Peeramin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 14

คำค้น : CHAPTER 14

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2559 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 14
แบบอักษร

 

CHAPTER 14

 

 

    ไงล่ะ....ยาวเลยทีนี้ :]

    ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่วิเวียนฟังอย่างไม่ปิดบัง ความจริงมันก็ไม่มีเรื่องที่ต้องปิดบังอยู่แล้ว พี่วิเวียนก็เหมือนพี่สาวแท้ๆของฉัน บางทีฉันยังคิดว่าฉั

นสนิทกับพี่วิเวียนมากกว่าฟาร์อัลมากกว่า อาจจะเพราะเราเป็นผู้หญิงเหมือนกันมั้ง เวลามีทำอะไรมันเลยเข้าใจกันได้ง่ายๆ

                “อ่อ...ไม่น่าล่ะ พี่คิดไว้แล้วเชียวว่าผู้หญิงในข่าวน่ะคุ้นๆ พี่จำเสื้อเราได้นะยูแอล” พี่วิเวียนบอกก่อนจะหันมามองฉัน จริงด้วยสิ...เสื้อตัวนั้นพี่วิเวียนเป็นคนให้ฉันนี่นา...

                “แฮ่ๆ ^^” ฉันยิ้มแก้เขิลให้กับพี่วิเวียน ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

                “แล้วนี่ไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย” พี่วิเวียนถามด้วยสายตาแปลกๆ พี่วิเวียนคงไม่ได้คิดว่าฉันกับเค้า....

                “มันไม่ใช่อย่างงั้นนะคะพี่วิเวียน เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” ฉันรีบพูดแก้ไปทันที

                “พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ ดูร้อนตัวนะเนี่ย” อ้าว....ฉันเวอร์ไปเองหรอกเหรอ >_<

                “เอ่อ...”

                “พี่ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ เพราะมันเป็นเรื่องของเราสองคน นี่ดีนะที่พี่เข้ามาคนเดียว ถ้าพี่ฟาร์อัลกลับมาด้วยมีหวัง...” มีหวังอะไร? พี่วิเวียนพูดพร้อมกับส่ายหน้าให้ฉัน พูดแล้วทำหน้าอย่างงี้มันหมายความว่ายังไงอ่ะ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย

                “ทำไมเหรอคะ....”

                “ก็พี่ฟาร์อัลเค้าไม่ค่อยจะถูกชะตากับคาเตอร์น่ะ” หือ? ไม่ถูกชะตางั้นเหรอ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคาเตอร์รู้จักฟาร์อัลด้วย แต่เค้าเคยเรียนที่เดียวกับพี่วิเวียนนี่เนอะ มันก็ไม่แปลกใช่มั้ยที่คาเตอร์จะรู้จักพี่ชายฉัน

                “เอ่อ...เค้าสองคนมีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”

                “มันก็แค่เรื่องในอดีตน่ะ อีกอย่างสองคนนี้ก็โตๆกันแล้ว คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ เราอย่าไปสนใจเลย”

                “ค่ะ...” ถึงฉันจะบอกพี่วิเวียนไปแบบนั้น แต่ใจจริงๆฉันก็ยังอยากรู้อยู่ดี ระหว่างคาเตอร์กับฟาร์อัล....มันเรื่องอะไรกันแน่นะ?

               

                ตอนเย็น

                ตอนนี้บ้านของฉันไม่เงียบเหงาแล้วนะ เพราะตั้งแต่พี่วิเวียนกับฟาร์อัลกลับมา บรรยากาศบ้านก็เปลี่ยนไปเลย ทุกอย่างดูสดใส มีชีวิตชีวา ช่างแตกต่างจากตอนที่ฉันอยู่คนเดียวยิ่งนัก TUT แต่จะดีกว่านี้ถ้ามีคุณแม่เพิ่มมาด้วย คุณแม่เลื่อนกำหนดกลับเป็นอาทิตย์หน้า บอกว่าอยากอยู่กับคุณพ่อนานๆ ฉันชักจะอิจฉาความรักของคุณพ่อกับคุณแม่แล้วสิ >_< นี่ขนาดว่าลูกโตกันขนาดนี้แล้ว ยังรักกันเหมือนวัยรุ่นอยู่เลย (เปล่า...นินทราพ่อแม่นะ >_<)

                “เป็นไงบ้างคะ ไปเที่ยวสนุกมั้ย” ฉันหันหน้าไปถามคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดในบ้านไปแล้ว

                “สนุกสิ...เตรียมเลี้ยงหลานได้เลย” ฟาร์อัลหันมามองหน้าฉันพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

                “พี่ฟาร์อัลคะ! พูดอะไรน่ะ!” ยังไม่วายโนภรรยาสุดสวยที่นั่งอยู่ข้ามฉันตวาดเข้าให้

                “ทำดีมากเลยค่ะ พี่ชาย ^^

                แปะ!

                ฉันยื่นมือแท็กกับพี่ชายที่แสนเจ้าเล่ห์ ฉันกับฟาร์อัลจะเป็นอย่างนี้ตลอดแหละ เวลามีเรื่องดีๆ หรือเวลาที่เราสองคนร่วมมือกันทำอะไรสำเร็จก็จะแท็กมือกันประจำ ทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว รู้เลยใช่มั้ยว่าคุณพ่อคุณแม่จะปวดหัวกับสองพี่น้องนี้แค่ไหน

                “เอาเข้าไป ทั้งพี่เลยนะ” พี่วิเวียนจ้องเราสองคนตาเขม่นเลย ฉันว่าฉันบอกผิดไป ความจริงแล้วคนที่มีอิทธิพลที่สุดในบ้านตอนนี้ คือคนที่กำลังจ้องเราสองคนอยู่ต่างหาก #พี่สะใภ้สายโหด

                “ยูไม่เกี่ยวนะคะ ฟาร์อัลค่ะ ตัวดีเลย” ฉันรีบเอาตัวรอดทันที เราต้องรู้จักแปรพักแปรพวกบ้าง เพื่อความอยู่รอดใช่มั้ย >_< #ความทรยศนี้

                “แหมม...ตัวแสบ ทิ้งพี่เลยนะ” ฟาร์อัลพูดพร้อมกับส่งสายตาจิกมาให้ฉัน แต่ใครจะสนล่ะ ความโหดของพี่วิเวียนนี่เหนือกว่าฟาร์อัลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะต้องเลือกอยู่ข้างคนที่ชนะ...ฉันทำถูกแล้ว

                “แฮ่ๆ ^^

                “แล้วเราล่ะ อยู่บ้านยังไงให้ได้แผลเนี่ย” นั่นไง เริ่มเข้าสู่เรื่องฉันแล้วสินะ เตรียมตัวรับฟังแปป

                “ก็...มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ ปกติยูไม่ใช่คนแบบนี้ ฟาร์อัลก็รู้....” ปกติเป็นคนเรียบร้อย กุลสตรี ผ้าภาพไว้นี่ไม่ได้ครึ่งฉันเลยนะ (หราาาาาาา!)

                “รู้สิ รู้ว่าปกติก็ซุ่มซ่ามแบบนี้อยู่แล้ว” มองบนให้กับพี่ชายที

                “ฟาร์อัล TUT” สู้ไม่ได้

                “อย่าว่าน้องสิคะ มันอาจจะเป็นอุบัติเหตุอย่างที่น้องพูดก็ได้” คิดถูกแล้วจริงๆที่อยู่ข้างพี่วิเวียน

                “ใช่มั้ยคะพี่วิเวียน ^^” พูดดีมากเลย สมกับพี่สะใภ้ที่แสนดีของน้องจริงๆ

       ครืด~ ครืด~

        อ้าว...โทรศัพท์ฉันสั่นนี่นา ฉันมองดูโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆจานข้าว คาเตอร์โทรมานี่นา...แย่ละ! ดันโทรมาตอนอยู่กับพี่ฟาร์อัลซะได้ พี่วิเวียนยิ่งบอกอยู่ว่าไม่ค่อยถูกกัน แต่จะให้ฉันลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ที่อื่น คงอีกนานเลยล่ะ เพราะฉันเดินไม่ค่อยสะดวก เอาไงดีเนี่ย...งั้นปิดไปก่อนละกัน ฉันตัดสินใจปิดหน้าจอิโทรศัพท์ทันที เดี๋ยวอยู่นานกว่านี้ฟาร์อัลจะเห็น

      “ใครโทรมา?” เห็นจริงๆด้วย แต่โชคดีที่ไม่เห็นว่าใคร....

      “ไม่รู้ค่ะ เบอร์ใครก็ไม่รู้ไม่ขึ้นชื่อ ยูว่าไม่รับจะดีกว่า” ขอโทษนะฟาร์อัล แต่ยูมีความจำเป็นที่ต้องโกหกจริงๆ TUT

      “อ่อ...ถ้าโทรมาอีกบอกพี่นะ เดี๋ยวพี่จัดการให้” ไม่เป็นไรยูจัดการเองได้ อยากร้องออกไปแบบนี้จัง แต่ทำได้แค่ในความคิด T^T

      “ค่ะ....” ฉันได้แต่ภาวนาขอให้เค้าอย่าโทรมาอีกเป็นครั้งที่สองนะ ไม่งั้นงานเข้าของแท้แน่

     “แล้ววันนี้พี่ฟาร์อัลจะนอนที่ไหนคะ” พีวิเวียนเริ่มชวนพี่ฟาร์อัลคุยอีกครั้ง ส่วนฉันไม่มีกะจิตกะใจกินข้าวแล้ว นั่งจ้องโทรศัพท์เลย เค้าก็บอกแล้วนี่เนอะว่าจะโทรหา แต่ใครจะคิดล่ะว่าจะโทรมาเวลาแบบนี้ แล้วฉันไม่รับสายแบบนี้เค้าจะคิดยังไงนะ ขอให้อย่าพึ่งโกรธกันเลยนะ >_<

     

      21.20 น.

      พึ่บ...

      ฟาร์อัลค่อยๆวางฉันลงทีเตียงเบาๆ ฉันไม่ซื่อบื้อทำกระถางต้นไม้หล่อนใส่ตัวเองเลยเนอะ ลำบากคนอื่นเค้าไปทั่ว ฟาร์อัลอาสาจะพาฉันขึ้นลงบันได เพราะบ้านเรามีบันไดเกือบ 30 ขึ้นอ่ะ  คิดดูแล้วกันว่ากว่าจะขึ้นจะลง เท้าจะพังไปซักแค่ไหน TUT แค่คิดก็ปวดใจ นั่นแหละ เพราะเหตุนี้ฉันเลยต้องรอจนขนาดนี้ ความจริงฉันอยากขึ้นมาบนห้องตั้งแต่เราทานข้าวกันเสร็จแล้ว แต่ฟาร์อัลไม่ยอมให้ฉันขึ้นบันไดเองเด็ดขาด TUT ไม่ต้องห่วงน้องขนาดนี้ก็ได้ค่ะ

      “ถ้าเดินไม่ไหวก็ไม่ต้องอาบน้ำนะ นี่ยา...กินให้ครบนะ อย่าให้พี่รู้ทีหลังว่าเราแอบเอายาไปทิ้ง” แง TUT รู้ทันตลอด ก็ฉันไม่ถูกกับยาเม็ดเท่าไหร่น่ะ เป็นคนที่กินยายากที่สุดในโลกเลย

      “ค่ะ...” ฉันตอบไปแค่นั้น รอบนี้ต้องกินแล้วล่ะ เพราะไม่อยากให้ฟาร์อัลต้องมาแบกขึ้นแบกลงเช้าเย็น

      “งั้นพี่ไปแล้วนะ ถ้ามีอะไรก็โทรเรียกพี่นะ”

      “ค่ะ...”

      เฮ้อ! ออกไปแล้ว ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาทันที 7 miss call ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย สงสัยตอนที่ฉันนั่งดูทีวีกับพี่วิเวียนรอฟาร์อัลเคลียร์งานหลังจากทานข้าวเสร็จแน่เลย รู้สึกผิดจัง...ไหนดูสิโทรมาล่าสุกตอน 2 ทุ่มครึ่ง โทรไปตอนนี้เค้าจะยังรับสายอยู่มั้ยนะยังไงก็ต้องโทรแหละใช่มั้ย เค้าเล่นโทรหาฉันขนาดนี้ มีเรื่องอะไรรึเปล่านะ?

      (ตู๊ด...ตู๊ด...ฮัลโหล) เอ๊ะ! ฉันโทรผิดเบอร์รึเปล่า ทำไมเป็นเสียงผู้หญิงรับได้ล่ะ?

      “เอ่อ...ใช่เบอร์คุณคาเตอร์มั้ยคะ” หรือว่าฉันเมมเบอร์เค้าผิด ไม่น่านะ เพราะตอนกลางวันเค้าก็โทรหาฉันเบอร์นี้

      (ใช่...) ใช่...แต่ทำไมเป็นเสียงผู้หญิงล่ะ

      “งั้นฉันขอสายคุณคาเตอร์หน่อยได้มั้ยคะ” ฉันเริ่มสับสนแล้วนะ

      (เค้าไม่ว่างอ่ะ เปลี่ยนชุดอยู่) เปลี่ยนชุดงั้นเหรอ? ทำไมต้องเปลี่ยนชุด...แล้วทำไมถึงมีผู้หญิงมารับสาย อย่าบอกนะว่าเค้ากำลัง....ไม่หรอกน่า ฉันนี่คิดอะไรบ้าๆไปได้

      “เอ่อ...คุณเป็นใครเหรอคะ?” นี่ฉันใจกล้าไปป่ะเนี่ย

      (แล้วคิดว่าใครล่ะที่จะสามารถรับโทรศัพท์ของคาเตอร์ได้ เธอควรอยู่ในที่ของเธอนะ.... รู้ทั้งรู้ว่าคนเค้ามีเจ้าของแล้ว หน้าไม่อาย ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าโทรหาแฟนฉันอีก!) แฟน!? นี่มันอะไรกันเนี่ย แฟน เสียงผู้หญิง กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เหอะ! ฉันน่าจะตีความได้ตั้งนานแล้วเนอะ ไม่น่าโง่ไปถามเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร โง่จริงๆเลยยูแอล โง่จริงๆ

      เหอะ!  ไงล่ะทีนี้ เจ็บจี๊ดเลยมั้ยล่ะ ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่โอเคเลยนะ ฉันเป็นอะไรกันแน่เนี่ย คงช็อก...ใช่ฉันคงตกใจที่อยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็พูดจาแบบนั้นใส่ฉัน ใช่ ฉันคงเจ็บเพราะเรื่องนี้ ต้องเพราะเรื่องนี้แน่...ฉันสลัดทุกอย่างออกจากหัวก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้เหมือนเดิม ฉันว่าฉันควรอยู่ห่างจากมันสักพักก่อนที่ฉันจะฟุ้งซ่าน

     

      2 วันต่อมา...

      ตอนนี้ฉันกำลังให้คนขับรถไปส่งที่สยามเพราะนัดกับเคทไว้ว่าจะไปกินข้าวและก็เดินเล่นด้วยกัน  ส่วนขาฉันก็หายดีแล้วล่ะ หายพอที่จะเดินไปไหนมาไหนได้แล้ว ฉันเลยกำลังจะไปเคทไง ตลอดสองวันที่ผ่านมาฉันก็ขาดการติดต่อจากคาเตอร์ทันที โดนด่าขนาดนั้น..ขนาดฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่จะโทรกลับไปถามเอง แต่ก็นั่นแหละมันก็ผิดอยู่ดีใช่มั้ย? สองวันที่ผ่านมาคาเตอร์ไลน์หาฉันฉันก็ไม่ตอบ โทรมาก็ไม่รับ เมื่อวานถึงขั้นมาที่บ้านแต่ฉันก็ไม่เจอเค้าหรอกนะเพราะฉันอยู่บนห้อง แต่เค้าคงไม่ได้มาหาฉันล่ะมั้ง  คงมาหาพี่วิเวียน

      มันก็แน่อยู่แล้วนี่เนอะ ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วเค้าจะมาหาฉันทำไมล่ะ? เหอะ! ตลกแล้วยูแอล ตอนนี้ฉันควรหยุดคิดเรื่องของเค้าได้แล้ว สองวันที่ผ่านมาก็คิดมามากพอแล้ว พอกันที...ท่องไว้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปๆ

      “ถึงแล้วครับคุณหนู คุณหนูจะให้มารับกี่โมงครับ”  อ้าว...มัวตึคิดอะไรเพลิน จนลืมดูว่าตอนนี้ฉันอยู่หน้าสยามแล้ว

      “ตอนนี้ยังไม่รู้ค่ะ ไว้เดี๋ยวยูโทรไปบอกที่บ้านะคะ” เพราะฉันเองก็ไม่แน่ใจว่านอกกินข้าวเดินเล่นแล้ว เคทจะพาไปที่ไหนต่อรึเปล่า

      “ครับ....”

       หลังจากลงจากรถ ฉันก็ยื่นมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ 10.50 นาทีแล้วนี่นา นัดกับเคทไว้ 11 โมง เดินขึ้นไปก็คงจะพอดีแหละ พอคิดได้แบบนั้นฉันก็เดินเข้าไปในสยามและมุ่งหน้าไปร้านอาหารที่นัดกับเคทไว้ อืม...จะว่าไปวันแบบนี้ก็คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ฉันมองดูผู้คนที่อยู่รอบๆ พอขึ้นบันไดเลื่อนมายังชั้นเป้าหมาย ฉันก็มองหาร้านที่นัดกับเคทไว้ ชื่อร้าน Wanabi ใช่มั้ย? พอเรานัดกันกินอาหารญี่ปุ่นน่ะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ตอนอยู่อเมริกานี่ต้องกินพวกขนมปังตลอดเลย นั่งไง ร้านนั้นอยู่ทางขวามือในทางที่ฉันจะเดินไป หาง่ายดีเหมือนกันนะเนี่ย

      ครืด~ ครืด~

      โอ๊ะ! ยัยเคทโทรมาพอดีเลย ฉันอยู่หน้าร้านควรรับสายรึเปล่าเนี่ย แต่ก็ควรแหละเผื่อโทรมาแคนเซิลแล้วจะยุ่ง ฉันกดรับสายก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าร้าน จะว่าไปร้านนี้ก็ดูน่ารักดีนะ การตกแต่งนี่ทำให้รู้สึกว่าอยู่ในร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่นเลย

      “ว่าไงเคท...” ฉันกดรับสายก่อนจะก้าวเข้าไปในร้าน

      “ถึงไหนแล้ว?

      “ถึงแล้วเนี่ย เธอนั่งอยู่ฝั่งไหนอ่ะ?” ฉันมองเคทรอบๆ เนื่องจากร้านนี้เป็นร้านที่ใหญ่อยู่พอสมควร เลยจัดโต๊ะเป็นโซนๆไว้

      “อ่อ...นั่นไงฉันเห็นเธอแล้ว...ยูแอล!” เห็นฉันเหรอ ทำไมฉันยังไม่เห็นเคทเลยล่ะ แล้วเคทก็เป็นฝ่ายที่เดินมาหาฉันจากด้านหลัง

      “อ้าว! เธออยู่ตรงไหนเนี่ย ฉันหาไม่เจอเลย ^^” ฉันบอกก่อนจะกดวางสาย และคุยตรงกับเคท

      “ทางนู้นไง เธอมองข้ามฉันได้ไงเนี่ย TUT” เคททำหน้าน้อยใจ ก่อนที่ฉันจะกอดแขนอ้อนเพื่อเป็นการขอโทษ

      “โอ๋ๆๆ ฉันขอโทษนะ ดีกันๆ” ฉันทำท่าอ้อนเคท

      “ฮ่าๆ เธอนี่น่ารักตลอดเลยนะ ไปนั่งโต๊ะกันเถอะ” เคทบอกก่อนจะจับมือฉันเดินไปที่โต๊ะ แต่ฉันก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอบุคคลที่สามกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

      “นี่มันอะไรกันเคท” ฉันหันไปถามเคทด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จะดีได้ไงล่ะฉันหนีเค้าแทบตายเลยนะ

      “เอ่อ....ฉันลืมบอกเธอไปว่า พี่คาร์ลก็มาด้วย”

      ใช่! เค้านั่นแหละ คาเตอร์นั่งอยู่โต๊ะอาหารนั้น วันนี้เค้าใส่แค่แว่นกันแดด ฉันเลยมองเห็นเค้าชัดเจนมาก แต่ถึงแม้ว่าเค้าจะพรางตัวแค่ไหน ฉันก็มั่นใจว่าฉันจำเค้าได้แน่นอน....

      “ยูแอล...” คาเตอร์ลุกขึ้น เค้าเรียกชื่อฉันและทำท่าจะเดินเข้ามาฉัน

      “เราขอโทษนะเคท แต่ว่าเรานึกขึ้นได้ว่ามีธุระ เราขอตัวนะ....”

       ฉันรู้นะว่าที่ทำมันเสียมารยาท แต่ก็ดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับเค้าไม่ใช่เหรอ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไร ฉันแค่รู้สึกว่าฉันยังไม่พร้อมจะเจอเค้า ยิ่งเห็นเค้าแบบนี้ คำพูดของผู้หญิงคนนั้นยิ่งลอยเข้ามาอยู่ในหัวฉัน "อย่าโทรหาแฟนฉันอีก!" ฉันสะบัดคำพวกนี้ออกจากหัวไม่ได้จริงๆ

       ฉันไม่รอให้เคทได้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆทั้งนั้น ฉันก้าวเท้าออกมาจากร้านทันที ฉันได้ยินเสียงทั้งเคทและคาเตอร์ตะโกนเรียกฉัน แต่นาทีนี้ไม่มีอะไรจะมาหยุดฉันไว้ได้แล้วล่ะ นี่มันอะไรกันแน่ เค้าจะต้องวางแผนไว้แล้วแน่ๆ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้แล้วสินะ... 

     

       พึ่บ!!!

       คาเตอร์ที่มาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เค้าคว้าข้อมือฉันไปจับอย่างแรง ทำให้ฉันต้องหยุดเดินกะทันหัน และจำใจอย่างยิ่งที่ต้องหันไปเผชิญหน้ากับเค้า เค้าทำแบบนี้กลางห้างได้ยังไง เค้าไม่ใช่คนธรรมดานะ ถึงจะใส่แว่นตาดำอำพรางฉันก็มั่นใจว่าต้องมีคนจำเค้าได้เหมือนกับฉันแน่นอน

      “ปล่อยฉันนะคะ” ฉันพยายามแกะมือเค้าออก แต่เค้าก็จับมันไว้แน่นเช่นเดียวกัน

      “เธอหนีฉัน...” ใช่ เข้าใจถูกแล้วล่ะค่ะ

      “ฉันมีธุระค่ะ กรุณาปล่อยฉันด้วย” อย่างน้อยใช้ข้ออ้างนี้ไปอาจจะทำให้เค้ายอมปล่อยฉันก็ได้

      “เธอโกหก...เธอพยายามหนีฉันต่างหาก” จะให้ฉันยอมรับให้ได้ใช่มั้ย

      “ใช่ค่ะ! ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ พอใจรึยังคะ!” ฉันแกล้งพูดประชดเค้าไป แต่นั่นก็ได้ผลนะ เพราะมันทำให้เค้ายอมปล่อยข้อมือฉันง่ายขึ้น คาเตอร์นิ่งไปทันที ที่ได้ยินประโยคนั้นออกจาปากฉัน ฉันพูดแรงไปเหรอ? แต่เค้าก็บีบให้ฉันพูดเองนี่นา....

      “เราต้องคุยกัน!” ในขณะที่ฉันกำลังจะใช้จังหวะที่เค้านิ่งเพื่อเดินหนีเค้า แต่เค้าก็จับข้อมือฉันไว้แน่นอีกครั้ง ก่อนจะลากฉันไปตามแรงของเค้า ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าที่ไหน

      “ปล่อยนะคะ คุณจะพาฉันไปไหน” ในขณะที่เค้ากำลังลากฉันไป ฉันสังเกตเห็นคนรอบๆเริ่มมองเราอย่างสนใจ เค้าทำแบบนี้ทำไมกันนะ รู้ก็รู้อยู่ว่าตัวเองไม่ใช่คนธรรมดา ยังมาทำแบบนี้ในที่สาธารณะอีก

 

 

 

#

 

พี่คาร์ลกับน้องยูมาแล้วน้าาาาา

เห็นหายไปนานนี่ไรท์กำลังทุ่มเทให้กับการเรียนนะ ไม่ได้หายไปไหน >_<

ฉุดกระชากลากถูกันแบบนี้ ไม่ธรรมดาแล้วสิ....

 #มีความทะเลาะ #รู้สึกยังไงกันบ้างเม้นเลยยย

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.png

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น