น้ำมิ้ม

เรื่องนี้จะรวมทุกความน้ำเน่าไว้อย่างที่คุณต้องคิดถึง 5555 คือ ไรท์เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มบางๆที่เมื่อก่อนเล่มละ 10 บาทอ้ะ ใครจำได้บ้าง เรื่องนี้เลยเขียนแบบที่ตัวเองคิดถึงและอยากอ่าน คือแบบ...ถึงรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เราก็ยังติด ...มานั่งตบยุงด้วยกันเถอะ มาๆๆๆ

ตอนที่ 17 : ไปไม่ถึงเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 : ไปไม่ถึงเธอ

คำค้น : รุ่งตะวันแห่งหัวใจ , หมอทหาร , พินัยกรรม , คำขอร้องสุดท้าย , แต่งงาน , มรดก , ปกเกียรติ , ปรางสุดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 939

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2559 02:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 : ไปไม่ถึงเธอ
แบบอักษร

 

ปีที่เมืองไทย ปกเกียรติใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทจัดการเรื่องมรดกของท่านนายพลจนเข้าที่เข้าทาง โดยในส่วนของที่ดินชายหนุ่มจะนำไปสร้างเป็นโรงเรียนและโรงพยาบาลในนามของมูลนิธิของท่านนายพล ส่วนเงินสดและกิจการที่ท่านนายพลมีหุ้นส่วนอย่าง ธุรกิจโรงแรมของตระกูลเตชะพงษ์ ปกเกียรติจะยังเก็บไว้เพื่อใช้ในการเลี้ยงดูปรางสุดาและคนในบ้าน เพราะลำพังเงินเดือนทหารของเขาอาจไม่เพียงพอในการดูแลทุกคนได้ทั่วถึง

“คุณลุงอุดม หาทีมงานที่ไว้ใจมาทำเรื่องมูลนิธิด้วยนะครับ เงินที่นำมาใช้ในโครงการลุงจัดการโยกจากส่วนของรายได้จากการให้เช่าอสังหาฯได้เลยครับ ส่วนเรื่องโรงพยาบาลผมก็มีรุ่นพี่ที่ปรึกษาหลายคนอยู่ แต่ว่าจะทำในต่างจังหวัดก่อนครับ”

ปกเกียรติเอ่ยกับทนายอุดมพลางเซ็นเอกสารอนุมัติโครงการต่างๆในนามประธานของมูลนิธิของชนพิทักษ์อย่างอารมณ์ดี ...เดือนหน้านี้แล้วที่ปรางสุดาจะกลับมาอยู่ที่บ้านเสียที แม้ว่าชายหนุ่มจะโทรหาหญิงสาวทุกวันเป็นกิจวัตรแรกจนตัวเองเคยชิน แต่เขาก็ยังอยากให้หญิงสาวมาอยู่ใกล้หูใกล้ตามากกว่า ...แค่ ปีนี่ก็มากพอแล้วสำหรับเวลาอิสระของเธอ...หลังจากนี้เธอต้องกลับมาเป็นปรางสุดาของเขาเสียที!

“ผมว่าคุณปกควรจะดูเอกสารพวกนี้อีกอย่างหนึ่งนะครับ...ผมเพิ่งได้มาเมื่อวานนี้”

ทนายอุดมยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้นายแพทย์หนุ่มตรงหน้า พลางนิ่งรอปกเกียรติอ่านเอกสารจนจบ ชายหนุ่มกวาดตามองอ่านซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะปาเอกสารทิ้งอย่างเดือดจัด ...

“ไอ้เอกสารพวกนี้นี่มันอะไรกัน....ทำไมถึงมีชื่อน้องปรางอยู่บนเอกสารพวกนี้ได้”

“คุณหนูปรางร่วมหุ้นกับคนที่ชื่อพิธานก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นครับ มีหลักฐานชัดเจนว่าคุณหนูปรางรู้เห็นการจัดตั้งทั้งหมดมาโดยตลอด และเป็นคนโอนเงินข้ามประเทศมาให้คนที่ชื่อพิธาน ในการจดทะเบียนทุนจัดตั้งบริษัทครับ”

ยิ่งฟังสิ่งที่ทนายอุดมอธิบาย ปกเกียรติยิ่งโกรธจนหัวหมุน....เอกสารการจัดตั้งบริษัท ใบวางบิล ใบแจ้งหนี้ เอกสารการโอนเงินข้ามประเทศ และบัญชีทั้งหลายแหล่ถูกนำมาตีแผ่ต่อหน้าเขา ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้ซึ้งว่า....รุ่งตะวันตั้งใจทรยศเขาอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด..โดยเฉพาะเรื่องพิธาน...ไอ้ฝรั่งนั่นมันแอบตีท้ายครัวเขาจริงๆ

 “คุณลุงไปจัดการเลื่อนไฟลท์บินกลับเมืองไทยของปรางสุดาให้กลับมาให้เร็วที่สุด”

ชายหนุ่มพยายามจะข่มอารมณ์เมื่อเอ่ยถึงคนต้นเหตุ ทนายอุดมพอจะเดาอารมณ์ของคนหนุ่มตรงหน้าได้ จึงได้แต่ตอบไปอย่างเลี่ยงๆ

“คงเร็วสุดได้แค่อาทิตย์หน้าครับ”

“ได้แค่นั้นก็ดีมากแล้วครับ...อ้อ  ผมรบกวนคุณลุงอีกอย่าง คุณลุงไปจัดการเรื่องบริษัทนี้ที ....ไม่ต้องปิด.... แต่ทุกอย่างต้องเป็นของผม ผมจะเก็บไว้เอาคืน!

ทนายอุดมได้แต่มองแววตาวาวโรจน์ของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่สบายใจ มีอีกเรื่องที่เขาปิดบังปกเกียรติไว้และไม่กล้าบอกกับชายหนุ่มตรงๆ .... บริษัทที่ปรางสุดาและพิธานร่วมกันก่อตั้งขึ้นมานั้นมีชื่อของนางกชกร ...ภรรยาเก่าของท่านนายพลเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ด้วย!

....................................................................................................................................................

ป้านวลดูจะดีใจออกนอกหน้าเป็นอย่างมากเมื่อได้กลับเมืองไทยก่อนกำหนดหลายวัน ในขณะที่รุ่งตะวันได้แต่เซ็ง ...เธออยากไปหาพิธานและไปชื่นชมบริษัทที่เป็นของเธอก่อนกลับเข้าบ้านไปเป็นนกน้อยในกรงทอง แต่กลายเป็นว่าพอมีคำสั่งจากคุณผู้ปกครองว่าเธอต้องกลับเมืองไทยเร็วกว่ากำหนดเดิม หญิงสาวจึงได้แต่พับแผนการเก็บไว้ในใจ พลางคิดหาข้ออ้างเพื่อหาเหตุผลดีๆในการออกไปหาพิธาน

ปกเกียรติไปดักรอรุ่งตะวันถึงสนามบินทำให้หญิงสาวหมดหนทางหลบหน้าชายหนุ่ม คิ้วเข้มที่ขมวดแน่นจนแทบจะชนกันทำให้ใบหน้าคมเข้มนั้นยิ่งดูบึ้งตึงจนรุ่งตะวันเลิกคิดหาเหตุผลในการออกจากบ้าน .... ตีหน้ายักษ์แบบนี้ไม่ต้องคุยหรอก เดี๋ยวตายเปล่า

“คุณปก...ป้าคิดถึงคุณจังเลยค่ะ”

ป้านวลถลาเข้าหาชายหนุ่มที่ยืนรอรับ ในขณะที่หญิงสาวยังคงตีหน้านิ่งสนิท แววตาที่ทอดมองมายังชายหนุ่มนั้นยิ่งห่างเหินกว่าตอนที่เธอเพิ่งฟื้นจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนเสียอีก

“น้องปรางจะไม่เข้ามากอดทักทายพี่บ้างหรือคะ” ปกเกียรติเอ่ยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หากแววตากระด้างดุจนรุ่งตะวันเสียวสันหลัง...

“ปรางโตแล้ว...ไม่ใช่เด็กๆ...ค่ะ” รุ่งตะวันเติมคำลงท้ายไปเมื่อคิดว่าเสียงตัวเองนั้นติดจะห้วนจนปกเกียรติตาวาวขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบจากปากเธอ

“อ้อ...” ชายหนุ่มร้องตอบเสียงอยู่ในลำคอ ความรู้สึกเจ็บที่จู่ๆก็เกิดขึ้นในใจ ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้มากกว่านี้ ....นี่สินะคงเป็นเหตุผลที่เธอเลือกที่จะทำอะไรทุกอย่างโดยไม่เคยคิดถึงคนในครอบครัวเลย...หรือจริงๆแล้วหญิงสาวไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาตั้งแต่ต้น!

.....................................................................................................................................................

ปกเกียรตินั่งเงียบมาตลอดทางที่รถออกจากสนามบิน และทันทีที่ถึงบ้าน ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือหญิงสาวลากขึ้นไปปิดห้องคุย โดยที่ไม่สนอาการดิ้นรนของรุ่งตะวันที่ตกใจกับสีหน้าโกรธขึ้งและแรงฉุดกระชากที่ทำเอาเธอหวั่นใจกับอารมณ์กรุ่นโกรธของเขา

“ผมมีเรื่องต้องคุยกับน้องปราง...ป้านวลอย่าให้ใครเข้าไปกวนเด็ดขาดจนกว่าผมจะเรียก”

ป้านวลที่ยังละล้าละลังด้วยเป็นห่วงหญิงสาวที่เธอเลี้ยงมา แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของปกเกียรติที่ปรามเสียงเข้มจึงได้แต่รับคำ พลางมองตามร่างแบบบางของปรางสุดาที่ถูกร่างสูงใหญ่นั้นลากหายเข้าห้องไปอย่างกังวล

 

“ปล่อยฉันนะคุณปก ฉันเจ็บ”

รุ่งตะวันสะบัดสุดแรงเมื่ออยู่ตามลำพังกับชายหนุ่ม แต่ปกเกียรติกลับยิ่งกำข้อมือเล็กนั้นไว้แน่นเข้า พลางเค้นเสียงถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เจ็บแค้น

“คุณทำแบบนี้ทำไมรุ่งตะวัน ...คุณทรยศผมทำไม!

“ทรยศ...ทรยศอะไรฉันไม่เข้าใจ”

รุ่งตะวันมองแววตาวาวโรจน์ของเขาแล้วก็ได้แต่ใจฝ่อ... หรือว่าเขาจะรู้เรื่องที่เธอแอบตั้งบริษัทแล้ว

“คุณคิดว่าเมืองไทยมันกว้างใหญ่มากจนผมไม่รู้ว่าคุณแอบทำอะไรลับหลังผมอย่างนั้นเหรอรุ่งตะวัน คุณยังทำอะไรลับหลังผมอีกบ้าง...บอกมา!

ปกเกียรติแทบจะเขย่าหญิงสาวเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ หากรุ่งตะวันยังคงปิดปากเงียบ หญิงสาวไม่เข้าใจเขาจะโกรธอะไรเธอมากมายขนาดนี้

“คนเราก็ต้องมีความฝันของตัวเองกันทั้งนั้น และการตั้งบริษัทของฉันมันก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน”

“ใช่...มันไม่เสียหาย ถ้าคุณบอกผมเรื่องนี้ตรงๆ ... 3 ปี รุ่งตะวัน ...ผมให้ความจริงใจมากับคุณตลอด 3 ปี ผมคิดว่าคุณเป็นคนในครอบครัวผมมาตลอด...แต่วันนี้คุณซื้อความไว้เนื้อเชื่อใจของคนคนหนึ่งด้วยการทรยศหักหลังผมเพื่อวางแผนจะไปสร้างอนาคตกับมัน...”

ปกเกียรติเค้นเสียงออกมาอย่างรวดร้าว ยิ่งคิดชายหนุ่มยิ่งเสียใจ เธอเลือกที่จะสร้างความฝันสร้างอนาคตกับผู้ชายคนอื่นมากกว่าตัวเขาที่เป็นคนให้ทุกอย่างกับเธอมาตลอด เขาทำผิดพลาดตรงไหนกันผู้หญิงตรงหน้านี้จึงไม่ยอมเปิดใจให้เขาเลย ... จนตอนนี้เขากลายเป็น “คนอื่น” แทนที่ไอ้พิธานที่มาทีหลังเขาด้วยซ้ำ

“ผมบอกคุณเสมอนะรุ่งตะวันว่าผมไม่เคยต้องการอะไรจากคุณเลย ผมวางตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีของคุณมาตลอด แต่คุณก็ไม่เปิดใจ ทั้งๆที่ผมพูดความจริงทุกอย่างกับคุณ...ไม่ว่าผมจะมีเหตุผลอะไร จะขอร้องคุณอย่างไร คุณก็เป็นปรางสุดาไม่ได้เลยอย่างนั้นหรือรุ่งตะวัน....ผมที่พยายามเป็นเพื่อนของคุณ เป็นครอบครัวของคุณมันไม่มีความหมายเลยใช่มั้ย..”

“ใช่ ...คุณไม่เข้าใจฉันเลยคุณปก คุณเป็นครอบครัวของปรางสุดา ไม่ใช่ฉัน ....” รุ่งตะวันเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นพลางจ้องลึกไปในดวงตาที่เจ็บปวดและกรุ่นโกรธนั้น

“ฉันเหมือนเป็นคนแปลกหน้าสำหรับทุกคน คุณเข้าใจมั้ย ?...ครอบครัวฉันก็กลายเป็นคนแปลกหน้า แล้วคนแปลกหน้าอย่างคุณก็มาเป็นครอบครัวของฉันแทนไง ไม่มีใครรู้จักฉัน ไม่มีใครเป็นเพื่อนฉัน ฉันเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก ”

“คงมีแต่ไอ้พิธานสินะที่คุณคิดว่ามันเป็นเพื่อน คุณก็แค่อยากหาพวก อยากหาแนวร่วมสนับสนุนความคิดบ้าๆของคุณ ใครที่เข้าข้างคุณยืนอยู่ข้างเดียวกับคุณ คุณก็คิดว่าดีทั้งนั้น  .... คุณมันเห็นแก่ตัว” ปกเกียรติตราหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกในใจ หากรุ่งตะวันหันมาตอกกลับทันควัน

“ใช่! ฉันมันเห็นแก่ตัว....ฉันอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่อยากถูกขีดกรอบไม่อยากเป็นใครทั้งนั้น คุณเข้าใจไหม ฉันต้องเจอะเจอกับคนรอบๆตัวคุณ เจอแต่คนที่คุณรู้จัก พวกเค้ารู้จักพวกคุณ แต่ฉันไม่รู้จักพวกเค้า .......ฉันรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ แต่กับพิธาน เราเจอกันที่นั่น เริ่มต้นจากความไม่รู้จักกัน จนค่อยๆรู้จักกัน ...พวกเรารักกัน คุณได้ยินมั้ย พิธานเค้ารักรุ่งตะวัน และฉันก็รักเค้า”

คำสารภาพจากปากหญิงสาวไม่ต่างจากกระสุนปืนที่ยิงแสกหน้าเขา ปกเกียรติเจ็บจนหายใจติดขัด ...นี่คงเป็นเหตุผลที่แท้จริงของหญิงสาว ...ความดีอาจจะไม่ใช่เหตุผลในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคน  แต่ความรักต่างหากที่เป็นเหตุผล โดยเฉพาะความรักจากคนสองคน ไม่ใช่จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

“สำหรับคุณแล้ว .... ผมไม่เคยเป็นอะไรในชีวิตคุณเลยใช่มั้ยรุ่งตะวัน ....ผมเป็นได้แค่คนแปลกหน้าที่คุณอยากจะหนีไปให้พ้นๆตลอดเวลาใช่มั้ย !” ชายหนุ่มตะโกนใส่หน้าหญิงสาวจนรุ่งตะวันต้องหลับตา ตอนนี้ข้อมือเธอเจ็บจนเธอคิดว่าถ้าปกเกียรติออกแรงอีกนิดเธอได้กระดูกแตกแน่ๆ  

 

ปกเกียรติจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดร้าว ...ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่า เหตุผลของเขาจะทำให้เธอเข้าใจและยอมรับเพื่ออยู่กับมันได้ แต่ ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว ความหวังดีและความรู้สึกจากใจจริงของเขาสู้ความใกล้ชิดของไอ้พิธานไม่ได้ด้วยซ้ำ

 “....ฉันขอโทษ....” รุ่งตะวันกัดฟันตอบเสียงแผ่วเบา ในใจเองก็รู้สึกผิดต่อชายหนุ่มเช่นกัน เธอไม่อยากหลอกทุกคนไม่อยากหลอกตัวเอง และเมื่อเธอวางแผนจะไปใช้ชีวิตร่วมกับพิธานด้วยแล้ว รุ่งตะวันจึงตัดสินใจตอบไปโดยไม่ทันคิดหรือสังเกตสีหน้าของคู่สนทนาเลยว่าจะผิดหวังหรือเสียใจมากเพียงใด

ปกเกียรติกำหมัดแน่นจนเล็บฝังเข้าไปในอุ้งมือของตัวเอง .... ในเมื่อความจริงใจและแสนดีของเขามันไร้ค่า ....เขาก็จะขอเลือกทำในสิ่งที่ท่านนายพลขอร้องเขาไว้ก่อนสิ้นลมหายใจ ....และความจริงในพินัยกรรมที่เขาไม่เคยคิดจะใช้มาก่อน แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจเด็ดขาด...

“ถ้าอย่างนั้นผมขอร้องคุณอีกเรื่องเดียวและมันจะเป็นครั้งสุดท้าย”

ปกเกียรติจ้องหญิงสาวด้วยแววตาเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

“พรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลกับผม ผมจะทำเด็กหลอดแก้ว ทันทีที่ผมมีทายาทจากเลือดเนื้อเชื้อไขของปรางสุดา ....ผมก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณอีก ...ส่วนคุณจะไปไหนหรือไปทำอะไรก็เรื่องของคุณ!

 

 ........................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น