น้ำมิ้ม

เรื่องนี้จะรวมทุกความน้ำเน่าไว้อย่างที่คุณต้องคิดถึง 5555 คือ ไรท์เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มบางๆที่เมื่อก่อนเล่มละ 10 บาทอ้ะ ใครจำได้บ้าง เรื่องนี้เลยเขียนแบบที่ตัวเองคิดถึงและอยากอ่าน คือแบบ...ถึงรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เราก็ยังติด ...มานั่งตบยุงด้วยกันเถอะ มาๆๆๆ

ตอนที่ 18 : ข้อแลกเปลี่ยน

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 : ข้อแลกเปลี่ยน

คำค้น : รุ่งตะวันแห่งหัวใจ , หมอทหาร , พินัยกรรม , คำขอร้องสุดท้าย , แต่งงาน , มรดก , ปกเกียรติ , ปรางสุดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 859

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2559 14:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 : ข้อแลกเปลี่ยน
แบบอักษร

 

“ทำไมฉันต้องไปทำเด็กหลอดแก้วกับคุณด้วย” รุ่งตะวันถามอย่างกังขาเขากำลังวางแผนอะไรที่จะรั้งเธอไว้หรือไม่

“ผมต้องการทายาทของท่านนายพลมารับช่วงต่อดูแลทุกอย่างของครอบครัวของผม และผมบอกคุณแล้ว ผมจะขอร้องคุณเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย แล้วผมจะปล่อยให้คุณเป็นอิสระ”

ปกเกียรติเอ่ยอย่างเจ็บปวด 3 ปีที่เขารอคอยดูไร้ค่าไปเมื่อผู้หญิงตรงหน้าต้องการไปจากเขาเพียงเท่านั้น

“ผมจะหย่าให้คุณหลังจากที่คุณคลอดลูกให้ผม”

“หย่า!.... มันหมายความว่ายังไง ฉันไม่เคยแต่งงานกับคุณนะ”

รุ่งตะวันแทบช็อคกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรู้ หากปกเกียรติเอ่ยตอบหญิงสาวอย่างเย้ยหยันตัวเอง

“ผมเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของปรางสุดาตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุแล้ว ไม่ใช่ผู้ปกครองอย่างที่คุณคิด แต่ผมมันโง่เองที่คิดว่าพวกเราควรเริ่มต้นด้วยคำว่าเพื่อน และพี่ชาย จนคุณตีปีกไปหาไอ้พิธานคนรักที่คุณบอกว่ารักนักหนาไงล่ะ”

“ฉันไม่รู้มาก่อน....”

รุ่งตะวันเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกผิดยิ่งทบทวีเมื่อได้รู้ความจริง

“พรุ่งนี้คุณค่อยไปโรงพยาบาลกับผม วันนี้คุณไปพักเสียเถอะ....อดทนอีกไม่เท่าไหร่คุณก็จะได้ไปอยู่กับไอ้พิธานสมใจคุณแล้ว ช่วงนี้ก็ช่วยรักษาหน้าผมแล้วก็ปรางสุดาไว้หน่อย...อย่าเพิ่งออกนอกหน้ากับแฟนคุณนัก”

ปกเกียรติเอ่ยพลางเดินหนีหญิงสาวออกไปทันที ทิ้งให้รุ่งตะวันยืนนิ่งคิดอย่างสับสน....เธอรู้สึกผิดต่อผู้ชายที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่อย่างแท้จริง

........................................................................................................................................................

พิธานที่ไม่รู้ข่าวที่รุ่งตะวันเดินทางกลับเมืองไทยก่อนกำหนด ก็เข้าบริษัทมาทำงานตามปรกติ ตอนนี้เขาคือผู้บริหารที่มีอำนาจสูงสุด แม้ว่าอาจจะไม่ตรงกับสายที่เขาเรียนจบมา แต่การดึงตัวสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังที่รุ่งตะวันเคยลิสต์มาให้เขา ทำให้บริษัทออกแบบตกแต่ง RANDP ของเขาเป็นบริษัทน้องใหม่ที่ใครต่างก็จับตาทั้งนั้น

“รุ่งครับ...คุณจะกลับถึงเมืองไทยวันไหน ผมจะได้นัดประชุมผู้ถือหุ้นแล้วก็กรรมการ จะได้เปิดตัวคุณให้ทุกคนรู้จัก”

พิธานกรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถือ หลังจากที่ไปพบลูกค้ารายสำคัญที่จะว่าจ้างงานชิ้นใหญ่ให้กับบริษัทของเขา

“เอ่อ...ฉันยังไม่ได้บุ๊ควันเลยค่ะ แต่คงจะใกล้ๆกำหนดเดิม”

รุ่งตะวันพยายามตอบให้สั้น เพราะสายตาขุ่นเข้มที่จ้องเธอนั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เนื่องจากทั้งคู่อยู่ที่โรงพยาบาลระหว่างการตรวจร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว

“ถ้าอย่างนั้นผมอาจจะเตรียมกำหนดวันไว้อีกสักอาทิตย์หนึ่งหลังจากคุณกลับ จะได้ให้ทางเลขาเขาจัดห้องไว้ให้คุณด้วย รีบกลับมานะครับผมคิดถึง”

รุ่งตะวันรีบกดหรี่เสียงสนทนาลงแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเพราะชายคนที่นั่งข้างๆขมวดคิ้วเม้มปากแน่น จนรุ่งตะวันต้องลุกออกไปคุยต่อข้างนอกห้อง ปกเกียรติจึงหันไปทางเพื่อนร่วมวิชาชีพพลางซักไซ้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเขาเอง

“ผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้างครับ พวกเราสามารถมีลูกด้วยวิธีทำเด็กหลอดแก้วได้หรือเปล่า”

“จริงๆร่างกายของพวกคุณทั้งคู่แข็งแรงสมบูรณ์ดีนะคะ จริงอยู่ว่าที่คุณปรางสุดาเคยมีประวัติป่วยเป็นโรคออทิสติกมาก่อน แต่จากผลการตรวจร่างกายของพวกคุณเป็นปรกติดี ลองวิธีธรรมชาติดูแล้วไม่ได้ผลหรือคะ”

คุณหมอสาวสูงวัยเอ่ยยิ้มๆ จนใบหน้าคมเข้มนั้นเป็นสีจัดขึ้น หากไม่ปริปากตอบคำถามใดๆ

“จริงๆหมออยากให้พวกคุณใจเย็นอีกนิดก่อนจะเข้ามารักษาภาวะมีบุตรยากด้วยกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว เพราะอีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวและเสี่ยงต่อการรักษาภาวะมีบุตรยากแบบเกินความจำเป็น คุณปกเกียรติเองก็เป็นหมอ น่าจะรู้ดีนะคะว่าอีกฝ่ายต้องเจอกับอะไรบ้างถ้าเข้ารับการรักษาและต้องเตรียมตัวเพื่อทำเด็กหลอดแก้วจริงๆ”

ปกเกียรติหลบตาคุณหมอที่จ้องมองมาอย่างจับผิด จนหญิงสูงวัยได้แต่ทอดถอนใจพลางเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“ลองกลับไปคิดในสิ่งที่หมอพูดดีๆนะคะ บางครั้งปัญหาง่ายๆเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลักการอะไรยากๆในการแก้ไขเสมอไปหรอกนะคะ”

...........................................................................................................................................................................

การจราจรที่แน่นขนัดทำให้รุ่งตะวันได้แต่อึดอัดใจ ปกเกียรตินิ่งเงียบไม่พูดอะไรนับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว หรือชายหนุ่มจะโกรธที่เธอหายออกไปคุยโทรศัพท์นานจนชายหนุ่มต้องรับฟังผลการตรวจอยู่คนเดียวจนจบ

“คุณหมอว่ายังไงบ้าง...พวกเราต้องไปโรงพยาบาลกันอีกเมื่อไหร่คะ”

“ทำไม ....อยากไปอยู่กับแฟนจนตัวสั่นแล้วหรือไง”

ปกเกียรติอดพาลคนนั่งข้างๆไม่ได้ หางตาเหลือบมองใบหน้าเรียวเล็กที่จ้องเขาอย่างโมโห

“คุณนี่พาลจริงๆ คุณก็รู้ว่าฉันเปิดบริษัทกับพิธาน แล้วตอนนี้เค้าก็ดูแลทุกอย่างแทนฉันอยู่ ฉันก็อยากจะไปทำงานไปดูบริษัทของฉันบ้าง นี่ใจคอวันทั้งวันจะให้ฉันอยู่กับคุณตลอดเลยหรือไง”

ปกเกียรติเกือบจะโพล่งตอบว่า...ใช่! ออกไปแล้ว หากเมื่อดวงตาแวววับที่จ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ทำให้ชายหนุ่มได้แต่กลืนคำพูดลงคอไป พลางเอ่ยถามเสียงตวัด

“แล้วบริษัทคุณอยู่ไหนล่ะ ผมก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าแฟนคุณเขาจะทำอย่างที่รับปากคุณไว้ได้ดีสักแค่ไหน”

“รับรองว่าดีจนคุณต้องตะลึงเลยล่ะคุณหมอปกเกียรติ...”

 

ปกเกียรติเห็นท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องนั้นแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดใจ เพราะไม่รู้ว่าที่หญิงสาวข้างกายเขาอารมณ์ดีจนต้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั้นเป็นเพราะจะได้เห็นบริษัทของตัวเอง หรือได้มาเห็นหน้าแฟนเสียทีก็ไม่รู้!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น