สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 44 อาการมันฟ้อง

ชื่อตอน : บทที่ 44 อาการมันฟ้อง

คำค้น : นางร้าย facety girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2559 00:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 44 อาการมันฟ้อง
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

กินเก่งจังเลยเมียใครเนี่ย # หมอวินเลี้ยงเมียได้เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 44 อาการมันฟ้อง

 

 

 

 

            คุณหมอวินพาฉันมาลองชุดแต่งงานอีกรอบก่อนที่ทางร้านจะส่งมาให้ในวันมะรืน โชคดีที่ช่างตัดเสื้อเผื่อเอวไว้ให้แล้วทำให้ฉันยังใส่ได้หมดทุกชุด ตื่นเต้นเหมือนกันนะอีกแค่อาทิตย์เดียวฉันก็จะแต่งงานแล้ว

            “คิดอะไรอยู่ครับ?” หลังจากลองชุดเสร็จคุณหมอวินก็พาฉันมาช้อปปิ้งในห้างหรูใจกลางเมือง แต่ฉันได้แต่เดินไปเดินมาให้คนแอบถ่ายรูปกัน ไม่รู้จะซื้ออะไรเพราะมีแต่ของแพงๆทั้งนั้น แล้วอีกอย่างฉันก็มัวแต่คิดเรื่องอื่นอยู่ด้วย

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ฉันปฏิเสธเขาไป

            “ไม่อยากได้อะไรจริงๆหรอครับ” เขาอยากให้ของขวัญแต่งงานกับฉัน แต่ฉันมีหมดแล้วนี่นาของจำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นก็ไม่อยากได้

            “ที่นี่มันแพงไปค่ะ”

            “อย่ามองค่าเงินสิครับ ให้มองความตั้งใจของผม”

            “เลี้ยงของอร่อยเมก็พอค่ะ” เห็นแก่กินอีกแล้วไง ทั้งที่เพิ่งกินข้าวกลางวันมาเมื่อกี้

            “คนอื่นเขาต้องเข้าคอร์สเจ้าสาวกันก่อนแต่งงานเป็นเดือน แต่ดูเมียผมสิ..ถ่ายละครจนอาทิตย์สุดท้ายที่จะแต่งงาน” คุณหมอวินยังบ่นฉันต่อขณะที่เราพากันมากินของหวาน เหลือแค่วันเดียวฉันก็จะถ่ายฉากของตัวเองหมดแล้ว ส่วนงานเลี้ยงปิดกล้องจะมีหลังจากงานแต่งงานฉันไปอีกสองถึงสามอาทิตย์ เพราะฉากของพระเอกนางเอกยังถ่ายกันไม่จบ

            “พี่วินจะบอกว่าเมสวยไม่พอที่จะเป็นเจ้าสาวใช่มั้ยคะ เลยต้องไปเสริมเติมแต่งบำรุงอะไรแบบนั้นอีก” ฉันย่นหน้าใส่เขาอย่างงอนๆ

            “เปล่าครับ คุณเมของผมสวยที่สุดแล้ว ไม่งอนนะ” คุณหมอวินตักสตรอเบอร์รี่ลูกโตบนขนมเค้กส่งให้ฉันถึงปาก แล้วใครจะปฏิเสธหล่ะ?

            “พี่วินไม่กินหรอคะ ป้อนแต่เมคนเดียวเลย”

            “ผมอยากกินอย่างอื่นมากกว่า” ว่าแล้วเขาก็ยกมือขอเมนูมาสั่งของตัวเองบ้าง

            “น้ำมะนาวแก้วหนึ่งครับ ขอเปรี้ยวหน่อยนะครับ”

            “ปกติไม่เห็นกินเปรี้ยวเลยนี่คะ” ฉันมองหน้าคุณหมอวินอย่างสงสัย

            “ผมขมคอแปลกๆครับ กินเปรี้ยวๆแล้วจะดีขึ้น”

            “พี่วินติดหวัดเมแน่เลย ขอโทษนะคะไม่น่าอ้อนมากเลย”

            “ไม่ได้เป็นหวัดหรอกครับ สบายมากแค่นี้”

            “เค้กอร่อยมากเลย เมขอซื้อกลับบ้านด้วยได้มั้ยคะ?” ฉันกินเค้กสามชิ้นบนโต๊ะหมดแล้ว แต่กระเพาะยังเรียกร้องขอเพิ่มอยู่เลย ครั้นจะสั่งมากินต่อเลยก็กลัวจะใส่ชุดเจ้าสาวไม่เข้า เลยต้องเว้นช่วงให้สองชิ้นแรกเผาผลาญออกไปบ้างก่อน

            “ได้สิครับ กินเก่งจังเลยเมียใครเนี่ย”

            “เมียหมอฟันที่หล่อที่สุดในประเทศค่ะ รู้จักมั้ยคะ?” กระเซ้ามาต้องกระแซะกลับ

            “ต้องเป็นหมอกวินท์แน่เลย ผมยังไม่เห็นคนอื่นหล่อสู้เขาได้จริงๆ” หลงตัวเองก็เป็นด้วย ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยเดินไปสั่งเค้กกลับบ้านอีกสี่ชิ้น ไม่ได้มากไปใช่มั้ย..

           

            “เย็นนี้พี่วินจะทำอะไรให้เมกินคะ?” ฉันถามเขาในขณะที่เรากำลังขับรถกลับบ้านกัน เบาะหลังเต็มไปด้วยขนมหวาน นม ขนมปัง คุกกี้และอาหารสดที่แทบจะยกมาทั้งซุปเปอร์ บนตักฉันก็เป็นกล่องแยมโรลที่เพิ่งกินหมดไป

            “อย่าบอกนะครับว่าหิวอีกแล้ว?” คุณหมอวินหันมามองฉันอย่างอึ้งๆ

            “เมพยายามแล้ว แต่มันหิวจริงๆค่ะ”

            “เมื่อก่อนว่ากินเก่งแล้ว เทียบไม่ได้กับตอนนี้จริงๆ”

            “ก็เมเพิ่งฟื้นไข้นี่คะ ร่างกายต้องการพลังงานเอาไปซ่อมแซมส่วนที่โดนเชื้อโรคทำลาย พลังงานก็ต้องมาจากอาหาร เพราะฉะนั้นเมก็เลยหิว” ตรรกะฉันสุดยอดและมีเหตุผลเอามากๆ ไม่เสียแรงที่ตั้งใจเรียนตอนเด็กๆ

            “ต้องใช้พลังงานเยอะน่าดูเลยเนอะ” คุณหมอวินหัวเราะน้อยๆก่อนจะหยิบแก้วน้ำมะนาวขึ้นมาดูดราวกับน้ำเปล่า เห็นแล้วเปรี้ยวแทน

            “พี่วินยังไม่หายขมคออีกหรอ ไปหาหมอตรวจหน่อยมั้ยคะ?”

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมีแรงเข้าหอเหลือเฟือแน่นอน” ฉันห่วงสุขภาพนะไม่ใช่ความหื่น เพราะถ้าเป็นเรื่องนั้นมีแต่ขอให้เพลาๆลงบ้างเหอะ

            “หื่นได้ขนาดนี้ เมไม่ห่วงแล้วค่ะ”

            “วันนี้แม่ไปงาน เหลือเราสองคน เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างมั้ย?”

            “ยังไงหรอคะ?”

            “ลองที่ใหม่ๆ ตื่นเต้นๆกันมั้ย?” สายตาไม่น่าไว้ใจจริงเชียว

            “พี่วินพูดถึงเรื่องอะไรคะ?”

            “เรื่องมื้อเย็นไงครับ ไปกินกันริมสระหรือในสวนแบบนี้ไง” สาบานว่าคิดเรื่องนี้จริงๆ

            “สั่งพิซซ่ามากินได้มั้ยคะ อยู่ๆก็อยากกินพิซซ่า ปีกไก่ สปาเกตตี้ แต่ว่าสปาเกตตี้ที่ใส่ฟรอยด์มาส่งชอบไม่อร่อย” อยากกินแต่ยังมีความเรื่องมากได้อีก

            “งั้นสั่งมาแต่พิซซ่าสิครับ เดี๋ยวผมทำสปาเกตตี้กับปีกไก่บาบีคิวให้เอง” จริงด้วยสินะ มีสามีเป็นพ่อครัวมันดีอย่างนี้นี่เอง

            “พี่วินน่ารักจังเลยค่ะ” ฉันเอนหัวไปซบไหล่เขาไว้ มือก็ลูบพุงน้อยๆของตัวเอง

            “น่ารักก็ต้องรักมากๆ รักผมคนเดียวนะ”

            “อยู่แล้วแหละค่ะ” ฉันยิ้มอย่างมีความสุข คุณหมอวินเองก็เช่นกัน

           

            พอกลับถึงบ้านคุณหมอวินก็สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมโต๊ะที่ริมสระว่ายน้ำ ตัวเขาเข้าครัวเพื่อทำสปาเกตตี้ให้ฉัน ส่วนฉันก็มีหน้าที่หลักเลยคือโทรสั่งพิซซ่า..

            ระหว่างรออาหารฉันก็จัดการของขนมของหวานที่ซื้อมาลองท้องไปก่อน ทำไมเดี๋ยวนี้ฉันกินเก่งและติดขนมหวานเอามากๆ ลางอ้วนมาเยือนแล้วสินะ

            “คุณเมคะ พิซซ่ามาส่งแล้วค่ะ” สาวใช้สองคนช่วยกันหิ้วถุงพิซซ่าเข้ามา แหม ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งนี่นะ ฉันก็เลยซื้อสามแถมสามไปเลย เลือกไม่ถูกว่าจะเอาหน้าอะไรดี อยากกินหลายหน้าจัด แต่ฉันไม่ได้กินคนเดียวสักหน่อย ตั้งใจจะแบ่งทุกคนในบ้านอยู่แล้ว

            “วางเลยค่ะ แล้วก็ให้ทุกคนมาหยิบด้วยค่ะคนละสองชิ้น”

            “เอ่อ จะดีหรอคะ?”

            “ดีค่ะ วันนี้เมเลี้ยงพิซซ่าทุกคนค่ะ” สาวใช้ยังคงกล้าๆกลัวๆอยู่ ฉันเลยต้องเปิดกล่องพิซซ่าออกให้ดูทั้งหกถาด

            “พี่ๆคิดว่าเมจะกินกับพี่วินกันสองคนหมดหรอคะ มาช่วยกินหน่อยเร็ว ถ้าไม่มาหยิบกันเมจะจับป้อนทุกคนจริงๆนะ” เมื่อเจอคำขู่ของฉันเข้าไป สาวใช้คนสวนและคนขับรถทุกคนในบ้านเลยต้องมาต่อแถวรับพิซซ่ากันราวกับเด็กซื้อข้าวในโรงอาหาร

            คุณนมน้อมเป็นคนสุดท้ายที่เดินมาพร้อมกับสุดที่รักของฉัน ในมือของทั้งสองคนมีสปาเกตตี้และปีกไก่ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนอยู่

            “วางเลยค่ะ” ฉันวางคุกกี้ในมือลง หมดเวลาของว่าง ตอนนี้ฉันต้องการของหนักและอร่อย

            “คุณเมทานเก่งจริงๆหรอคะ ตัวเล็กนิดเดียวนมไม่อยากจะเชื่อเลย” สงสัยคุณหนูของนมต้องไปนินทาฉันให้ฟังมาแน่เลย

            “ก็คุณหนูของนมทำอาหารอร่อยนี่คะ เมื่อก่อนเมก็ไม่ได้กินเก่งขนาดนี้หรอกค่ะ ดูสิคะเริ่มมีพุงแล้วด้วย กางเกงก็ใส่ไม่ได้”

            “ดีแล้วค่ะ ทานเยอะๆจะได้แข็งแรงและมีคุณหนูน้อยไวๆ” ง่า เรื่องนี้อีกแล้ว

            “นมน้อมมากินด้วยกันสิคะ ช่วยเมอ้วนหน่อย ไม่อย่างนั้นต้องอ้วนคนเดียวแน่เลย” ฉันดึงคุณนมให้นั่งลงด้วยกัน

            “เชิญคุณเมกับคุณหนูเลยค่ะ นมทานมาแล้ว”

            “คุณหนูของนมก็ไม่ช่วยเมกินหรอก นั่นไง กินน้ำมะนาวอีกแล้ว เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะหรอกค่ะ ข้าวไม่ยอมกิน กินแต่กรดเปรี้ยวๆ” ได้ทีฟ้องคุณนมซะเลย

            “คุณหนูเป็นอะไรคะ ปกติไม่เห็นทานเปรี้ยว เมื่อกี้ก็แย่งมะม่วงน้ำปลาหวานในครัวเกลี้ยงเลย”

            “ไม่รู้เหมือนกันครับ แค่อยากกินเฉยๆ” คุณนมมองฉันทีมองคุณหมอวินที

            “ไม่มีใครกินพิซซ่าเลยใช่มั้ยคะ ที่เหลือทั้งหมดนี้ก็ต้องเป็นฝีมือเมสินะ” ฉันเลื่อนจานสปาเกตตี้คาโบลาน่าที่หมดแล้วออกไปไกลๆ แล้วเทซอสใส่พิซซ่าทีละชิ้น

            “นมเตรียมยาแก้ปวดท้อง แล้วก็ท้องอืดไว้ให้หน่อยนะครับ สงสัยว่าเดี๋ยวต้องมีคนบ่นปวดท้องแน่ๆ” คุณหมอวินจ้องมายังฉันที่เคี้ยวพิซซ่าตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันนั่งกินพิซซ่าไปเรื่อยๆโดยไม่ได้นับจำนวนชิ้น แต่มันคงมากกว่าทุกสถิติที่ฉันเคยกินมาแน่ เศษกระดูกไก่อีกสิบกว่าชิ้นกองอยู่ข้างตัว

            “แน่นท้องมากเลยค่ะ” ฉันเริ่มลูบท้องตัวเองพร้อมกับส่งยิ้มแหยๆให้เขา ตอนกินอร่อยปาก แต่ตอนนี้เริ่มลำบากท้องแล้วไง

            “ปวดท้องมั้ยครับ?”

            “นิดหน่อยค่ะ” คุณหมอวินยื่นยาพร้อมกับน้ำเปล่ามาให้

            “ขอบคุณพี่วินมากเลยนะคะ”

            “เดินไหวมั้ย ผมอุ้มไปได้นะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันหอบหิ้วขนมหวานที่ยังเหลืออยู่ ค่อยๆเดินเกร็งท้องขึ้นไปห้องนอน ฉันควรจะหักห้ามใจในการกินบ้างแล้ว

            “อาบน้ำไหวมั้ย ต้องการคนช่วยอาบหรือเปล่าครับ?” นี่ฉันปวดท้องอยู่นะยังจะห่วงหื่นอีก

            “ไม่ต้องเลยค่ะ เมอยากรีบๆอาบ อยากนอนแล้ว”

            “อะไรกัน กินอิ่มแล้วก็ง่วง ผมยังไม่ได้รางวัลสำหรับการทำสปาเกตตี้เลยนะครับ” ฉันยื่นหน้าเข้าไปจูบเขาเร็วๆแล้วก็รีบผละออก

            “วันนี้เมปวดท้องแล้วก็ง่วงมากเลย แปะโป้งไว้ก่อนนะคะ” คุณหมอวินแพ้ลูกอ้อนของฉันเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

            “เห็นแก่คนป่วยหรอกนะครับ”

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันแถมหอมแก้มให้อีกสองฟอดใหญ่ๆแล้วจึงถือผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ

            ระหว่างอาบน้ำก็คิดเรื่องของฉันกับเขาไปเรื่อยๆ ฉันกลายเป็นคนกินเก่งขึ้น และอนาคตอาจจะแปลงร่างเป็นหมูตัวใหญ่ ส่วนคุณหมอวินก็เบื่ออาหาร ซึ่งเขาอาจจะไม่สบายแต่ไม่ยอมบอกฉัน ไม่รู้หรือไงว่าฉันก็เป็นห่วงเขาไม่น้อยกว่าที่เขาคอยเป็นห่วงฉันหรอก

            ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำและเห็นว่าคุณหมอวินนอนหลับอยู่บนเตียง ไหนใครบ่นว่าฉันง่วงเร็ว เขาเองแอบหลับก่อนฉันซะอีก น้ำก็ไม่อาบ ฉันแอบถ่ายรูปเขาพร้อมกับส่งไปในมือถือให้เขาดู

            “ไม่อาบน้ำนอน ยี๊ เหม็นๆ

            ฉันปิดไฟแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆคุณหมอวิน ตอนนี้อาการปวดท้องฉันดีขึ้นมากแล้ว ต้องขอบคุณเขาอีกเช่นเดียวกันที่หายามาให้เสมอ นึกถึงคราวก่อนที่ฉันปวดท้องประจำเดือนแล้วเหวี่ยงใส่ เขาก็ยังอยู่ข้างๆและคอยดูแลจนฉันหาย น่ารักที่สุดเลย ว่าแต่..

            ทำไมเดือนนี้ประจำเดือนฉันยังไม่มา เลยมาสองอาทิตย์แล้วนะ และฉันเป็นคนที่ประจำเดือนมาตรงเวลายิ่งกว่ารถไฟไทย หรือว่า..

            ฉันหันไปมองหน้าคุณหมอวินที่หลับอยู่!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่าว อาการแบบนี้ มันๆๆๆๆ

 

ตอนหน้าจบแล้วนะจ๊ะ จะคิดถึงหมอวินกันมั้ย??

 

ตอนหน้างานแต่งแล้ว เรียนเชิญทุกคนที่งานนะคะ ธีมงานเมเม่ มาเป็นเมเม่กันทุกคน

จะได้หมอวินกลับบ้านกันไป อิอิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น