น้ำมิ้ม

เรื่องนี้จะรวมทุกความน้ำเน่าไว้อย่างที่คุณต้องคิดถึง 5555 คือ ไรท์เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มบางๆที่เมื่อก่อนเล่มละ 10 บาทอ้ะ ใครจำได้บ้าง เรื่องนี้เลยเขียนแบบที่ตัวเองคิดถึงและอยากอ่าน คือแบบ...ถึงรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เราก็ยังติด ...มานั่งตบยุงด้วยกันเถอะ มาๆๆๆ

ตอนที่ 22 : คนเห็นแก่ตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 : คนเห็นแก่ตัว

คำค้น : รุ่งตะวันแห่งหัวใจ , หมอทหาร , พินัยกรรม , คำขอร้องสุดท้าย , แต่งงาน , มรดก , ปกเกียรติ , ปรางสุดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2559 23:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 : คนเห็นแก่ตัว
แบบอักษร

 

 รุ่งตะวันท้องแก่เต็มที นั่นทำให้ร่างที่เคยแบบบางจุ้มปุ๊กขึ้น พิธานบอกตัวเองไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารักท้องโตขึ้นทุกวันๆ เกือบ 9 เดือนที่ผ่านมาชายหนุ่มเห็นพัฒนาการในการตั้งครรภ์และความเอาใจใส่ของปูเป้ พยาบาลที่คอยมาประกบดูแลหญิงสาวตลอดเวลา แต่เมื่อต้องมาจ้องมองด้วยความรู้สึกของชายคนรักที่ไม่ใช่พ่อของเด็กในท้อง ทำให้พิธานรู้สึกเจ็บแปลบในใจ .... ผู้หญิงตรงหน้าดูจะแปลกไปสำหรับเขาอีกครั้ง จากปรางสุดาสู่รุ่งตะวัน และจากรุ่งตะวัน สู่คุณแม่อุ้มบุญของเด็กในท้องนั่น

“เมื่อฉันยกลูกให้เป็นทายาทสืบทอดทุกอย่างของท่านนายพลปิติ แล้วฉันก็หมดภาระหน้าที่ต่อตระกูลชนพิทักษ์ ฉันก็จะกลับมาเป็นรุ่งตะวันคนเดิมของคุณไงคะพีต้า”

“หมายความว่าคุณจะแต่งงานกับผม...อย่างนั้นเหรอ”

“ค่ะ...ฉันรักคุณนะคะพีต้า ที่ฉันต้องยอมอุ้มบุญก็เพื่อตัดภาระทางพินัยกรรม และฉันก็จะได้มาอยู่กับคุณไงคะ”

รุ่งตะวันเอ่ยพลางกุมมือชายหนุ่มเอาไว้ หากพิธานมองท้องที่ใหญ่โตของคนรักแล้วได้แต่สับสนในใจ ...วันนี้ความรักของเขายังหลงเหลือให้กับหญิงสาวตรงหน้าเหมือนเดิมหรือไม่ ...เขาจะหมดรักรุ่งตะวันง่ายๆเพราะเธอเคยมีลูกอย่างนั้นหรือ

“ความรักของเรากว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมจะไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคต่างๆที่ทดสอบเรา ..เราจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันนะรุ่งตะวัน ผมสัญญาผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด”

พิธานยกมือเล็กนั้นขึ้นจุมพิตพลางยิ้มให้หญิงคนรักตรงหน้า คนที่ก้าวข้ามผ่านความรักต้องห้ามอย่างเขามาแล้ว ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคที่เล็กน้อยเพียงแค่นี้ ถึงอย่างไรเขาก็ยังรักและต้องการจะแต่งงานกับรุ่งตะวัน

.........................................................................................................................................

ปกเกียรติเข้ามาโอบประคองร่างอ้วนกลมของภรรยาเอาไว้อย่างทะนุถนอม ... สองสามเดือนหลังมานี้ชายหนุ่มขอแลกเวรทำงานในตอนกลางวันตลอด เพราะไม่กล้าทิ้งรุ่งตะวันที่ท้องแก่ให้อยู่บ้านคนเดียวในตอนกลางคืน ยิ่งใกล้กำหนดคลอดเข้ามาเต็มทีทำเอาชายหนุ่มเครียดจนแทบนอนไม่หลับจนรุ่งตะวันที่เป็นคนอุ้มท้องเองยังไม่เครียดเท่าเขา

 ....และวันนี้ก็เช่นกันหลังจากที่เธอออกจากห้องน้ำ ชายหนุ่มก็แทบจะกรากเข้ามาอุ้มเอาไว้ด้วยกลัวหญิงสาวจะลื่น จนรุ่งตะวันอดหัวเราะกับอาการเป็นห่วงเกินเหตุของปกเกียรติไม่ได้

“คุณขำอะไรกัน ผมไม่ขำนะ คุณท้องใหญ่อุ้ยอ้ายแบบนี้ต้องระวังให้มากรู้ไหม เกิดเดินไปจนนั่นชนนี่ หรือเกิดลื่นล้มขึ้นมาจะทำยังไง”

“โอเว่อร์ไปแล้วคุณ ฉันท้องมาตั้งเก้าเดือนแล้ว คงไม่เป็นอะไรไปช่วงนี้หรอก”

“รุ่งตะวัน!

ปกเกียรติเอ่ยดุหญิงสาวเสียงเข้ม .... เขาไม่ชอบใจที่ตัวเธอพูดเหมือนกับแช่งตัวเอง ยิ่งเฉพาะใกล้คลอดแบบนี้เขายิ่งเป็นห่วงกังวลสารพัด ...นี่เขาเห็นป้านวลแอบไปบนเจ้าที่หน้าบ้านเขายังเห็นดีเห็นงามด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้แทบไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์เลยด้วยซ้ำ

รุ่งตะวันรีบยกมือปิดปากพลางยิ้มให้อย่างปลอบประโลม ชายหนุ่มเข้ามาโอบกอดเธอไว้ทั้งตัวพลางก้มลงไปจุมพิตเธออย่างรักใคร่ ก่อนจะละริมฝีปากไปจุมพิตลูกในท้องที่ดูเหมือนจะดิ้นแรงราวกับทักทายคนที่อยู่ข้างนอก

“ไง...เจ้าตัวแสบ วันนี้ดิ้นใหญ่เลย จะออกมาหาพ่อเมื่อไหร่....หืม? ”

“วันนี้ลูกดิ้นแรงจังค่ะ ...ฉันรู้สึกเจ็บเสียดๆ”

รุ่งตะวันบ่นเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายยังคงเอาหูแนบท้องของเธอราวกับจะรอฟังลูกตอบ แต่กลับกลายเป็นว่าปกเกียรติกลับได้ยินเสียงแม่ของลูกร้องโอดโอยแทน

“โอ๊ย...คุณปก...ฉันเจ็บท้องค่ะ”

รุ่งตะวันเจ็บจนหน้าซีดเหงื่อเม็ดโตๆผุดขึ้นเต็มใบหน้า ปกเกียรติก้มลงช้อนตัวหญิงสาวอุ้มขึ้นปลิว ก่อนจะรีบก้าวยาวๆออกจากห้องไปพลางเรียกหาให้คนเอารถออกไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

..................................................................................................................................................

เด็กทารกตัวแดงที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ข้างเตียงคลอดทำให้ปกเกียรติบรรยายความรู้สึกในขณะนี้ออกมาเป็นภาษาใดๆในโลกไม่ได้เลย ...เขาจุกแน่นอยู่ในอกเมื่อเห็นภาพที่รุ่งตะวันโอบอุ้มลูกน้อยและให้นมเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มเดินไปโอบกอดภรรยาและลูกชายตัวน้อยเอาไว้อย่างแสนรักสุดหัวใจ ... ปกเกียรติตอบตัวเองได้ทันที ... นี่คือครอบครัวของเขา .... สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ท่านนายพลมอบให้เขาไม่ใช่ปรางสุดา ไม่ใช่มรดกหลายร้อยล้าน แต่เป็น “ครอบครัว” ที่เขาถวิลหามาตั้งแต่ยังอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า

“ผมจะตั้งชื่อให้แกว่า ปกป้อง เพราะนับจากนี้ผมจะเป็นคนดูแลปกป้องลูกของเรา ... ครอบครัวของเรา”

“ความหมายดีจังเลยค่ะ ... ฉันเองก็ชอบชื่อนี้ ...อีกอย่างคล้องจองกับชื่อคุณด้วย ปกเกียรติ-ปกป้อง”

“ขอบคุณที่มอบลูกชายให้กับผมรุ่งตะวัน ผมมีความสุขมาก ...มากจนผมคิดว่าผมโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ผมไม่โกรธแค้นโชคชะตาอะไรอีกแล้ว”

ปกเกียรติบรรจงจูบลงที่ศีรษะทุยของบุตรชาย .... น้ำตาแห่งความปลื้มปิติหยาดหยดลงอย่างกลั้นไม่ไหว แม้ว่าทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายให้ใครเห็น แต่วันนี้วันแห่งความสุขของเขานั้นเขายินดีที่จะหลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปิติแบบไม่อายใคร....

“ผมรักคุณรุ่งตะวัน...แล้วผมก็รักลูกของเราเหลือเกิน...ผมจะปกป้องคุณกับลูกไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ผมสัญญา...”

 ...................................................................................................................................................................................................................................

 

 

วันนี้เป็นวันที่ลูกชายของเธออายุครบหนึ่งเดือนพอดิบพอดี และเป็นวันที่หญิงสาวเองก็รอคอยเช่นกัน วันที่เธอจะได้เป็นอิสระจากปกเกียรติ...

หลังจากที่ให้นมลูกชายตัวน้อยจนอิ่มหนำและรอจนเจ้าตัวเล็กหลับสนิท รุ่งตะวันก็เอาแต่ต้องมองใบหน้ากลมแป้นนั้นอย่างลังเลใจ .... สัญชาตญาณของความเป็นแม่ทำให้เธอรักและเป็นห่วงลูกน้อย ... หากผู้ชายอีกคนหนึ่งก็กำลังรอเธออยู่เช่นกัน

“แม่ขอโทษปกป้อง...”

หญิงสาวอุ้มลูกแนบอก ก่อนจะรีบขนอุปกรณ์ของใช้เด็กทารกขึ้นรถอย่างรีบร้อน เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่ปกเกียรติจะกลับมา ไม่อย่างนั้นแผนที่เธอวางใจจะต้องพังไม่เป็นท่าแน่

.......................................................................................................................................................

ปกเกียรติกลับบ้านมาพร้อมของเล่นกล่องใหญ่ ....วันนี้ลูกชายของเขาอายุครบหนึ่งเดือนพอดี ชายหนุ่มจึงแวะซื้อของขวัญให้ลูกจนกลับช้าผิดปรกติ .... แต่ถึงจะผิดปรกติอย่างไร คนในบ้านก็ไม่ควรจะต้องออกมายืนออต้อนรับเขากันพร้อมหน้าแบบนี้

“คุณปกคะ....เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ...คุณหนูปรางพาคุณหนูป้องขับรถหายออกจากบ้านไปหลายชั่วโมงแล้วค่ะ จนป่านนี้ป้ายังติดต่อคุณหนูไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหนค่ะ”

ชายหนุ่มยืนแข็งทื่อเหมือนถูกสาป แขนขาไม่มีเรี่ยวแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...รุ่งตะวันกำลังเล่นตลกอะไรกับเขา

“ป้านวลคะ...มีโทรศัพท์จากคุณหนูโทรเข้ามาที่บ้านค่ะ”

ปกเกียรติเดินแซงหญิงสูงวัยเข้าไปในบ้าน ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพูดเอง

“คุณอยู่ไหน...พาลูกกลับมาหาผมที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ฉันแค่อยากทวงสัญญาค่ะคุณปก...พวกเราเคยตกลงกันไว้ ครบ 1 ปีคุณจะหย่าให้ฉัน”

ปกเกียรติกำหูโทรศัพท์แน่นจนแทบจะแหลกคามือ ในใจปวดร้าวราวกับมีใครมากระชากหัวใจเขาไปทั้งเป็น ....ครบเวลา 1 ปีที่หญิงสาวเฝ้าคอยแล้ว ... เธอเฝ้าคอยนับวันเวลามาตลอด ในขณะที่ตัวเขาไม่เคยแม้จะกระทั่งจะดูวันที่เลยด้วยซ้ำ ...เขามัวแต่มีความสุขที่ได้อยู่กับลูกกับเมีย จนลืมไปแล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับเขาเพื่อรอวันหย่า!

“ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปรับแล้วพรุ่งนี้เราค่อยไปอำเภอด้วยกัน”

ชายหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมทั้งๆที่เสียงสั่นดวงตาแดงก่ำไปหมดหากน้ำตาไม่มีจะไหลรินออกมา  หรือถ้าหากจะมีน้ำไหลออกจากตาก็คงจะเป็นเลือด! ...เลือดที่ไหลออกจากหัวใจของเขา

“พรุ่งนี้เช้าเราไปเจอกันที่อำเภอเลยค่ะ ฉันกับลูกจะไปรอคุณที่นั่นตอน 8 โมงเช้า ถ้าคุณเซ็นใบหย่าเมื่อไหร่ ฉันถึงจะคืนลูกให้คุณ ขอให้ตรงเวลาด้วยนะคะ ฉันกับพิธานรอคุณได้ไม่เกิน 9 โมง"

“อ้ากกกกกก”

 

ปกเกียรติคว้าโทรศัพท์ทุ่มลงกับพื้นอย่างคั่งแค้น เสียงร้องราวกับสัตว์บาดเจ็บทำเอาป้านวลได้แต่เข้าไปกอดปลอบชายหนุ่มที่กระทืบโทรศัพท์จนแหลกไม่มีชิ้นดี หากหญิงสูงวัยรู้ดีว่า คนที่แหลกสลายคือบุรุษหนุ่มตรงหน้าผู้แสนดีคนนี้ต่างหาก... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น