อินพรรดิ / สวาตี
facebook-icon

ขอบคุณที่สนับสนุนนักเขียนตัวแบนๆ นะคะ เหรียญทุกเหรียญ กุญแจทุกดอก และดาวทุกดวงมีค่าต่อปากท้องคร่า ^_^ (คอมเม้้นต์เราก็อยากได้นะ มาคุยกันๆ)

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

“ฉัตรน่ะเหรอครับจะมาฝึกงานที่บริษัท” ชายชาญค่อนข้างแปลกใจ

วันก่อนที่ตรัยวินท์เล่าว่าเขาเจอหญิงสาวที่ร้านวิชุดาก็ว่าแปลกแล้ว มาคราวนี้โลกมันจะกลมขนาดให้สองพี่น้องมาเดินชนกันในออฟฟิศเชียวหรือ

“ไม่ดีรึไง ทั้งสองคนจะได้อยู่ในสายตาเรา...ยังไงนายก็ช่วยจัดการคุยกับ HR ให้ทีแล้วกัน” ชายหนุ่มสั่งพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม สายตาคู่คมมองเลยไปยังเวทีแสดงดนตรีสดกลางสวนที่กำลังเล่นเพลงสบายๆ

“ได้ครับ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา...ว่าแต่จะบอกกับช่อยังไงครับ”

“กำลังคิดอยู่...จริงๆ ไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง เดี๋ยวสองคนนั่นก็คงเจอกันเอง นึกถึงหน้าแม่ช่อนั่นแล้วอยากแกล้งให้อึ้งซะบ้าง หมั่นไส้นักเชียวไอ้ท่าทางอวดเก่งถือดีเนี่ย มีอย่างรึ จนถึงตอนนี้ยังไม่พูดกับฉันเลย” เจ้าตัวหรี่ตาลงมองแก้วในมือ

“แล้วคุณไปทำอะไรเข้าล่ะครับ?” ชายชาญยิ้มอย่างจับผิด หากตรัยวินท์ปฏิเสธเสียงสูง

“เปล๊า ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

วันนี้สองพี่น้องออกมานั่งคุยงานกันนอกบ้าน ตรัยวินท์ไม่อยากให้ช่ออัญชันล่วงรู้ความลับ หญิงสาวยิ่งจ้องจับผิดเขาอยู่เรื่องสิ่งผิดกฎหมาย พยายามหลอกถามตลอดว่าธุรกิจที่ว่าคืออะไร แต่ตรัยวินท์ไม่ยอมบอกง่ายๆ รายนั้นจึงต้องผิดหวัง

มุมในสุดของร้านสไตล์การ์เด้นท์ ชายชาญขำนิดๆ กับท่าทางการแก้ตัวของอีกฝ่าย ตรัยวินท์ตีความหมายว่าน้องชายกำลังหัวเราะเยาะเขา ถึงได้กระแทกแก้วเบียร์เสียงดังตึกจนจานกับแกล้มกระเทือน

“นี่! ไม่ต้องมาขำเลย กลับไปฉันยังต้องคิดเรื่องฉัตรอีกนะว่าจะเอายังไง”

“เอายังไงนี่หมายถึงยังไงครับ ก็คุณตัดสินใจแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะเลือกคนพี่ แถมยังจับจดทะเบียนซะเสร็จสรรพ นี่ถ้าไม่บอกว่ารอบคอบผมคงคิดว่าคุณหวังอย่างอื่น” ชายชาญยิ้มกริ่ม หากคนถูกจับผิดรีบทำหน้าเคร่งกลบเกลื่อน

“อย่างอื่นอะไร? อย่ามาทำเป็นรู้ดี นายก็รู้อยู่นี่ว่าที่ให้จดก็เพื่อความสบายใจ อย่างน้อยก็เบาใจเรื่องช่อไปได้เปราะหนึ่ง ทีนี้ก็จะได้เหลือแค่ฉัตรที่ต้องคอยดูว่าจะเอายังไงต่อ แล้วไอ้เรื่องที่ฉันบอกว่าต้องกลับไปคิดเนี่ยก็หมายถึงเรื่องที่ฉัตรจะมาฝึกงาน ถึงตอนที่สองพี่น้องเจอกันแล้วจะเป็นยังไงต่อ แม่ช่อตัวแสบต้องบอกแน่ว่าฉันคือเสี่ยธีร์ ทีนี้ล่ะได้ยุ่งกันใหญ่” ตรัยวินท์ห่วง มันต้องออกมาในรูปนั้นแน่ และถ้าเกิดเป็นอย่างที่ว่าขึ้นมา ทีนี้ความเดือดร้อนต้องมาเยือนเขาไม่วันใดก็วันหนึ่ง

“แต่ผมสนใจอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า ช่อจะทำยังไงเมื่อรู้ว่าน้องกับแม่รวมหัวกันหักหลัง แล้วตอนที่ฉัตรเจอพี่สาวเธอจะทำหน้ายังไง”

“อืม นั่นก็น่าสน แต่ฉันเชื่อว่าถึงตอนนี้ช่อก็ยังไม่เชื่อว่าตัวเองถูกหลอก เอะอะก็คิดแต่ว่าฉันใส่ร้าย ฉันเข้าใจผิด จนทุกวันนี้แทบไม่เหลือความดีในสายตา” ชายหนุ่มตัดพ้อด้วยน้ำเสียงระคนหมั่นไส้ ชายชาญเห็นหน้าแล้วนึกขำ

“ก็ไม่น่าแปลกนี่ครับ คุณตรัยเล่นบทผู้ร้ายมาตั้งแต่ต้น”

“เออเนอะ มันก็จริง” คนถูกติงยักไหล่ ถูกใจคำพูดของญาติผู้น้องจนต้องยกแก้วขึ้นชนก่อนจะดื่มกันจนเกลี้ยง

ช่วงดึกมีวงดนตรีสดอีกวงมาสับเปลี่ยน สองพี่น้องยังคงนั่งคุยกันถึงประเด็นต่างๆ จนถึงเรื่องการขนย้ายยาเสพติดเข้าประเทศ

การกระทำดังกล่าวกำลังถูกเพ่งเล็งจากทางการตำรวจ โดยเฉพาะหน่วยงานของพันตำรวจเอกแสนที่จ้องจะกวาดล้างกระบวนการนี้ แต่หลายครั้งก็ทำพลาดเพราะคนร้ายไหวตัวทัน ตรัยวินท์ถึงต้องปรึกษาชายชาญเพื่อวางแผนให้รัดกุมกว่าเดิม

คนมีศักดิ์เป็นน้องและผู้ช่วยเริ่มหน้าเคร่ง มีข่าวแจ้งจากคนคุ้มกันโรงงานเรื่องกำหนดการเคลื่อนย้ายสินค้า ชายชาญส่งเศษกระดาษแผ่นเล็กให้ตรัยวินท์ดู เขาพยักหน้ารับรู้และยัดเศษกระดาษแผ่นนั้นลงกระเป๋าเสื้อเชิ้ตสีเทาตัวที่สวม

วันนี้แล้วที่ช่ออัญชันจะต้องไปทำงานยังบริษัทส่งออก ตรัยวินท์ยืนรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหาร จากนี้ไปเขาจะได้ชื่อว่าเป็นสามีที่ควบตำแหน่งเจ้านายไปในตัว ด้านนอกลุงชัยคนขับและรถก็เตรียมพร้อมแล้ว เสียแต่พนักงานใหม่ยังไม่ยอมลงมา

ร่างเล็กอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกระโปรงสีดำทรงสอบพอดีเข่า ใบหน้าและทรงผมจัดแต่งสวยงามกำลังดี ทว่าคนขาดความมั่นใจกลับยืนประดักประเดิดอยู่หน้าบันได จริงอยู่ที่เพิ่งจะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่ทว่าเนื้อตัวมันผะผ่าวราวกับอยู่หน้าเตาผิง ขนาดเครื่องปรับอากาศเย็นๆ ยังบรรเทาความตื่นเต้นนี้ไม่ได้เลย

ตรัยวินท์นั่งรอไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายออกมาตาม เขากำชับให้เธอรีบมาทานมื้อเช้าเพราะเดี๋ยวจะไปทำงานสาย

ร่างเล็กถึงกุลีกุจอวางกระเป๋าถือและนั่งลงประจำที่ จัดแจงอาหารบนโต๊ะที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้อย่างเร่งรีบ หารู้ไม่ว่าระหว่างนั้นฝ่ายชายลอบมองเธออย่างสำรวจ ตั้งแต่ทรงผมที่รวบเก็บปลายไว้ด้านหลังยันต่างหูคู่เล็กน่ารักสีเดียวกับเสื้อ

หน้าเนียนใสประทินด้วยเครื่องสำอางสีอ่อนโทนส้มอมชมพู ทาปากบางเอิบอิ่มด้วยลิปสติกโทนสีเดียวกัน เขามองเพลินจนลืมทานข้าวต้มกุ้งที่วางอยู่ตรงหน้า ยอมรับว่าภรรยาของเขาดูสวยน่ารักและโตเป็นสาวกว่าทุกวัน

ช่ออัญชันประหม่าตอนติดรถชายหนุ่มไปลงหน้าปากซอย สถานภาพเจ้านายทำให้ร่างเล็กรู้สึกขัดเขิน ตรัยวินท์สั่งให้ลุงชัยจอดส่งเธอลงแถวป้ายรถเมล์ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน รอจนรถตู้บริษัทมารับแล้วถึงออกรถไป

พอรถตู้จอดรับ ร่างเล็กก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งริมหน้าต่าง แน่นอนว่าทุกคนในนั้นมองเธอด้วยสายตาสงสัย บางคนหันมายิ้มให้ บางคนหันไปหลับต่อ เห็นจะมีแต่ผู้หญิงผิวขาวตัวเล็กนั่งข้างๆ ที่หันหน้ามาชวนคุยด้วย

“มาใหม่เหรอ พี่ชื่อนาวนะ อยู่แผนกไหนล่ะ?” นวรัตน์เป็นสาวแผนกธุรการ พอเห็นคนมาใหม่ก็ถามไถ่ตามนิสัยช่างเจรจา

ช่ออัญชันยิ้มละไมแล้วเอ่ยแนะนำตัว พร้อมกับบอกว่าเธอมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาของตรัยวินท์

“ผู้ช่วยยัยลีรดาเหรอ? อี๋!” คู่สนทนาทำหน้ายี้ คนตอบเลยวางหน้าไม่ถูก

“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากนะจ๊ะ” นวรัตน์กลัวน้องใหม่จะอึดอัดจึงรีบเฉลย ซึ่งช่ออัญชันก็ไม่ได้ติดใจอะไร ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนคุย

ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาเป็นตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อไม่นานนี้ ตามคำสั่งของท่านประธานที่ไม่มีใครกล้าขัด แน่นอนว่าตัวเลขาอย่างลีรดาไม่ค่อยจะเห็นดีเห็นงามเท่าไหร่ อยากเห็นหน้าเด็กเส้นที่ชายชาญฝากฝังมานักว่าจะหน้าตาเป็นยังไง มีอะไรพิเศษหนักหนาตรัยวินท์ถึงได้รับเข้ามาทำงานด้วย

ปกติที่นี่เข้าทำงานกันเก้าโมงตรง ซึ่งขณะนี้ล่วงเลยไปกว่าแปดโมงแล้ว ช่ออัญชันยืนตัวลีบท่ามกลางสาวออฟฟิศที่แต่งหน้าแต่งตัวกันสะสวย กลิ่นน้ำหอมสารพัดยี่ห้อปะปนกันอวลอยู่ในจมูก เพิ่งจะทราบว่ามีนักศึกษาฝึกงานก็ตอนเห็นพวกนั้นเดินมายืนรวมกลุ่มกันตรงหน้าลิฟต์

พอถึงชั้นที่เป็นออฟฟิศก็เดินไปแจ้งกับโอเปอเรเตอร์สาวสวย หล่อนให้ไปนั่งรอในห้องรับรอง อีกประเดี๋ยวลีรดาจะออกมาพูดคุยและแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ ช่ออัญชันยังไม่เคยพบกับเลขาสาว เลยแอบสงสัยว่าหล่อนจะเป็นคนลักษณะไหน ซึ่งไม่นานนักตัวจริงก็เปิดประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เห็นหน้าก็สะดุดตาตรงริมฝีปากสีแดงสด แถมการแต่งตัวยังหวือหวาเสียขนาดที่เธอซึ่งเป็นผู้หญิงยังต้องเหลียวมอง

“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อลีรดา เรียกพี่ลีก็ได้ เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนนะว่างานที่ต้องทำมีอะไรบ้าง” มาถึงก็พูดเข้าเรื่องงานอย่างไม่เสียเวลา ไม่เปิดโอกาสให้คนมาใหม่ได้แนะนำตัว

ช่ออัญชันรีบจับใจความและตั้งหน้าตั้งตาฟังที่หล่อนพูด เผลอสมาธิหลุดบ้างตอนรุ่นพี่หันโชว์แผ่นหลังเนียนขาวในชุดเดรสแขนกุดรัดรูปสีเทา

ข้อมูลมากมายถูกถ่ายทอดให้กับพนักงานใหม่ ทั้งเรื่องเนื้องานและหน้าที่ความรับผิดชอบ บริษัทส่งออกนี้ก่อตั้งมาร่วมสิบปีแล้ว ต่อยอดมาจากธุรกิจการค้าไม้ในตระกูลไตรภควัต แผนกที่ดูแลจัดการจะอยู่อีกชั้นหนึ่ง แต่ตัวโรงงานและสถานที่พักไม้มีที่เดียวคือในจังหวัดราชบุรี ซึ่งที่นั่นชายชาญจะเป็นผู้ดูแลจัดการ

“ถ้าพอเข้าใจแล้วงั้นพี่จะพาไปดูโต๊ะทำงาน” ลีรดาตัดบท หมุนตัวกลับออกจากห้องด้วยบุคลิกท่าทางคล่องแคล่ว

ช่ออัญชันเผลอมองตามสะโพกผายที่ส่ายเป็นจังหวะ ชื่นชมในหุ่นสูงเพรียวบางอย่างนางแบบ ผิวก็เนียนขาวมีออร่าอย่างกับดารา ไม่ว่าจะมองส่วนไหนมุมไหนก็สวยสะดุดตาไปเสียหมด เสียอย่างเดียวที่เจ้าหล่อนไม่ค่อยยิ้ม จนบางครั้งก็รู้สึกถึงความเย่อหยิ่งถือตัว

โต๊ะของผู้ช่วยเลขาอยู่เยื้องกับห้องท่านประธาน ด้านหลังเป็นมุมเครื่องถ่ายเอกสาร นอกจากโต๊ะว่างๆ กับคอมพิวเตอร์แล้วก็มีกองเอกสารตั้งหนึ่ง ลีรดาเตรียมงานแรกไว้สำหรับเธอแล้ว ช่ออัญชันต้องถ่ายเอกสารและเย็บเล่มรายงาน รวมถึงจัดเป็นชุดใส่แฟ้มให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมใช้ในการประชุมตอนบ่ายนี้

“มาสิพี่จะสอนใช้เครื่องถ่ายเอกสาร” มือเรียวกวักเรียกให้มายืนดูใกล้ๆ ช่ออัญชันได้กลิ่นหอมละมุนจากผิวกายของรุ่นพี่ ยิ่งเฉพาะเวลาที่หล่อนเคลื่อนไหว หญิงสาวตั้งใจฟังที่ลีรดาสอน ซึ่งรายนั้นก็ค่อนข้างจะพูดเร็ว

“ถ้าไม่สงสัยอะไรแล้วก็เริ่มทำงานได้เลยนะจ๊ะ” หล่อนบอกก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเลขาซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับโต๊ะของช่ออัญชัน

ผู้ช่วยเลขาคนใหม่เดินกลับมาหยิบเอกสารที่โต๊ะตัวเอง เวลานั้นประตูห้องท่านประธานเปิดอ้า เห็นแต่สภาพแวดล้อมภายในที่สงบเงียบเป็นส่วนตัว แอบชะเง้อมองเข้าไปเห็นเก้าอี้สีดำตัวใหญ่ว่างเปล่า มีสูทแขวนไว้ที่ผนังด้านหลังใกล้ชั้นหนังสือ แต่ตัวตรัยวินท์เองไม่รู้ไปไหน

“มีอะไรรึเปล่าจ๊ะช่อ?” ลีรดาทักเพราะเห็นอีกฝ่ายทำเมียงมองเข้าไปในห้องของท่านประธาน ช่ออัญชันชะงักสายตา รีบเบนหน้ากลับมาตอบคำถาม

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” พูดจบก็เดินไปยังเครื่องถ่ายเอกสารทางด้านหลัง

“คุณตรัยเขาไม่อยู่หรอก อยู่ในห้องปฐมนิเทศเด็กฝึกงานน่ะ” ลีรดาชิงบอก พร้อมกันนั้นก็มองกระทั่งรุ่นน้องเดินกลับมานั่งที่โต๊ะอย่างเก่า

หลังได้พบหน้าเด็กใหม่ก็รู้สึกระแวงอะไรบางอย่าง ลีรดาจับจ้องใบหน้าพริ้มเพราของผู้ช่วยเลขาตอนหญิงสาวก้มเรียงเอกสารบนโต๊ะ ช่ออัญชันรูปร่างหน้าตาสะสวยแบบที่หล่อนคิดไว้จริงๆ ด้วย ผู้หญิงคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับชายชาญ รายนั้นถึงเป็นธุระฝากงานให้ แถมจู่ๆ ก็ให้เข้ามาเสนอหน้าทำงานเป็นผู้ช่วยเลขา ทั้งที่วัยวุฒิหรือประสบการณ์อะไรก็ไม่มีสักอย่าง

เที่ยงกว่าแล้วแต่งานที่ทำอยู่ก็ยังไม่เสร็จ ฝีมือประเดิมงานเอกสารครั้งแรกค่อนข้างจะติดขัด ยิ่งตอนกระดาษเข้าไปติดในเครื่องถ่ายเอกสาร เธอต้องรบกวนพี่แถวนั้นช่วยดูให้ เล่นเอาเสียเวลาไปหลายนาที และนี่ก็ใกล้จะบ่ายโมงแล้ว ฉะนั้นต้องเร่งลงมือให้เสร็จก่อนที่ลีรดาจะกลับขึ้นมา

“อ้าวน้องช่อ! ทำไมยังไม่ลงไปทานข้าวอีกล่ะ แล้วนี่ยัย เอ๊ย! คุณลีก็ไม่ยักจะชวนไปกินข้าวด้วยเนอะ” นวรัตน์แอบเหน็บ เห็นน้องใหม่นั่งหน้าซีดแล้วก็สงสาร

“พี่นาวไปเถอะค่ะ ช่อต้องทำให้เสร็จทันบ่ายโมง นี่ก็เที่ยงครึ่งแล้ว”

“อะไรกัน วันแรกก็ให้งานเร่งแบบนี้เลยเหรอ?”

ช่ออัญชันพยักหน้า ยิ้มเจื่อนก่อนแจงว่าเหลืออีกไม่เยอะแล้ว นวรัตน์จึงอาสาช่วยทำ ธุรการสาวโทรไปบอกเพื่อนที่รออยู่หน้าเคาน์เตอร์ให้ลงไปทานข้าวก่อน แต่ช่ออัญชันเกรงใจเพราะนี่เป็นเวลาพักเที่ยง

“เหอะน่า พี่ช่วยเสร็จเร็วกว่า งานแบบนี้พี่ถนัด ยกปึกนั้นมาให้พี่มา” นวรัตน์จัดแจงพร้อมแนะนำเทคนิคให้ สองคนช่วยกันขยันขันแข็งทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น กระทั่งชุดสุดท้าย ช่ออัญชันวางเรียงแล้วก็โพล่งออกมาอย่างลืมตัว

“เฮ้อ! เสร็จสักที”

นวรัตน์ถึงขำในท่าทีน่าเอ็นดู จังหวะนั้นได้ยินเสียงคนเดินมาทางนี้ หันไปจึงเห็นว่าเป็นตรัยวินท์ยืนอยู่ระหว่างโต๊ะของผู้ช่วยกับเลขา

“อุ้ย! คุณตรัย สวัสดีค่ะ” นวรัตน์ยกมือไหว้ตามปกติ ช่ออัญชันเลยต้องพลอยยกมือสวัสดีตามไปด้วย

ท่านประธานหนุ่มวางมาดนิ่ง เผยยิ้มนิดๆ ตอนเห็นท่าทีกระอักกระไอของภรรยาสาว แต่จะว่าไป การที่เธอสงบเสงี่ยมเจียมตัวแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ

“ไม่ทานข้าวกันเหรอ?” เขาทักรวมๆ โดยไม่ระบุชื่อ แต่ด้วยความว่องไว นวรัตน์จึงรีบชิงตอบ

“กำลังจะลงไปค่ะ น้องช่อเพิ่งเสร็จงาน นี่คุณลีสั่งเช้าจะเอาบ่าย น้องเกือบทำไม่ทัน” ธุรการสาวได้ทีก็รีบฟ้อง ช่ออัญชันต้องสะกิดแขนห้ามไว้เพราะกลัวเจ้าตัวมาได้ยิน ดีไม่ดีรายนั้นจะเขม่นเอาได้

“งั้นก็รีบลงไปหาอะไรทานซะก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมเอา” ตรัยวินท์แนะ สีหน้าท่าทางอ่อนโยนผิดกับตอนอยู่ที่บ้าน

ธุรการสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ โดยส่วนตัวชื่นชมท่านประธานหนุ่มมาก ถึงขนาดตอนทานข้าวยังคุยให้ช่ออัญชันฟัง เสียแต่เรื่องที่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกับลีรดา ผู้หญิงที่หล่อนและคนเกือบครึ่งค่อนออฟฟิศไม่ปลื้ม จนช่ออัญชันต้องถามว่า ‘ทำไม?’

“ก็แม่นี่น่ะเยอะ เรื่องมาก ชอบถืออภิสิทธิ์ ไม่รู้คุณตรัยไปพลาดท่าเสียทีได้ยังไง” นวรัตน์ใส่อารมณ์ สีหน้าท่าทางแสดงออกเลยว่าไม่ชอบ ช่ออัญชันทานไปด้วยฟังไปด้วย ระหว่างนั้นไม่ลืมมองหน้ามองหลังเพราะกลัวต้นตอจะมาได้ยิน

“สองคนนั้นเขาเป็นมากกว่าเจ้านายกับเลขาใช่มั้ยคะ?” เจ้าตัวซัก ฝ่ายรุ่นพี่ทำสีหน้าอึกอักเหมือนไม่อยากจะพูด

“ส่วนใหญ่เขาก็ว่าอย่างนั้นกันนะ ก็เมื่อปีกลายตอนไปสัมมนาต่างจังหวัด คนเขาเห็นกันว่าแม่นั่นออกมาจากห้องคุณตรัยตอนดึก แล้วสังเกตสิ ชอบเข้าไปคุยกันในห้องนานๆ เสื้อแสงแม่นั่นก็เว้าซะจนเต้าจะทะลัก นี่ๆ มีครั้งหนึ่ง พี่เคยเห็นที่คอเสื้อคุณตรัยมีรอยลิปสติกด้วย สีเดียวกับที่ปากยัยนั่นเลย”

ช่ออัญชันเหยียดริมฝีปากเกือบเป็นเส้นตรง แสดงอาการรังเกียจชายหนุ่มที่กำลังโดนพาดพิง นวรัตน์ถึงเพิ่งคิดได้ว่าไม่น่าพูดให้รุ่นน้องเข้าใจผิด

“แต่คุณตรัยน่ะเขาดีนะ เป็นคนน่ารักทีเดียว น้องช่อโชคดีแล้วที่ได้ทำงานกับเขา” เธอรีบแก้ตัวหลังจากที่หลุดปากแฉไปแล้ว

ช่ออัญชันแค่นยิ้ม อยากจะบอกว่ารุ่นพี่ถูกหลอก จริงๆ แล้วท่านประธานที่พูดถึงไม่ได้เป็นคนดีเลย ไม่แปลกหรอกถ้าเขาจะมีพฤติกรรมฉาวอย่างที่หล่อนว่า

บ่ายวันแรกของการขึ้นมาทำงานช้าเลยโดนลีรดาตักเตือน โชคดีที่งานที่ได้รับมอบหมายไว้เสร็จทันเวลา ตรัยวินท์ได้ยินเสียงเอะอะจึงลุกออกมาลอดมองผ่านม่านปรับแสง ใจหนึ่งก็สงสาร แต่อีกใจก็อยากให้หญิงสาวได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานบ้าง ช่ออัญชันเดินวุ่นทั้งวันโดยไม่รู้ว่าเลขาของเขามอบหมายงานอะไรให้ จากคิ้วเรียวสวยได้รูปบัดนี้เริ่มขมวดย่นจนแทบจะชิดกันแล้ว ร่างหนากลับมานั่งประจำที่ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเป็นห่วงและให้ความใส่ใจกับหญิงสาวถึงเพียงนี้

ด้านผู้ช่วยเลขาที่มาทำงานวันแรกก็เดินไปเดินมาจนขาจะขวิด พอว่างต้องรีบปลีกตัวมาเข้าห้องน้ำเพราะอั้นมาสักพักแล้ว ลีรดาจ่ายงานไม่หยุดแถมไม่บอกรายละเอียด เดี๋ยวให้โทรเจรจากับลูกค้าเดี๋ยวให้เอาเอกสารไปให้ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ทั้งที่คนมาใหม่ยังไม่รู้จักใครเลย รายนี้ก็ได้แต่เลียบเคียงถามไถ่ไปตามเรื่องตามราว เสียเวลาก็ตรงที่ต้องไปจดๆ จ้องๆ ดูก่อนว่าอะไรเป็นอะไร

‘เด็กฝึกงานคนนั้นเหมือนฉัตรเลย’ ช่ออัญชันคิดในใจ พลางมองไปที่นักศึกษาสาวที่รูปร่างท่าทางละม้ายคล้ายกับน้องสาวเธอ

ตอนเดินลงมายังแผนกการตลาดเห็นหญิงสาวรายนี้ยืนหันหลังให้ เหมือนว่าหล่อนกำลังจดบันทึกอะไรอยู่สักอย่าง ช่ออัญชันรู้สึกตื่นเต้นบอกไม่ถูก แม้รู้ว่ายากที่จะเป็นไปได้แต่ก็ไม่วายแอบลุ้น

เจ้าตัวลืมไปเลยว่าลีรดาใช้ให้มาเอาเอกสาร ขณะยืนนิ่งอยู่หลังพาร์ทิชั่นก็จดจ้องนักศึกษาคนนั้นอย่างไม่คาดสายตา ยิ่งตอนที่หล่อนหันข้างมา ทรงผมและใบหน้าช่างเหมือนฉัตรพระอินทร์เอามากๆ กระทั่งผู้หญิงคนนั้นหันหน้าและเดินมาใกล้ๆ ช่ออัญชันถึงใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะว่านั่นคือน้องสาวเธอจริงๆ

“ฉัตร!...ฉัตร!” ช่ออัญชันเรียกเน้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังจนเกินไปนัก เนื่องจากเกรงใจพนักงานที่นั่งอยู่บริเวณนั้น คนตื่นเต้นพยายามระงับอาการดีใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีพนักงานบางคนหันมามองด้วยความสงสัย

“พี่ช่อ!...” ฉัตรพระอินทร์ใจหายวาบหลังหันมาเจอหน้าพี่สาว คนถูกเรียกยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ทำอะไรไม่ถูกเลยจนผู้เป็นพี่ต้องเดินเข้ามาสะกิดเรียกและดึงมือให้ออกไปคุยด้านนอกแผนก

“พี่ช่อมาอยู่นี่ได้ยังไง?” ฉัตรพระอินทร์วางหน้าไม่ถูก ช่ออัญชันจูงมือน้องสาวผ่านหน้าลิฟต์และเปิดประตูหนีไฟออกไปยืนคุยตรงทางพักบันได

“พี่ดีใจมากเลยนะที่รู้ว่าเป็นฉัตร” มือที่เอื้อมมาจับมือของน้องสาวสั่นเทาไปหมด ฉัตรพระอินทร์เริ่มตั้งสติ เก็บกลืนสีหน้าตื่นตระหนกแทนที่ด้วยรอยยิ้มปริ่มเปรม เพื่อแสดงออกให้คนเป็นพี่เข้าใจว่าเธอก็ดีใจเช่นกันที่ได้เจอ

“พ่อกับแม่เป็นยังไงบ้าง แล้วฉัตรล่ะ เป็นไงมาไงถึงได้มาฝึกงานที่นี่ได้?” เจ้าตัวยิงคำถามก่อนที่น้องสาวจะทันเอ่ยปากซักเสียอีก เลยกลายเป็นฉัตรพระอินทร์ที่ต้องตอบคำถามพี่สาวก่อน

“ทุกคนสบายดี แต่แม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ ฉัตรกับแม่พยายามติดต่อพี่ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง แต่ติดต่อใครไม่ได้เลย ทั้งผู้ช่วยเสี่ยก็พลอยหายเงียบกันหมด พวกเรากังวลใจมากเลยนะพี่ แต่นี่พ่อยังไม่รู้เรื่องนี้นะ ฉัตรบอกแม่ว่าอย่าเพิ่งบอก กลัวพ่อโกรธ พ่อยิ่งเคืองแม่อยู่ด้วย ถ้ารู้ว่าแม่ปล่อยให้พี่ถูกจับตัวไปมีหวังเลิกกับแม่แน่ๆ” คนสร้างเรื่องทำหน้าเศร้า พยายามสื่อให้เห็นว่าเธอกับแม่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

“อืม พี่เข้าใจ พี่เองก็ยังไม่ได้โทรหาพ่อเหมือนกัน แต่คิดว่าคงจะไม่บอกพ่อหรอกเพราะตอนนี้พี่ก็ปลอดภัยดีแล้ว แต่พี่ก็ยังข้องใจนะว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น คนพวกนั้นจับพี่ไปทำไม”

“อะ เอ่อ...” ฉัตรพระอินทร์อ้ำอึ้ง หน้าเครียดเพราะไม่ได้เตรียมใจจะมาเจอพี่สาว

“ฉัตรก็ไม่รู้ ไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบนี้ แม่เดาว่าผู้ช่วยเสี่ยต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ คงหมายจะจับฉัตรแต่พลาดไปเป็นพี่ช่อ...ฉัตรเสียใจจริงๆ นะ พี่ช่อเลยต้องมารับกรรมแทนเลย”

หญิงสาวพยายามตีหน้าซื่ออย่างน้องสาวที่แสนดี โชคดีที่ก่อนหน้าวางแผนกับมารดาไว้แล้ว ก็เลยแสร้งทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้อย่างแนบเนียน

“ช่างมันเถอะ พี่ก็กะแล้วล่ะว่าต้องเข้าใจผิด แต่นี่ฉัตรกับแม่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พี่เป็นห่วงมากเลยนะ ติดต่อใครไม่ได้สักคน”

“แล้วเขาทำอะไรพี่บ้างรึเปล่า เสี่ยน่ะทำร้ายพี่มั้ย เขาใจร้ายกับพี่รึเปล่า?” รายนี้พยายามคาดคั้น หากพี่สาวสูดลมลึกๆ เหมือนทำใจแล้วค่อยผ่อนออก สีหน้าบ่งบอกว่าไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ผ่านมาสักเท่าไหร่

“ก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรหรอก แค่บังคับขู่เข็ญพี่นิดหน่อย แต่นี่ฉัตร เขารู้จักพ่อเราด้วย และพี่ก็คิดว่าเขาวางแผนที่จะเล่นงานพ่อโดยใช้พี่เป็นเครื่องมือ”

เจอประเด็นนี้เข้าไปฉัตรพระอินทร์ถึงกับอึ้ง เรื่องมันซับซ้อนมากกว่าที่เธอกับแม่รู้อย่างงั้นหรือ กลับกลายเป็นเสี่ยธีร์ไม่ได้ถูกใจเธอ แต่ว่ารายนั้นหมายจะใช้เธอเป็นเครื่องมือ ถึงว่า ตอนมารดาไปเจรจาขอเปลี่ยนตัวถึงได้ไม่ขัดข้อง

“นี่ฉัตรสับสนไปหมดแล้ว”

“พี่เข้าใจ พี่เองก็ใช้เวลาหลายวันกว่าจะปะติดปะต่อเรื่องได้หมด” ร่างบางผ่อนลมหายใจอีกเล็กน้อย คนเป็นน้องเห็นสถานการณ์ตึงเครียดก็เกรงจะถูกรื้อฟื้นความผิด

“แต่ฉัตรดีใจนะที่รู้ว่าพี่ช่อปลอดภัย นี่ถ้าแม่รู้ต้องดีใจมากแน่ แม่เป็นห่วงและกลัวว่าพี่จะเข้าใจผิดคิดว่าแม่โกหก”

“พี่จะคิดแบบนั้นได้ยังไง แม่ช้องเลี้ยงพี่มาตั้งแต่เล็กนะ งานนี้คนที่โกหกพวกเราก็คือเสี่ยธีร์กับคนของเขาต่างหาก” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเคืองขุ่น

จังหวะนั้นฉัตรพระอินทร์ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แต่นับว่าโชคดีที่เรื่องมันกลับตาลปัตรเสียได้ แถมช่ออัญชันก็ยังไม่ติดใจว่าเป็นความผิดของเธอกับแม่ เห็นพี่สาวเข้าใจผิดแบบนี้แล้วก็เบนหน้าไปแอบถอนใจอย่างโล่งอก

“พี่ว่าเราพักเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ พี่อยากรู้ว่าฉัตรมาฝึกงานที่นี่ได้ยังไง?” ช่ออัญชันกลับมาที่ปัจจุบัน ตอนนั้นฉัตรพระอินทร์รีบผินหน้ากลับมา เล่าให้ฟังตั้งแต่วันที่เธอไปถามหาช่ออัญชันที่ร้านของวิชุดา กระทั่งถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวเปิดประตูชนรถของตรัยวินท์ และหลังจากนั้นเขาก็ให้นามบัตรเธอมา

“คุณตรัยเขาไม่เอาเรื่อง เขาใจดีมากเลยนะพี่ช่อ แถมยังยอมให้ฉัตรเลี้ยงกาแฟตอบแทนอีก ก็เขานั่นแหละที่เป็นคนชวนให้มาสมัครที่นี่ ตอนนั้นฉัตรรอผลสัมภาษณ์อีกบริษัทพอดี แต่เห็นว่าที่นี่ไม่เลวก็เลยทำเรื่องดู คุณตรัยน่ะเขาเซ็นอนุมัติด้วยตัวเองเลยนะ” รายนี้มัวแต่ชื่นชมให้ฟัง เลยไม่ทันสังเกตว่าคนตรงหน้ายืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้

ช่ออัญชันถึงกับอึ้ง ชนิดที่จู่ๆ ขาทั้งสองข้างพานจะหมดเรี่ยวแรง แววตายินดีเมื่อครู่หมองลงโดยอัตโนมัติ กำลังโกรธและตำหนิสามีจอมเจ้าเล่ห์ที่รู้ทุกอย่างแต่ไม่เคยคิดจะบอก หรือนี่ก็เป็นหนึ่งในแผนการของเขา เห็นแบบนี้แล้วแทบอยากเดินไปถามเจ้าตัวให้รู้เรื่อง

“เป็นอะไรไปน่ะพี่ช่อ...ว่าแต่ฉัตรก็สงสัยนะว่าทำไมพี่ถึงมาทำงานที่นี่ได้ เสี่ยเขายอมปล่อยตัวพี่แล้วเหรอ?”

ตอนนี้บรรยากาศบริเวณบันไดหนีไฟเริ่มอึดอัด ใบหน้าสวยของทั้งคู่เริ่มมันวาวและชื้นเหงื่อ คนเป็นพี่เกิดอาการกระอึกกระอักขึ้นมาทันที หากสุดท้ายก็ต้องยอมเฉลยในสิ่งที่น้องสาวจำเป็นจะต้องรู้

“ฉัตร ฟังพี่นะ เสี่ยธีร์กับคุณตรัยคือคนคนเดียวกัน”

แทนคำตอบ คนฟังคล้ายกับชะงักค้าง สังเกตว่าความมั่นใจบนสีหน้าของฉัตรพระอินทร์หายไปจากทีแรก เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พี่พูด เหนืออื่นใดคือความปลาบปลื้มในตัวชายหนุ่มที่มีอันสะดุดลง เพราะเวลานี้เขาคือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของพี่สาวเธอ

“คุณตรัยเป็นสามีพี่ช่อเหรอ?” เจ้าตัวเอ่ยทวน เหมือนจิตหลุดไปชั่วขณะ คู่สนทนาพยักหน้าแต่ก็แย้งในคราวเดียว

“ใช่ แต่เป็นแค่ในนามเท่านั้นนะ พี่กับเขามีข้อตกลงกันบางอย่าง เพื่อความปลอดภัยของพ่อและคนในครอบครัวเรา”

“ยังไง พี่จะบอกว่าเขากับพี่ไม่ได้มีอะไรกันเหรอ?”     ฟังดูคล้ายไม่น่าเชื่อ แต่ช่ออัญชันก็พยักหน้ายืนยัน

เห็นทีคราวนี้สีหน้าของฉัตรพระอินทร์จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เผลอถอนใจออกมาอย่างโล่งอกจนคนเป็นพี่นึกสงสัย หากคนเป็นน้องได้แต่อ้างว่าสบายใจที่รู้ว่าพี่สาวไม่ได้ถูกบังคับให้แต่งงาน

“ฉัตรอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ ทุกเรื่องที่พี่เล่ามาทั้งหมด เพราะถ้าเขารู้พวกเราลำบากแน่ คุณตรัยไม่ได้แสนดีอย่างที่ฉัตรเห็นหรอกนะ” พี่สาวแย้มเป็นนัยๆ ฉัตรพระอินทร์ก็รับปากว่าจะไม่พูดให้ใครฟังนอกจากช้องนาง

“แต่ถ้าเขาเป็นอย่างที่พี่ช่อว่า ทำไมฉัตรถึงไม่เห็นรู้สึกเลย” กลับกลายเป็นนัยน์ตาสวยส่งประกายแพรวพราว ฉัตรพระอินทร์กำลังมีความคิดที่จะเล่นกับไฟ

ด้วยความหวังดี พี่สาวจึงได้แต่เตือนน้องให้อยู่ห่างจากตรัยวินท์ เพราะชายหนุ่มเป็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ

ช่ออัญชันรู้ว่ามีอีกหลายอย่างที่คนเป็นน้องอยากทราบ แต่บังเอิญว่าตอนนั้นได้ยินเสียงคนคุยกันดังจากชั้นล่าง ประกอบกับหายลงมานานแล้วจึงรีบตัดบท ช่ออัญชันรับปากจะเล่าให้ฟังภายหลัง แต่ตอนนี้ต้องรีบเอาเอกสารไปให้ลีรดาก่อนที่รายนั้นจะโทรลงมาตาม ยังกลัวอยู่เลยว่าตอนเอางานลงไปให้จะโดนตำหนิหาว่าอู้งานหรือเปล่า

ความคิดเห็น