สาววายผู้ลึกลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 26 เลิกรา เลิกรัก ชัดเจน เจ็บปวด... [100%]

ชื่อตอน : Chapter 26 เลิกรา เลิกรัก ชัดเจน เจ็บปวด... [100%]

คำค้น : ธาม , แทน , วิศวะขาโหด VS เกษตรฯ ตัวร้าย ♥

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 89k

ความคิดเห็น : 449

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2559 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 26 เลิกรา เลิกรัก ชัดเจน เจ็บปวด... [100%]
แบบอักษร

Chapter 26

เลิกรา เลิกรัก ชัดเจน เจ็บปวด...

 

 

20.00 น.

            {ไอ้แทน ทำไมโทรหาถึงไม่ติด ?!}

            “โทษทีว่ะ แบตหมด...

            {แล้วตอนนี้มึงอยู่ไหน กูบอกแล้วไงว่ากูจะไปหา !}

            “พอดีกูต้องกลับบ้านต่างจังหวัดแบบเร่งด่วน แล้วแบตก็หมดพอดีเลยไม่ได้โทรบอกมึง ขอโทษจะ...ซี๊ด...จริง...

            ผมซี๊ดปากออกมาเบาๆ เมื่อตอนนี้ไอ้ทิมมันก็ลังนั่งทำแผลให้ผมอยู่ที่หอ ซึ่งสภาพค่อนข้างหนักพอสมควร มีคิ้วแตก ปากแตก แล้วก็แผลบนใบหน้ากับตามตัวอีกนิดหน่อย และไอ้ทิมเองก็ตกใจมากหลังจากที่เจ้าตัวมาหาผมที่หอ เพราะช่วยกันทำโครงการส่งก่อนออกฝึกงาน เลยถือโอกาสใช้มันทำแผลให้ซะเลย

            อยากหาเรื่อง...

            “ชู่ว์ ~ผมเอาโทรศัพท์ออกไปใกลๆ ก่อนจะชู่ว์เสียงใส่มันเพื่อบอกให้เงียบ ก่อนจะเอาโทรศัพท์กลับมาแนบหูใหม่ ไอ้ทิมมันก็ยอมเงียบๆ แล้วเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแผลให้ผมเบาๆ

            {เป็นอะไร ?}

            “เปล่าๆ ยุงกัด บ้านนอกยุงมันเยอะ

            {ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดแล้ว ?}

            “เออ อยู่แล้ว...อ๊ะ...!” ผมปัดมือไอ้ทิมออกเมื่อมันเช็ดบริเวณคิ้วของผมจนตัวเองเผลอร้องออกมาเพราะแสบสุดๆ ก่อนจะมองหน้ามันอย่างหาเรื่อง คนทำเลยได้แต่ยักไหล่ให้

            {ยุงกัด ?}

            “อะ...เออ เดี๋ยวกูต้องวางแล้ว ยุงแม่งเยอะ แล้วช่วงนี้มึงก็ไม่ต้องมาหากูที่หอซักพักนะ เพราะกูจะอยู่กับครอบครัวซัก 2-3 วัน ถ้ากลับแล้วจะบอก

            {ไอ้แทน...!}

            “แค่นี้นะ กูเข้าบ้านแล้ว

            {ดะ...!}

            ติ๊ด !

            ผมตัดสายทิ้ง ก่อนจะถอนหายใจ พลางคว้าสำลีในมือของไอ้ทิมมา ซึ่งมันก็ไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องวันนี้นัก ก่อนที้เจ้าตัวจะหันไปสนใจโน๊ตบุ๊ค มือก็กดคลิ๊กไปเรื่อย เหลือเพียงผมเป็นคนนั่งทำแผลให้ตัวเอง

            ติ๊ง ~

            หือ...ผมชะเง้อมองโทรศัพท์ตัวเองที่มีไลน์เข้ามา ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าไอ้ทิมมันมองอยู่ ผมจึงเบือนหน้าหนีแล้วทำแผลให้ตัวเองต่อ

            ติ๊ง ~

            ...

            มึงทะเลาะกับไอ้ธาม ?อยู่ๆ ไอ้ทิมที่นั่งอยู่ไม่ห่างก็ถามขึ้น ผมจึงมองหน้ามันแล้วส่ายหัวเล็กน้อย

            “เปล่า

            “แล้วโกหกมันทำไม

            “กูไม่อยากให้มันรู้ว่าโดนเพื่อนมันยกพวกมารุมกระทืบผมตอบไปตามความจริง ก่อนจะชำเลืองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับไปแล้ว และไม่มีไลน์ใหม่เข้ามาแล้วด้วย

            “ทำไมวะ มันจะได้จัดการให้ ไม่ดีหรือไง

            “ไม่ใช่เรื่อง เรื่องของกูเดี๋ยวกูจัดการเอง

            “ตามใจ

            ไอ้ทิมมันพูดแค่นั้นก่อนจะหันไปสนใจกับหน้าจอโน๊ตบุ๊คต่อ ผมที่กำลังเก็บเศษสำลีใส่ถุงก็มองโทรศัพท์ตัวเองไปซักพัก ก่อนจะตัดสินใจคว้ามันแล้วลุกขึ้นออกมาที่นอกระเบียง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของไอ้ทิมเบาๆ ก่อนที่ตัวเองจะเปิดอ่านข้อความที่ถูกส่งมา

           

            Time : ไอ้แทน

            Time : มึงโกรธกู...

           

            ผมอ่านข้อความก่อนจะถอนหายใจ แล้วพิมพ์ตอบกลับ

 

            Tan : กูไม่ได้โกรธ

 

            และการตอบของผม ไม่นานนักก็ขึ้นอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แชทจากอีกฝ่ายจะถูกส่งกลับมาทันที

 

            Time : ไม่จริง

            Time : กูขอโทษ ที่พูดไม่คิด

            Time : (สติ๊กเกอร์ร้องไห้)

 

            “ไอ้บ้า...ผมบ่นออกมา ก่อนจะตัดสินใจกดโทรกลับหาไอ้ธาม ซึ่งไม่นานนักปลายสายก็รับ ก่อนที่ตัวเองจะเลือกกรอกเสียงตัวเองลงไปก่อน มึงเป็นอะไร

            {มึงมากกว่ามั้งที่เป็น มึงโกรธกู}

            “กูจะโกรธมึงเรื่องอะไรห๊ะ ?

            {ก็เรื่องที่กูพูดไม่คิดวันนี้ไง}

            “...ผมเงียบไปกับประโยคของไอ้ธาม ยอมรับว่าตอนแรกก็โกรธ แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะโกรธอะไรแล้ว และโกรธไปก็เท่านั้นด้วย กูไม่ได้โกรธอะไรจริงๆ

            {ไอ้แทน กูขอโทษ เมื่อเช้ากูหงุดหงิดจริงๆ ที่กูลุกไปรับโทรศัพท์ตอนนั้นคือแม่กูโทรมา เขาบอกว่าจะกลับมาอยู่ที่บ้านอาทิตย์หน้า แล้วอยู่ๆ มึงก็มาทำอารมณ์เสียใส่กูอีก กูก็เลยพูดแบบนั้นออกไป กูแคร์มึงนะ ไม่งั้นกูไม่รู้สึกผิดขนาดนี้หรอก}

            “...ผมเงียบไปกับคำอธิบายของมัน ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อหรืออย่างไร แต่ไม่เข้าใจมากกว่า จนเสียงจากปลายสายต้องพูดขึ้นมาอีกรอบ แต่คราวนี้กับออกไปทางข่มขู่ซะมากกว่า

            {ไอ้เหี้ยมืด ถ้ามึงไม่เชื่อกู กูจะไปหามึงเดี๋ยวนี้แหละ}

            “กูบอกว่ากูอยู่ต่างจังหวัด

            {หึ...}

            เสียงเค้นจากปลายสายทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แอบดีใจเล็กน้อยกับคำอธิบายของมัน แต่วันนี้ก็มีเรื่องมากเกินไป จนไม่รู้จะแสดงความรู้สึกมีความสุขออกมายังไง ได้แค่เพียงยิ้มออกมากับตัวเองเล็กน้อยเท่านั้น แล้วมึงจะหงุดหงิดทำไมห๊ะ แม่กลับบ้านก็ดีแล้วไม่ใช่งั้ย ?

            {ดีเหี้ยไร ถ้าเขาอยู่บ้าน กูก็เอามึงเข้าบ้านไม่ได้ดิ}

            “ก็ไม่ต้องเอาเข้า

            {ไม่ !}

            “งั้นก็มาอยู่กับกูที่หอ

            {หอมึงเก็บเสียงไม่ได้}

            “เออ งั้นไม่ต้องมา ดีละ กูจะได้พักบ้าง !”

            {มึงมะ...เฮ้ย แปปนะสายซ้อน} อยู่ๆ ไอ้ธามมันก็หยุดคำพูดของตัวเอง ซึ่งผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนที่เสียงจากปลายจะดังกุกกัก และเจ้าของโทรศัพท์ก็กรอกเสียงลงมาอีกครั้ง {ช่างแม่ง}

            “เอ้า ไม่รับงั้ย

            {ไม่}

            “ใครโทรมาล่ะ ?

            {เฟิร์น} ชื่อของคนที่ไอ้ธามพูดออกมา ทำให้ผมเผลอหายใจผิดจังหวะขึ้นมาทันที และเหมือนปลายสายพอจะรู้ เลยพูดขึ้นต่อ {ไม่มีอะไรหรอก}

            “แล้วทำไมไม่รับวะ เพื่อเขามีธุระสำคัญ

            {กูบอกไม่มีก็ไม่มีไง}

            “น่ารักดีเนอะ...

            {หุบปากดิ}

            “...ผมเงียบไปเมื่อไอ้ธามมันอยู่ๆ ก็พูดกับผมเสียงนิ่งและแฝงไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จะได้ยินเสียงสบถจากปลายสายเบาๆ และเสียงถอนหายใจออกมา พร้อมกับคำพูดที่ทำเอาผมใจเต้นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว

            {มึงไม่ใช่เพื่อนกู มึงไม่จำเป็นต้องมายอคนอื่นให้กูฟังเพื่อให้กูสนใจหรอก มึงเป็นแฟนกู มึงควรจะห้ามกู หวงกู หึงกูไม่ใช่หรือไง}

            “...

            {ไอ้เหี้ยมืด...}

            “อะไร

            {คิดถึง}

            “...ผมเงียบไปกับคำพูดนั่นก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยและหันออกไปทางนอกระเบียง ก่อนจะต้องตกใจเมื่อมองไปข้างล่างก็เห็นว่าคนที่พูดกับผมอยู่ในสาย ตอนนี้กำลังยืนมองมาที่ตัวเองที่อยู่สูงกว่า อะ...ไอ้ธาม...!”

            {ไหนว่าไปต่างจังหวัดไง}

            ผมขยับตัวถอยหลัง เพื่อหลบสายตานั่น เพราะกลัวว่าเจ้าตัวจะเห็นบาดแผลของตัวเอง ก่อนจะหยุดชะงักเพื่อให้มองเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าหอเล็กน้อย พลางพูดเสียงเบา ทำไมมึงถึงอยู่ที่นี่วะ...

            {ก็กูตั้งใจมาหามึง}

            “...

            {กูขึ้นไปหาได้มั้ย ?}

            “ยะ...อย่า !” ผมพูดเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งปลายสายเงียบไปทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำที่เริ่มจะไม่พอใจ

            {ทำไม ?}

            “กูต้องรีบทำงานส่ง ถึงมึงขึ้นมากูก็ไม่ค่อยได้คุยกับมึงอยู่ดี

            ผมพูดอธิบายไป พลางมองร่างที่อยู่ห่างออกไป ที่ตอนนี้เจ้าตัวเงยหน้ามองมาที่ผมไม่วางตา ก่อนที่คำพูดของมันจะทำให้หัวใจผมกระตุกเล็กน้อย {กูเป็นตัวกวนมึงมาสินะ ถึงขนาดกับโกหกกูว่าไปต่างจังหวัดเลยน่ะ...}

            และผมก็ตอบได้แต่เพียงแค่...

            อืม

            {...}

            “กูขอเวลาสองสามวัน ถ้ากูทำเสร็จแล้วเดี๋ยวกูจะบอก

            {...}

            “ไอ้ธาม...

            {อืม งั้นถ้าทำเสร็จแล้วก็บอกกูแล้วกัน งั้นกูกลับแล้ว}

            “...

            {แค่นี้นะ}

            เสียงจากฝ่ายตรงข้ามดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่สายจะตัดไป ผมจึงมองร่างของไอ้ธามที่อยู่ข้างล่างเงียบๆ ซึ่งตอนนี้เจ้าตอนตัวขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกไป ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเจอมัน แต่ผมรู้ว่าถ้ามันเห็นสภาพผมตอนนี้เจ้าตัวคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่ และการลากคนอื่นมายุ่งกับเรื่องของตัวเองมันก็ไม่ใช่งานถนัดของผมนัก ตอนนี้เลยคิดได้อยู่แค่เพียงอย่างเดียว

            เมื่อไหร่แผลจะหายซักทีวะ..

           

      

                                 

# วันอาทิตย์

23.40 น.

            ไอ้ทิม มึงจดที่ไหนไว้บ้างวะ ?

            “นี่ไงไอ้ทิมมันว่าก่อนจะยื่นกระดาษที่จดชื่อสถานที่ กับเบอร์โทรไว้ที่ที่พวกจะติดต่ขอฝึกงานไว้ ก่อนที่ผมจะรับมาพลางมองรอยปากกาที่อยู่บนกระดาษเพียงน้อยนิด พลางบ่นออกมา

            แม่งหากันแทบตายได้แค่นี้...

            “เออ ได้แค่นี้กูบุญหัวละมันตอบกลับมาก่อนจะทำท่าโงนเงน คาดว่าเจ้าตัวก็คงจะเหนื่อยเหมือนกัน เพราะพอกลับมาจากทำงานก็มาช่วยกันทำงานบวกกับการหาที่ฝึกงานควบคู่ไปด้วยจนแถบไม่มีเวลาพัก เพราะอีกเดี๋ยวผมก็ต้องไปฝึกงานจริงๆ แล้วตอนสิ้นเทอมสองในอีกแค่เดือนกว่าๆ แต่ปัญหาคือยังหาที่ลงฝึกไม่ได้นี่สิคืนนี้กูขอนอนนี่นะ เหนื่อยว่ะ

            “เออๆ ตามสบาย

            ผมพูดออกมาก่อนจะจัดการเก็บเศษกระดาษ และของกินกระจุกกระจิก ทั้งถ้วยมาม่า ขนม น้ำที่เกลื่อนอยู่เต็มห้อง และเพิ่งเริ่มเก็บได้เพียงแปปเดียว เสียงโทรศัพท์ของตัวเองก็ดังขึ้นซะก่อน จนผมต้องเลิกการกระทำของตัวเองและเปลี่ยนเป็นรับโทรศัพท์แทน จนมันแทบจะเป็นเรื่องปกติของช่วงสองสามวันนี้มาแล้ว

            ไง...

            {ทำอะไรวะ}

            “ทำงานแหละ กำลังเก็บของ

            {เสร็จแล้ว ?}

            “ยัง

            ผมตอบกลับไปก่อนจะเดินออกมานอกระเบียง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไอ้ธามมันไม่งี่เง่า ยอมทำตามคำขอของผมแต่โดยดี ไม่บุกรุก ไม่โวยวาย และยอมทนอยู่เฉยๆ ไม่มาหาเกือบสี่ห้าวัน ที่มหาลัยก็ไม่มายุ่งวุ่นวาย อาจจะมีมารอหน้าคณะบ้าง แต่ผมก็หลบมันตลอด ไปเรียนบ้างไม่ไปบ้าง จนตอนนี้แผลบนใบหน้าของผมแทบจะเป็นปกติ        

            {หายโกรธยังวะ...}

            “กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ

            {ถ้าไม่โกรธแล้วมึงจะหลบหน้ากูทำไม}

            “ไม่ได้หลบ มันไม่เจอเองต่างหาก

            {ไอ้แทน มึงโกรธอะไร ก็บอกมาตรงๆ ดิวะ เลิกหลบหน้าซักที !} เสียงของไอ้ธามเริ่มหงุดหงิด และมันก็ฉุดอารมณ์ผมตามไปด้วย

            กูก็บอกอยู่ว่าไม่ได้หลบ มึงพูดจาไม่รู้เรื่องั้ย !”

            {ไม่ได้หลบเหี้ยอะไร ไป ม.ก็ไม่เจอ ไปหาที่หอก็ไม่ได้ กูอยากเจอมึงจะแย่อยู่แล้ว !}

            “...

            {แม่งเป็นอะไรก็พูดมาตรงๆ ดิวะ ทำแบบนี้กูทรมานนะไอ้เหี้ยมืด...}

            ไอ้ธามมันพูดเสียงเบา แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า ผมไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไงตอนที่ไม่เจอกัน ได้ยินเพียงแค่เสียงของกันเท่านั้น แต่ผมเองก็ยอมรับได้เลยว่าตัวเองก็คิดถึงมันมากพอที่จะอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ

            “ก็จะเลิกหลบแล้วเนี่ย พรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว มึงนี่แม่ง พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง !”

            {...} อยู่ๆ ไอ้ธามก็เงียบไป ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแตกต่างจากผมที่เริ่มจะอารมณ์เสียขึ้นมา {จริง ?}

            “เออ เลิกงี่เง่าซักที แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่ ม. !”

            {งั้นกูไปหาตอนนี้...!}

            “พรุ่งนี้ !”

            {เออ ก็ได้วะ เดี๋ยวกูจะจัดให้คุ้มกับที่มึงหนีกูเลยคอยดู !}

            “เหอะ คิดว่าทำได้ก็ลองดู !” ผมพูดกับมันด้วยท่าทีหมั่นไส้กับคำพูดนั่น ก่อนจะแอบหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะจากปลายสาย ก่อนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา เออ แค่นี้แหละ เจอกันพรุ่งนี้

            {เออ คิดถึงว่ะ}

            “ก็ไว้เจอกันพรุ่งนี้ไง

            {อืม}

            “งั้นแค่นี้นะ กูจะนอนแล้ว

            {โอเค งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้แล้วกัน}

            “...

            {คิดถึงนะ เหี้ยมืด J}

            “อะ...!”

            ติ๊ด !

            อยู่ๆ ไอ้ธามก็ตัดสายไป เหลือแต่ผมยิ้มให้กับโทรศัพท์ของตัวเองเล็กน้อยราวกับคนบ้า ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องที่รกสุดๆ ของตัวเอง แม้กระทั่งเตียงยังแทบไม่เหลือที่ว่างสำหรับนอน จนสองสามวันมานี่ตัวเองนอนที่พื้นตลอด หนังตาก็รู้สึกหนักขึ้นมา โดยที่ตอนนี้ไอ้ทิมถอดเสื้อล้มตัวลงนอนกับพื้นเรียบร้อย ผมจึงเดินเข้ามาในห้องและข้ามตัวมันไป และไม่รู้จะเรียกว่าความซวยหรือเปล่า เมื่อถ้วยมาม่าที่กินกันทิ้งไว้ ถูกวางอยู่ในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นและมันก็ดันไปดึงดูดตีนผมเข้าพอดี

            โผล๊ะ...

            และมันจะเฉยๆ มาก ถ้าไม่ติดว่าองศาที่ถ้วยมาม่านั่นล้มไปดันไปตรงกับลูกรักของตัวเอง

            ...

            เหี้ย หมอนกู !!!”

 

 

 

            ...

            ครืดดดด ~

            “...

            ครืดดดด ~

            งืม...

            แอ๊ดดดด ~

            ผมกำชับของอุ่นๆ ในอ้อมกอดตัวเอง ซึ่งรู้สึกได้ว่าของสิ่งนั้นขยับเล็กน้อย ก่อนที่ตัวเองจะต้องลืมตาตื่นใจหายวาบทันทีเมื่อมีแรงฉุดกระชากแรงๆ จนร่างของตัวเองลุกขึ้นนั่งตามแรงนั่น พร้อมกับเสียงๆ หนึ่งที่ดังก้องเข้ามาในหู จนตัวเองตื่นเต็มตา

            ไอ้เหี้ยแทน !!!”

            “อะ...!”

            ไอ้ธาม !!

            ผมพยุงตัวลุกขึ้นตื่นเต็มตา พลางมองไอ้ธามที่ตอนนี้กำลังจับแขนผมไว้แน่นด้วยความงุนงงว่ามันเข้ามาในห้องผมได้ไง และคงไม่ใช่การฝันไปแน่นอน เพราะความเจ็บที่เริ่มจะแล่นแปล๊บขึ้นมาที่ช่วงแขน ก่อนจะเห็นว่าอีกคนที่เคยอยู่ในอ้อมกอดของผมจะค่อยๆ สลึมสลือตื่นลุกขึ้นมาพลางมองพวกผมสองคนที่กำลังยืนอยู่ ก่อนที่มันเหมือนจะจับต้นชนปลายได้เลยค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พลางมองผมกับไอ้ธามที่ตอนนี้สีหน้าแตกต่างกันสิ้นเชิง จนผมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา

            ไอ้ทิมกลับไปก่อน

            “แต่...

            “เออ กลับไปก่อนเถอะ

            ไอ้ทิมมันเงียบไปซักพัก พลางมองไอ้ธามที่ตอนนี้แสดงสีหน้าโมโหออกมาสุดขีด ก่อนจะยอมตอบออกมาเบาๆ โอเค เจอกันพรุ่งนี้

            ว่าจบคนตรงหน้าก็เดินไปคว้าเสื้อของตัวเองที่ถอดอยู่ แล้วออกไปจากห้องของผมทันที จนตอนนี้เหลือแค่เพียงผมกับไอ้ธามเท่านั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่มาเจอกันท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ก็ไม่ดีใจนักหรอก

            “เจ็บ ปล่อยผมมองหน้ามัน พลางพยายามแกะมือของไอ้ธามที่จับแขนของตัวเองออก แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอม แถมยังบีบแขนผมแรงกว่าเดิม ไอ้ธาม กูเจ็บ !”

            พลั๊ก !

            ร่างผมล้มไปกองกับพื้นเมื่อไอ้ธามมันผลักผมแรงๆ ตามด้วยร่างหนาที่ตรงปี่เข้ามาหาผมทันทีโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่มันจะนั่งลงยองๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาบีบคางผมจนปวด ตอนเอากับไอ้เหี้ยนั่นร้องเจ็บแบบนี้หรือเปล่า !?

            “...!”

            “นี่เหรอวะ คนที่ว่าบอกมีงาน ให้กูมาหาไม่ได้ แต่เสือกนอนกกผู้ชาย เอากันไปกี่รอบแล้วล่ะ ?

            “ไอ้ธาม !!”

            “มึงมันทรยศว่ะ

            “ไอ้ธาม อย่าดูถูกกู !”

            “หึ !”

            ไอ้ธามมันปล่อยคางผมออก ก่อนจะลุกขึ้นมองมองด้วยสายตาเหยียดหยาม พลางดุนกระพุงแก้มตัวเองไปมา ผมเองก็ได้แต่เงยหน้ามองมันไม่วางตา ความรู้สึกตอนนี้คือจุก เจ็บ กับทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของคนตรงหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเองแล้วพูดกับมันเสียงเรียบ ถ้าคุยกันดีๆ ไม่ได้ก็กลับไป กูไม่อยากคุยกับคนไม่มีเหตุผล

            “คิดจะคุยเรื่องอะไร คุยว่ามึงเอากับใครมากี่คนแล้วเหรอ ไอ้เหี้ยแซ็กส์ได้ไปหรือยังล่ะ แล้วไหนจะไอ้แม็กกับเพื่อนมึงอีก นี่กูคงรวมอยู่หนึ่งในนั้นสินะ

            “...

            “จะร่านไปถึงไหน !”

            “เออ !” ในที่สุดผมตะโกนออกมาอย่างหมดความอดทนกับคำดูถูกดูแคลนของไอ้ธาม มันไม่คิดจะฟังเหตุผลของผมเลยซักนิด กูก็เป็นคนแบบนั้นแหละ ถ้ารับไม่ได้ก็เลิกยุ่งกับกูไปซะ !”

            “ไอ้แทน !”

            “กลับไปได้แล้ว กูไม่อยากเห็นหน้ามึง กูหลบหน้ามึงขนาดนี้ยังไม่รู้อีกหรือไง ว่ากูกำลังเขี่ยมึงทิ้ง คนรองรับอารมณ์กูมีอีกเยอะ มึงไม่จำเป็นซักนิดผมลุกขึ้น ก่อนจะมองหน้าไอ้ธามที่ตอนนี้กำมือแน่น ตัวสั่นด้วยความโกรธ แต่ผมเองก็ไม่ต่างกันนัก อะไรที่ทำให้มันเป็นคนคิดว่าผมจะเอาคนอื่น ทั้งๆ ที่ผมก็มีแค่มันคนเดียว กูบอกให้กลับไป !!”

            ผมตะโกนใส่มันอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับหลังหันและเดินออกจากห้องของผมไปทันที เหลือแต่ผมที่ยังยืนนิ่งหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำด้วยความโกรธ

            ปั้ง !

            “แม่งเอ๊ย !”

            ผมสบถออกมา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงกับสถานการณ์ที่รวดเร็วนั่น ใจนึงก็พยายามจะใจเย็นแล้ว เพราะเข้าใจว่าตัวเองก็ผิด ในสถานการณ์ที่ไอ้ธามมันเห็นผมกับไอ้ทิม ก็ไม่แปลกที่มันจะคิดไปไกล มันเคยบอกว่าผมไม่ไว้ใจมัน แต่มันมากกว่าที่ไม่เคยคิดจะไว้ใจผมซักนิด แถมยังไม่ฟังกันอีก และไหนจะคำดูถูกที่เจ็บแสบนั่น ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจะคิดฆ่ามันให้ตายให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนี้คือมันไม่ใช่ไง ผมก็ยอมให้มันทุกอย่าง อย่างที่ไม่เคยยอมให้ใคร แล้วทำไมมันยังเชื่อใจผมอีกวะ

            ทั้งๆ ที่เหมือนทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย...

            เหมือนทุกอย่ากำลังจะลงตัว...

            ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ?

            “ต้องให้กูทำยังไงวะ...

            ผมพูดออกมาเบาๆ พลางขยี้หัวตัวเอง ราวกับว่ากำลังระบายเรื่องต่างๆ ที่กำลังถาโถมเข้ามาในคราวเดียว จนตัวเองตั้งตัวรับไม่ทัน และความสุขที่คิดว่าเหลืออยู่ก็หายไปซะดื้อๆ จนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเริ่มตั้งรับจากตรงไหนก่อนดี ก่อนที่ผมจะเลือกคว้าโทรศัพท์จากข้างตัวขึ้นมา ซึ่งหน้าจอก็โชว์สายที่ไม่ได้รับจากไอ้ธาม และเวลาที่บ่งบอกว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่าๆ

            เที่ยงคืน...

            ‘เจอกันพรุ่งนี้...

            ...

            โธ่เว้ย !”

            ผมสบถออกมา ก่อนจะกดเข้าไลน์อย่างเผลอตัวราวกับไม่มีอะไรทำ ซึ่งแชทของไอ้ธามตอนนี้ถูกเลื่อนไปอยู่ล่างๆ แล้ว เนื่องจากช่วงสามสี่วันที่ผ่านมาผมก็มันโทรคุยกันมากกว่าจะเป็นการแชท และคนส่งเกมก็ค่อนข้างจะเยอะพอสมควร ก่อนที่มือตัวเองจะไปโดนแชทๆ หนึ่งเข้า ผมที่กำลังจะกดออกก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเจ้าของแชทนั้นส่งรูปหนึ่งที่แสนจะคุ้นตามาให้ พร้อมกับข้อความชวนอ้วก

           

            Buffalo Taro : ใจของพี่ ขอมอบให้น้องแทนบ้างได้มั้ยครับ จะช่วยรับไปดูแลได้หรือเปล่า

            Buffalo Taro: รูปภาพ (สร้อยกับจี้รูปเฟือง)

 

            จี้รูปเฟือง...

            ผมขยายรูปภาพที่พี่แซ็กส่งมาพลางอ่านข้อความไปด้วย พร้อมกับการมองสร้อยที่คอตัวเอง ซึ่งมันแตกต่างกันเล็กน้อยตรงสีและเลขสองหลักที่สลักอยู่บนจี้ ก่อนที่ผมจะนึกได้กับคำว่า เกียร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงจัดการเข้ากูเกิลและเสิร์ชหาทันที

 

            - ความภาคภูมิใจของชาววิศวะ...

            - หัวใจของเด็กวิศวะ...

            - ยอมแล้วทูนหัว อยากมีผัวเป็นวิศวะ...

            - เกียร์อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่เกียร์ ฝากเกียร์ไว้กับใคร ฝากหัวใจไว้กับคนนั้น...

             

            หัวใจผมเต้นแรงไม่เป็นซ่ำ พลางกำจี้บนคอตัวเองแน่น ทั้งๆ ที่สายตาก็ไล่อ่านข้อความไปเรื่อยๆ ในใจก็เริ่มเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งความหมายของของสร้อยที่มันให้มา และความรู้สึกของมันที่มีให้ผม

            ทั้งๆ ที่ชัดเจนขนาดนี้ ทำไมผมโง่อยู่ตั้งนานวะ !

            ผมกดโทรศัพท์หาสายที่เคยโทรเข้ามาล่าสุดทันที ในใจก็ภาวนาให้มันช่วยรับสายผม และดูเหมือนคำขอของผมจะเกิดผล เมื่อไม่นานนัก เสียงจากปลายสายก็ดังขึ้น ผมจึงลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้นทันที ความโกรธเคืองที่เคยมีให้กับมันหายไปหมดสิ้น ณ ตอนนี้ แค่อยากให้มันมั่นใจ เชื่อใจ และเข้าใจถึงความชัดเจนของผมบ้างเท่านั้น

            {ว่า ?}

            มึงอยู่ไหน ?!”

            {บ้าน}

            “เดี๋ยวกูไปหาได้มั้ย !”

            {...}

            “ไอ้ธาม !”

            {อืม อยากมาก็มา...}

            “ได้ แล้วเจอกัน !”

            ผมกดวางสายทันที ก่อนจะรีบคว้าเสื้อกับกางเกงมาสวมใส่แบบรวกๆ โดยที่ไม่ลืมที่จะหยิบหนังยางเส้นโปรดของตัวเองติดมือมาด้วย และรีบออกจากหอมาทันที ถึงจะออกยากหน่อยเพราะเลยเวลาสำหรับเข้าออกมาแล้ว แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับผมนัก ไม่นานแท็กซี่ที่ผมเลือกในการเดินทางก็มาจอดหน้าบ้านของไอ้ธามอย่างปลอดภัย ผมที่กำลังตื่นเต้นก็รีบควักเงินจ่ายและลงจากรถ ก่อนจะเห็นว่าประตูหน้าบ้านของไอ้ธามไม่ได้ล็อกไว้ ตัวเองจึงถือวิสาสะเข้าไปทันที ในใจก็คิดว่าควรจะพูดกับมันยังไง ควรจะปรับความเข้าใจกับมันยังไง และบอกมันยังไงว่าผมเองก็ให้หัวใจมันไปแล้วเหมือนกัน

            ผมเองก็รักมันมากเหมือนกัน

            “หือ...

            รองเท้าผู้หญิง...

            ...

            หัวใจผมรู้สึกรนขึ้นมาทันที เมื่อเห็นแบบนั้น ก่อนจะพยายามคิดว่าไม่มีอะไร จึงเดินเข้าไปในบ้านที่มืดสนิทอย่างช้าๆ มีเพียงแสงไฟสลัวๆ เท่านั้น ที่เป็นตัวนำให้ผมก้าวเท้าตัวเองขึ้นไปที่ชั้นสอง ก่อนที่หัวใจตัวเองจะตกวูบลงมาทันที ที่ได้ยินเสียงที่ดังเล็ดลอดออกจากห้องๆ หนึ่ง ในทิศทางที่คุ้นเคย ที่คาดว่าน่าจะปิดไม่สนิท พร้อมกับการกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างฝืดคอ

            อ๊ะ...อ๊ะ...ธะ...ธาม...

            “...

            เฟิร์นเสียว...เสียวจัง...เลย...อ๊า ~

            ผมชะงักการเดินของตัวเอง รู้สึกชาตั้งแต่หัวจรดเท้า ในใจก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ สมองก็พยายามหักห้ามตัวเองให้หยุดเดินและออกไปจากตรงนี้ซะ แต่เหมือนร่างกายจะไม่ทำตามเท่าไหร่นัก จนในที่สุดร่างกายหนักๆ ของตัวเองก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่ถูกแง้มไว้เล็กน้อย มือก็ผลักเข้าไปทั้งๆ ที่ใจสั่งห้ามอยู่ตลอด

            “อ่าส์...

            ...

            ร่างของผู้หญิงที่กำลังขึ้นขย่มอยู่ช่วงกลางลำตัวของผู้ชายที่ผมรู้จักดี ถ้าเป็นคนอื่นผมคงจะตื่นเต้นที่ได้ดูหนังสด แต่พอเป็นคนๆ นี้แล้ว ร่างกายของผมกับชาไปชั่วขณะ มีเพียงความเจ็บจี๊ดในใจเท่านั้นที่ก่อตัวขึ้น ก่อนที่เสียงหวีดเบาๆ จากร่างเล็กที่หันมาเห็นผมที่ยืนรบกวนเวลาสุขสมของทั้งคู่อยู่พอดี จนเจ้าตัวรีบรนรานหยุดการกระทำของตัวเองและคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ และลงไปจากร่างหนา ซึ่งคนที่ผมตั้งใจจะมาหา มันเองก็หันมามองผมเช่นกัน แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจหรืออะไรออกมา ก่อนที่ร่างที่เปลือยเปล่าจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้ามาหาผมที่ยืนนิ่งอยู่ พร้อมกับคำพูดที่ฉุดให้ผมหลุดออกจากภวังค์พร้อมกับหัวใจที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

            “เบื่อแล้วว่ะ...

            “...

            “เลิกกันเถอะ

 

http://image.dek-d.com/25/2997026/

- แทน

ก็ไว้เจอกันพรุ่งนี้ไง

 

 

Thank You !

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}