อินพรรดิ / สวาตี
facebook-icon

ขอบคุณที่สนับสนุนนักเขียนตัวแบนๆ นะคะ เหรียญทุกเหรียญ กุญแจทุกดอก และดาวทุกดวงมีค่าต่อปากท้องคร่า ^_^ (คอมเม้้นต์เราก็อยากได้นะ มาคุยกันๆ)

ชื่อตอน : บทที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 15:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12
แบบอักษร

ร่างเล็กรับปากแล้วว่าจะรอตรัยวินท์อยู่ที่บ้าน ช่ออัญชันชะเง้อมองว่ารถของชายหนุ่มจะมาถึงเมื่อไหร่ นี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว หรือเขาลืมว่าเธอต้องการจะคุยด้วย ก่อนหน้านี้กระวนกระวนและพยายามติดต่อฉัตรพระอินทร์แต่หล่อนปิดเครื่อง กระทั่งสี่ทุ่ม ตรัยวินท์ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังจะกลับ คนเป็นห่วงถึงค่อยสบายใจ

แต่นี่ก็รอมาสักพักแล้ว ช่ออัญชันไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน กระทั่งได้ยินเสียงแว่วมาจากด้านนอกคล้ายเสียงของฉัตรพระอินทร์ ซึ่งนั่นทำให้คนผล็อยหลับรู้สึกตัว เสียงนั้นคล้ายเสียงพูดคุยกันฟังไม่ถนัด เนื้อเสียงแผ่วพร่าจับใจความไม่ได้ ร่างเล็กจึงค่อยๆ เดินไปยังหน้าห้องและแง้มประตูออกดู แต่ทว่าภาพที่เห็นตรงระเบียงนั้นทำให้หญิงสาวเบิกตาโพลง สติที่เลือนลางทะลึ่งตื่นเต็มที่

“เราไปต่อข้างในดีกว่าค่ะคุณตรัย”

เสียงนั้นเป็นเสียงกระเส่าของฉัตรพระอินทร์ไม่ผิดแน่ ทั้งร่างอรชรที่กำลังกอดรัดนัวเนียอยู่กับชายเจ้าของบ้าน ใบหน้าคมสันที่แทบไม่ละไปไหนนอกจากป้วนเปี้ยนอยู่เหนือเนินอกเต่งตึงและซอกคอระหงอย่างกระสัน มือใหญ่ประคองแผ่นหลังคนแบบบางให้แอ่นเข้าหาอย่างกระหายหิวในตัณหา

เสียงครางจากปากอิ่มบางของฉัตรพระอินทร์ดังชัดตอนเขาขบเม้มเนื้อขาวเนียนเหนือเนินอก ที่บัดนี้ผ้าเนื้อบางเบาบริเวณคอเสื้อได้เปิดร่นลงมาถึงต้นแขนแล้ว ยิ่งชายหนุ่มเร่งเร้าเธอก็ยิ่งร่อนหา จนเผลอยกขาขึ้นเกี่ยวกระหวัดต้นขาแกร่งของเขาไว้

ณ ราตรีที่เงียบงันยินเพียงเสียงหอบพร่าปนกระเส่าของลมหายใจที่สอดประสานกัน จู่ๆ ที่หน้าห้องของช่ออัญชันก็เกิดเสียงตึกเหมือนสิ่งของตกกระแทกพื้น แน่นอนว่าร่างเล็กของคนเป็นพี่เมื่อได้เห็นภาพสะเทือนใจเช่นนี้ย่อมทรุดทั้งยืน

“พี่ช่อ!” คนเป็นน้องหันมาเห็นก่อนและชะงักการกระทำดังกล่าวด้วยความตกใจ หากตรัยวินท์ที่แทบไม่ยี่หระอะไรกลับค่อยๆ ถอนใบหน้าและริมฝีปากที่คลอเคลียเรือนร่างอรชรนั้นออกอย่างเชื่องช้า แววตาหงุดหงิดระคนเสียดาย

“ช่อ! ออกมาทำอะไร?” น้ำเสียงเขาดุดัน เหมือนไม่พอใจที่เธอเข้ามาจุ้นจ้านขัดจังหวะ

ฉัตรพระอินทร์ค่อยๆ ดึงคอเสื้อที่เปิดอ้าขึ้นปิดเหนือหัวไหล่มน หันไปบอกตรัยวินท์เสียงพร่าว่าจะเข้าไปรอในห้อง อย่างน้อยก็ยังรู้จักเกรงใจคนเป็นพี่บ้าง

“เดี๋ยวก่อนฉัตร คุยกับพี่ก่อน” ช่ออัญชันรั้ง หากตอนนั้นยังไม่มีเรี่ยวแรงพอจะหยัดกายลุกขึ้น น้องสาวก็ไม่สนใจกลับสะบัดตัวเดินลิ่ว สิ่งที่ได้เห็นในตอนนี้บีบเค้นหัวใจคนเป็นพี่จนแทบแหลกเป็นผุยผง นั่นไม่ใช่แค่โกรธเพราะความไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจของพวกเขา แต่เพราะเสียใจที่น้องสาวไม่เชื่อฟังคำตักเตือนทั้งยังดึงดันจะเล่นกับไฟอยู่

“กลับเข้าห้องไปซะ!” ตรัยวินท์ขึ้นเสียง เดินมาฉุดแขนของคนที่หมดแรงให้ลุกขึ้น

แววตาโกรธขึ้งของช่ออัญชันแหงนมองหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พอลากตัวเธอกลับเข้าห้องได้หญิงสาวก็ตั้งหลักและตบเพียะเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างเต็มแรง

“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง คนสารเลว?!” มันเป็นน้ำเสียงที่ถูกเค้นจนหนัก

ตรัยวินท์ตวัดสายตาจ้องหน้าคนที่กล้าดีกับเขาอย่างเอาเรื่อง ด้วยความหงุดหงิด แล้วไหนจะอารมณ์พลุ่งพล่านที่คั่งค้างจากเมื่อครู่ เป็นเหตุให้เขาจับร่างเล็กดันไปจนติดผนังห้อง

“แล้วเธอให้ฉันได้แบบที่ฉัตรทำมั้ยล่ะ?” ประโยคนี้เอ่ยขึ้นพร้อมกับจับข้อมือเล็กทั้งสองข้างของช่ออัญชันขึงพืด ใบหน้านิ่วกดไซ้ลงมาที่ซอกคอนวลหอมของคนเพิ่งอาบน้ำมาไม่นาน ช่ออัญชันดีดดิ้น พยายามขัดขืนเจตนาที่เหมือนกับจะใช้เธอเป็นที่ระบายออกทางอารมณ์ที่หงุดหงิดงุ่นง่าน

“นี่ปล่อยนะ!...ปล่อย!” ร่างเล็กทั้งสะบัดทั้งผลักร่างที่กำลังกดทึ้งเธอออก หากนั่นยิ่งทำให้คนโมโหขัดใจถึงขั้นต้องอุ้มร่างเบาเดินไปเหวี่ยงลงบนโซฟานุ่ม

กายหนักคร่อมทับไม่ปล่อยจังหวะให้อีกฝ่ายได้พ้นจากการควบคุม คนใต้อาณัติใจหายวาบตอนเขาฉีกชุดนอนตัวยาวของเธอออกจนเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนด้านใน

“อย่านะ! ไม่!...อย่า!!”

จังหวะนั้นเธอลืมตาพรวดขึ้นมาทันที ยังหลุดเสียงร้องที่ค้างไว้ออกจากปากตอนสะดุ้งตื่น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามใบหน้าและต้นคอ ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นออกมาหลังสำนึกได้ว่ามันไม่ใช่ความจริง

แต่นี่ช่างเป็นฝันที่น่าตกใจ เป็นไปได้ไหมว่านี่คือลางบอกเหตุ หรือเธอแค่ระแวงมากไปจึงเก็บมาคิดเป็นตุเป็นตะ จังหวะนั้นเกิดได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก คนกำลังใช้ความคิดสะดุดกึกทันที ภาวนาขอให้อย่าเกิดเหตุการณ์อย่างในฝันขึ้นเลย เมื่อนึกได้ก็รีบผุดตัวขึ้นและวิ่งหน้าตาตื่นออกมานอกห้อง

“คุณตรัย!”

เจ้าของบ้านชะงักเท้าและทำหน้างง จู่ๆ หญิงสาวก็วิ่งทะเล่อทะล่ามาดักหน้าเขา ช่ออัญชันสีหน้าเหนื่อยหอบเหมือนสู้รบปรบมือกับใครมา ครั้นเมื่อเขาหยุดเผชิญหน้าด้วยเธอกลับจับจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย

คนขี้สงสัยทำสีหน้าหวาดระแวง ชะโงกมองไปด้านหลังเขาราวกับว่าจะมีใครตามขึ้นมาด้วย พอเห็นไม่มีก็ถอนใจเฮือกเหมือนโล่งอก

“เป็นอะไร?” ตรัยวินท์ทัก สงสัยว่าดึกป่านนี้แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงยังไม่นอน ซ้ำยังมาดักรอเขาเหมือนกับว่าเขาทำอะไรผิดมา

“ทำไมถึงเพิ่งกลับ? นี่คุณกับฉัตรไปไหนกันต่อ?” แม้จะโล่งอกที่ไม่เห็นฉัตรพระอินทร์ตามมาด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่วางใจ

คนถูกยิงคำถามถอนหายใจยาว กำลังคิดอยู่ว่าจะตอบข้อไหนก่อนดี หากรายนี้ก็ยังไม่วายคาดคั้นด้วยสายตา

“บอกมาสิ คุณไปห้องฉัตรมาใช่มั้ย? คุณสองคนทำอะไรกัน?”

“ระแวงอะไรไม่เข้าท่า ไม่เชื่อใจฉันก็น่าจะไว้ใจน้องตัวเองบ้าง” เขาเอ็ดอย่างรู้ทัน แต่ตอนนั้นอีกฝ่ายกำลังมองเขม่นด้วยสายตาเอาเรื่อง

“ก็คนอย่างคุณมันเชื่อไม่ได้ ฉัตรไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคุณหรอก” พูดพลางเดินตามหลังเขาติดไปติดๆ แม้ชายหนุ่มจะหนีด้วยการเบี่ยงตัวออกข้างก็ตาม

ตรัยวินท์เห็นแล้วว่าเธอเผลอตามเขาเข้ามาในห้องด้วย ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างนึกขำ ก่อนจะไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ออกทีละเม็ด

ใจคอเขาจะไม่ทัก ดูสิว่าหญิงสาวจะเดินตามเขาไปถึงไหน ว่าแล้วก็ถอดเสื้อแขวนไว้ที่ราว ดึงผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดบ่าเตรียมเข้าห้องน้ำ นั่นล่ะฝ่ายหญิงถึงได้รู้สึกตัวและชะงักเท้า แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่วายจะคาดคั้นให้ได้

“ไหนคุณบอกว่าจะไม่ยุ่งกับฉัตรไง?”

“ฉันไปบอกตอนไหน แค่บอกว่าจะไม่ทำร้าย อีกอย่าง น้องเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายเข้าหาฉันก่อน” ชายหนุ่มยักไหล่ เอาผ้าขนหนูพันเอวแล้วถอดกางเกงออกอย่างไม่สนใจคนข้างหลัง

ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่เกือบเปลือยเปล่า ท่อนบนนั้นแน่นล่ำสมส่วนไปด้วยกล้ามเนื้อที่เห็นชัดเจน หากช่ออัญชันไม่ได้สนใจมอง กำลังอึ้งเมื่อถูกเขาตอกกลับ ความรู้สึกหน้าชาเหมือนถูกน้ำเย็นสาดมันเป็นแบบนี้เอง

“จะนิ่งอีกนานมั้ย?” พอเห็นภรรยาสาวนิ่งเงียบจึงหันมาหลิ่วตายียวน ร่างเล็กในชุดนอนพร้อมเสื้อคลุมได้แต่ยืนทื่อเป็นรูปปั้น

“คุณนี่มัน...” หมัดเล็กกำแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ตอนนั้นหรอกที่เพิ่งจะสังเกตว่าคนตรงหน้าหุ่นดีมาก แต่เพราะสีหน้ากวนประสาททำให้ปลื้มไม่ลง

“มันอะไร?...แล้วที่ตามเข้ามานี่คือจะช่วยอาบน้ำให้ใช่มั้ย?...งั้นมา” เขาทำทีเป็นดึงมือเธอไว้ หากอีกฝ่ายรีบร้อนสะบัดออกอย่างระแวง

“ปะเปล่าสักหน่อย ช่อไม่แตะตัวคุณหรอก หายไปกับพี่ลีทั้งวันไม่รู้ไปทำอะไรกันมา” พูดพลางถอยห่างอย่างรังเกียจ

ได้ยินภรรยาสาวพูดแบบนี้ก็ชักมันเขี้ยว ไม่เพียงแต่น้ำเสียง สีหน้าแววตายังแสดงออกถึงการดูถูกอีกด้วย ช่ออัญชันเตรียมตัวจะกลับห้อง หากอีกฝ่ายชักสนุกอยากเล่นด้วย การไม่เจอกันหลายวันทำให้เขาคิดถึงใบหน้างอนง้ำดวงนี้

“เดี๋ยวสิ แล้วไม่อยากรู้เหรอว่าฉันคุยอะไรกับน้องเธอ?” เขายกประเด็นนี้มาล่อ แต่อีกฝ่ายไม่หลงกล

“ไม่ค่ะ เดี๋ยวช่อโทรคุยกับฉัตรเอง” พูดพลางหมุนตัวกลับ อารมณ์นั้นยังหงุดหงิดไม่หาย ตรัยวินท์เห็นท่าจะรั้งไว้ไม่ได้จึงพุ่งไปคว้าเอวบางมารวบไว้เสียเลย

ร่างเล็กตกใจผละหนี แต่ไม่ทัน เห็นแววตากรุ้มกริ่มของสามีแล้วใจหายวาบ พยายามแกะมือและดันตัวออกไม่ยอมให้กอด ภาพเหตุการณ์จากความฝันผุดแทรกเข้ามาในหัวทันที

“อย่าดิ้นน่า เดี๋ยวเล่าให้ฟังก็ได้ว่าคุยอะไรกันบ้าง”

“ไม่ ช่อไม่อยากฟังแล้ว ปล่อยนะ” เธอยังขัดขืนต่อเนื่องไม่ยอมแพ้ หากตรัยวินท์ก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เหมือนกัน

เวลานี้ลำตัวบางแนบสนิทชิดกันจนได้กลิ่นหอมของโลชั่นเฉียดปลายจมูก คนหมั่นไส้หอมฟอดลงที่แก้มขาวอย่างไม่เกรงใจ ก็ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นภรรยาของเขา

ช่ออัญชันตาค้างด้วยความตื่นตะลึง หางตาตวัดมองคนถือวิสาสะอย่างเคืองขุ่น แน่นอนว่าตรัยวินท์ไม่สะทกสะท้าน กลับชอบใจด้วยซ้ำที่แหย่ให้อีกฝ่ายงอนได้สำเร็จ เวลานี้คนมีมาดทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่น ที่บทจะคึกขึ้นมาอะไรก็ทานไม่อยู่

“อยากทำท่าขยะแขยงนักก็ต้องโดนแบบนี้” เขาติ สีหน้าแสดงถึงความมันเขี้ยว ดันร่างเล็กไปที่เตียงแล้วผลักให้นอนลง คนตกใจทำหน้าตื่น พยายามลุกหนีแต่โดนควบคุมตัวไว้ ดูท่าความระแวงจะแล่นขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อเหตุการณ์มันชักจะเหมือนในฝันเข้าทุกที วันนี้เขามาแปลก ช่ออัญชันรีบหาทางเอาตัวรอดด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ

“นี่คุณเมามารึเปล่า ไหนว่าจะอาบน้ำไม่ใช่เหรอ?”

“อืม” เขาตอบสั้นๆ ทั้งที่ริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหน้าเธอแค่คืบ ร่างเล็กไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จึงคิดว่าเขาไม่น่าดื่ม ถ้าอย่างงั้นมันเกิดอะไรขึ้น ว่าแล้วก็ออกแรงดันเต็มที่พร้อมเกร็งขืนไม่ให้อีกฝ่ายโน้มทับลงมา

“ไหนคุณบอกว่าจะเล่าเรื่องฉัตรไง”

“ก็เธอไม่อยากฟัง”

“อยาก อยากค่ะ เล่าสิ ช่อฟังอยู่” เธอโต้ตอบรวดเร็วจนแทบไม่ต้องรอ หน้าเนียนสวยพยายามจะผินหนีเวลาเขาจาบจ้วงลงมา สัมผัสได้ว่าหัวใจเธอเต้นแรงมาก ทั้งเนื้อตัวก็เกร็งแข็งเป็นท่อนไม้

“ฮึๆ ถามจริงเหอะ เคยมีแฟนรึเปล่า ไม่เคยถูกใครกอดจูบมาบ้างรึไง?” ตรัยวินท์สงสัยจากปฏิกิริยาที่แข็งขืนและสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ คนถูกถามหันขวับ ทำหน้าหงิกเหมือนไม่พอใจที่ถูกเขาละลาบละล้วง

“ช่อไม่ได้สำส่อนเหมือนคุณนี่”

“หือ?” ตรัยวินท์ทำตาโต หญิงสาวใช้คำว่าสำส่อนกับเขางั้นหรือ ปากหยักเม้มนิดๆ อย่างคาดโทษ คลายมือออกจากแขนทั้งสองข้างที่พันธนาการไว้

ช่ออัญชันกระเด้งพรวด ลุกนั่งและดันตัวออกห่างจากรัศมีช่วงลำตัวที่เปล่าเปลือย ผ้าขนหนูที่พันกายอยู่ก็หมิ่นเหม่เหมือนจะหลุด ร่งเล้กหายใจหอบถี่อย่างคนสูญเสียพลังงาน แต่อย่างน้อยก็เบาใจที่หลุดพ้นจากคนแรงเยอะมาได้

“ฉันเล่าให้ฟังก็ได้ ฉัตรบอกว่าเสียดายที่ตอนนั้นปฏิเสธฉัน”

“หมายความว่าไงคะ จู่ๆ ทำไมฉัตรถึงพูดแบบนั้น” เธอไม่เชื่อ แต่ตรัยวินท์ก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้โกหก

“ก็หมายความว่าตอนนี้น้องสาวเธอยอมเป็นของฉันแล้วน่ะสิ”

“ไม่นะ คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้”

“ทำไมถึงไม่ได้ อ้อจริงสิ ก็ฉันมีเมียอยู่แล้วนี่นา” เขามองเธอแล้วยิ้มอย่างชอบใจ หากถูกตาดุของอีกฝ่ายสวนกลับมาแทน

“คุณตรัย ช่อจริงจังนะ คุณต้องสัญญาว่าจะไม่แตะต้องฉัตร”

“สัญญาแล้วได้อะไร ไม่เห็นเธอจะให้อะไรฉันตอบแทนสักอย่าง”

“แล้วคุณจะเอาอะไรล่ะ”

“ไม่เห็นต้องถามนี่” เขามองไล่ไปตามเรือนร่างงามอย่างบอกใบ้ หญิงสาวใจกระตุกวาบ รู้สึกหวิวไหวหายใจไม่ทั่วท้อง หากยังคงตั้งสติได้และพยายามงัดชั้นเชิงขึ้นมาสู้

“ช่อจะให้ก็ต่อเมื่อคุณเลิกยุ่งกับฉัตร เลิกอาฆาตพ่อแล้วก็เลิกทำสิ่งที่มันผิดกฎหมาย”

“โห” เจอเงื่อนไขแบบนี้ตรัยวินท์ถึงกับห่อปาก ใบหน้าหล่อเหลาออกอาการเซ็ง แบบนี้เท่ากับต้องเลิกล้มทุกอย่างเพื่อแลกกับเธอเพียงคนเดียว

ช่ออัญชันแสดงให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์ที่ซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว เธอเรียนรู้ที่จะต่อกรอย่างชาญฉลาด เห็นทีสังคมที่เป็นอยู่จะสอนอะไรได้มาก เพราะถ้าเป็นแต่ก่อน ขืนเจอเรื่องแบบนี้เข้าไปถ้าไม่โกรธก็คงต้องอึ้งจนพูดไม่ออก

“นี่คิดจะเล่นเกมแข่งกันรึไง?” เขาบ่น

“ช่วยไม่ได้นี่คะ ในเมื่อคุณอยากเล่นแผลงๆ กับช่อก่อน”

“ร้ายแบบนี้สักวันจะให้นอนซบอกฉันทั้งคืน” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ยิ่งพูดยิ่งมันเขี้ยว เหนืออื่นใดในใจเริ่มปั่นป่วน ท่าภรรยาสาวจะยั่วเอาเขาอยู่ไม่เป็นสุขเสียแล้ว รายนี้จึงตัดสินใจไม่รับข้อเสนอ

ตอนนี้ร่างกายมันอึดอัดคัดแน่นไปหมด ขืนเธออยู่ต่อคงได้กระตุ้นความเป็นชายในกายเขาให้ระอุแน่ ทางที่ดีจึงได้แต่พยักหน้าเรียกเข้ามาใกล้แล้วกระซิบให้พอได้ยิน

“จะบอกอะไรให้มั้ยช่อ ถ้าคืนนี้เธอไม่อยากลำบาก รีบๆ กลับห้องไปซะ ไม่งั้นเธอไม่ได้นอนทั้งคืนแน่” เขาเตือน พอได้ยินดังนั้นช่ออัญชันรีบกระถดหนี ตากลมมองคนเป็นสามีอย่างระแวดระวัง ใจก็นึกขอบคุณที่ชายหนุ่มยังอุตส่าห์บอกกล่าวกันล่วงหน้า

“ความจริงคุณก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ไม่อย่างนั้นคงฆ่าช่อตายไปแล้ว”

“เกิดอยากจะมาสำนึกอะไรกันตอนนี้ล่ะ รีบๆ ไปเถอะ”

“แต่คุณก็น่าจะกลับตัวซะใหม่ ทำไมไม่ทำอะไรให้มันดี อย่างน้อยก็เพื่อคนรอบข้างคุณ หรือว่ารักใครไม่เป็น?”

“แล้วจะมาเทศน์อะไรตอนนี้...เอาเป็นว่าสักวันฉันจะทำให้เธอก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตัดบทด้วยการหันหลังให้ แต่ถ้าหญิงสาวทันคิดสักนิดจะรู้ว่าเขากำลังบอกใบ้อะไรบางอย่าง แต่ที่แน่ๆ ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าเขารักใครไม่เป็น

ช่ออัญชันกลับไม่ได้เฉลียวใจ ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รับปากจะทำตามในสิ่งที่เธอต้องการ ว่าแล้วก็เห็นร่างหนาเลี้ยวเข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวเสียงดัง

เธอเดาว่าวันนี้ชายหนุ่มคงจะอารมณ์ดี พอรู้ว่าฉัตรพระอินทร์หลงใหลก็คงจะระรื่นชื่นใจกระมัง ถ้าเกิดน้องสาวเธอเปลี่ยนเขาให้เป็นคนดีได้ก็คงจะเป็นเรื่องน่ายินดี ถึงตอนนั้นจะไม่กีดกันเลยหากทั้งคู่จะคบกัน

ตอนเดินออกจากห้องในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ถ้าไม่นับรวมถึงความฝันก่อนหน้านี้เขาก็ดูเป็นคนที่มีความยับยั้งชั่งใจพอสมควร นับวันจะยิ่งเห็นถึงความปรานีของชายหนุ่ม แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขากลับตัวกลับใจได้

หน้าสวยเผลอคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ตรัยวินท์ใช่จะดีแต่ทำหน้าเคร่งไปวันๆ หากที่เห็นคงติดนิสัยวางอำนาจสยบคนอื่นมากกว่า

มาตอนนี้จิตใจคล้ายจะเริ่มหวั่นไหวเอนเอียง หากแต่ต้องฝืนความคิดไม่ให้วอกแวกและท่องไว้ว่าชายหนุ่มเป็นบุคคลอันตราย เธอพึงอยู่ให้ไกลจากเขา ตรัยวินท์มองทุกอย่างเป็นแค่เกม สิ่งที่เขาทำอาจเป็นแค่การจ้องจะเอาชนะเธอ

อิทธิพลของตรัยวินท์ไม่ได้มีแค่ในแวดวงธุรกิจเท่านั้น ฉัตรพระอินทร์เองก็กำลังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของชายหนุ่มเช่นกัน หากเป็นอิทธิพลของความเสน่หา ความท้าทายที่ไม่เคยพานพบจากผู้ใด สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตรัยวินท์ไม่เหมือนใคร คือเขาไม่ได้หลงใหลไปกับความสาวหรือความสวยของเธอ ไม่ได้เอาอกเอาใจจนดูออกว่าหวังสิ่งตอบแทนเช่นชายอื่น ตรงกันข้าม ท่าทีสุขุมนิ่งเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น มันทำให้หญิงสาวคิดถึงความรักของพ่อที่ขาดหายไป

ฉัตรพระอินทร์นึกอิจฉาคนเป็นพี่ที่มีโอกาสอยู่ใกล้เขา ทำไมช่ออัญชันต้องโชคดีกว่าเธอทุกเรื่อง งานนี้คนเป็นน้องไม่ยอมแพ้ พยายามทำทุกอย่างเพื่อหาทางพาตัวเองมาใกล้ชิดสนิมสนมกับชายหนุ่ม และเชื่อว่าจะทำให้เขาหลงเสน่ห์เธอได้ไม่ยาก

เวลาอยู่ที่บริษัท ร่างอรชรมักทำตัวให้อยู่ในสายตาของท่านประธานหนุ่ม บางทีก็ส่งภาพการ์ตูนน่ารักไปทักทายเขาทางข้อความ ตรัยวินท์ก็แลจะเอ็นดูเสียจนหลายคนพากันสงสัย หนักกว่านั้นคือบางวันพากันออกไปทานมื้อเที่ยงข้างนอก ขนาดคนเป็นพี่เห็นแล้วยังหนักใจ ทำหน้าไม่ถูกเวลามีคนเข้ามาถามหรือมองอย่างแปลกๆ อย่างเช่นวันนี้ที่แม้แต่นวรัตน์ก็อดพูดถึงไม่ได้

“พี่ว่าน้องฉัตรนี่ท่าจะไม่ได้ปลื้มท่านประธานแบบเด็กๆ อย่างที่น้องช่อว่าซะละมั้ง” รุ่นพี่ธุรการสาวตั้งข้อสงสัย ฝ่ายพี่สาวได้แต่ยิ้มหน้าแห้ง ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะแก้ตัวให้อีกฝ่ายยังไงเหมือนกัน

“ช่อก็เคยเตือนแล้วนะพี่นาว แต่ฉัตรดื้อ” หญิงสาวถอนใจ จะออกตัวให้อย่างแต่ก่อนก็คงไม่มีใครเชื่อในเมื่อหลักฐานมันเห็นชัดตำตา อีกทั้งพนักงานครึ่งค่อนบริษัทต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันขรม แล้วยิ่งเธอต้องทำงานกับลีรดาด้วย ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าสองคนนั้นเปิดศึกกันขึ้นมาจะทำอย่างไร นึกแล้วก็เคืองตรัยวินท์ ใจคอจะทำให้พี่น้องต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องผู้ชายหรือไง

“ฉัตร พี่ขอคุยด้วยหน่อย ตอนนี้ทั้งออฟฟิศลือกันให้แซดแล้วนะ ฉัตรไม่ห่วงชื่อเสียงตัวเองเลยรึไง?” ช่ออัญชันดักรอน้องสาวหน้าห้องน้ำ จังหวะนั้นกำลังปลอดคน พอเข้าไปเห็นร่างอรชรยืนเติมแป้งอยู่หน้ากระจก หันมองนิดหน่อยแล้วทำไม่สนใจ ทำเหมือนเสียงเตือนของพี่สาวเป็นเสียงลมพัดผ่าน

“พี่พูดฉัตรไม่ได้ยินรึไง?”

“ได้ยิน พี่ก็พูดไปสิ ฉัตรก็ฟังอยู่”

“ฟังแล้วคิดตามด้วย ไม่ใช่ฟังเฉยๆ”

“เอ๊ะ! พี่ช่อนี่จะอะไรนักหนา เริ่มมายุ่งเรื่องของฉัตรอีกแล้วนะ…ทำไม ฉัตรกับคุณตรัยจะคบหากันมันแปลกนักเหรอ?”

คนเป็นพี่เบิกตากว้าง มองหน้าน้องสาวที่ออกปากรับคำอย่างหน้าตาเฉย ตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่ง แต่พอเห็นแบบนี้แล้วเห็นทีจะไม่ห่วงไม่ได้

“นี่ฉัตรยังเรียนไม่จบเลยนะ”

“แล้วยังไง ปีหน้าก็จบอยู่ดี นี่ฉัตรเริ่มสงสัยแล้วนะว่าพี่ช่อห่วงอะไร ห่วงฉัตรหรือหวงคุณตรัยกันแน่ ฉัตรยังไม่เคยยุ่งเรื่องของพี่เลยนะ ทั้งที่พี่อยู่บ้านเดียวกับเขาฉัตรยังไม่โวยวายสักคำ เคยมั้ยที่จะเอาไปป่าวประกาศให้ชาวโลกรับรู้” เธอประชดพลางปัดบรัชออนสีพีชลงบนแก้มเนียนใส ช่ออัญชันถึงรีบปรี่มาประชิดตัว ทำตาเขม็งให้รู้ว่าอย่าเสียงดัง

“ฉัตร ระวังคำพูดหน่อยสิ”

“กลัวอะไรล่ะ ไม่มีใครอยู่หรอก” เจ้าตัวมั่นใจ หันหน้าเข้าหากระจกแล้วปัดแก้มต่อไปจนสองข้างสีเท่ากัน คนเป็นพี่ได้แต่ยืนนิ่งเงียบ หางตาเหมือนเห็นบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหวหน้าประตู สายตาที่มองลอดช่องระแนงเห็นขาและรองเท้ารัดส้นสีแดงแปร๊ด ร่างเล็กใจหายวาบ นั่นมันรองเท้าของลีรดา เธอจำได้ดี

ช่ออัญชันรีบเดินออกไปแต่ปรากฏว่าไม่พบ ทางเดินว่างเปล่าตลอดทางระหว่างลิฟต์สองฝั่ง เห็นทีงานนี้คงแย่แน่ ถ้าลีรดารู้ว่าเธออยู่บ้านเดียวกับตรัยวินท์ จากที่เคยเสวนาด้วยจะพาลเป็นเกลียดขี้หน้า

เวลานั้นใจเต้นระส่ำระส่าย เดินเข้ามาที่โต๊ะแต่ไม่พบรุ่นพี่เลขา คนวิตกจริตได้แต่นั่งระงับสติอารมณ์ ใช้นิ้วหัวแม่มือสองข้างถูกันไปมาอย่างครุ่นคิด

แท้จริงแล้วลีรดายืนหลบมุมอยู่ข้างหลังเสาสี่เหลี่ยมต้นใหญ่ คล้อยหลังช่ออัญชันก็เดินออกไปเข้าห้องน้ำ ตั้งใจเปิดประตูไปล้างมือที่อ่างข้างๆ ที่ซึ่งมีเด็กฝึกงานอย่างฉัตรพระอินทร์ยืนเติมหน้าอยู่ รุ่นน้องเขยิบให้ตามมารยาท ด้านเลขาสาวแสร้งยิ้มให้ด้วยสายตาเหยียดหยัน

“มาเข้าห้องน้ำไกลถึงชั้นบนเลยนะคะ เอ หรือว่ามาดักรอใคร ชั้นนี้ก็มีแต่ผู้บริหารนะ หรือว่าท่านประธาน” ลีรดาเปิดประเด็นทันที ฉัตรพระอินทร์เดาออกแต่แรกแล้วว่ารายนี้คงไม่ได้หมายจะมาล้างมืออย่างเดียว ไม่งั้นคงไม่จงใจมายืนข้างๆ

“อ่อ ถ้าเป็นรายนั้นไม่ต้องดักหรอกค่ะ คุณตรัยกับฉัตรก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยอยู่แล้ว ดูสิคะ ขนาดตอนเที่ยงยังออกไปหาอะไรทานด้วยกันเลย” คนเด็กกว่าลอยหน้าลอยตาตอบ ครั้นเติมหน้าเสร็จก็เก็บเครื่องสำอางลงกระเป๋าใบเล็กสีครีม

เบื้องหลังแววตาเยาะเย้ยของฉัตรพระอินทร์คือความสะใจ ลีรดาถลึงตาใส่แทนการโต้ตอบ หยั่งเชิงความร้ายกาจของรุ่นน้องว่าอยู่ในระดับไหน เล็บยาวนึกอยากจะข่วนหน้าสวยให้เลือดซิบ ทักษะความร้ายลึกของแม่นี่ทำให้ช่ออัญชันที่เป็นพี่สาวดูอ่อนด้อยลงไปถนัดตา เห็นทียัยเด็กนี่คงจ้องจะเกาะติดตรัยวินท์แน่นเป็นเห็บหมัด

“พี่ก็พอเข้าใจนะคะ คุณตรัยคงอยากลองอะไรแปลกๆ แต่อีกเดี๋ยวก็คงเบื่อ พี่น่ะรู้ดี เพราะกับพี่เขาก็ชอบพาออกไปทานข้างนอกอยู่บ่อยๆ จนพี่น่ะรู้หมดว่ารายนั้นเขาชอบรสชาติแบบไหน” ลีรดายิ้มเยาะอย่างเอาคืน

“แต่มันก็ไม่แน่หรอกนะคะพี่ลี รสชาติเก่าๆ บางทีก็น่าเบื่อ มันจะไปสู้รสชาติแปลกใหม่ได้ยังไง...จริงมั้ยคะ?” พูดพลางยักไหล่อย่างจะยั่ว เห็นแล้วว่าลีรดากำมือแน่น ปากแดงจัดจ้านเหยียดเม้มขนานกัน

บังเอิญแม่บ้านที่ทำความสะอาดเปิดประตูเข้ามาพอดี เลขาสาวจึงได้แต่ยืนมองคู่กรณีเดินเชิดหน้าออกไปอย่างเข่นเขี้ยว

“หนอยนังเด็กเปรต! ระวังไว้เถอะแก” หน้าสวยกัดฟันพูด หมายหัวไว้ตั้งแต่วินาทีนี้เลย แววตาร้ายกาจตวัดมองจนแทบจะพลิกกลับไปอีกด้าน

ลับหลังผู้คนที่ผ่านไปมา ลีรดาสั่นสะท้านอยู่ในอก แต่ต้องเก็บซ่อนความเกรี้ยวกราดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เฉิดฉาย ลำพังแค่เด็กเมื่อวานซืนอย่างนังเด็กฉัตรพระอินทร์นั่นยังพอทำเนา แต่นี่ยังมีเรื่องยัยช่ออัญชันพี่สาวโผล่มาอีก

จริงหรือที่แม่นั่นอยู่ร่วมชายคาเดียวกับตรัยวินท์ เพราะแบบนี้รึเปล่าเขาถึงไม่เคยพาหล่อนไปที่บ้าน แสดงว่าชายชาญก็แค่ตัวหลอกที่รับหน้าที่ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย สองพี่น้องมหาภัยนี่กำลังจะทำให้บัลลังก์รักของหล่อนต้องล่มสลาย แล้วแบบนี้ใครหรือจะนิ่งเฉยได้

เย็นวันนั้นลีรดาตามท่านประธานออกมาพบลูกค้านอกสถานที่ หลังเซ็นสัญญากันแล้วทั้งหมดก็อยู่ทานอาหารค่ำร่วมกัน เลขาสาวจัดแจงเป็นธุระเรื่องร้านจนกระทั่งจบสิ้นภารกิจ ประมาณทุ่มเศษก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

วันนี้ตรัยวินท์ขับรถเอง ขากลับจึงแวะส่งลีรดาที่คอนโดเช่นทุกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ถูกรบเร้าให้ขึ้นห้องเพราะร่างระหงรอโอกาสที่จะถามถึงเรื่องค้างคาใจ

“คุณตรัยคะ ช่ออยู่บ้านเดียวกับคุณใช่มั้ย?”

ทันที่ที่เลขาสาวเปิดปาก ท่านประธานหนุ่มก็นิ่งไปสักพัก ตรัยวินท์ไม่รู้ว่าหล่อนทราบได้ยังไง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยอมรับอย่างไม่คิดจะปกปิด

“ใช่” เขาสังเกตว่าคนข้างๆ หันมาเกือบทั้งตัว ลีรดาสีหน้าแววตาโกรธขึ้ง แต่ต้องเก็บงำความเกรี้ยวกราดเอาไว้

“คุณกับช่อมีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่คะ แล้วยังจะยัยเด็กฉัตรนั่นอีก ลีเห็นนะว่าคุณจับตามองสองพี่น้องนั่นตลอด”

“แล้วคุณมาจับตาดูผมทำไม ผมมีสิทธิ์จะยุ่งวุ่นวายกับใครก็ได้ คุณไม่มีสิทธ์มาหึงหวงผมนะ” น้ำเสียงเขาเด็ดขาด

“แต่ลีเป็นเมียคุณ ทำไมลีจะหึงไม่ได้ ก็ในเมื่ออีเด็กบ้านั่นมันพยายามจะให้ท่าคุณ ลีจะอยู่นิ่งๆ ได้ยังไง”

“แต่ผมเคยบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำอะไรที่ผมไม่ชอบ ทั้งเรื่องแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมทั้งที่มันไม่ใช่”

“แต่ลีเป็นเมียคุณนะ!” รายนี้ย้ำแล้วย้ำอีก ตรัยวินท์ถึงทำเสียงเข้ม หันมองหน้าคนทวงสิทธิ์ด้วยสายตากำราบ

“เรื่องของเราผมจะไม่ขอพูดอะไรอีก ถ้ายังอยากทำงานด้วยกันอย่าทำให้ผมหมดความอดทน คุณน่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คุณรู้จักผมดี คุณก็รู้ว่าผมเอาจริง”

“นี่คุณขู่ลีเหรอ แสดงว่าคุณจ้องพวกมันอยู่จริงๆ ด้วย นังสองพี่น้องนั่นมีอะไรดีคะ?”

“มันไม่ใช่เรื่องของคุณ...ผมส่งคุณแค่นี้นะ” ตรัยวินท์พูดเสียงนิ่ง แววตาเยือกเย็นจนอีกฝ่ายไม่กล้าแสดงท่าทีกระด้างกระเดื่อง

เจ้าของใบหน้าคมเข้มมองตรงไปข้างหน้า สายตาแน่วนิ่งจริงจัง ลีรดาได้แต่กำมือแน่นและเม้มปากด้วยอาการโกรธ ในใจคิดว่าตรัยวินท์คงต้องได้กับสองพี่น้องนั่นแล้วแน่ๆ ถึงได้กล้าผลักไสเธอเช่นนี้ มือเรียวผลักประตูรถและคว้ากระเป๋าขึ้นสะพายอย่างเคืองขุ่น เสียงปิดประตูดังปังจนรถคันที่ว่าถึงกับสะเทือน

“คอยดูลีบ้างละกัน” สายตามุ่งมาดเอาเรื่อง ประกาศกับตัวเองในขณะที่รถของตรัยวินท์มุ่งหน้าออกไปแล้วว่าจะต้องเขี่ยสองพี่น้องนั่นไปให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะเลขา แต่ในฐานะเมียที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาช่วงชิงสามี

ด้านฉัตรพระอินทร์หลุดจามออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ กำลังหาข้ออ้างปฏิเสธเมื่ออาเขตโทรนัดทานข้าว เมื่อวานเขาบอกว่าอยู่แถวคอนโดเธอ และคงจะพักในกรุงเทพฯ อีกหลายวัน จึงอยากหาเวลามาเจอหน้าหญิงสาว แต่รายนี้อึดอัดไม่อยากจะพบหน้า ครั้นจะตัดรอนตรงๆ ก็เกรงใจคนเป็นแม่ ด้านนั้นเล่นเชียร์จนออกนอกหน้า หญิงสาวจึงต้องหาวิธีที่ละมุนละม่อม กระทั่งสุดท้ายก็คิดตกว่าจะทำยังไง แผนการนี้นอกจากจะถูกต้องแล้วยังถูกใจคนเป็นแม่แน่ ก็ในเมื่อนางอยากได้อาเขตเป็นลูกเขยนักหนา

สุดท้ายฉัตรพระอินทร์ก็ต้องยอมมาง้อพี่สาว รุ่งขึ้นจัดแจงซื้อแซนวิสแฮมใส่กล่องมานั่งรอแต่เช้าตรู่ ตอนนั้นลีรดายังมาไม่ถึง มีแต่ตรัยวินท์นั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องที่เปิดประตูอ้า ร่างอรชรเดินไปทักทายแล้ววกกลับมาหาคนเป็นพี่ที่โต๊ะ

“พี่ช่อ กินอะไรมารึยัง นี่ฉัตรซื้อมาฝาก ชิมสิ อร่อยนะ” พูดพลางเอามือเลื่อนกล่องแซนวิสมาใกล้ๆ คนเป็นพี่แหงนมองอย่างสงสัย ฉัตรพระอินทร์แค่นยิ้ม ทำหน้าใสซื่อว่าหล่อนตั้งใจซื้อมาฝากจริงๆ

“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะฉัตร” เจ้าตัวตัดบท แกล้งทำหน้านิ่งหยั่งเชิง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องสาวใช้วิธีการแบบนี้ คนถูกจับได้ยิ้มเขิน ส่งสายตาเว้าวอนเหมือนตอนเป็นเด็ก ขนาดตรัยวินท์เห็นแล้วยังอมยิ้ม

“พี่ช่อโกรธฉัตรเหรอ?”

“อืม” รายนี้ยอมรับซึ่งๆ หน้า ทำเสียงตึงพอให้รู้ว่ายังเคืองอยู่ คนเป็นน้องทำปากยื่นอย่างสำนึก

“แหม ฉัตรขอโทษ พี่ช่อเลิกโกรธเหอะ นะ” คนน้องเซ้าซี้เสียงอ้อน แต่ช่ออัญชันก็ยังนิ่ง

“นี่ๆ กินสิ ร้านนี้อร่อยมากเลยนะ ฉัตรอุตส่าห์ไปเข้าแถวรอคิวแต่เช้า” คนคะยั้นคะยอเอานิ้วดันกล่องขนมเข้าไปใกล้มือพี่สาวอีกนิด พร้อมกำชับเสียงอ่อยว่า ‘กินสิๆ’ เหมือนเด็กช่างอ้อน

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวโดนวางยา” ช่ออัญชันทำเบือนหน้าหนี นึกอยากยิ้มก็อยาก แต่พยายามสะกดกลั้นไว้ ความจริงไม่ได้โกรธแล้วแค่อยากดูทีท่าว่าน้องสาวจะทำอย่างไรต่อ

“แหมพี่ช่ออ่ะ” ฉัตรพระอินทร์ทำเสียงกระเง้ากระงอด มองตาปริบๆ ตอนเห็นคนเป็นพี่ชำเลืองมา

ช่ออัญชันหันไปสบตาตรัยวินท์ซึ่งเขาก็เห็นเหตุการณ์ด้วย รายนั้นเผยยิ้มนิดๆ อย่างชอบใจ รอดูว่าฉัตรพระอินทร์จะทำยังไงต่อ ชายหนุ่มนั่งดื่มกาแฟไปเงียบๆ กระทั้งได้ยินเสียงช่ออัญชันเอ่ยขึ้น

“ตกลงมีอะไรกันแน่ฉัตร?” สุดท้ายก็ต้องยอมยกโทษให้ ฉัตรพระอินทร์ยิ้มกว้าง เพราะรู้ว่าอย่างไรเสียพี่สาวก็ต้องใจอ่อนเหมือนทุกครั้ง เห็นคนเป็นพี่หายโกรธก็เกริ่นเข้าเรื่องอย่างไม่รอช้า

“หลังเลิกงานฉัตรอยากชวนพี่ช่อไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อย พอดีพี่เขตเขาชวน แต่ฉัตรอยากให้พี่ช่อไปด้วยจะได้มีข้ออ้างรีบกลับ พี่จำเขาได้ใช่มั้ย อดีตส.ส. อาเขตน่ะ ที่ฉัตรเคยเล่าให้ฟังว่าแม่อยากได้เขาเป็นลูกเขยน่ะ ฉัตรรู้นะว่าพี่เขตเขาก็ไม่ได้อะไรหรอก แต่คงเกรงใจแม่ ก็แม่น่ะยุจัง” ฉัตรพระอินทร์ทำเสียงเล็กเสียงน้อย ตอนเล่าให้ฟังก็ทำสีหน้าเบื่อหน่ายไปด้วย คนเป็นพี่ก็พอจะเข้าใจความรู้สึกจึงไม่อยากแสดงความคิดเห็น

ฉัตรพระอินทร์บอกว่าเธอพยายามจะหาโอกาสพูดคุยกับอาเขตเพื่อยุติเรื่องนี้ เพราะคิดว่ารายนั้นก็คงจะอึดอัดเหมือนกัน ช่ออัญชันเห็นด้วย ว่าถ้าไม่ชอบก็ควรจะเปิดใจพูดกันตรงๆ แล้วช่วยกันคิดหาทางว่าจะบอกผู้ใหญ่ยังไง

“งั้นตกลงเย็นนี้พี่ไปกับฉัตรนะ” คนเสียงใสรีบรวบรัดตัดความ หน้าสวยแลมีความหวังฉาบบนสีหน้า หากคนเป็นพี่ยังทำเป็นเล่นแง่ ต่อรองว่าถ้าอาทิตย์หน้าน้องสาวยอมไปกับตน เธอก็จะยอมไปเป็นเพื่อนในเย็นวันนี้

“พ่อน่ะอยากเจอฉัตรนะ เอาไง ถ้าครั้งนี้พี่ไปเป็นเพื่อนฉัตร อาทิตย์หน้าฉัตรต้องไปหาพ่อกับพี่” เจ้าตัวยื่นข้อเสนอ ฉัตรพระอินทร์เม้มปากบางรูปกระจับอย่างเกี่ยงงอน แต่สุดท้ายก็ยอมตกลง

คนเป็นพี่ยิ้มพราย พอจะตกลงกันได้ลีรดาก็มาพอดี ซึ่งพอเห็นสองพี่สองสุมหัวกันอยู่หน้าห้องท่านประธาน เลขาสาวก็ออกอาการไม่พอใจ ตาขวางใส่โดยเฉพาะกับฉัตรพระอินทร์ที่จ้องตอบด้วยสีหน้าไม่กลัวเกรง ดีที่ตรัยวินท์อยู่จึงไม่มีใครกล้าแสดงคำพูดหรือกิริยาอาการอะไรออกมา

ถึงตอนนั้นชายหนุ่มลุกออกมาจากโต๊ะ ที่หน้าห้องของเขา ทั้งลีรดาและฉัตรพระอินทร์กำลังจ้องกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จะมีก็แต่ช่ออัญชันที่นั่งทำหน้าระอิดระอามองสองฝ่ายเข่นเขี้ยวกัน เมื่อคนเป็นน้องเดินไปแล้วพี่สาวก็ลุกตาม

ช่ออัญชันแค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นจึงหาเรื่องเดินไปชงโอวัลตินในห้องครัว แต่ปรากฏว่าพอหันมากลับพบตรัยวินท์ยืนพิงอยู่ตรงกรอบประตู ด้วยความที่เคืองอยู่แล้วจึงเผลอโพล่งออกมาอย่างลืมตัว

“สนุกมั้ยคะ ผู้หญิงสองคนต้องมาเขม่นกันเพราะคุณ” ร่างเล็กตวัดหางตาใส่ แต่แทนที่เขาจะสำนึก ชายหนุ่มกลับแหย่เธอกลับ

“แต่เธอก็ยังนิ่งนี่”

“ก็ช่อไม่รู้จะแย่งไปทำไมนี่คะ ไม่เห็นอยากจะได้เลย” พูดจบก็แทรกตัวออก แต่คนยืนขวางไม่หลบให้ไป กระทั่งคนตัวเล็กต้องออกแรงผลักเบาๆ อีกฝ่ายถึงยอมหลีกทาง

ตรัยวินท์มองตามคนได้ชื่อว่าเป็นภรรยาแล้วยิ้มชอบใจ รายนั้นก้าวฉับๆ ไม่เหลียวมาสนใจเขาเลย และหลังจากร่างเล็กเดินกลับไปที่โต๊ะ ท่านประธานหนุ่มก็ออกไปบริเวณสวนด้านนอกแล้วต่อสายหาชายชาญที่กำลังปฏิบัติงานให้เขา

ตอนแรกที่ได้ยินสองพี่น้องเอ่ยถึงชื่ออาเขต ตรัยวินท์หูผึ่งจนต้องวางแก้วกาแฟลง ไม่คิดเลยว่ารายนั้นจะดมกลิ่นมาจนเจอ แถมยังเข้าใกล้เขาชนิดแทบจะเหยียบปลายจมูก ป่านนี้รองนายกอบจ. หนุ่มคงพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สองสาวกำลังจะออกไปพบกับเขาในเย็นวันนี้

ความคิดเห็น