Fey Fahrenheit

นิยายเรื่องที่สองก็ใกล้จะเข้าสู่บทสุดท้ายแล้ว... ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ

บทที่ 3 รังรัก [NC18+]

ชื่อตอน : บทที่ 3 รังรัก [NC18+]

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย sm

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2560 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 รังรัก [NC18+]
แบบอักษร

บทที่ 3

รังรัก

ค่ำคืนพรางพราวด้วยหมู่ดาวทอแสงระยับห้องพักขนาดใหญ่สุดปลายทางเดินชั้นสองในปราสาท อันเป็นที่พักพิงของสองคู่รักมือใหม่ หูสีเทาขยับเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของผู้ร่วมห้องออกมาจากห้องอาบน้ำ นัยน์ตาสีนิลยังคงจับจ้องมองหมู่ดาวบนท้องฟ้า ราวกับว่ามันน่าสนใจกว่ากลิ่นอายหอมอ่อนที่เคลื่อนใกล้เข้ามาโอบเอวเขาไว้

“ข้าบอกให้นอนก่อน ทำไมไม่นอน” คาโรลแนบอกแกร่งเข้ากับร่างของคนผมเทา ท่อนกายครึ่งบนเปลือยเปล่า ส่วนกายท่อนล่างโผล่แพลมพวงหางสีเดียวกับเส้นผมยาวที่เปียกชื้น ผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวต่ำอวดโชว์เรือนร่างที่แสนงดงามด้วยมันกล้ามเนื้อแน่น

ฟรอยเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นสีระเรื่อจางบนใบหน้า เสื้อเชิ้ตที่สวมใส่อยู่ก็เป็นของคาโรล ด้วยขนาดร่างกายที่ไม่ต่างกันมาก เขาจึงส่วมใส่ได้ค่อนข้างจะพอดี อาจมีหลวมไปบางเพราะขนาดร่างกาบของเขาเล็กกว่าชายที่กำลังเข้ามาลวนลามในตอนนี้

ปกติเพียงฟรอยได้แนบชิดกลิ่นกายหอมอ่อนของคาโรลก็เคลิ้มจนลืมตัวแล้ว แต่บัดนี้คุณชายมากเล่ห์ยังเอาเนื้อกายมาแนบชิดแผ่นหลัง มีหรือที่จิตใจที่หวั่นไหวจะไม่อ่อนระทวย

“ผะ...ผมนอนไม่หลับครับ คงจะแปลกที่ทางอีกสักพักเดี๋ยวก็ชินไปเองครับ” ฟรอยยังคงเบือนหน้าหนีสายตาคมที่ไร้กรอบแว่นบดบัง

“อยากให้ข้าช่วยกล่อม?” คาโรลเอ่ยเย้า เลื่อนหน้าเข้าไปหวังจะมองใบหน้าที่แดงเป็นลูกมะเขือเทศ มือที่เย็นวาบหลังการอาบน้ำเริ่มซุกวนไล่ล้วงเข้าไปลูบวนบนหน้าท้องน้อยๆของคนผมเทา

“คุณคาโรล! คุณมันบ้าไปแล้ว ผะ..ผมจะไปนอนแล้ว คุณก็ไปแต่งตัวด้วยนะครับ เป็นหวัดขึ้นมาจะลำบาก” ฟรอยสะบัดกายออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายที่พยายามรุกใส่เขา ผู้ชายแสนจืดชืดอย่างเขามีอะไรน่าพิศวาสกัน? หากไม่ใช่ด้วยเพราะคำหวานหูที่คุณคาโรลป้อนล่อหลอกให้กับเขา มีหรือที่เขาจะยอมทำเรื่องน่าอายกลางที่สาธารณะแบบนั้น และถึงแม้ตอนนี้พวกเขาอาจนับได้ว่าใจตรงกัน แต่เรื่องนั้นเขาก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้สักที

ใครจะคิดล่ะว่าการมีอะไรกัน มันจะเจ็บ*!*

ไม่เพียงเท่านั้น คุณชายคาโรลยังมีแรงกายบวกแรงกระหายมหาศาลพร้อมพวงกับความใหญ่โตสมกับฐานะ ที่ฟรอยยากจะรับไหว แม้จะได้ยามารักษาก็พอบรรเทาอาการภายนอกเท่านั้น แต่อาการทางจิตใจนั้นยากจะลืมเลือน

ฟรอยล้มตัวลงบนเตียงหน้านุ่ม ที่เขาเพิ่งได้ทำการผลัดเปลี่ยนผ้าปูปลอกหมอนด้วยตัวเอง เตียงขนาดควีนไซส์ทีคนผมเทาไม่เคยได้สัมผัส ทำให้เขารู้สึกแปลกแตกต่าง แต่กลับสบายกายอย่างบอกไม่ถูก ราวกับได้นอนบนปุยนุ่น ต่างจากที่นอนในห้องพักของเขาโดยสิ้นเชิง

ฟรอยขยับกายนอนชิดริมขอบเตียง เหลือพื้นที่ให้เจ้าของเตียงมากที่สุด ผ้าแพรผืนบางถูกใช้ต่างผ้าห่ม ทิ้งผ้าห่มหนานุ่มจากขนแกะชั้นดีให้แก่ชายผมสีมะกอก ด้วยหวังว่าเขาจะรบกวนชายผู้นี้ให้น้อยที่สุด

“ขยับเข้ามา” คาโรลเอ่ยเสียงเรียบ เขาพึ่งไปจัดแจงหากางเกงเลตัวโปรดมาสวมไม่ให้คนผมเทาต้องตกใจว่าเขาจะทำรุ่มร่าม แต่กลับมาเจอคนขี้เกรงใจจนเกินเหตุนอนขดใต้ผ้าผืนบาง

ร่างของคนผมเทายังนิ่งไม่ขยับ ปมคิ้วของคาโรลขมวดเล็กน้อย พอลองเข้าไปสัมผัสใกล้ๆก็พบว่าเจ้าคนที่บอกว่านอนไม่หลับนั้น หลับปุ้ยง่ายดายแม้จะนอนขดหนาว รอยยิ้มบางผุดบนใบหน้าหล่อเหลา แขนแกร่งโอบอีกฝ่ายเขามาสู่ใจกลางเตียงอุ่น ห่มผ้าผืนนุ่มอุ่นให้พร้อมกับอาสาตนเป็นเครื่องทำความร้อนให้อีกฝายที่หลับพริ้มไม่รู้ว่ากำลังถูกทำเป็นหมอนข้าง

ค่อยเป็น ค่อยไป

คาโรลพยายามท่องไว้ในใจ ก่อนจะเข้าสู่ห่วงนิทราข้างกายคนรักของตน

“คุณคาโรลตื่นได้แล้วครับ” เสียงเรียกปลุกพร้อมกับสองมือเขย่าแขนคุณชายหมาป่าผมกระเชิง จนคนถูกปลุกต้องงัวเงียปรือตามองคนรักผมเทาที่ตื่นมาปลุกแต่เช้า ทำตัวน่ารักซะจนน่าจับกิน

“นอนต่ออีกหน่อยเถอะ ยังไม่ถึงเวลางาน” คาโรลเอ่ยงึมงำพร้อมกับคว้าฟรอยเข้าสู่อ้อมกอด

“ไหนคุณคาโรลบอกว่าวันนี้มีงานแต่เช้า ผมก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวรอคุณได้สักพักแล้วนะครับ” ฟรอยเอ่ยบ่นน้อยๆ พยายามเอาตัวเองออกจากอ้อมแขนคุณชายขี้เซา

คาโรลถอนหายใจยาว ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ และจำต้องลุกไปแต่งตัวแต่โดยดี ทั้งๆที่เขายังรู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่ม เหตุเพราะต้องพยายามอดทนอดกลั่นต่ออาหารที่มาว่างล่อตรงหน้าเขาทั้งคืน

นัยน์ตาสีมรกตมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่าท้องนภายังถูกปกคลุมด้วยสีของความมืดยามค่ำคืน คาโรลรีบหันไปหาเจ้าคนผมเทาที่เตรียมตัวไปทำงานตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น!

“บทเรียนแรกที่เจ้าต้องรู้ไว้ เจ้าชายเรดิอาตื่นตอนสาย” คาโรลเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้านิ่ง เข้าโหมดคุณชายน้ำแข็งผู้ฝึกงานเด็กใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ

“ขอโทษครับ ผมไม่ทราบ แต่ไหนๆก็ตื่นแล้ว ผมไปทำอาหารเช้ารอเจ้าชายตื่นก็ได้ครับ” ฟรอยยังพยายามที่ยืนยันให้ตนเองนั้น ออกไปทำงานตามเวลาที่เขาคุ้นเคย เขาไม่อยากทำให้หน้าที่ใหม่ที่เพิ่งได้มานั้นมีจุดด่างพร้อย

“เจ้า คือราชองค์รักษ์ มีหน้าที่คอยติดตามทำตามรับสั่งเจ้าชาย เรื่องอาหาร หรือเรื่องจิปาถะอื่นๆสั่งให้พวกลูกน้องหรือคนรับใช้ในวังไปทำ เจ้าไม่ต้องทำเอง” คาโรลถอนใจกับความกระตือรือร้นเกินเหตุของฟรอย คงต้องมีอะไรๆที่ต้องสอนเจ้าคนแสนซื่อนี่อีกมากทีเดียว

“ขอโทษครับ ผมไม่ทราบ” หูสีเทาลู่ลง ความภาคภูมิใจของเขาหายวับไปกว่าครึ่ง คราวหน้าเขาคงต้องสอบถามคุณคาโรลก่อนจะคิดอะไรไปเอง

คาโรลมองใบหน้าหงอยของอีกฝ่ายแล้วก็ใจอ่อนฮวบ เขาจับแขนของฟรอยให้เดินตามเข้าไปนอนพักต่อในห้องนอนหวังจะลูบผมสีเทาๆนั้นให้หายกังวล

“ผมหลับไปลงแล้วล่ะครับ คุณคาโรลพักผ่อนต่อเถอะครับ ถึงเวลาแล้วผมจะปลุกเอง” ฟรอยเอ่ยพร้อมกับยิ้มอ่อน

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องนอน” คาโรลหมั่นเขี้ยวกับใบหน้าเจือยิ้มของคนตรงหน้า ความซื่อรงเป็นห่วงเป็นใยเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คาโรลหลงใหล

เสื้อผ้าที่เพิ่งผลัดเปลี่ยนส่วมใส่ของฟรอยเริ่มถูกรุกราน ผิวกายสีน้ำผึ่งเผยออกที่ล่ะนิด แม้เขาจะพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เคยเลยที่จะสู้แรงของคนที่ฝึกร่างกายมาเป็นอย่างดี

“จะ..จะทำอะไรน่ะครับ!”

“ลงโทษ” คาโรลเอ่ยกระซิบเบาข้างหูสีเทา ใบหน้าตกใจของอีกฝ่ายที่กำลังจะเอ่ยคำขัดขืนถูกคาโรลปิดผลึกด้วยจูบเร้าร้อนที่อดทนรอมานานนับคืน

รสจูบเนิบนาบนาน ผสายกับเรียวมือที่ไล่ไปตามแก่นกายที่ถูกเปลืองอาภรณ์ออก คาโรลโอบเอวดึงกายกดเจ้าของหูสีเทาไว้ใต้ร่าง ริมฝีปากถอนจูบรสหวานออก ทิ้งรอยหยาดใสไว้ให้กระตุ้นต่อมกระหาย

“บะ..แบบนี้ มันขืนใจกันชัดๆเลยนะครับ” ฟรอยพยายามตั้งสติเอ่ยออกไป อย่างน้อยก็อาจช่วยอะไรให้คนตรงหน้านี้ไว้ชีวิตบั้นท้ายของเขา

“หึ ข้าว่าไม่นานเจ้าก็จะสมยอม” เสียงทุ่มเย็นเอ่ยราวกับ ก้อนน้ำแข็งสาดซัดให้ผ็ฟังต้องเย็นวาบ แต่ผู้รุกรานกลับดูสนุกราวกับสิงโตไล่ล่ากระต่ายป่า

ผู้ไล่ล่าไม่รอช้า เริ่มรุกเข้าอย่างหนักหน่วง นิ้วเรียวสัมผัสแผ่นกายสีน้ำผึ้งนวลผะแผ่ว ริมฝีปากไซร้ซุกลิ้มรสยอดอกของคนผมเทาที่เริ่มหอบกระเส่า แก่นกายแห่งความปรารถนาแข็งขืนชูชันราวกับจะระเบิดออกมา

“ไม่เอานะครับ หยุด...ยะ  อย่า”

คาโรลไม่รอช้า แยกขาสองข้างของคนผมเทาที่นอนอ่อนระทวย ทั้งที่ปากก็พร่พบอกแต่คำปฏิเสธ ทว่าร่างกายนั้นแอนโอนตามเขาไปแล้ว

นิ้วเรียวแทรกเข้าสู่ช่องทางด้านหลังที่ยังบวมแดง ของเหลวสีใสถูกเทละเลงเพื่อง่ายต่อการขยับเข้าออก คาโรลรู้ดีว่าคนตรงหน้าอาจต้องรับภาระหนักจากเขา มีหรือที่เขาจะไม่เตรียมการให้ดีก่อน เพียงแต่เหตุการณ์ในป่านั้นเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง จึงไม่สามารถถนอมคนตรงหน้าได้ น้ำยาหล่อลื่นชั้นดีที่พ่วงประกอบตัวยามากมายทั้งช่วยขยายผ่อนคลาย และลดอาการปวดเกร็ง แม้จะขัดขืนเพียงใด อีกฝ่ายก็ต้ององร้องครวญเสียงหวานอย่าแน่นอน

ใบหน้านิ่งแย้มยิ้มโปรยให้แก่หนุ่มผมเทา ก้มส่งจูบเบาๆกล่อมเกลาให้อีกฝ่ายคล้อยตาม

“เด็กดี” เสียงเบากระซิบ พร้อมกับแก่นกายที่แทรกเข้าไปจนสุด ร่างผิวสีน้ำผึ้งถึงกับต้องกระตุกแอ่นร้องเสียงหลง

แปลก มันช่างแตกต่างจากคราวครั้งแรก

ฟรอยเริ่มหอบกระเส่า ความเจ็บยังมีระคนปนอยู่แต่ที่มากกว่านั้นคือความรู้สึกมากมายที่สัมผัสได้ ทั้งอุ่นร้อน ทั้งคับแน่น แต่เมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับกระตุ้นเข้าระรัวถึงจุดกระสันภายใน เสียงร้องครางครวญด้วยความสุขสมพร้อมความวาบเสียวสุดตัวก็ทำให้หนุ่มผมเทาต้องเคลิ้ม

เสียงหอบกระเส่า ระรัวคละบ่นกับเสียงคราง คาโรลจับจัดร่างกายคนตรงหน้าให้หันบั้นท้ายเย้ายวนมาทางตน สองมือของฟรอยประคองกอดหมอนซุกหน้ากับพื้นที่นอน รับแระกระแทกกระทั้น ที่ทำให้เขาละลอยเคลิ้มตาม

บทรักบรรเลงจนแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องบ่งบอกถึงเวลาอันสมควรที่ทุกชีวิตต้องเริ่มปฏิบัติงาน ร่างอ่อนระทวยนอนหอบหายใจระรวยริน บนร่างเต็มไปด้วยคราบคาวของน้ำรัก ส่วนอีกฝ่ายนั้นดูเปล่งปลั่งกระปรี่กระเปร่า ยิ้มมองร่างกายแสนยั่วยวนของคนตรงหน้าอย่างเปี่ยมสุข

“ได้เวลาไปแต่งตัวแล้ว” คาโรลเอ่ย แต่ยังคงมองสบกับนัยน์ตาสีดำที่จ้องมองมายังเขา

ฟรอยเบือนหน้าหนีจากคนหื่นกามตรงหน้า ที่แอบซ้อนเขี้ยวเล็บไว้ พอหลงเข้าติดกับดับก็จับขย้ำอย่างไม่เหลือชิ้นดี ตอนนี้ฟรอยไม่มีแรงแม้จะยันตัวลุกขึ้นทำความสะอาดร่างกายที่เหนียวเหนอะของตน และคนตรงหน้าก็เหมือนกับพอใจที่เขาเป็นแบบนี้

คาโรลยิ้มบางกับท่าทางที่น่าเอ็นดู รอคอยคำเอ่ยอ้อนให้เขาพยุงอุ้มไปแต่งตัวจากอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อ

“ทำงานวันแรก ท่านเรดิอาคงไม่พอใจนักหากเจ้าไปสาย” คาโรลเอ่ยเรียบ

“บทเรียนแรก ท่านเรดิอาตื่นตอนสายครับ” ฟรอยหันมาย้อยคำ ใบหน้าบูดงอนอย่างเห็นได้ชัดเสียจนคาโรลแอบขำในใจ

“ไปหาเจ้าชายตอนสาย ตอนเช้าก็ศึกษางานกับข้า”

“คุณคาโรลก็สอนผมตรงนี้ก็ได้ครับ” ฟรอยเบือนหน้าหนีอีกรอบ คราวนี้เขาพยายามเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่อยู่บนโต๊ะเล็กๆข้างเตียง

คาโรลถอนหายใจกับนิสัยที่ไม่ยอมพึ่งพาใครของฟรอย แค่อ้อนนิดน่อยก็ไม่คิดจะทำ

“บทเรียนที่สอง เจ้าต้องรู้จัก ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง” ว่าแล้วคุณชายมาดนิ่งก็อุ้มเจ้าคนที่ไม่รู้จักคำว่าอ้อนไปอาบน้ำชำระกายเสียเอง

งานยามเช้าที่ฟรอยรอคอยกลับไม่เป็นดั่งคาด เขาจำต้องมาวุ่นวายกับการย้ายห้อง และจัดเก็บของที่กองพะเนินของคาโรลไปไว้ห้องข้างๆที่ท่านโรฮานอนุญาติให้คาโรลใช้ต่างห้องทำงานแทนห้องเดิมที่ฟรอยจะต้องเข้ามาอาศัยอยู่ การจัดเก็บห้องพักล่วงเลยจนสาย ถึงฟรอยจะอยากปลีกตัวไปทำงานเป็นผู้ติดตามเจ้าชายเรดิอาเพียงใด ก็ไม่สามารถปลีกตัวไปได้เสียที เมื่อดันมีปัญหากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“เอาเตียงออกไป” คาโรลยืนจ้องมองเตียงนอนในห้องของฟรอยด้วยความไม่พอใจ

“คุณคาโรลครับ นี่ห้องนอนนะครับถ้าไม่มีเตียงนอน ผมจะไปนอนที่ไหน?” ฟรอยเอียงคอมองคนตรงหน้า การได้นอนกลิ้งไปมาบนเตียงใหม่ของตัวเองมันผิดตรงไหน หรือคุณชายคาโรลอยากให้เขานอนพื้น?

“ห้องของข้าก็มี ไม่จำเป็นต้องมีสองเตียง เอาออกไป” คาโรลยังยืนยันหนักแน่นมองคนผมเทาที่ช่างความรู้สึกช้าเสียจริง

เหล่าลูกน้องสี่นายเริ่มหน้าถอดสี มองเห็นออร่าความมืดดำของอารมณ์ท่านคาโรลแล้วอยากเผ่นแบบไปให้ไกล

ผัวเมียทะเลาะกัน?

ในใจเหล่าลูกน้องต่างกู้ก้อง อยากขันให้กับท่าทีไร้เหตุผลที่นานๆที่จะเกิดกับคุณชายคาโรลมาดนิ่ง แต่หากใครกล้าเอ่ยหรือหลุดอะไรออกไปหัวคงได้หลุดออกจากบ่าลูกตาได้ทะลุเป้าแน่นอน

“ฮา ฮา ฮ่า ข้าก็นึกว่าเจ้าผมเทาตื่นสาย ที่ไหนได้ ติดพันอยู่กับเจ้าแว่นเอาแต่ใจนี่เอง” เรดิอายืนพิงประตูมองท่าทีขงอคาโรลที่ยากจะได้เห็น

คาโรลมองค้อนผู้มาใหม่ ก่อจะเดินปึงปังเลี่ยงออกไปอย่างไม่พอใจโดยไม่มีแม้แต่การโค้งคำนับ แต่เรดิอาไม่ได้ใส่ใจ กลับสงบนิ่งมองคนผมเทาที่ก้มหัวขอโทษลูกน้องทั้งๆที่ตัวเองเป็นหัวหน้า

“ฟรอย ให้พวกนั้นจัดการต่อ เจ้าตามข้ามา”

“ครับผม” ฟรอยกระดิกห่างเร็ววิ่งโร่ตามเรดิอาออกไปทันที ในใจก็พยายามคิดว่าหน้าที่แรกของเขาคืออะไร

เรดิอาเดินไปเรื่อยๆโดยไม่กล่าวสิ่งใด ตามรายทางมีผู้คนมากมายคอยคำนับยิ่งทำให้ฟรอยที่ดูลนลานกลับยิ่งทำตัวไปไม่ถูก จะยิ้มส่งให้ก็โดนเรดิอาเขม่น จะก้มหัวรับก็โดนเรดิอาเขม่น ตอนนี้ดูเหมือนการกระทำของเขาจะไม่ค่อยเข้าตาเจ้าชายเรดิอาเอาเสียเลย

จนเรดิอาหยุดอยู่หน้าห้องหนังสือขนาดใหญ่ อันเป็นที่เก็บรวมรวมหนังสือและตำรามากมาย แน่นอนว่ารวมถึงหนังสือหายากอื่นๆด้วย และจะมีเพียงผู้ที่ได้สิทธิให้ใช้เท่านั้นถึงจะเข้าไปได้

“นี่เป็นห้องหนังสือ เจ้าต้องศึกษาศาสตร์การต่อสู้ และพัฒนาเวทย์เคลื่อนย้ายของเจ้า” เรดิอาเอ่ยแล้วเดินต่อไป ทิ้งให้ฟรอยที่ตาลุกวาวนึกว่าจะได้เข้าไปต้องฉงน

“จะให้ผมเริ่มตอนไหนครับ”

คำถามของฟรอยรั้งให้เรดิอาต้องหยุดหันมามอง ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มแสยะเรียบเฉยมองดุเข้าไปในนัยน์ตาสีนิล

“เวลาที่เจ้าว่าง ข้าต้องการคนมีฝีมือ ไม่ใช่ไม้ประดับไว้เดินตาม” เรดิอาถอนหายใจแล้วเดินต่อ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมเอาเจ้านี่มารับใช้ แต่หลังจากการปะทะคารมกับท่านพ่อของเขาในวันนั้น ทำให้เขาต้องเริ่มคิดเรื่องการสืบทอนเสียที ข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นราชาคือเข้าจะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องมาคอยรอให้ใครพิจารณาว่าเขาควรทำอะไร

และแน่นอนว่าจะล้างบางไอ้พวกที่ต่อต้านเขาให้เกลี้ยง

พวกที่คิดว่าชีวิตเจ้าชายแสนสบาย และวันๆเอาแต่หาความสำราญ ใครจะไปรู้ว่าเขาต้องทนรับอะไรบ้างในแต่ละวัน แค่ไปหาที่ปลดปล่อยอารมณ์ หาสิ่งคลายความเครียดมันผิดอะไร?

แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือไอ้หนุ่มที่เขาลงโทษไปในป่าวันนั้น กลับไปโพนทะนาว่าเขานั้นโหดร้ายไม่มีความปราณีและรวบรวมเหล่าคนคัดค้านเรื่องการสืบบัลลังก์ของเขา จนเป็นเหมือนกลุ่มก้อนองค์กรเล็กๆที่มีผลต่อความรู้สึกศรัทธาของในเผ่าเป็นอย่างมาก

“ข้าจะต้องเป็นราชา และคนของข้าต้องไม่มีที่ติ หากเจ้าคิดไม่ออกว่าเป็นอย่างไร ให้ศึกษากับเจ้าแว่นนั้นไว้”

ฟรอยพยักหน้าหงึกๆรับคำ หางที่เทาสั่นส่ายไปมาราวกับสุนัขที่เจ้าของลูบหัวชม นัยน์ตาสีฟ้าปรายมองหางที่เทาที่ส่าปมาอย่างขัดใจ

“เก็บหางซะ มันน่ารำคาญ” เรดิอาแยกเขี้ยวใส่เจ้าคนผมเทา พออีกฝ่ายได้รับคำสั่งก็รีบเก็บหางสีเทาของตนทันที

เรดิอาเดินทอดน่องไปตามทางทอดยาวในตลาดที่คึกคัก แวะร้านนู้นออกร้านนี้ ทั้งร่านเสื้อผ้าประจำ ทั้งร้านชาชั้นดี แต่ที่น่าปวดหัวสำหรับฟรอยนั้นคือ ร้านเหล้าที่มีเหล่าหนุ่มน้อยคอยมานัวเนียออเซาะเจ้าชาย ซึ้งเขาต้องทุ่มแรงกายและแรงใจมหาศาลในการแงะให้เจ้าชายเรดิอาออกมาจากที่แห่งนั้น

Come on ชื่อร้านที่แสนจะเชิญชวนเหล่าบรรดาชายหนุ่มผู้เหงาหงอย ตัวร้านมีทั้งส่วนที่พักค้างแรมและส่วนที่เป็นร้านนั่งดื่มคลอเสียงเพลง ที่ตั้งลึกเข้าไปในป่าท้ายบริเวณแหล่งค้าขาย ช่างเป็นทำเลทองที่เป็นที่ไว้ผ่อนคลายอารมณ์หลังเหน็ดเหนื่อยจากการงานของเหล่าหมาป่าทั้งหลาย และลูกค้าวีไอพีกิตติมศักดิ์เห็นจะเป็น เจ้าชายผู้สูงศักดิ์ที่มาอุดหนุนจนร้านเติบโตมาได้ถึงขนาดนี้ และแน่นอว่าการกระทำการค้าร่างกายของเหล่าปีศาจจะไม่ถูกมองเหยียดหยามมากนัก เนื่องด้วยใครๆก็มองเป็นเรื่องกิจกรรมอย่างหนึ่ง ยิ่งในช่วงฤดูหนาว ที่เป็นช่วงฤดูที่เหล่าปีศาจเผ่าหมาป่าปีศาจต้องกระสั่นกระส่าย ร้านแห่งนี้จึงราวเป็นดั่งสรวงสวรรค์ในป่าทึบ

“เจ้านี่ก็ช่างขัดข้า ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไร ชีวิตเจ้าไม่มีความต้องการบ้างหรืออย่างไร” เรดิอาฟึดฟัดใส่เจ้าผมเทาที่ทำหน้าหงอยแต่ก็ยังกล้ามาทำให้เขาอารมณ์เสีย

“ทำไมท่านเรดิอาไม่หาพระชายา หรือคนรักสักคนล่ะครับ”

“แบบพวกเจ้าน่ะเหรอ? สำหรับข้า ความรัก คือสิ่งเดียวที่ข้าจะไม่เข้ายุ่งเกี่ยว” เรดิอายิ้มแสยะให้กับคนผมเทา และก็ตามมาด้วยท่าทางงงงวยของคนขี้สงสัยกลับมาอย่าเคย

“ข้าเห็นท่านแม่กับท่านพ่อข้าตอนเลิกรากัน ตอนนั้นมันทำให้ข้าไม่อยากมีความรัก และมองการอยู่ร่วมกับแบบพวกเจ้าเป็นเพียงแค่การหาคนแก้เหงาเท่านั้นละ ข้ายังไม่เคยรู้เลยว่าความรักนั้นดีเช่นไร หรือเจ้าจะอาสามาสอนข้าเองล่ะ” เรดิอาเชยคางของฟรอยเชิดขึ้นก่อนจะมองลึกเข้าไปในแววตาที่เริ่มสั่นกลัว

“ผมคงสอนอะไรท่านเรดิอาไม่ได้หรอกครับ เพียงแค่ผมคิดว่าสักวันท่านต้องเจอคนที่ทำให้ท่านรู้จักกับความรู้สึกนั้น” ฟรอยแย้มยิ้ม

เจ้าชายที่ใครๆต่างหวาดกลัวแท้จริงกลับมีมีมุมที่อ่อนไหวอยู่ เรดิอามิได้ไม่อยากมี แต่เพียงแค่ หวาดกลัว หวาดกลัวกับความรู้สึกที่เจ็บปวดยามผิดหวังกับความรัก

หากต้องเจ็บปวดก็สู้ไม้ต้องมีเลยเสียดีกว่า

เรดิอาเปลี่ยนจากเชยคางของฟรอยเป็นกอดคอแนบชิด ก่อนจะกระซิบเบาใกล้หูสีเทาของเจ้าตัว

“ถ้าเจ้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง ข้าฆ่าเจ้าแน่”

“ครับ ผมไม่มีทางเอาความลับนี้ไปบอกใครแน่นอนครับ” ฟรอยรับคำหนักแน่น เขารู้สึกว่าได้รับความวางใจระดับหนึ่งจากผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าบ้างแล้วก็ใจชื้นขึ้น

“เจ้านี่มันทำให้ข้าสบายใจซะจริง แต่มันก็น่าหมั่นไส้ที่เจ้าดันเป็นของเจ้าแว่นนั้น” เรดิอายิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองเห็นเรื่อนผมยาวสีมะกอกที่วิบวับมาแต่ไกล

“อะ..เออ..คือผม ขอโทษครับ แต่ผม เออ..” พอโดนถามเรื่องส่วนตัวฟรอยก็เกิดอาการหน้าแดงเลิ่กลั่ก เขาไม่กล้าบอกกับคนตรงหน้า เพราะเข้าเองก็ยังสับสนกับความสัมพันธ์ของตนกับคาโรลอยู่เช่นกัน

แต่ไม่ทันไรริมฝีปากอุ่นก็ประกบเข้ากับริมฝีปากของฟรอย เขาเบิกตาโตนิ่งอึ้งกับการกระทำของคนตรงหน้า แต่ไม่ทันที่ฟรอยจะได้ผลักหนี เรดิอาก็ถอนจูบออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงแววขบขันก็เอ่ยขึ้น

“เจ้านี่จูบได้แย่ชะมัด แบบนี้จะมันใจเจ้าแว่นนั้นได้เหรอ”

“ทะ..ท่านเรดิอา แกล้งผมเหรอครับ! แบบนี้มันไม่ดีนะครับ กลางที่สาธารณะแบบนี้” ฟรอยทั้งอายทั้งโกรธ มองค้อนๆเจ้าชายจอมเอาแต่ใจที่ยืนขำกับท่าทางของตน

“ฮา ฮา ฮ่า แก้แค้นที่เจ้าไปขัดข้าตอนกำลังจะตกได้ของแก้ขัดคืนนี้ เอาเป็นว่าวันนี้เลิกงานแค่นี้เจ้ากลับไปจัดของที่ห้องพักเถอะ” เรดิอาตบไหล่ฟรอยเบาๆ ก่อนจะเดินหายลิบไปในฝูงชน

หมาป่าปีศาจขนเทายืนยิ้มบางกับตนเอง เจ้าชายเรดิอาเริ่มยอมรับตนแล้ว และความกังวลที่ว่าเจ้าชายเป็นคนน่ากลัวนั้นก็ได้จางหายไป จริงแล้วหากรู้จังกวะการเข้าหา ผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร

“ต่อไปคงจะเรียกให้ไปนอนอ้าขาบนเตียง” เสียงเรียบเย็นเยียบที่คุ้นหู เรียกให้ฟรอยต้องหันไปพบกับเจ้าของนัยน์ตาสีมรกตที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างแรง

ขอถอนคำพูด เจ้าชายเรดิอานั้นช่างน่ากลัว*!*

ฟรอยกู่ก้องร้องดังในใจ สองเท้ารีบจ้ำหนี แต่ก็ช้าไปเมื่อแรงบีบหนักๆเข้าจับแขนเข้าไว้ทัน คาโรลฉุดกระชากร่างของฟรอย ทิ้งให้ลูกน้องที่ติดตามมาต้องระเห็จแยกย้าย เมื่อหัวหน้าของพวกเขาต้องทำธุระส่วนตัวก่อน

“คุณคาโรคเข้าใจผิดนะครับ เมื่อสักครู่นั้น...”ฟรอยพยายามอธิบายแต่ไม่ทันที่จะเอ่ยจบ สียงแข็งๆในลำคอที่บ่งบอกว่าโกรธจัดก็เอ่ยขัดสวนขึ้น

“ใครๆก็โพนทะนาว่าเจ้าชายมีคู่ขาใหม่ ไม่คิดว่านั้นจะเป็นเจ้า เล่นป่าวประกาศกันกลางตลาดแบบนี้สมกับเป็นเจ้าชายเสียจริง”

ฟรอยถึงตัวตัวแข็งทือ ความเย็นชาราวกับน้ำแข็งที่ถูกซัดใส่ด้วยพายุหิมะนั้นทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก แม้แต่ก้าวเดินตามแรงบีบหนักที่ราวไปจนถึงกระดูกก็เต็มกลืน

ร่างสีเทาถูกฉุดกระชากลากถูกมาจนถึงบ้านหลังหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากแหล่งค้าขาย ต้นไม้ที่ปกคลุมโดยรอบมีรั้วมิดชิด และยามเฝ้าด้านนอก ทำให้คนที่พึงได้เข้ามาอย่างฟรอยรู้ได้เลยว่านี่ไม่ใช่บ้านธรรมดา แต่พอก้าวเข้ไปแล้วกลับไร้ผู้คนอาศัย การจัดตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ก็ดูหรูหรา นี่คงเป็นบ้านของเศรษฐีมีเงินแน่นอน

แต่พอประตูหน้าบ้านปิดลง คาโรลก็พลักร่างคนผมเทาลงกับโซฟาตัวยาวที่จัดวางอยู่ห้องโถงหน้าบ้านทันที นัยน์ตาสีมรกตจับจ้องมองหูสีเทาที่ลู่ลงอย่างเย็นชา

“ข้าคงต้องแก้ความเข้าใจผิดของคนอื่น และเจ้าเองก็ต้องระวังเจ้าชายไว้บ้าง” ถึงคำพูดจะดูห่วงใยแต่น้ำเสียงเรียบไร้น้ำนั้นทำให้ผู้ฟังยิ่งหดหู่

“คุณคาโรลโกรธผมก็ไม่แปลกหรอกครับ แต่นั้นเป็นแค่การล้อเล่น เจ้าชายไม่มีทางมาสนใจผมหรอกครับ” ฟรอยพยายามยิ้ม แต่ดูเหมือนจะยิ่งทำให้คนตรงหน้าอารณ์ขุ่นมัวมากกว่าเดิม

คาโรลไม่เอ่ยอะไร เข้าคร่อมร่างของอีกฝ่ายแล้วบดขยี้ริมฝีปากอย่างรุนแรงราวกับจะทำให้ละลายหายไปให้ได้ ฟรอยพยายามรับความร้อนแรงของอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดขืน จนคาโรลผละจูบออกพร้อมกับสีหน้าอัดอั้นความรู้สึกมากมายไว้ในใจ

“ท่านเรดิอาบอกว่าผมต้องพยายามมากกว่านี้ ถึงจะมัดใจคุณได้” มือเรียวลูบใบหน้าเรียวขาวนวลที่เริ่มอ่อนลง นัยน์ตาสีมรกตสั่นระริก ฟรอยเริ่มสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้านั้นมิใช่โกรธเกรี้ยวเพียงอย่างเดียว แต่ในใจลึกๆนั้นกลับกำลังหวาดกลัว

“ข้าจะทำให้เรื่องนี้มันชัดเจน จะได้ไม่มีใครมาว่าเจ้าได้” น้ำเสียงที่อ่อนนุ่มลงของคาโรลทำให้ฟรอยใจชึ้นขึ้นมาไม่น้อย

ฟรอยจับใบหน้าของคาโรลเลื่อนเข้ามาจูบตอบรับแทนคำตอบมากมายภายในใจ ถึงเขาจะจูบไม่เก่ง แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อเจ้าของเรือนผมวีมะกอกนั้นคือของจริงที่เริ่มเพิ่มพูนมากขึ้นเมื่อเขาได้สัมผัสกับมัน

“ผมเลิกงานแล้ว คุณคาโรลล่ะครับ”

คาโรลยิ้มบางกับท่าทางเขินอายเล็กน้อยของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองขึ้นบนเล็กน้อยก่อนจะอุ้มร่างของคนผมเทาขึ้นไปชั้นบน

ห้องนอนกว้างแต่ก็ยังเล็กกว่าห้องพักในวัง หากแตกต่างตรงเตียงนอนขนาดใหญ่กว่าที่ตั้งตรงกลาง เฟอร์นิเจอร์ที่ดูยังไงก็เป็นของใหม่ยังกรุ่นกลิ่นไม้เจือจาง

ฟรอยมองห้องที่เรียบง่ายที่อย่างฉงน เข้าไม่ได้แคลงใจว่าต่อไปนี้จะเกอดอะไร ถึงจะซื่อแค่ไหนก็เดาออกว่าคุณชายคาโรลนั้นจะพาเข้ามาทำอะไร แต่ที่สงสัยคือ นี่บ้านใคร?

“ที่นี่จะดีเหรอครับ” ฟรอยอ้ำอึ้งอยู่นานก็เอ่ยออกไป ตอนนี้เขาถูกกดอยู่บนเตียงหนานุ่ม และพร้อมด้วยสรรพสิ่งของแปลกตาที่คนตรงหน้ามากองไว้ข้างกาย

“เหมาะดีจะเอาไว้ลงโทษเจ้าจะได้หัดระวังตัวเสียบ้าง ถอดเสื้อแล้วหันมา!” คาโรลมองฟรอยด้วยแววตาดุ ผู้กระทำความผิดที่ยังงงกับความผิดตนอยู่ถอดเสื้อผ้าของคนอย่างช่วยไม่ได้

ฟรอยถอดเสร็จก็นอนแผ่หลาให้อีกฝ่าย คาโรลขมวดคิ้วย่น ก่อนจะเผยรอยยิ้มขบขันน้อยๆ

“เจ้านี่ช่างหัวอ่อนซะจริง แบบนี้สิถึงโดนเจ้าชายหลอกล่อเอาได้”

“จะ..จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ” ฟรอยลุกขึ้นนั่งก้มหน้าหงุดๆ

คาโลเอนตัวพิงกับหมอน ปราบตามองร่างเปลือยเปล่าที่ยังมีรอยจางที่เขาฝากประทับไว้เมื่อเช้าตรู่ ก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

“เอานี่ แล้วขึ้นมาทำให้ข้าพอใจ” คุณชายคาโรลเอ่ยสั่ง พร้อมกับโดยขวดของเหลวใสให้แก่คนผมเทาที่ทำหน้าเหย่เก

คาโรลชี้นิ้วมาวนรอหน้าท้องตนก่อนจะชี้ไปยังแก่นกายอีกฝ่ายที่เริ่มแข็งขืนขึ้น ใบหน้าระเรือแดงด้วยเลือดฝาดของฟรอยพยายามหลบสายตาที่จ้องตรงมองมา เขาอ้าขาออกและเริ่มพยายามหล่อลืนขยายช่องทางที่ถูกล่วงล้ำมาเมื่อเช้านี้ แล้วนี่ตอนบ่ายแบบนี้เขายังต้องมาปรณนิบัติเพื่อไถ่โทษอีก

แต่พอมีสายตาของคาโรลจับจ้องฟรอยกลับรู้สึกวาบร้อนกว่าปกติ หรืออาจเป็นเพราะแสงแดดยามบ่ายก็ไม่ทราบได้ อารมณ์ที่เริ่มเอ่อล้นขึ้นของคาโรลกำลังถูกสองมือเรียวของฟรอยกอบกุม ริมฝีปากบางเริ่มโลมเลียส่วนที่ขยายใหญ่ตั้งตระหง่าน

“ขึ้นมา” เสียงเรียบที่พยายาอดกลั้นความปรารถนากระดึกนิ้วเรียกคนตรงหน้าให้เลิกหยอกเย้าและขึ้นมาสร้างความสำราญให้กับเขา

“ผะ..ผมไม่เคยทำมาก่อน อาจจะ  อ๊า” ฟรอยที่กำลังขึ้นนั่งบนตักคาโรล พยายามนำแก่นกายอีกฝ่ายเข้าสู่ช่องทางที่เตรียมไว้ แต่ด้วยความงุ่มง่ามขัดตาคาโรลทำให้คาโรลต้องจัดการจับบั้นท้ายของฟรอยเข้ากระแทกส่วนล่างของเขาเอง

ร่างผิวสีน้ำผึ่งนั้นระริก มือหนึ่งพยายามปิดป้องกลั้นเสียงตน และอีกมือก็จับมั่นกับร่างแกร่งที่นอนสบายให้เขาขยับส่ายเอวเสียเอง

“อืมม..”เสียงครางต่ำในคอคาโรลบ่งบอกว่าเขาพอใจไม่น้อย ฟรอยที่เริ่มชินกับจังหวะจะโคนก็เริ่มเร่งเร้าร่อนส่ายบั้นเอว

เสียงครางครวญของผู้กระทำการคร่อมร่อนเอวเองช่างกระเส่าเย้ายวนแก่ชายหนุ่มผมสีมะกอก สองมือของคาโรลจับบั้นท้ายเนียนไว้มั่น ก่อนจะกระทุ้งขึ้นเร่งแรงปรารถนาให้พุ่งสูงไปอีก ร่างของฟรอยที่ทาบทับอยู่ด้านบนบิดเร้าเคล้าสั่นเป็นระลอก จนอารมณ์ปรารถนาของทั้งสองเร่าแรงมาจนถึงจุดสูงสุด แรงกระตุกวาบสูบฉีดของเหลวขุ่นข้นเข้าสู่ช่องทางภายในกายของคนผมเทา ฟรอยเอนกายอ่อนระทวยลงกับอกของคาโรลพร้อมกับคราบเปรอะน้ำสีนมของตน

“ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมจะเช็ดให้” ไม่ทันที่ฟรอยจะลุกถอนตนออกจากอีกฝ่าย คาโรลก็จับรั้งบั้นท้ายของฟรอยไว้แน่น ก่อนจะผลักจัดท่านให้ฟรอยนอนหงาย แก่นกายที่อ่อนตัวลงเริ่มขยายขึ้นอีกรอบในช่องทางด้านหลังที่ยังแนบแน่น คาโรลเริ่มขยับเข้าออกช้าเนิบราวกับจะเย้ายั่วอีกฝ่ายให้ จ่มดึงไปกับห่วงอารมณ์รัก

“ต้องเปื้อนอีกเยอะ ค่อยไปล้างออกทีเดียว” คาโรลเอ่ยกระซิบข้างหูที่เทา เขาเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ก่อนจะจรดจูบหอมหวาน

สองร่างกอดกายแนบชิดกันระล่วงเลยเวลาจนตะวันทอแสงสุดท้ายของวัน คาโรลเหลือบมองร่างอ่อนแรงในอ้อมกอดด้วยใบหน้านิ่ง ในสมองครุ่นคิดไม่ตกว่าเขาจะกล่าวบอกกับคนผมเทาอย่างไร แต่ที่สำคัญหว่านั้น เขาจะทำอย่างไรให้พ่อของเขายอมรับคนผู้นี้

“นี่มันกี่โมงแล้วครับ” ฟรอยงัวเงียตื่น

“วันนี้นอนที่นี่ ข้าให้คนไปบอกในวังไว้แล้ว” คาโรลเอ่ย พร้อมกับลูบผมสีเทานุ่มมือเบาๆ

“เอ๋...ที่นี่?”  ฟรอยมองรอบๆอย่างฉงน

“บ้านของข้า เวลาข้าอยากค้างข้างนอกวังก็จะมาที่นี่ ตอนนี้เป็นของเจ้าด้วย”

คำเอ่ยราวกับสารภาพรักทำให้ฟรอยต้องก้มหน้าซุกกับหมอนนุ่ม เขาคิดไม่ถึงว่าชีวิตธรรมดาๆของเขาจะได้รับความรักมากมายและหวานชื้นปานนี้ ให้ตายเถอะ นับวันเขายิ่งรักคนตรงหน้าจนถอนตัวไม่ขึ้น

“และเลิกเรียกข้าว่าคุณคาโรล ฟังแล้วมันขัดหู” คาโรลแย้มยิ้มบางให้กับท่าทางของอีกฝ่าย

“แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะครับ” ฟรอยเอ่ยถาม แต่ยังหลบสายตาที่จ้องมองมา ตอนนี้เขาเขินจนอยากเอาตัวเองมุดไปใต้เตียงให้รู้แล้วรู้รอด

“ตามใจ ฟรอยอยากเรียกข้าว่าอะไรก็ตามใจ” คาโรลจับเชยคางฟรอยให้หันมาสบตากับตน

“คาโรล ผมเรียกคาโรลเฉยๆก็ได้ครับ” ฟรอยแกะมืออีกฝ่ายออกก่อนจะนอนหันหลังและเอาผ้าห่มมาคลุมโปง

“ข้าก็นึกว่าจะเรียกว่า ที่รัก”

สิ้นคำหวานเลี่ยนหูฟรอยก็ดีดตัวออกมาชกอกคนขี้แกล้ง ที่ขยันทำให้เขาต้องทำตัวน่าอาย ทั้งยังเวลาอารมณ์ร้ายก็น่ากลัวเสียจนทำอะไรไม่ถูก ใครจะไปกล้าใช้คำคำนั้นเรียกกัน

ได้หัวใจวายตายกันพอดี**!**


https://www.facebook.com/Fey-Fahrenheit-1573151009607005/


ติดตามผลงานและการอัพเดทต่างๆ ได้ที่เพจ Fey Fahrenheit

www.facebook.com/fey013  ll @fey013

Twitter  @Fey013


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}