่งโคตรชัดเจน
 
“ไอ้เมฆเพิ่งยี่สิบเต็มเมื่อเดือนก่อน”
“แต่ผมยี่สิบสามแล้ว” เกรซพูดต่อกันออกไป ซึ่งคนฟังก็ทำเพียงหันมองเกรซด้วยใบหน้าติดยิ้มเท่านั้น พวกเขาทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อยได้ไม่เท่าไหร่ ทั้งเกรซและกันต์ก็ถูกเรียกให้เข้าไปด้านในของตัวบ้าน ถึงแม้ที่นั่งข้างเมฆจะยังมี แต่ถึงอย่างนั้น คนตัวเล็กก็กลับเลือกที่จะนั่งลงบนโซฟาข้างกันต์
 
และถึงแม้ไอ้ตัวร้ายจะมองจ้องมายังไง
แต่เกรซก็เลือกจะไม่สนใจอยู่ดี
 
“ฉันสองคนจะต้องกลับแล้ว รวมถึงตากันต์ด้วย” คนเป็นแม่พูดออกมา
“และบ้านหลังนี้จะมีแค่พวกเธอเท่านั้น ฉันจะไม่ทิ้งบอดิการ์ดไว้ให้ แล้วก็กันต์ ไม่ต้องส่งคนมาเฝ้า” คราวนี้คนพูดคือพ่อของทั้งเมฆและกันต์ กันต์เองแอบไม่พอใจเล็กน้อยกับข้อนี้ กระนั้นแล้วคนตัวสูงก็ต้องเลือกเงียบเอาไว้
 
“ฉันจะไม่ช่วยเหลืออะไร นอกจากเงินเดือนละสามหมื่นที่จะโอนให้ทุกเดือน”
“เดี๋ยวนะพ่อ...!”
 
“ค่าเทอมแกฉันจ่ายไปหมดแล้ว เงินสามหมื่นตรงนี้แค่ค่ากินค่าอยู่ บริหารกันเอาเอง” เกรซไม่ได้มีปัญหากับจุดนี้แต่ดูเหมือนเมฆจะมีปัญหาเสียยิ่งกว่าอะไร คนตัวสูงเริ่มจะหันเข้าไปหาแม่ตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือ
 
“อีกแค่ปีเดียวทนหน่อยนะลูก เรื่องรถเดี๋ยวแม่จะให้คนเอามาส่งให้ที่บ้านนะ” ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อตกลงกันเสร็จ ร่างของคนทั้งสองก็เดินจากออกไป เหลือทิ้งเอาไว้ก็แค่กันต์ที่ยังคงไม่กล้าไปไหนเพราะเป็นห่วงเกรซ แต่สุดท้ายเมื่อโดพ่อกับแม่เรียกคนตัวสูงก็ต้องจำใจเดินจากออกไป
 
“ดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันจะคอยแวะมาหา”
“ครับ ขอบคุณนะ” เกรซพูดกลับออกไปพร้อมกับสายตาที่มองตามกันต์ไปจนลับ
 
และแน่นอนว่าเมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว
บ้านทั้งหลังก็กลับมาเงียบสนิท
 
เกรซไม่ได้เงยมองอีกคนและเลือกจะสนใจลูกน้อยโดยทำเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ภายในบ้านหลังนี้คนเดียว ส่วนเมฆก็เลือกที่จะลุกแล้วเดินออกไปนั่งยังด้านหน้าของตัวบ้านแทน พวกเขาทั้งสองอยู่ร่วมกันมานับค่อนวันโดยไม่ปริปากพูดกันแม้แต่คำเดียว
 
จนพอพระอาทิตย์ตกดิน ร่างของเมฆที่เดินกลับเข้ามาในบ้านจึงทำให้เกรซต้องเผลอเงยขึ้นมองอย่างลืมตัว
 
พวกเขามองหน้ากันอยู่พักใหญ่ก่อนจะต่างคนต่างเบือนหน้าหนี
และนี่ก็คงถือเป็นคำตอบได้อย่างดี
ว่าการอยู่ร่วมกันครั้งนี้ มันลงเอยยังไง
 
โคตรจะอึดอัด...
 
“จะเอายังไง” จนในที่สุดก็เป็นคนตัวสูงที่ถามออกมา เมฆพุดออกไปพร้อมยืนรอคำตอบจากอีกคน แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็มีเพียงความเงียบเท่านั้น เกรซนั่งเล่นกับลูกเหมือนกับว่าไม่มีเขายืนอยู่ตรงนี้ ใครอีกคนไม่แม้แต่จะมีปฏิกิริยาสนใจในสิ่งที่เขาเอ่ยถามออกไป
 
“เกรซ” เสียงของเมฆเริ่มจะแสดงอาการไม่พอใจ แต่จนแล้วจนรอดเกรซก็ยังไม่ตอบกลับมาอยู่ดี
 
“เหอะ” สุดท้ายก็ทำได้แค่เพียงพ่นลมหายใจแล้วเดินเลยผ่านคนตัวเล็กขึ้นไปยังด้านบนของตัวบ้านเท่านั้น เกรซมองตามอีกร่างขึ้นไป ก่อนจะหันสายตากลับมามองลูกชายตัวเองอีกหน
หลังจากนี้ เขาก็แค่จะทำตัวเหมือนการอยู่คนเดียวในทุกครั้งที่ผ่านมา
 
เพราะมันไม่มีความจำเป็น ที่เขาจะต้องคุยกับมันเลยซักนิด
ก็แค่ต่างคนต่างอยู่ ใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปจนครบหนึ่งปีก็เท่านั้น
 
# # # # # #
ต่อไปเราจะดำเนินเรื่อง ด้วยความหน่วงแล้วนะขรั่บ5555
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น