Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 62 : ปะทะคารม เดี่ยว-แม็กซ์

ชื่อตอน : Chapter 62 : ปะทะคารม เดี่ยว-แม็กซ์

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 99

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2559 06:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 62 : ปะทะคารม เดี่ยว-แม็กซ์
แบบอักษร

 

 

เดี่ยว.......................

 

หลังจากที่ผมรู้แล้วว่ายังไงผมก็ไม่มีวันจะได้หัวใจไอ้ขมมาครอบครอง ผมก็เริ่มทำใจ นั่งก๊งเหล้าอยู่คนเดียวที่สามแยกปากหมา นึกถึงสมัยก่อนที่มี ไอ้เรือง ไอ้เมฆ ไอ้ชา ไอ้ขม นั่งล้อมวงกินเหล้าพูดคุยกันสนุกสนานครื้นเครง มาถึงตอนนี้มันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว พวกมันต่างมีครอบครัวกันไปหมดคงเหลือแต่ผมคนเดียวที่ยังโดดเดี่ยวเดียวดาย ซักพักผมเห็นไอ้ภูมิกับไอ้ขมขี่มอไซค์ผ่านผมไป ผมมองตามหลังพวกมันถ้าจะไม่ให้คิดอะไรมันก็แปลก แต่ก็พยายามทำใจบอกตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้ อย่างน้อยก็ไม่ได้เสียไอ้ขมไป มันยังคงเป็นน้องผมและผมยังเป็นพี่มันอยู่เสมอ ผมเห็นไอ้ภูมิมันจอดรถแล้วให้ไอ้ขมลง แล้วมันก็วกรถกลับมาหาผมที่ศาลาสามแยก

 

“ไงมึงมานั่งก๊งคนเดียวไม่เหงาเหรอวะ...?”  ไอ้ภูมิมันเข้ามาทักผมก่อน  มันไม่โกรธผมที่ผมตะบันหน้ามันไปตั้งหลายหมัด

 

“เออ มึงแดกกับกูมั้ยล่ะ...?”  ผมเอ่ยปากชวนมัน

 

“ตามบายเหอะ กูอยากคุยเปิดอกกับมึงอย่างลูกผู้ชาย”  แล้วไอ้ภูมิมันก็เอ่ยขึ้น ผมเงยหน้ามองมัน

 

“กูรู้ว่ามึงรู้สึกยังไงกับไอ้ขม กูพอจะดูออก”  ไอ้ภูมิมันบอกกับผม ผมได้แต่เงียบ

 

“กูขอบใจมึงมากนะโว้ยที่คอยดูแลไอ้ขมแทนกูมาเกือบสองปี”   ผมรู้แล้วว่าที่ไอ้ภูมิมันไม่ตอบโต้ชกผมกลับเพราะเรื่องนี้นี่เอง

 

“มึงไม่โกรธกูเหรอวะ...?”   ผมถามมันไป

 

“โกรธเรื่องอะไร กูมาทีหลังมึง กูต่างหากต้องเป็นฝ่ายขอโทษมึงมากกว่า”   ไอ้ภูมิแม่งเป็นลูกผู้ชายจริง ๆ จนผมรู้สึกผิดกับมัน

 

“ยังไงไอ้ขมก็เลือกมึงอยู่ดี กูดีใจด้วยนะเว้ยที่พวกมึงเข้าใจกันได้”  ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

 

“เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่มั้ยวะ...?”   มันถามผมขึ้น

 

“เสมอ”  ผมยิ้มบอกกับมันไป  แล้วมันก็ขอจับมือผม  ผมจับมือมันด้วยความเต็มใจ

 

“ฝากดูแลไอ้ขมด้วยนะเว้ย มันก็เป็นน้องกูคนหนึ่งเหมือนกัน”   ผมบอกกับไอ้ภูมิไป

 

“ด้วยชีวิต”  มันรับปากกับผม สีหน้าจริงจัง แค่นี้ผมก็หมดห่วงแล้ว

 

หลายวันต่อมา  ผมเริ่มตัดใจจากไอ้ขมได้บ้างแล้ว เห็นมันกับไอ้ภูมิอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ผมก็หมดห่วง ผมก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตของผมตามเดิม ในบรรดาเพื่อนในกลุ่ม มีผมคนเดียวที่ไปทำงานในตัวเมือง ผมทำงานเป็นช่างตรวจเช็คสภาพรถที่โชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เช้าไปเย็นกลับ ผมหยุดงานมาหลายวันเพราะเป็นห่วงไอ้ขม และวันนี้ผมก็ไปทำงานตามปกติ  ผมต้องออกจากบ้านแต่เช้า กลับถึงบ้านก็ค่ำเพราะต้องขี่รถไปทำงานเกือบร้อยกิโล  พอเลิกงานกลับมาถึงบ้าน ผมยังไม่ทันได้ขึ้นบ้านด้วยซ้ำ  เสียงมอไซค์ก็เข้ามาจอดในบ้าน

 

“ไอ้ขมกับไอ้ภูมิมันพาใครมาวะ...?”  ผมเห็นพวกมันซ้อนสามกันมา แวบแรกที่เห็น ผู้หญิงนี่หว่า

 

“เพิ่งเลิกงานเหรอพี่....?”  ไอ้ขมมันทักผมขึ้นก่อน

 

“เออ”  ผมเอาแต่จ้องไปที่ผู้หญิงที่มากับมันด้วย แม่งหน้าตาน่ารักผิวขาวจั๊ว คงจะเป็นน้องไอ้ภูมิแน่ ๆ อายุคงรุ่นราวคราวเดียวกับไอ้ขม  ไอ้ขมมันคงเห็นว่าผมเอาแต่จ้องไปที่ผู้หญิง

 

“เอ่อพี่ นี่แม็กซ์หลานของพี่กานต์ คนที่ผมไปอาศัยอยู่ด้วยตอนไปกรุงเทพฯ”  ไอ้ขมมันบอกกับผม

 

“ผู้หญิงบ้าอะไรวะชื่อแม็กซ์..?”   ผมถามไอ้ขมไป

 

“กูไม่ใช่ผู้หญิงโว้ยไอ้ก็อตซิลล่า.....!!!”   มันหน้างอแล้วพูดโพล่งออกมา  ผมสติแตกไปสามวิคิดว่ามันเป็นผู้หญิงซะอีก  พอนึกขึ้นได้

 

“ห๊ะ...!! มึงว่าไงนะ ก็อตซิลล่าอะไร....?  ผมถามมันไป

 

“โด่ ไอ้บ้านนอก ก็อตตซิลล่าแค่นี้ก็ไม่รู้จัก”   มันเบะปากใส่ผม

 

“อ้าว ไอ้ลิงเผือกพูดหมา ๆ แบบนี้ได้ไงวะ...?”  ผมก็เริ่มขึ้นแล้วเหมือนกัน

 

“เอาน่าพี่ ใจเย็นๆกันก่อน”  ไอ้ขมรีบเข้ามาห้าม

 

“ไอ้แม็กซ์มันปิดเทอมเลยมาเที่ยวที่บ้านเรา มันมาหาพี่กานต์ด้วย”  ไอ้ขมบอกกับผม แม่งคนกรุงนี่มันมีสง่าราศีซะจริง ๆ ตัวมันเล็ก ๆ ผิวขาวจั๊ว ผิวเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก

 

“ขมกูว่าไปกันเถอะว่ะ แม่งดูหน้าไอ้ก็อตซิลล่าไม่อยากจะต้อนรับกูซักเท่าไหร่”  แล้วไอ้ลิงเผือกก็พูดขึ้น

 

“กูถามมึงนิด ก็อตซิลล่านี่คือ....?”   ผมยักคิ้วกวนส้นตีนถามมันไป

 

“โห่ ก็อตซิลล่าก็พ่อของควายไง แค่นี้ก็ไม่รู้จัก”   มันแอบหัวเราะคิก ๆ ๆ

 

“ไอ้เด็กเหี้ย....!! ด่ากูควายก็เจ็บมากแล้วนะมึงแม่งนี่พ่อควายอีก สัส...!!!”  ผมชี้หน้าด่ามัน มันได้แต่หัวเราะ

 

“มึงรีบพามันไปเลยนะไอ้ขมก่อนที่กูจะถวายตีนให้มันแดก เด็กบ้าอะไรวะ ปากเหี้ยชิบหาย”  ผมยังไม่ยอม

 

“พอกับมึงแหล่ะไอ้ก็อตซิลล่า”  แน่ะ มันยังแลบลิ้นใส่ผมอีก

 

“ไปๆๆ ไอ้แม็กซ์มาถึงก็หาเรื่องเลยนะมึง”  แล้วไอ้ขมก็ลากไอ้ลิงเผือกขึ้นรถ

 

“ไอ้ก็อตซิลล่า”  ก่อนออกจากบ้านไปมันก็ยังหันมาตะโกนใส่ผมอีก

 

“ได้เด็กเวรไปไกล ๆ ตีนกูเลย”  ผมไม่ค่อยถูกชะตากับคนกรุงเทพฯซักเท่าไหร่ เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่ ไอ้ภูมิมันเป็นคนกรุงเทพฯ ผมเสียไอ้ขมไปเพราะคนกรุงเทพฯนี่แหล่ะ คิดแล้วน่าโมโหชะมัด

 

สองวันผ่านไป ผมก็ไปทำงานของผมตามปกติ  ไอ้เด็กเหี้ยนั่นมันคงกลับกรุงเทพฯไปแล้วมั้งเพราะไม่เห็นมันเหมือนกัน ตกเย็นพอเลิกงานผมเลยไปหาไอ้ขมที่บ้าน

 

“ไอ้เดี่ยวมากินข้าวด้วยกัน”  ไอ้ภูมิชวนผม  ผมเดินขึ้นไปหาพวกมันที่ชานบ้าน 

 

“เอาเหอะตามสบาย กูแดกแต่ยอดข้าว”  ผมบอกกับไอ้ภูมิไป ตาก็มองสำรวจไปทั่ว มันคงกลับไปแล้วแหล่ะ  โล่งอกไม่อยากต่อปากต่อคำกับไอ้ลิงเผือกมัน

 

“มองหาอะไรพี่....?”  ไอ้ขมมันถามผมขึ้น

 

“ปะเปล่า”  

 

ผมนั่งคุยกับไอ้ภูมิไอ้ขมได้ซักพัก ก็มีเสียงมอไซค์เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน  ผมชะโงกหน้าออกไปดู  ชิบหายแล้ว ไอ้ลิงเผือกมันยังไม่กลับนี่หว่า มันเดินขึ้นมาบนเรือนผมก็ลืมนึกไปว่ามันเป็นหลานของกานต์มันก็ต้องพักอยู่บ้านกานต์หรือไม่ก็บ้านไอ้เรืองดิ ผมคิดผิดคิดว่ามันพักอยู่กับไอ้ขมซะอีก เวรของกรรม  ผมเห็นมันเดินหน้ามุ่ยเข้ามา

 

“เป็นไรวะไอ้แม็กซ์...?”  ไอ้ขมเอ่ยปากถามมันก่อน

 

“เซ็งว่ะ ไม่เห็นหนุกเลย”  มันพูดขึ้นมาเบา ๆ  มันเหล่ตามองผมแวบนึง แล้วก็ทำหน้าเบะปากใส่ อดทนไว้ กูต้องทนไว้ ผมบอกกับตัวเอง

 

“กูก็บอกมึงแล้ว บ้านกูมันบ้านนอกคอกนาไม่มีแสงสีเสียงเหมือนในเมืองนะโว้ย”  ไอ้ขมบอกกับมัน

 

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ผมหัวขำก๊ากออกมา  ผมทนไม่ไหวจริง ๆยังไงมึงก็ยังเป็นเด็กอยู่ดีไอ้ลิงเผือก

 

“หัวเราะหาแป๊ะมึงเหรอ..?”   ไอ้ลิงเผือกมันรีบหันขวับมามองผม ผมก็ทำหน้าเฉไฉไม่สะทกสะท้าน

 

“ขมไปเที่ยวเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”  แล้วมันก็หันไปบอกกับไอ้ขม  ผมได้แต่อดกลั้นไม่ให้หัวเราะออกมา ขำหน้าแม่งชิบหาย หน้ามันละห้อยอย่างกับเด็ก

 

“เฮ้ยๆๆๆ  พี่ไม่ให้ไปนะแม็กซ์”    ไอ้ภูมิมันรีบห้ามไอ้ขมเอาไว้  ไอ้ลิงเผือกมันแยกเขี้ยวใส่ไอ้ภูมิทันที

 

“พี่เดี่ยว พี่ก็ไม่ได้ไปไหนนี่ ไปส่งมันหน่อยดิ”   ไอ้ขมมันหันประเด็นมาทางผม

 

“เฮ้ยเรื่องอะไรวะ...? ไม่ใช่เรื่องของกูซักหน่อย”   ผมบอกกับไอ้ขมไป

 

“ชิ ใครอยากจะไปกับมึงห๊ะไอ้ก็อตซิลล่า”  มันเบะปากใส่ผม

 

“น่านะขม ไปส่งกูหน่อย เซเว่นก็ยังดี”  มันยังอ้อนไอ้ขมไม่เลิก  รู้ ๆ กันอยู่เซเว่นมันอยู่ในตัวเมืองโน่นไกลเป็นร้อยกิโลใครอยากจะไป นี่ก็เย็นมากแล้ว

 

“ไอ้เดี่ยวมึงก็ไปส่งน้องมันหน่อยดิ มึงชำนาญเส้นทาง”  ไอ้ภูมิมันบอกกับผม

 

“ใช่”  ไอ้ขมรีบเสริม  ผมหันไปยักคิ้วกวนตีนใส่ไอ้ลิงเผือกดูว่ามันจะเอายังไง

 

“นี่กูหิวเฉย ๆ นะกูถึงยอมเนี่ย”   มันเหล่ตามอง

 

สุดท้ายผมเลยต้องพามันไปส่งในตัวเมือง  พอขี่มาได้ครึ่งทาง

 

“มันเป็นผู้ชายจริง  ๆ เหรอวะ กูก็ไม่อยากจะเชื่อ”  เอาจริง ๆ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นมัน ผมคิดว่ามันเป็นผู้หญิงมาตลอด อาจจะเป็นทอมอะไรประมาณนี้ แม่งหน้าหวานชิบหาย  พิสูจน์ดูซักหน่อยดีกว่า อิอิอิ   ผมเบรครถกะทันหัน มันไม่ทันได้ตั้งตัวหน้ามันทิ่มอกมันเลยชนเข้ากับแผ่นหลังของผมอย่างจัง  แบนเรียบ.....!!!  ชัดเจน

 

“เป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ย จะเบรคทำไม...?”  มันโวยวายใส่ผมแล้วรีบเขยิบถอยห่าง

 

“แมงมันเข้าตา”  อิอิอิ ผมแถบอกกับมันไป 

 

“กูอายุเยอะกว่ามึงนะ น่าจะให้เกียรติกูมั่งเรียกพี่ซักคำก็ไม่มี”  ผมหันไปบอกกับมัน

 

“ถุ้ย...!! ซักเท่าไหร่เชียว”    ดูปากมัน   ขี่มาได้ซักพักก็เข้าตัวเมือง ผมแอบมองในกระจกเห็นไอ้ลิงเผือกยิ้มหน้าบานมองโน่นมองนี่สำรวจไปทั่ว อย่างน้อยในตัวเมืองก็มีแสงสีร้านค้า ผับ เทค  รถราวิ่งขวักไขว่เจริญหูเจริญตาไม่เงียบเหงาเหมือนกับที่บ้านผม ผมพามันมาจอดที่หน้าเซเว่น มันรีบกระโดดลงแล้ววิ่งแจ้นเข้าไปในร้าน ผมจอดรถรอมันอยู่ข้างนอก

 

“ไอ้เดี่ยว ทางนี้...!!”  แล้วเสียงเรียกชื่อผมดังขึ้น ผมหันไปมองเห็นพรรคพวกที่ทำงานนั่งกินข้าวต้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกวักมือเรียกผม  ผมมองเข้าไปในร้านเห็นไอ้ลิงเผือกกำลังเลือกซื้อของอยู่ ผมเลยวิ่งข้ามถนนไปหาพวกมัน

 

“มีแฟนน่ารักก็ไม่บอกนะมึงไอ้เดี่ยว” 

 

“ใครวะไม่เห็นแนะนำให้พวกกูรู้จักบ้าง มองไกล ๆ น่ารักชิบหาย” 

 

“กูว่าไม่ใช่คนแถวนี้แน่”  พวกมันรัวคำถามใส่ผมไม่ยอมให้ผมได้พูดอะไรเลย ก็อย่างว่าแหล่ะไอ้ลิงเผือกทั้งหน้าตาผิวพรรณใคร ๆ เห็นก็คิดว่ามันเป็นคนต่างถิ่นทั้งนั้น

 

“คนกรุงเทพฯ”  ผมตอบกับพวกมันไป  จะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน กำลังจะอ้าปาก

 

“เห้ยไอ้เดี่ยว แฟนมึงกำลังโดนรุมจีบว่ะ”   เพื่อนคนหนึ่งสะกิดบอกกับผม ผมรีบหันไปมองเห็นผู้ชายสี่ห้าคนล้อมหน้าล้อมหลังไอ้ลิงเผือกอยู่ที่หน้าเซเว่น  ผมรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหา

 

“เฮ้ย ทำอะไรกันวะ....!!!”   ผมตะโกนถามไป พวกมันต่างหันมามองผม 

 

“แม่งน่ารักชิบหาย มีแฟนแล้วก็ไม่บอก”  หนึ่งในนั้นพูดขึ้น  แล้วพวกมันก็เดินจากไปแต่ก็ยังหันมามองไอ้ลิงเผือกไม่ละสายตา

 

“ไอ้ก็อตซิลล่า มึงไปไหนมา...?” ไอ้ลิงเผือกยืนหน้าบึ้งยักคิ้วถามผมขึ้น

 

“กูไปหาเพื่อนกูมา”  ผมบอกกับมันไป

 

“ไอ้เหี้ย ปล่อยกูไว้คนเดียวได้ยังไงวะ...?”  มันตีหน้ายักษ์ใส่ผม

 

“เอ๊า กูก็คิดว่ามึงเก่ง”  อิอิอิ  ผมแขวะมันไป

 

“สัส....!! กูจะกลับบ้านแล้ว”  มันขึ้นไปนั่งมอไซค์ก่อนผมซะอีก

 

ผมเห็นมันหิ้วถุงพะรุงพะรังแม่งมันเหมาหมดทั้งเซเว่นหรือไงวะ..? แล้วผมก็พามันกลับบ้าน 

 

พอมาถึงบ้านไอ้เรือง

 

“กูไม่ขอบใจมึงหรอกนะไอ้ก็อตซิลล่า”  

 

“เออ แล้วแต่มึงไอ้ลิงเผือก”   ผมบอกกับมันไป

 

 

 

.....................................................................

To be continue.........................

....................................................................

 

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}