อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 17 Will you marry me? 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 Will you marry me? 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2559 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 Will you marry me? 50%
แบบอักษร

 

ตอนที่ 17 Will you marry me?

 

                “อุ๊ยตาย! แม่เจ้าประคุณลุนช่อง ใครกันหนอจะเป็นผู้โชคดีได้รับดอกกุหลาบช่อโตจากพ่อเทพบุตรของพี่!

                เสียงวี๊ดว้ายโหวกเหวกของเกศรินทร์เรียกความสนใจจากพนักงานทุกคนในแผนกดีไซด์ที่กำลังขะมักเขม้นทำงานกันอย่างขยันขันแข็งให้มองดูประธานหนุ่มหล่ออย่างกฤตยชญ์ที่เดินถือดอกกุหลาบแดงช่อโตเข้ามา พรางคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าผู้โชคดีที่จะได้เป็นเจ้าของช่อดอกไม้แสนสวยนี้จะเป็นใคร ก่อนที่ร่างสูงจะเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของหญิงสาวผู้มีใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยวอย่างอัญญาดา เรียกเสียงโห่แซวจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆได้อย่างท้วมท้น

                “ทำบ้าอะไรของคุณ!” หญิงสาวถามออกไปเสียงเขียวลอดไรฟัน ในเวลานี้เธอทั้งเขินและอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่กฤตยชญ์ก็หาเรื่องทำให้เธอหัวใจสั่นไม่เว้นแต่ละวัน แต่วันนี้เธอไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะกล้ามากถึงขั้นหอบดอกไม้มาให้เธอถึงที่ทำงาน ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเราอย่างนั้นแหละ

                “แด่คนสวยของผม....”

                “แด่คนสวยของผม!! ฮิ้วววว!!” เสียงพนักงานคนอื่นๆพูดล้อคำพูดของท่านประธานหนุ่มดังลั่น แต่กฤตยชญ์กลับยิ้มรับอย่างอารมณ์ดีในขณะที่อัญญาดาแทบก้มหน้ามุดโต๊ะ

                “นี่คุณแกล้งฉันใช่ไหม! คนบ้า!” หญิงสาวตอกกลับเสียงลอดไรฟัน

                “แกล้งอะไรกัน นี่ผมตั้งใจซื้อมาให้คุณจริงๆนะที่รัก” กฤตยชญ์ตอบพรางเน้นคำว่า “ที่รัก” เสียงดังฟังชัด

                “ที่รักบ้าอะไรของคุณ!

                “ที่ร๊ากกกก!!!!” และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆเริ่มล้อเลียนด้วยการพูดย้ำคำ

                “กลับไปทำงานของคุณเดี๋ยวนี้เลยนะ!” อัญญาดารีบออกปากไล่เสียงหลง เมื่อเริ่มทนต่อเสียงล้อเลียนไม่ไหว ทั้งอายทั้งโกรธและเขิน จนจับต้นชนปลายอารมณ์ในตอนนี้แทบไม่ถูก

                “เดี๋ยวค่อยทำก็ได้” ชายหนุ่มยังคงลีลาท่ามากไม่ยอมไปง่ายๆ

                “ไปเดี๋ยวนี้!!

                “เดี๋ยวค่อยไป....”

                “ไม่งั้นเย็นนี้ฉันจะไม่ไปทานข้าวเย็นกับคุณ!” หญิงสาวรีบพูดแทรกขึ้นตัดบทชายหนุ่มที่กำลังเล่นแง่ทำเอากฤตยชญ์หยุดกึกแทบจะในทันที

                “ไปก็ได้”

                “รีบไปสิ!” อัญญาดาออกปากไล่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังยืนทำหน้าละห้อยอยู่ที่เดิม ก่อนจะหน้าชาเมื่อถูกขโมยหอมแก้มอย่างรวดเร็วแบบที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

                “ชื่นใจ!!” พูกจบก็รีบวิ่งหลบแฟ้มงานที่ปาข้ามหัวมาทันที พรางหันมายักคิ้วให้ก่อนจะเพ่นเข้าห้องทำงานของตัวเองไปเมื่อเห็นหญิงสาวคว้ากล่องใส่ปากกาเงื้อมขึ้นเหนือหัว

                ลับหลังกฤตยชญ์ที่หายเข้าห้องทำงานของตัวเองไปแล้ว เพื่อนร่วมงานหลายๆคนนำทีมโดยเกศรินทร์และเพื่อนรักอย่างอริสราก็กรู่เข้ามาที่โต๊ะทำงานของอัญญาดาแทบจะในทันทีด้วยความสงสัยใคร่รู้ ในขณะที่เจ้าของโต๊ะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเปิดแฟ้มเอกสารทำทีเป็นตั้งใจทำงานเสียเต็มประดา

                “ไม่ต้องมาทำเป็นขยันเอาตอนนี้เลยนะยะหล่อน” เกศรินทร์พูดขึ้นทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะทำงานของอัญญาดาตามด้วยอริสราที่พูดสมทบขึ้น

                “บอกริษามาเลยนะอัญเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ ทำไมคุณต้นกล้าเขาถึงได้มาทำหวานใส่เพื่อนของริษากลางบริษัทขนาดนี้”

                “ไม่มีอะไรสักหน่อย ทุกคนไปทำงานเถอะ” อัญญาดาพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาอธิบายให้เพื่อนและพี่ร่วมงานฟังแต่ดูเหมือนเกศรินทร์จะไม่ยอมลามือง่ายๆถ้ายังไม่ได้คำตอบ

                “จะไม่มีอะไรได้ยังไง ที่รงที่รักออกสื่อซะขนาดนี้”

                “นั่นน่ะสิอัญ เดี๋ยวนี้มีความลับกับริษาแล้วเหรอ...ริษาน้อยใจนะ”

                “โธ่! ริษา...คืออัญไม่รู้จะอธิบายยังไงดีน่ะ ไม่ใช่ว่าอัญอยากจะมีความลับกับริษาซะเมื่อไหร่” อัญญาดาหน้าเสียเมื่อได้ยินเพื่อนรักพูดในเชิงน้อยใจตนแบบนี้

                “อัญกับคุณต้นกล้าคบหาดูใจกันอยู่ใช่ไหม?” อริสราถามย้อนถามโดยมีเกศรินทร์พยักหน้างึกงักอย่างอยากรู้อยากเห็นอยู่ข้างๆ

                “คบกันใช่ไหม?”

                อัญญาดาไม่ตอบได้แต่พยักหน้ารับแทนคำพูดทั้งหมด ก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินอายเมื่อเกศรินทร์เริ่มกรี๊ดกร๊าดออกมาอีก

                “ตายแล้ว!! กรี๊ดดด! นี่ฉันกำลังจะมีน้องสาวเป็นคุณผู้หญิงของแพรพรรณดีไซด์กรุ๊ปเหรอเนี่ย”

                “พี่เกศก็พูดเว่อเกินไปแล้วค่ะ” อัญญาดาพูดบอกรุ่นพี่สาวที่ดูจะดีใจจนออกนอกหน้า

                “เกินไปอะไรกัน ถึงว่าละเดี๋ยวนี้ราศีจับเชียว” เกศรินทร์ยังคงแกล้งแหย่รุ่นน้องจนอัญญาดาแก้มแดงจัดด้วยความอาย นานๆทีจะได้เห็นสาวมั่นเขินกับเขามั่งช่างน่าหยิกน่าหยอกเสียจริง

                “พี่เกศอย่าล้ออัญสิค่ะ”

                “ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เชอะ!...หมั่นไส้จริงจริ๊งคนมีความรักเนี่ย”

                ทั้งอัญญาดาและอริสราต่างหัวเราะออกมากับท่าทางเชิดหน้าของรุ่นพี่สาวใหญ่อย่างเกศรินทร์ที่จีบปากจีบคอทำเป็นหมั่นไส้คนมีคู่ก่อนจะเดินส่ายก้นกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่อีกด้านหนึ่ง

                “เห็นอัญมีความสุข ริษาก็ดีใจด้วยนะ” อริสราเอ่ยบอกเพื่อนรักด้วยใจจริง

                “มันก็แค่เริ่มต้นเท่านั้นเองริษา บทสรุปจะเป็นยังไงอัญก็ไม่อาจคาดเดาได้” อัญญาดาพูดความรู้สึกภายในใจที่ยังหวั่นๆกับความรักครั้งนี้เธอรู้สึกว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นง่ายเกินไปและมันก็อาจจะจบลงอย่างง่ายๆเช่นกัน

                “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอัญต้องมั่นคงในความรู้สึกของตัวเองและเชื่อมั่นในตัวของคนที่รัก  ริษาเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี”

                “ขอบใจนะริษา ที่อยู่เคียงข้างอัญมาตลอด” อัญญาดาจับมือทั้งสองข้างของเพื่อนรักมากุมไว้ มือสองข้างนี้ที่คอยพยุงช่วยเหลือและไม่เคยทอดทิ้งเธอไปไหนเลย อริสราทำให้เธอสัมผัสได้ถึงคำว่า...เพื่อนแท้!

 

                หนึ่งเดือนผ่านมาแล้วที่ความสัมพันธ์ระหว่างอัญญาดาและกฤตยชญ์เป็นที่รู้กันทั่วทั้งบริษัทแพรพรรณดีไซด์กรุ๊ป พนักงานหลายคนปฏิบัติตัวกับเธออย่างดีจนหญิงสาวรู้สึกเกรงอกเกรงใจ และอีกหลายคนก็เรียกเธอว่านายหญิงทั้งที่เธอยังไม่ใช่ แม้ว่าจะพยายามบอกหลายต่อหลายครั้งว่าให้ปฏิบัติตัวกับเธอดังเดิมเพราะเธอก็ยังเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งแต่ทุกคนก็มักจะพูดว่า ซ้อมเรียกไว้ก่อน ซึ่งมันก็สร้างความลำบากใจให้เธอไม่น้อยเลยทีเดียว

                ที่สำคัญช่วงนี้กฤตยชญ์ทำตัวติดกับเธอมาก ไม่ว่าเธอจะไปไหน ทำอะไรหรือว่าอยู่กับใครที่นั่นจะต้องมีเขาอยู่ด้วยเสมอ แถมยังขนข้าวของเข้ามาอยู่ที่คอนโดฯของเธอราวกับจะตั้งหลักปักฐานให้เป็นบ้านหลังที่สองและอาจหาญมาเปลี่ยนรหัสผ่านประตูห้องของเธออีก

                การได้อยู่กับเขาทุกวัน ตื่นเช้ามาได้เห็นเขาเป็นคนแรกและก่อนนอนก็เห็นเขาเป็นคนสุดท้ายมันทำให้เธอมีความสุขจนยากจะอธิบาย เราเริ่มเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้นเธอรู้ว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไรและเขาเองก็เช่นกัน อีกอย่างที่น่าแปลกใจในตัวผู้ชายคนนี้ก็คือ กฤตยชญ์ชอบทำอาหาร ชายหนุ่มมักจะคิดค้นเมนูใหม่ๆและให้เธอเป็นหนูทดลองจากแรกๆที่ไม่กล้าชิมจนหลังๆมาเธอก็ขออาสาชิมเองอย่างไม่เกี่ยงงอนเพราะอาหารที่เขาทำแม้จะเป็นครั้งแรกแต่ก็อร่อยมาก และอะไรหลายๆอย่างในตัวของเขาที่เธอได้สัมผัสและมันทำให้เธอได้รู้ว่ากฤตยชญ์นั้นก็เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่นมากทีเดียวและนั่นมันทำให้เธอเปิดใจให้กับเขามากยิ่งขึ้น

                ในเวลานี้มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธออึดอัดใจก็คือเรื่องของอัฐพล โชคดีอยู่บ้างที่ชายหนุ่มบอกว่างานที่อังกฤษยุ่งเหยิงและมีปัญหามากต้องเลื่อนเวลากลับออกไปทั้งที่ความจริงแล้วเขาน่าจะกลับมาตั้งแต่สองสามอาทิตย์ก่อน และเรื่องที่ทำให้เธอลำบากใจจนนอนไม่หลับในเวลานี้ก็คือเมื่อช่วงบ่ายพี่อัฐของเธอพึ่งโทรมาบอกว่าเขากำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยในอีกสองวันข้างหน้าเพราะงานเริ่มเข้าที่แล้ว ปัญหาก็คือเธอจะทำอย่างไรเมื่อเขากลับมาและรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้ชายอีกคนที่นอนอยู่ข้างกายเธอในเวลานี้

                “นอนไม่หลับเหรอ?”

                “คุณยังไม่หลับอีกเหรอคะ?” อัญญาดาถามกลับไปในความมืดเมื่อได้ยินเสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมกับร่างสูงที่ชันตัวขึ้นพิงหัวเตียงและเอื้อมมือไปเปิดโครมไฟ

                “จะหลับได้ยังไงในเมื่อเธอยังไม่นอน”

                “ฉันขอโทษค่ะ ที่ทำให้คุณพลอยนอนไม่หลับไปด้วย” หญิงสาวกล่าวอย่างรู้สึกกผิดแต่ชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไรกลับคว้าตัวเธอเข้าไปกอดและจับศีรษะมนให้อิงแนบไหล่หนาพร้อมทั้งเอื้อนเอ่ยคำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

                “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า?”

                “เอ่อ...คือว่า” อัญญาดาลังเลที่จะพูดในเมื่อเรื่องที่เธอกังวลเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นกฤตยชญ์อาจจะเข้าใจผิดคิดเป็นอื่นแต่คำพูดต่อมาของชายหนุ่มกลับทำให้เธอยิ่งหนักใจและรู้สึกผิด

                “ไหนบอกว่า ถ้ามีอะไรจะบอกกันทุกเรื่องแค่นี้เธอก็เริ่มมีความลับแล้วเหรอ...”

                “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน

                “งั้นก็บอกมาสิ!” ชายหนุ่มเริ่มคาดคั้น แต่นั่นก็เพราะว่าเขาไม่อยากให้เธอเก็บเรื่องอัดอั้นไว้ในใจคนเดียวอย่างน้อยถ้าได้ระบายออกมามันอาจจะทำให้สบายใจมากกว่า

                “คือ...อีกสองวันพี่อัฐจะกลับมาแล้วนะคะ” อัญญาดาตัดสินใจก้มหน้าพูดเสียงอ่อย

                “ฉันรู้แล้ว”

                “คุณรู้แล้ว? เอ่อ...จริงด้วยสิพี่สาวของคุณก็อยู่ที่นั่นด้วย” หญิงสาวตกใจในทีแรกที่ชายหนุ่มบอกว่าเขารู้อยู่แล้วว่าอัฐพลจะกลับมาก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อคิดได้ว่าพี่สาวของเขาก็คงจะกลับมาด้วยพร้อมๆกัน

                “แล้วทำไมคุณถึงไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยละคะ?”

                “ทำไมต้องพูดด้วย ใครจะไปจะมาก็เรื่องของเขาสิ”

                “แต่ว่าเรื่องของเรา...” อัญญาดาเว้นคำพูดไว้พรางมองหน้าคมเข้มของกฤตยชญ์ที่ไม่มีท่าทีร้อนรนหรือหนักใจอะไร ก่อนจะพูดต่อ

                “ฉันหมายถึงพวกเราทั้งสี่คน คุณคิดว่ามันจะจบยังไงคะ? พี่สาวของคุณจะยอมเหรอ?”

                “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง เธอไม่ต้องห่วงหรอก”

                “คุณจะจัดการยังไงคะ” หญิงสาวรีบถามออกไปด้วยความอยากรู้

                “ไม่รู้สิ ตอนนี้ยังคิดไม่ออก...”

                “คุณต้นกล้า!!” อัญญาดากระแทกเสียงใส่เมื่อจู่กฤตยชญ์ก็เปลี่ยนจากสีหน้าเคร่งเครียดเป็นทะเล้นได้อย่างน่ามั่นไส้

                “นี่ฉันกำลังจริงจังอยู่นะคะ!

                “เอาน่า อย่าคิดมากเลยฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่เพื่อให้หญิงสาวคลายความกังวลก่อนจะพรมจูบที่หน้าผากมนเบาๆ

                “นอนเถอะ อย่ากลัวตราบใดที่ยังมีฉันอยู่เคียงข้างเธอ”

 

                หญิงสาวพยักหน้าตอบรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะผล็อยหลับไปในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นที่เธอเคยโหยหามาเนิ่นนาน                 เมื่อเห็นว่าร่างบางหลับสนิทไปแล้วใบหน้าหล่อเหลาของกฤตยชญ์ก็แปรเปลี่ยนไปจากใบหน้าทะเล้นกลับมีแต่ความกังวลฉายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในใจแกร่งหวังเพียงแต่ว่า กิตติยารัตน์จะเข้าใจอาจจะไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้แต่...สักวันหนึ่ง...

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น