ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความรู้สึกที่(ไม่)รัก 100% NC+++

ชื่อตอน : ความรู้สึกที่(ไม่)รัก 100% NC+++

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 13:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรู้สึกที่(ไม่)รัก 100% NC+++
แบบอักษร

** **

ปากบางน้อมรับเรียวสัมผัสอันอ่อนโยนของอัศวิน รอยสัมผัสที่อันแสนเนิ่นนานและหอมหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า ทั้งสองตกอยู่ในห้วงแห่งฝัน อัศวินพยายามควานหาความหอมหวานจากโพรงปากหวานของเขมมิกา เมื่อเห็นเช่นนั้นหญิงสาวก็พร้อมที่จะไม่ขัดเขาปล่อยให้ชายหนุ่มได้ทำตามสิ่งที่ต้องการ...เพราะคงเดี๋ยวเดียวเขาคงละออกจากเธอเอง...

อัศวินวกวนอยู่กับเรียวปากของหญิงสาวอยู่นาน จนเขาผละออกจากร่างบางที่นั่งแข็งทื่ออยู่บนเตียงกว้าง สมองหนาเริ่มนึกถึงใครบางคน ใครบางคนที่เขารักสุดชีวิตและสุดหัวใจ...

เขมมิกาในเวลานี้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ไม่รับรู้ว่าเขาได้ผละออกไป

 “วิ”เสียงคมดังขึ้นร้องหาคนรักเก่า มือหนายกขึ้นลูบไล้ที่ใบหน้านวลขาวอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เขามองสิ่งใดก็เป็นแต่เพียงใบหน้าของเธอ ไม่เว้นแม้แต่ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า เขาก็ยังมองเห็นเธอเป็นใครอีกคน...ที่ตนรัก...แม้จะมีฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่ใช่ว่าดวงตาของเขาจะพร่ามัวได้ตลอดก่อนจะสะบัดศีรษะไล่สิ่งนั้นออกไป

เขมมิกาได้ยินน้ำตาใสแทบร่วงแหมะ  เพียงแต่มันยังคลออยู่ที่บริเวณขอบตาของเธอเท่านั้นแต่ถึงแม้มันจะร่วงมายังไงเขาก็คงจะไม่ได้เห็นมัน เขมมิกาจัดการเก็บกลืนความรู้สึก มือหนาของอัศวินก็ยังคงทำหน้าที่ลูบไล้ใบหน้านวลอยู่ที่บริเวณเดิม เสียงหนาคมก็ยังคงคร่ำครวญอยู่แต่คำเดิมไม่มีเปลี่ยน จากร่างของตัวเธอแล้ว ไม่รับรู้สิ่งใดตั้งแต่เธอปล่อยให้เขาระดุมรสสัมผัสอันแสนหวานใส่เธอแล้ว...เสียงยังคงสม่ำเสมอไม่มีเบาและไม่มีวันหายไป ใบหน้าหนาเริ่มทำการรุกล้ำใบหน้านวลอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับหนักหน่วงและท่วงที รอยประทบตราเริ่มมีที่ตัวของหญิงสาว เขมมิกายังคงนั่งนิ่งปล่อยให้เขาได้สัมผัสกายเธอ...

อัศวินที่เผลอเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้ายามที่เขาเรียกหาชื่อคนรักแล้วมันยิ่งทำให้อยากที่จะทำให้เธอได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีค่าพออะไรเลยที่จะให้เขาเอ่ยชื่อเธอยามที่กำลังสุขสมเช่นนี้ ดังนั้นแล้วชื่อที่เขาจะเอ่ยมันออกมาตั้งแต่เวลานี้จนจบมันจะเป็นเพียงแค่ชื่อของวิชุดาเท่านั้น

อัศวินเริ่มล่ำไล้ลงมาบริเวณลำคอระหงก่อนที่เขาจะประทับตราความเป็นเจ้าของไว้อย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล...เพราะฤทธิ๋ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อช่วงหัวค่ำก่อนกลับมาที่บ้านเขมมิกานิ่งงันไม่คิดว่าเขาจะทำกับเธอเช่นนี้ ก่อนที่มือบางจะเริ่มผลักไสคนตัวโตให้ออกห่าง แต่ผลักเท่าไร เขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอเสียที...ยิ่งผลักออกก็ยิ่งแน่นมากยิ่งขึ้น...

 “อือ คุณอัศวินปล่อยฉันนะคะ ปล่อย!”เสียงหวานสั่งเป็นเชิงประมานว่าให้เขาปล่อย ปล่อยมือหนาๆออกจากกายสาว ปล่อยทุกการกระทำให้ออกห่าง...จากร่างของเธอ

อัศวินไม่ยอมที่จะฟังสิ่งใดยังคงทำหน้าที่ระดมจูบและประทับตราลงบนเนื้อเนียนนุ่ม เขาหลงใหลรสสัมผัสนี้ยิ่งนัก ไม่อยากที่จะจากรสสัมผัสที่แสนหอมหวานเช่นนี้ไป... “วิ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน”พูดเสียงแผ่วเบานุ่มนวลก่อนที่จะประทับรอยจุมพิตที่แสนปรารถนาไว้ที่หน้าผากนวล

 “วิ ผมขอเถอะนะครับ”เสียงหนาแหบซ่านผสมกับซ่อนความอ่อนโยน ร้องขอความต้องการ เวลานี้เขาอยากที่จะซบกอดที่อกนุ่มๆของหญิงสาวยิ่งนัก...

เขมมิกานิ่งอึ้งกับคำพูดวาจาของอัศวินที่เอ่ยพูดออกมา เขาคงคิดว่าเธอคือ...วิชุดาสินะ ถึงได้พูดในสิ่งที่มันไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นออกมาจากริมฝีปากหนา น้ำตาใสที่กลัดกั้นอยู่คราแรก...บัดนี้มันได้ไหลลงมาจากขอบตาเสียแล้ว...คำพูดคำเอ่ยวาจาของเขามันช่างแทงใจดำเสียจริง...พยายามที่จะปิดดวงตานิ่งไม่อยากรับรู้สิ่งใด...เพราะยังไงแล้วเธอก็คือ...เงาของใครอีกคนอยู่ดี

อัศวินค่อยๆไล้เลียลงไปตามซอกคอขาวระหงของเขมมิกา โดยที่เขาเองก็รู้ว่าคนที่ตนกำลังมีความสุขอยู่ด้วยนั้นไม่ใช่วิชุดา...อัศวินค่อยๆปล่อยสัมผัสที่อ่อนโยนใส่คนใต้ร่าง ที่เขาได้ผลักเธอลงไปที่เตียงกว้างสุดหรู...

 “อื้อ คุณวิน ปล่อยนะคะ อย่าทำอย่างนี้ได้โปรด”เขมมิกาเรียกร้องบอกอัศวินที่ตอนนี้เขาทับร่างของเธออยู่บนเตียงกว้างกับห้องหรูที่มีเพียงเขาและเธออยู่กันเพียงแค่สองคน...

มือเรียวบางผลักไปที่ไหล่กว้างของผู้ที่อยู่เหนือร่างของตน ผลักไปจนแล้วจนเล่าเขาก็ไม่ยอมลุกออกไปจากการอยู่เหนือร่างเธอสักที...เมื่อปากหนาพูดจบก็ส่งสัมผัสที่อ่อนโยนและมีความร้อนรุ่มเข้าไปในโพรงปากบางของเขมมิกา เขาค่อยๆควานหาและลิ้มรสสัมผัสของความหวานในโพรงปากบางอยู่นาน

 “ ปล่อยเขมนะคะ ปล่อยนะเขมไม่ใช่คุณวินะคะ คุณวิน ปล่อยเขมนะคะ ปล่อย!” ‘อื้อสติเขาอยู่ไหนเนี่ย!’ เขมมิกาคิดในใจมือของเธอก็คงไม่อยู่นิ่งพยายามที่จะผลักเขาออกตลอดเวลา แต่ผลักเท่าไรเขาก็ไม่ยอมออกเสียที...บางทีครั้งนี้เธอคงต้องยอมแพ้และยอมจำนนเป็นตัวแทนของวิชุดาเสียแล้วล่ะ แต่มันก็คงเจ็บน้อยกว่าเขาที่ต้องเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ มือบางค่อยๆลดลงไปตามความคิด ความรู้สึกตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการฝืนทนนักหรอกเพราะเธอไม่ได้สมยอมเลย หากแต่เป็นเพราะรักของเขาและเธอ เธอก็พร้อมเสมอที่จะตกเป็นของเขาทันที...โดยที่จะไม่เอ่ยปากห้ามอะไรเลย เธอจะปล่อยให้เขาสิ่งที่ต้อง หากแต่เขาและเธอรักกันจริง...  

ไม่ใช่เพียงแค่การแต่งงานที่ฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองจัดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เสียมากกว่าฝ่ายที่ได้เปรียบมากกว่า

จะเป็นฝ่ายเธอก็ตาม เพราะช่วงนี้ธุรกิจของครอบครัวเธอเริ่มซบเซาลงไปเรื่อยๆเพราะแต่ละปีก็ต่างมีบริษัทหรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ไฟแรงกว่า การคิดค้นหรือการวางแผนก็อาจจะมีความหลากหลายมากขึ้นเพราะฉะนั้นนักลงทุนต่างๆก็คงจะไม่ลังเลที่จะลงทุนกับฝ่ายที่ตนได้ผลประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์...

อัศวินค่อยๆไล้เลียลงไปที่ลำคอระหง ฝากรอยความเป็นเจ้าของไว้เสียใหญ่กลัวอย่างกะว่าจะมีใครไม่รู้ว่าเธอผู้นี้มีเจ้าของแล้ว มือหนาเริ่มสอดเข้าไปที่ใต้เสื้อของหญิงสาว เขมมิกานอนนิ่งตัวเกร็งเล็กน้อยตั้งแต่เธอเกิดมาเธอไม่เคยรับรู้ถึงความรู้เช่นนี้เลย มันชั่งแสบซ่านและมีความรู้สึกหน่วงๆยังไงไม่รู้ เธอไม่รู้ว่าอาการหรือความรู้สึกเช่นนี้มันหมายถึงอะไร เขมมิกานอนนิ่งหลับตาพริ้มไม่อยากรับรู้ถึงการกระทำของคนบนร่างว่าเขากำลังจะทำอะไรเธออยู่... จนเสียงของอัศวินดังขึ้นทำให้เขมมิกาเป็นต้องชะงักกับคำพูดนี้“อย่าพูดชื่อผู้หญิงคนนี้ให้ผมได้ยิน!ผมเกลียดเธอ ผมเกลียดเธอผู้หญิงสารเลวคนนั้น!”อัศวินตวาดลั่นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวชื่อของคนที่เขาเกลียดเป็นชีวิตจิตใจ  จนเขมิกาที่ได้ยินชื่อของตนเองที่หลุดออกมาจากเรียวปากหนา ถึงกับสะอึกน้ำตาใสไหลคลออยู่ที่ดวงตา ทำไมนะ?เขาเกลียดเธอขนาดนี้เลยหรือ...เกลียดเอกมากเช่นนี้เลยใช่มั้ย?ทำไมแรงเกลียดชังที่เขามีต่อเธอมันถึงได้เยอะเพียงนี้...

เขารู้ตัวดีทุกอย่างว่าพูดสิ่งใดออกมา เพียงแค่เขาต้องการให้หญิงสาวรับรู้เท่านั้นว่าการที่อยู่อย่างไร้รักมันเป็นเช่นไร

มือหนาค่อยๆบดตะขอเสื้อชั้นในตัวน้อยของเขมมิกาออกอย่างเบามือ ก่อนที่จะกระชากมันให้พ้นจากร่างบางแล้วทุกอย่างบนร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆหลุดลอยออกไปที่ละชิ้นสองชิ้น ตามแรงกระชากที่ไม่แรงมากของคนที่กำลังหิวกระหาย เมื่ออัศวินได้สลัดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายทิ้งไปเรียบร้อยแล้วเขาจึงหันมาสนใจตนเอง แล้วค่อยๆปลดเปลื้องมันออกทีละชิ้นทีละชิ้น เมื่อเสร็จแล้วจึงค่อยๆโน้มตัวลงไปหาคนร่างบางที่ตอนนี้นอนหลับตาพริ้มเช่นเดิม ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างมาทับบนร่างตนอีกครั้ง น้ำตาใสไหลพรากออกมาจากดวงตาอันแสนเศร้า เมื่อเธอรู้ว่าเธอคงต้องเสียสิ่งที่เธอรักและพยายามรักษามันไว้เท่าชีวิตเพื่อไว้ให้แก่คนที่เธอรักและรักเธอ ไม่ใช่เพียงแค่เธอรักเขาอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้...

 “ฮือออ ได้โปรดเถอะนะคะ คุณวินอย่าทำแบบนี้ อย่าทำอย่างกับเขมเป็นตัวแทนของคนอื่นเลยนะคะ ได้โปรด ฮึก ฮือออ”ปล่อยเสียงร้องไห้โฮ มือบางก็ปิดสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตอยู่ทั้งสองข้างพยายามดันตัวเองหนี แต่ก็ไม่พ้นภัยจากเขาอยู่ดี ทั้งโซนเสียงร้องไห้หรือคำขอร้องไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของอัศวินเลย ชายหนุ่มกำลังคิดว่าเขาได้มีความสุขกับคนที่ตนรักอยู่...ไม่ได้สนใจสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย อัศวินเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆไม่สนใจคนใต้ร่างว่าจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ไม่มีคำพูดออกมาถามเลยว่า ‘เธอเจ็บรึเปล่า ทนได้ไหม’คำพูดเหล่าไม่มีหลุดมาแม้แต่คำเดียว!...

 “ฮึก อื้อ ขะ...เขมเจ็บออกไปนะ ออกไป อื้อ จะ...เจ็บ กรี๊ดดดดดด ฮึก”เขมมิการ้องด้วยความเจ็บตรงใจกลางความเป็นหญิงเพราะเขาได้สอดแก่นกายความเป็นชายเข้ามาเสียที่เดียวหมด เธอเจ็บปวดมากเหลือเกินเมื่อไหร่การรวมทุกข์ครั้งนี้มันจะหมดและจบลงไปเสียที...

 “อื้ม อ้า แน่นจริงๆครับวิ ทนอีกนิดนะ อ้า อู้ยยย”อัศวินร้องครางเสียงสั่น ไม่รู้ว่าเขมมิกาเป็นอย่างไรบ้างรับรู้เพียงแค่ว่าเขาได้ทำลายป้อมปราการที่ตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว และสำหรับเขาเวลานี้รู้เพียงว่าการร่วมรักครั้งนี้ทำไมมันชั่งคับแน่นเสียจริงนะ ริมฝีปากหนายังคงตั้งมั่นเรียกเพียงแต่ชื่อของวิชุดาไม่มีแม้แต่ชื่อของหญิงสาวจะหลุดออกมาเพียงประโยชน์เดียวนั้นแหละคือสิ่งที่เขาต้องการ

 “อื้อ อื้ม ฮึก ฮือ จะ...เจ็บ เขมเจ็บพอแล้ว อ๊ะเอามันออกไป”เขมมิกายกมือขึ้นผลักร่างหนาออกแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมันหมดไปเสียแล้ว เธอไม่คิดว่าครั้งแรกมันจะเจ็บขนาดนี้ มันชั่งเจ็บเหนือเกินแม้พยายามเรียกร้องและอ้อนวอนไปเท่าไรเขาก็เหมือนไม่ได้ยินเสียงๆนี้...แต่...สำหรับเธอเจ็บกายไม่เท่าไรหรอก แต่คำพูดของเขานี้สิคือสิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าเข็มพันเล่มที่กำลังพุ่งตรงมาทิ่มเธอหลายต่อหลายรอบเสียอีก...

 “อู้ยยย อีกนิดเดียวนะครับวิ อ้า มันชั่งแน่นเหลือเกินครับที่รัก ”อัศวินครางเสียงสั่นทั้งความแสบซ่านผสมอยู่ในลำคอหนา อัศวินไม่มีผ่อนแรงเขาเดินหน้าเต็มที ไม่สนใจใครทั้งนั้น เขมมิกาสั่นไหวตามแรงที่คนร่างหนากระทำ เขาไม่พอกับมันง่ายๆยังคงดำเนินการต่อไปเรื่อยๆเหมือนไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย ซึ่งต่างจากเขมมิกาที่แทบจะไม่ไฟท์ติ้งแล้ว แต่เขากับคึกเสียจริง อัศวินค่อยๆร้องครางเสียงต่ำออกมาจากลำคออย่าสุขล้นเป็นช่วงๆ   “อื้มมมม ดีมากครับวิ อ้า ดีมาก”อัศวินพูดพร้อมกับค่อยๆช้อนร่างบางขึ้นนั่งบนตักของตน มือหนาเกาะแผ่นหลังบางแน่นผมยาวลอนสยายเต็มแผ่นหลังเหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อยค่อยๆผุดมาที่ใบหน้านวลที่ละน้อย เขมมิกาเอนอกรับสัมผัสของอัศวินที่เขามอบให้อย่างเผลอตัว มือของเขมมิกาจัดการหาที่เกาะทันที แต่นั้นก็คงไม่พ้นลำคอหนาของชายหนุ่มที่กำลังเป็นคนคุมเกมพิศวาสครั้งนี้...เขมมิกาเอามือบางสอดเข้าไปใต้ผมอันดกดำของอัศวินก่อนจะค่อยๆดึงกระชากเบาๆตามแรงอารมณ์ที่เขาเป็นคนส่งมันมา จังหวะขึ้นลงการหายใจมันชั่งถี่ถ้วน อกของร่างบางสั่นตามแรงรับ อัศวินขบเม้มไปทั่วตามหน้าอกหน้าท้องและลำคอของเขมมิกาอย่างหนักหน่วงตีตราทุกซอกตารางนิ้ว ร่างบางเริ่มโอนเอนสติที่มีน้อยเริ่มจะดับวูบลงไปที่ละน้อย...แรงที่มีเริ่มหมด สตินั้นเตลิดไปไกลแสนไกลยากที่จะคุมมันอยู่

 “อ๊ะ  พอแล้ว เขมไม่ไหวแล้วคุณวินค่ะ อ๊ะ ฮึก ฮืออ” เขมมิการ้องบอกพลางทั้งสะอึกเสียงร้องไห้บอกต่อเขาที่กำลังเสพสุขอยู่บนเรือนร่างเธอ ณ ตอนนี้

 “อ้า อีกนิดนะ อีกนิดนะครับวิ อื้ม”อัศวินไม่ยอมลดละง่ายๆ จัดการทำตามความต้องการของตัวเองต่อ โดยที่ไม่ยอมมองดูคนที่อยู่เบื้องหน้าสักนิดเลย เขมมิกาได้ยินชื่อคนที่เขารักออกมาจากปากหนาทีไรน้ำตาเม็ดน้อยก็เป็นต้องไหลออกมาจากดวงตาที่แสนเศร้าทุกที เขาจะรู้บ้างมั้ยว่าเธอนั้นเจ็บใจทุกทีที่เขาเอ่ยชื่อของวิชุดาออกมา

สติเขมมิกาเริ่มวูบลงไปเรื่อยๆอาการหน้ามืดเริ่มมาเยือนวินเวียนศีรษะเล็กน้อยภาพภายในห้องกำลังหมุนติ้ว เกิดอาการภาพซ้อนจนเจียนจะอาเจียน สุดท้ายเปลือกตาบางก็เริ่มปิดลงเรื่อยๆแล้วก็ดับวูบลงไปทันที เธอไม่รับรู้สิ่งใดแล้ว มีเพียงแต่เขาที่เดินหน้าต่อ สุดท้ายเมื่อร่างหนาเหมือนได้ขึ้นสวรรค์แล้วเขาก็ค่อยๆปล่อยสายธารและปล่อยเธอลงไปกับเตียงหนา แล้ววางตัวนอนลงข้างๆกายสาวอย่างช้าๆมือหนาไม่ลืมที่จะดึงเอาร่างบางที่สติเลือนลอยเข้ามาสวมกอดอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบบอกกับร่างบางในอ้อมแขนหนา

 “นี่คือสิ่งที่เธอต้องเจอเขมมิกา ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องเจ็บเหมือนที่ฉันเจ็บ”เขารับรู้อยู่ตลอดเวลาว่าคนที่ตัวเองหาเศษหาเลยด้วยนั้นคือใคร แต่เขาก็ยังพยายามพ่นชื่อของวิชุดาออกมาเพื่อให้หญิงสาวได้รู้สึกเหมือนที่เขาเองก็รู้สึก ก่อนอ้อมแขนที่เคยดึงร่างบางเข้ามาก่อนจะปลดปล่อยมันออกและดึงผ้าห่มที่มันอยู่ที่ปลายเตียงขึ้นมาห่มแต่เพียงตัวเองเท่านั้น หาให้อีกคนใช้มันร่วมด้วยก่อนเขาจะหลับตาแล้วเข้าสู่ห่วงแห่งนิทรา...ไป


บนถนนเส้นยาวในยามค่ำคืนแสงจากดวงจันทร์และเสาไฟตามข้างทางสอดส่องลงมายังเบื้องล่างพาให้มองเห็นร่างของหญิงสาวในชุดการสมัครการทำงานที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกระโปรงสีดำเลยเข่ามาเพียงเล็กน้อย ที่กำลังทอดน่องเดินไปตามข้างทางที่มีรถผ่านสัญจรกันอย่างคับแน่น...ในยามราตรี

“เฮ้อ ทำไมงานมันหายากอย่างนี้เนี่ย แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนมารักษาแม่ห๊ะ คิดสิคิดสิยัยดา”เสียงจากเรียวปากหวานของปานธิดาบ่นอุบอิบกับตัวเอง น้ำตาเม็ดน้อยก็เริ่มคลออยู่ที่ขอบตา ลงนั่งกุมเข่าอย่างคนเหนื่อยล้าปิดหน้าเฝ้าภาวนาอยู่กับตนเองสักพักก่อนจะลุกขึ้นเดินต่อ... เหตุที่เธอต้องหางานทำเสริมช่วงเวลาว่างก็เพราะว่าลำพังเพียงแค่เธอทำงานในร้านอาหารคงไม่พอที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไหนจะค่ารักษาพยาบาลของผู้เป็นมารดาอีก ปานธิดาเดินหางานเช่นนี้มาสองวันกว่าแต่เธอก็ยังคงหาไม่ได้เสียที หญิงสาวเดินอย่างคนเหม่อลอย เดินตรงไปเรื่อยๆไม่รู้จุดหมายข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ขอเพียงแค่หากเธอไปสมัครงานที่ไหนก็ขอให้เขารับเธอเขาทำงานเสียทีเถอะ เส้นทางที่เดินเริ่มเปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ แสงที่ส่องจากเสาไฟตามท้องถนนก็เริ่มไม่มี มีเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้นที่ไฟยังส่องเเสงติดอยู่  ปานธิดาทอดน่องบางเดินต่อไปเรื่อยๆบนเส้นทางพบกับชายฉกรรจ์จำนวนสองคนที่กำลังตั้งวงนั่งดื่มสุรากันอยู่อย่างสนุกสนาน หากมองดูจากไกลๆแล้วก็รู้ว่าเขาทั้งสองกำลังเมามายอย่างหนักอยู่ ปานธิดาจึงพยายามเดินหลีกเลี่ยงออกอีกทางแต่กลับมีมือสากหนามาจับข้อมือไว้เสียก่อน...

 “อ๊ะ ใครน่ะปล่อยนะ” *‘พ่อค่ะคุ้มครองดาด้วยนะคะ’*เมื่อโดนดึงข้อมือปานธิดาจึงนำมือกอบกุมสร้อยที่คอหวังให้ผู้เป็นบิดาค่อยคุ้มครอง หญิงสาวเหลียวหลังไปมองเจ้าของข้อมือที่ดึงตนไว้พยายามสะบัดข้อมือออกแต่มันกลับไม่ยอมหลุด แล้วก็พบว่ามันคือมือของชายที่นั่งอยู่จากจุดที่เธอเห็นแต่ไกลๆ ชายทั้งสองเห็นเธอเดินมาตั้งแต่ไกลๆแล้วแต่พอเห็นในสิ่งที่เธอกำลังเดินหลีกเลี่ยงก็เดินเข้ามาหาเองโดยทันที

 “คุณเป็นใครปล่อยฉันนะ!”ปานธิดาพยายามสะบัดมือออกอีกครั้ง แต่ทำยังไงมันก็ไม่ยอมหลุดเสียที น้ำตาใสเริ่มคลอและไหลออกมาเป็นสาย ใครก็ได้ได้โปรดช่วยเธอที...

 “จะไปไหนล่ะจ๊ะน้องสาว มากินเหล้าเป็นเพื่อนพี่ก่อนสิ”เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น ดึงเธอเขาไปใกล้ตัวพยายามลูบคล่ำไปตามร่างกายของเธอ

 “ไม่! ...ปล่อยฉันเถอะนะ ฮึก”เสียงสะอึกดังขึ้นพยายามแสดงขอความเห็นใจแต่มันกลับเสียเปล่า ชายทั้งสองดึงข้อมือของเธอเสียไว้ทั้งสองข้างเอกสารการสมัครงานที่อยู่ในมือก็ล้วงกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนเต็มพื้น ปานธิดาโดนชายฉกรรจ์ทั้งสองดึงลากเข้าไปข้างทางใกล้ๆกับถนนเพียงแค่นิดเดียว

 “มาม้ะ มามีความสุขกับพวกพี่กันดีกว่าเนาะน้องสาว”เสียงคำพูดจากชายหนึ่งคน ส่วนอีกคนกำลังทำหน้าที่ลูบคล่ำไปทั่วกายสาว ปานธิดาเห็นหน้าหนีไม่อยากที่จะได้ยินเสียงอันน่ารังเกียจพวกนี้

 “ออกไปนะ! อย่ามายุ่งกับฉันออกไป! ฮึก ฮือ”มือบางปัดป้องกายสาวของตัวเอง ผลักอกชายคนที่กำลังลูบคล่ำตนเองออกมือบางเผลอฟาดลงไปที่หน้าของชายคนหนึ่งเต็มๆแรง แล้วเตรียมที่จะวิ่งหนีทันที ปานธิดารีบเร่งฝีเท้าวิ่งหนีชายชั่วทั้งสองอย่างสุดกำลัง เธอวิ่งออกไปตามข้างถนนอย่างไรจุดหมาย...มือบางก็คอยปัดป้ายคราบน้ำตาที่เปื้อนออกแล้วออกตัววิ่งให้สุดชีวิต แต่วิ่งไปพียงได้ไม่นาน...ด้วยอาการที่กลัวและสั่นกลับทำให้ปานธิดาเสียหลักและล้มลงบนพื้นถนน...จนสุดท้ายคนชั่วทั้งสองก็ตามเธอทัน

 “แกกล้าตบฉันหรอ” ‘เพี๊ยะ’ จับใบหน้าหวานเชิดขึ้นจากพื้นแล้วจับหันมาและจัดการนำมือหนาฟาดลงไปที่หน้านวลอย่างแรงจนเกิดรอยแดงเป็นจำนวนหนึ่งครั้ง...

“แกจะไปไหนห๊ะ พูดดีๆไม่ชอบใช่มั้ย ห๊ะ! ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก!”

‘เพี๊ยะ เพี๊ยะ’

ยกมือฟาดลงไปที่ใบหน้านวลอีกครั้งอย่างเต็มแรงทั้งซ้ายและขวา ดึงกระชากแขนเรียวตามด้วยการเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวจนกระดุมที่ติดอยู่หลุดออกสองถึงสามเม็ดจนขาดวิ่น เผยให้เห็นช่วงไหล่บางของหญิงสาวเพิ่มความหื่นกระหายที่มีอยู่แล้วให้ทั้งสองชายร้ายพุ่งจนถึงขีดสุดจนสุดท้ายมันก็ล้นออกมา เป็นความต้องการที่มีมากขึ้น! ชายชั่วลากร่างบางให้เดินตามตนมา จนถึงบริเวณข้างทางของตัวถนนจึงจับปานธิดาเหวี่ยงเข้าไปข้างทาง...

 “โอ๊ย ฮึก ฮือออ อย่าทำฉันเลยนะ อย่า”ปานธิดาล้มลงไปกับพื้นด้วยเหวี่ยงของอีกฝ่ายพยายามเอามือปิดป้องส่วนที่เผยออกมา ปานธิดาลนลานถอยห่างออกจากชายทั้งสอง ที่กำลังค่อยๆก้าวมาทีละก้าวอย่างมาดมั่น แต่...มันเป็นก้าวที่น่ากลัวสำหรับเธอนัก

 “จะหนีไปไหนห๊ะ หนียังไงแกก็หนีฉันไม่พ้นหรอก มานี่!”มือสากดึงข้อเท้าบางลากมากับพื้นปูนเนื้อหยาบเผยให้เห็นเนื้อขาเรียวขาวที่ซ้อนรูปอยู่ภายใน ชายคนหนึ่งบีบรัดอย่างเต็มแรง จัดการต่อยเข้าไปที่หน้าท้องของ  ปานธิดาทันทีเป็นจำนานหนึ่งครั้งจนเจ้าตัวสิ้นฤทธิ์ ปานธิดาเมื่อโดนต่อยเข้าไปที่หน้าท้องถึงกับขดตัวเข้าเหมือนกุ้งโดนน้ำร้อนลวก เสียงร้องครวญครางด้วยความจุกและเจ็บ “อ๊ะ โอ๊ยยยย ฮึก” ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์หรือสถานการณ์แบบนี้มาก่อน  พอมาโดนด้วยตัวเองได้รู้เลยว่าตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ที่พากันขึ้นหน้าหนึ่งจะมีข่าวการล่วงละเมิดทางเพศอยู่ปล่อยครั้งนั้นมันทรมานเหลือเกิน มันมีความหดหู่มาก เฝ้าแต่คอยภาวนาให้ใครสักคนผ่านมาทางนี้...หรือแม้กระทั่งการดิ้นรนหาหนทางก็แทบจะไม่มีเพราะพื้นที่แต่ละเหตุการณ์ที่แต่ละคนโดนนั้นมันแสนจะเปลี่ยวมีน้อยมากนักที่จะมีผู้คนผ่านมา หากแต่ผ่านมาพบทันก่อนที่จะโดนล่วงละเมิดก็ถือว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาที่บางทีเขายังคงเห็นใจในชีวิตของเราอยู่บ้าง...ปานธิดายกมือพนมขึ้นไหว้ชายทั้งสองตรงหน้าคร่ำครวญร่ำร้องขอให้ปล่อย หวังว่าเขาคงจะเห็นใจเธอเละปล่อยเธอไปแต่เธอคงคิดผิดซะแล้วล่ะ

 “แกคิดว่าพวกฉันจะเห็นใจแกรึ ห๊ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดผิดแล้วเว้ย”ชายอีกคนพูดขึ้นเมื่อเห็นพฤติกรรมของคนตรงหน้า “เฮ้ย จับมันไว้ดิ เสียเวลากับมันมากพอล่ะ เดี๋ยวก็ได้มีใครมาเห็น เร็วๆสิวะ” ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆกัน สั่งให้อีกคนจับปานธิดาไว้ เมื่อคิดว่ามันเสียเวลามากไปแล้ว

 “เอ่อๆ มานี่!”จัดการลากข้อเท้าบางอีกรอบ เมื่อปานธิดาก็พยายามขยับหนีตลอดเวลาเพื่อให้ตนพ้นจากภัยครั้งนี้

 “ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาถ้าปล่อยฉันไปฉันจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ปล่อยฉันไปเถอะนะ”เฝ้าร้องขอด้วยสายตาวิงวอน น้ำตาใสไหลอาบท่วมแก้มทั้งสองข้าง เวลานี้กลัวซะเหลือเกินกลัวว่าหากเธอเป็นอะไรไปแล้วใครจะดูแลมารดาเธอล่ะ ยิ่งทั้งสองมีกันเพียงแค่สองคนมารดาของเธอก็ป่วยออดๆแอดๆไม่สามารถที่จะทำงานหนักได้ทำได้เพียงแค่งานบ้านธรรมดาหรือแค่รับจ้างซักรีดเท่านั้น

 “หึ พวกฉันปล่อยแกแน่ แต่ขอพวกฉันสุขเสพร่างกายแกก่อนนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”พูดจบก็ก้าวเดินหน้าเข้าหาปานธิดา ที่กลัวจนเนื้อตัวสั่นเธอยังคงเชื่อในศรัทธาและความดีของเธอว่าต้องมีคนมาช่วยเธอแน่ แต่หากมันกลับไม่มีเสียล่ะ...

 “ฮึก ฮืออออ อย่านะ อย่า!” ตะโกนสุดเสียงพร้อมคำร้องขอ...


บนเนื้อถนนเส้นใหญ่มีรถสปอร์ตคันหรูสีดำกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง คนขับขี่เป็นหนุ่มมาดหล่อเนี้ยบครองตำแหน่งรองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์รถยนต์ส่งเข้าและออกขนาดใหญ่ระดับต้นๆของประเทศและเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงดังก้องเกือบทั่วโลกเป็นบริษัทที่ผลิตและส่งเข้าและออกรถยนต์มีนักลงทุนมากมายต่างต้องการลงทุนกับบริษัทนี้กันมาก ทั้งด้านคุณภาพการจัดทำองค์ประกอบหรือการเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนบริษัทนี้ก็สามารถที่จะรักษามาตรฐานเช่นนี้ไว้ได้ จึงถือว่าได้รับการยอมรับในวงกว้าง...จากทั่วโลก

 “เฮ้ย ขับมาตรงไหนวะเนี่ย อยู่มาตั้งนานทำไมขับหลงวะ”อัครินสายหน้ากับเส้นทางที่ตนขับรถหลงเข้ามาอย่างไม่คุ้นเคย เขาเป็นชายหนุ่มสุดหล่อแต่ชอบวางหมาดนิ่งไม่ต่างจากพี่ชายของเขาจะมีก็ในยามที่อยู่กับคนเป็นพี่และพ่อแม่เท่านั้นที่จะกวนนิดๆ อัครินที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหมาดๆหลังจากที่ไปสัมมนาและประชุมการลงทุนแทนผู้เป็นพี่ชายที่ลั่นระฆังวิวาห์ไปได้เพียงไม่นาน บ่นอุบอิบกับตนเองเมื่อเขาขับรถสปอร์ตคันหรูมาผิดทางที่ตนจะไปเสียแล้ว...

 “นี่มันส่วนไหนวะเนี่ย มืดก็มืด ไฟก็เริ่มไม่มีแถมซอยยังเปลี่ยวอีก”อัครินตะโกนลั่นบ่นกับตัวเองงุบงิบอยู่ภายในรถคันหรูของตนแต่ก็วางหมาดแนวเย็นชาเช่นเดิม ก่อนจะมุ่งหน้าขับต่อไปเลยๆ ท้องฟ้าสีดำในยามค่ำคืนกลับกลายเปลี่ยนมาเป็นมืดครึ้มเมฆหนาลอยอยู่เต็มละล่องทั่วผืนฟ้า สายตาคมสอดส่องมองผ่านออกไปนอกหน้าต่างรถหรู ทำหน้าตึงทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาบนท้องฟ้าที่เหมือนธรรมชาติจะเริ่มกลั่นแกล้ง แต่เพียงมองไปได้สักพักเสียงซ่าจากเม็ดฝนก็ดังขึ้น และเสียงที่ราวกับการคำรามของสัตว์ป่าก็ดังตามมาติดๆ เม็ดฝนน้อยใหญ่เริ่มโปรยปรายร่วงโรยจากท้องฟ้าสู่พื้นดิน กลิ่นไอของสายฝนโชยผ่านเข้ามาด้านในตัวรถของอัครินเล็กน้อย เจ้าตัวสูดดมกลิ่นนี้อยู่สักพักก่อนจะเคลื่อนรถคันหรูไปด้านหน้าต่อ...แสงไฟที่เห็นก่อนหน้านี้ค่อยลดลงไปเรื่อยๆเส้นทางเริ่มเปลี่ยวมากกว่าเดิม จนเจ้าตัวเผลอคิดว่าหากเดินหลงเข้ามาแล้วไม่ได้ขับรถแบบตนเช่นนี้จะทำอย่างไร พื้นที่แถวนี้มันน่ากลัวมากจนบางทีคนร่างหนาก็รู้สึกผวา...

รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนที่มาเรื่อยๆสายฝนก็ยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย จนรถหรูของอัครินเคลื่อนที่ผ่านมาอีกจุดหนึ่งของถนนเส้นนี้ใจของเขากลับมีความรู้สึกหน่วงๆหวิวๆแบบแปลกๆจึงค่อยๆผ่อนเครื่องยนต์แล้วขับต่อแบบช้าๆ...กลัวว่าบางทีเขาอาจจะเจอใครก็ได้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

 “ฮึก ฮือ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฮือออ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฮืออ”เสียงหวานร้องห้ามคนที่อยู่บนร่างของตนที่ตอนนี้กำลังซุกไซ้ตามซอกคอขาวของตนอยู่อย่างไร้ความปรานี ดึงขึงกระชากเสื้อเชิ้ตตัวน้อยสีขาวขาดวิ่นจนไม่มีชิ้นดีกระโปรงตัวที่ยาวเลยเข่าเพียงนิดก็ถูกถกขึ้นมาจนถึงหน้าขาอ่อน สายฝนก็คอยเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสายยิ่งเผยให้เห็นความขาวนวลร่วมทั้งบราเซียร์สีชมพูขาวออกแนวพาสเทลของปานธิดาให้ชัดมากขึ้นแถมยังเป็นจุดเพิ่มต่อมความหยาบกระด้างหื่นกระหายให้แก่ชายใจชั่วทั้งสองอีกด้วย ส่วนอีกคนที่ร่วมกระทำความชั่วครั้งนี้ด้วยกันก็ค่อยมองดูต้นทางเมื่อเพื่อนชั่วของตนเสร็จจึงจะเข้าไปต่อ

 “ฮึก ปล่อยนะปล่อยนะปล่อยฉัน ฮึกฮืออ”ยกมือบางพนมขึ้นไหว้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่เป็นผลชายชั่วยังคงทำการรุกล่ำร่างบางต่อเสื้อชั้นในสีชมพูขาวพาสเทลที่โดนน้ำจากสายฝนจนเปียกชุ่มถูกถกขึ้นเหนือเนินหน้าอกของปานธิดา กระโปรงตัวสวยที่โดนถลกจนถึงต้นขาอ่อนอยู่แล้วถูกมือหนาสากน่ารังเกียจถลกมันขึ้นสูงกว่าเดิม “โอ้ เธอนี่ชั่งซ้อนรูปเสียจริง หึหึหึ มาม้ะ เรามามีความสุขกันเถอะ”มือหนาสากบีบถลึงเค้นไปที่เต้านวลของปานธิดาทั้งสองข้างอย่างป่าเถื่อน “อ๊ะปล่อยฉันนะฮื้อออ ปล่อยฉัน คะ...ใครกะ...ก็ได้ช่วยฉันที่ฮื้ออ” เปลือกตาบางปิดลงด้วยอาการหวาดหวั่นมือบางพยายามยกขึ้นมาปกปิดสิ่งสงวนของตน ร่างกายบางสั่นทิ่มก่อนเปลือกตาบางมันจะถูกจะเปิดโผ! ขึ้นอีกครั้งมือบางกำหมัดแน่นดวงตาสีน้ำตาลสีนิลดำของปานธิดาส่อแววถึงความมุ่งมั่น รวบรวมกำลังเอือกสุดท้ายเพราะร่างกายของเธอเริ่มจะไม่ไหวเสียแล้วจึงต้องหวังผลกับความพยายามครั้งนี้ไว้เสียให้มาก มือบางจัดการผลักร่างหนาของผู้ที่อยู่ด้านบนของตนจนสุดแรง จนชายชั่วกลิ้งล้มลงไปจากเธอ แล้วเมื่อชายชั่วอีกคนทำท่าจะเข้ามาจัดการปานธิดา เท้าเรียวก็ถีบเข้าไปที่น้องชายของมันจนสุดแรงจนต้องขดเข้ากำน้องชายน้อยไว้ในมือเพื่อบรรเทาอาการจุกและเจ็บ...ปานธิดาเมื่อได้โอกาสจึงลุกเตรียมที่จะวิ่งหนีทีนที

 “แกจะไปไหนห๊ะ!”คนชั่วอีกคนเมื่อตั้งหลักได้ก็จับข้อเท้าบางไว้ไม่ให้ไป จนปานธิดาล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง

 “โอ๊ยยย”ปานธิดาร้องด้วยอาการทั้งเจ็บและจุกที่หน้าท้องน้อย เสื้อชั้นในตัวน้อยที่เคยถูกถกขึ้นก็ถูกจับมาไว้ที่ตำแหน่งที่มันสมควรอยู่เรียบร้อยแล้ว

 “แกจะไปไหนห๊ะ! กล้ามากเลยนะที่ถีบพวกกู!”

‘เพี๊ยะ เพี๊ยะ’มือหนาสากฟาดลงไปที่หน้านวลอีกรอบเป็นครั้งที่สาม หน้าเรียวหันตามแรงฟาดที่กระทบลงหน้าอีกรอบ เลือดสีแดงฉาดซิบที่มุมปากของปานธิดาอย่างเจ็บแสบ ปานธิดาล้มคะหม่ำลงไปที่พื้นถนนอย่างทุลักทุเล พยายามคลานหนี้จนเสื้อผ้าบางส่วนที่โดนดึงกระชากหลุดลุ่ยลงมากกว่าเดิม

 “ปล่อยฉันไปเถอะนะ ได้โปรด”

 “หึ คิดว่าฉันจะปล่อยแกไปง่ายๆหรอห๊ะ!”

ปานธิดาฟังคำพูดของชายชั่วตรงหน้าแล้วเป็นต้องกัดฟันแน่น ขอร้องอย่างไรก็ไม่มีวันปล่อยไปจนร่างบางต้องฮึดสู้ ปานธิดานั่งนิ่งตั้งหลักเพียงสักพักแล้วลุกขึ้นวิ่งจ่ำอ้าวไปบนท้องถนนเบื้องหน้าอย่างไม่คิดชีวิต

 “เฮ้ย! แกจะหนีไปไหน”รีบสาวเท้าหนาตามไปอย่างเร่ง

 “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย”ปานธิดาวิ่งกะเผลกพร้อมโบกมือหวังให้ใครสักคนผ่านมาทางนี้และช่วยเธอไปจากขุมนรกนี้เสียที แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นแสงไฟจากกรอบรถด้านหน้าขับมายังเส้นทางที่เธอกำลังยืนอยู่เหมือนรถคันนั้นจะเป็นความหวังของเธอ ปานธิดาวิ่งเข้าไปอย่างไม่กลัวว่ารถคันนั้นจะพุ่งเข้าชนตัวเธอขอแค่เวลานี้ได้หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่แสนย่ำแย่เช่นนี้เสียที

 “ชะ...ช่วยด้วยค่ะ ชะ...ช่วยฉันด้วย”ปานธิดาล้มฟุกลงบนพื้นถนนแต่ก็พยายามคืบคลานพาร่างกายที่แสนไร้เรี่ยวแรงมุ่งไปข้างหน้า

 ‘เอี๊ยด!’

เสียงรถยนต์คันดำคันหรูเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน ร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าเกาะกุมอยู่ที่ฝากระโปรงรถ สายตาชายชานของชายหนุ่มตกตะลึงอึ้งอย่างบอกไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่ขับรถอยู่ดีๆก็เป็นต้องมีหญิงสาวพุ่งเข้ามาที่หน้ารถ

 “ชะ...ช่วยด้วยค่ะ ชะ...ช่วยด้วย”ปานธิดาเงยหน้าขึ้นมาจากส่วนที่ตนฟุกหน้าอยู่จากนั้นเล็กน้อย

 “กะ...กานต์”เขานิ่งอึ้งทำไมหญิงสาวตรงหน้ามันคล้ายกับอดีตแฟนสาวคนรักของเขาขนาดนั้น นี่เขาแค่ตาฝาดใช่มั้ย?

คนที่นั่งอยู่ในรถอย่างอัครินถึงกับตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าที่บริเวณริมฝีปากมีเลือดไหลออกมาอย่างน่าเวทนาเสื้อสีขาวก็ถูกเผยให้เห็นเสื้อชั้นในของหญิงสาวอย่างหมดเปลือกในคราแรกที่เห็นเขาตกใจแทบแย่คิดว่าจะเป็นอดีตคนรักเขาที่เลิกรากันไปได้เกือบปีกว่า แต่มันก็เป็นความคิดแค่เพียงชั่วครู่เพราะเมื่อได้เห็นเพียงใบหน้าเต็มๆของหญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมาผู้นี้มันกลับคล้ายและเหมือนกับหญิงสาวที่ตนเคยเห็นอยู่ในคลับแห่งหนึ่งที่ทำให้ตนต้องหัวเสียกับการกระทำของเธอ แล้วนับได้ว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่มีนิสัยน่ารังเกียจนัก 

แล้วหากมันไม่ใช่ความบังเอิญแสงไฟที่ส่องมาที่ใบหน้าของเธอทำให้สายตาของเขามองหน้าตาของเธอยังคงคล้ายกับคนที่เขารักและก็ทำให้เขาเจ็บปวดใจมากที่สุดในเวลาเดียวกันขนาดที่ไม่อาจจะลืมลงและยังคงไม่สามารถที่จะมีรักใหม่ได้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ใครคนนั้นทำมันยากที่จะลืมแต่จะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังคงรอวันที่เธอคนนั้นจะกลับมา! ไม่ว่าผู้หญิงที่เห็นอยู่ตรงหน้าจะเป็นใครเพราะเธอคนนี้คือคนที่มีใบหน้าที่คล้ายกับหญิงชั่วคนนั้นที่สุด!เพราะมันคงไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้หากเธอคนนี้กับเธอคนนั้นจะไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันทางสายสัมพันธ์เพราะไม่ว่าจะเป็นหู ตา จมูก ปาก ทุกอย่างมันละหม้ายคลายเหมือนกันทุกอย่างเพราะในยามที่เห็นกันในคราแรกมันคล้ายคลึงยิ่งนัก จะต่างกันก็เพียงแค่แววตาเพราะเธอคนนั้นมีแววตาที่ดูสดใสและร่าเริงแต่สำหรับเธอคนนี้มันกลับเป็นแววตาที่ดูเศร้าปนความมุ่งมั่นและดูลึกลับเสียกว่าจะค้นเจอ...

ความทรงจำเก่าๆที่เขามีให้เธอมันเข้ามาวนเวียนในหัวจนบางครั้งเขาก็อยากที่จะสลัดมันออกไปแต่จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเสียที

 *“รินค่ะเร็วๆสิ กานต์รอนานแล้วนะ”*เสียงหญิงสาวดังเรียกชายคนรักบอกให้รีบมาทางตน

 *“จ้า กานต์ รินกำลังจะไปแล้วแปบนึงสิครับ”*อัครินบอกแฟนสาวของเขาที่ยืนรออยู่ที่ริมชายหาดทรายขาวท้องทะเลสีคราม อัครินเขาอยู่ในชุดเดินเที่ยวชายหาดสบายๆกางเกงขาสั้นสีขาวเสื้อยืดสีเทาแขนยาวที่กำลังเพ่งมองแฟนสาวของตนที่ยืนอยู่ในชุดของกระโปรงยาวเลยเข่าสีขาวประดับดอกไม้สวยทั้งชุดทำให้ดูสวยสดใสที่สุดในแววตาของเขา

 มาแล้วครับ แฟนใครเนี่ยใจร้อนจังเลย

 ก็แฟนรินไงค่ะ แล้วไหนค่ะไปไหนมาให้กานต์ยืนรอตั้งนาน กานต์จะงอนรินแล้วนะคะ

 โอ๋เอ๋ ไม่งอนผมนะครับ ผมมีอะไรจะให้คุณด้วยนะ

 จริงหรอค่ะ รินจะโกหกกานต์อีกรึเปล่าน้า กานต์ไม่เชื่อหรอกค่ะ

 เชื่อผมเถอะนะครับ

 ก็ได้ค่ะกานต์จะเชื่อริน

 งั้นหันหลังก่อนสิครับ

 หันหลังหรอค่ะ?”

 ใช่ครับหันหลัง

 โอเคค่ะ แต่บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าถ้ารินโกหกกานต์ กานต์จะงอนรินจริงๆนะคะ

 *“ครับผมไม่โกหกกานต์หรอกนะครับ หันหลังสิครับ”*อัครินจับไหล่มนของแฟนสาวของตนให้หันหลังตามที่เขาต้องการก่อนที่จะล้วงบางสิ่งบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันคือกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่ด้านในมีแหวนเพชรน้ำดีอยู่พร้อมกับมีช่อดอกไม้ช่อใหญ่ซ่อนอยู่อีกฝั่งของด้านหลังของอัคริน

 *“แต่งงานกับผมนะครับกานต์”*อัครินบอกกับแฟนสาวที่หันหลังให้อยู่จนเจ้าตัวที่โดนบอกขอแต่งงานต้องหันหลังหวับ

 อะ...อะไรนะคะริน ตะ...แต่งงาน

 ใช่ครับ...แต่งงาน กานต์แต่งงานกับผมนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณอย่างดี

 *“คะ...ค่ะ กานต์จะแต่งงานกับคุณ”*ทั้งสองเข้าโอบกอดกันด้วยความรักก่อนที่อัครินจะก้มลงไปคุกเข่าแล้วสวมแหวนให้กับแฟนสาวของตน อัครินและแฟนสาวของเขายืนโอบกอดกันอยู่ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน...

 ผมรักคุณนะครับ...กานต์

 กานต์ก็รักคุณค่ะ...ริน

อัครินโน้มหน้าคมลงมาจูบที่หน้าผากมนของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนราวว่าร่างบางจะรู้สึกเจ็บ

อัครินปัดความคิดที่เป็นความรักจอมปลอมกับอดีตหญิงสาวคนรักออกจากสมองก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้เปิดออก

เท้าหนาก้าวลงจากรถอย่างทันทีฟ้าฝนที่เทกระหน่ำก็ยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย สายฝนกระทบลงที่ร่างหนาของอัครินเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆตามแบบฉบับที่คนรักในการออกกำลังกายแต่เขาจะเล่นมันเมื่อในยามเครียดเท่านั้น

 “ชะ...ช่วยฉันด้วยค่ะ ช่วยด้วย”มือบางยกขึ้นเอื้อมไปจับกุมกับมือข้างหน้าที่ยืนออกมาเช่นเดียวกัน

เขาคือความหวังของเธอแม้เพียงจะได้เห็นหน้ากันเพียงแค่เสี้ยววินาทีแต่เขาผู้นี้ก็ได้หัวใจของเธอไปเสียแล้วเพราะเธอเชื่อว่าในบางครั้งความโชคร้ายก็จะมาพร้อมกับความโชคดีเสมอ...และอีกอย่างเธอเชื่อว่ารักแท้มันต้องมีอยู่จริงถึงแม้เหตุการณ์ที่เขาและเธอได้พบเจอกันมันจะเลวร้ายสำหรับเธอก็ตามเถอะ

อัครินอุ้มร่างบางที่เริ่มไร้สติขึ้นและเดินอ้อมไปที่ฝั่งข้างคนขับและวางลงอย่างเบามือ แต่เมื่อมือหนากำลังจะเอื้อมมือปิดประตูปลายหางตาของชายหนุ่มกับเห็นร่างของชายสองคนมาไกลๆหากใช้การเดาก็คงเป็นพวกที่ทำร้ายเธอคนนี้แน่ๆ

 “เฮ้ย! นั้นเมียกูมึงจะเอามันไปไหน!”เสียงดังหยาบกร้านตะโกนดังมาจากด้านหลังบ่งบอกความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

 “อ้าวหรอวะ! เมียมึงแต่ทำไมกูเห็นเขาวิ่งมาทางกูวะ!”โต้ตอบกลับด้วยน้ำสียงที่หยาบกร้านไม่ต่างกัน

 “อ้าวเห้ย! มึงเป็นใครวะกูบอกให้ปล่อยเมียพวกกูไง!”ชายทั้งสองวิ่งมาที่อัครินที่ยืนอยู่หน้ารถของตนอย่างเดือดพล่าน!

เมื่อวิ่งเดินเข้ามาประชันชิดใกล้ตัวของอัครินที่ยืนอยู่ข้างรถก็จัดการปล่อยมัดแรงๆเข้าไปที่ใบหน้าหล่อของเขาทันที อัครินใบหน้าหันตามแรงกระแทกกับแรงของกำปั้นที่กระทบเข้าใบหน้าจนมีเลือดซิบที่มุมปากหนา จนเจ้าตัวก็ไม่ยอมที่จะเป็นเพียงแค่ฝ่ายถูกกระทำแต่อย่างเดียว อัครินปล่อยหมัดหนักๆหน่วงๆเข้าไปที่หน้าของชายชั่วทั้งสองเช่นเดียวกัน ทั้งสามผลัดกันต่อยกันไปอย่างยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ แต่สุดท้ายน้ำหนักและความแรงของมืออัครินก็เป็นฝ่ายชนะด้วยเหตุที่จัดการอีกคนล้มพับลงไปก่อนแล้วทำให้อีกคนที่ยังยืนอยู่ถึงกับ

เอ๋ออ้าจนเจ้าตัวต้องวิ่งเข้าไปประคองเพื่อนชั่วที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยแรงหมัดของอัครินขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

 “ยะ...อย่าทำพวกเราเลยนะพวกเราสำนึกผิดแล้ว”ยกมือกล่าวขอโทษพร้อมร้องขอ

 “แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าพวกแกสำนึกผิดจริง คนเลวๆอย่างพวกแกเนี่ยไม่น่าจะสำนึกคิดอะไรได้เร็วขนาดนี้นะ”

 “ได้โปรดเชื่อเถอะคะ...ครับ พวกเราสำนึกผิดแล้วจริง ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะนะครับ”

  “ก็ได้ฉันจะปล่อยพวกแกไป”อัครินบอกชายชั่วทั้งสองเบื้องหน้า

 “จะ...จริงหรือครับขะ...ขอบคุณมากนะครับ”

 “แต่...”

 “แต่อะไรหรือครับ?”

 “แต่...ฉันจะส่งพวกแกให้กับตำรวจ”

 “ยะ...อย่าเลยนะครับพวกเราขอร้อง พวกเรายังต้องมีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่นะครับ อย่าจับพวกเราเข้าคุกเลยนะครับ”

 “ก็ได้...แต่อย่าให้ฉันได้เห็นพวกแกทำอย่างนี้กับใครอีกเข้าใจมั้ย!”เขานิ่งคิดอยู่สักพัก พอฟังคำวิงวอนร้องขอศัพท์นามที่ใช้ก็เริ่มเปลี่ยนคำว่ามีครอบครัวที่ตนต้องดูแลก็เป็นให้อัครินเสียจะอดสงสารไม่ได้หากเขาส่งชายทั้งสองคนนั้นให้กับตำรวจครอบครัวของเขาทั้งสองแล้วคงจะแย่

 “ฉันเข้าใจพวกนายนะแต่ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก แล้วเหล้าน่ะอย่าดื่มให้มันเยอะเลิกเลยก็ดี ไหนพวกแกบอกว่ามีครอบครัวต้องดูแลไง แล้วดื่มมันเยอะขนาดนี้จะเอาเงินที่ไปเลี้ยงครอบครัวอย่างที่บอกวะ”

 “ระ...รู้หรอครับว่าพวกเราดื่มเหล้า”

 “กลิ่นโชยขนาดนี้จะไม่ให้ฉันรู้ได้ไงล่ะ ไปได้แล้ว”

 “ขอบคุณครับ ขอบคุณคุณมากเลยนะครับ”ยกมือขอบคุณอย่างสุดซึ่ง

 “โอเคแต่ถ้าพวกแกไม่รีบไปตอนนี้ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับพวกแกเดี๋ยวนี้แหละ ไปสิ!!!”อัครินตะโกนพูดท่ามกลางสายฝนที่เบาลงบางแล้วเล็กน้อย

 “คะ...ครับ พวกเราจะรีบไปได้โปรดอย่างเรียกตำรวจมาจับพวกเราเลยนะครับ”ในยามที่หมดฤทธิ์ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ตนดูน่าสงสาร

 “แต่ฉันขอย้ำนะถ้าพวกแกยังทำแบบนี้กับใครอีกฉันไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!”อัครินบอกก่อนจะก้าวเดินไปขึ้นนั่งลงในรถที่จอดอยู่ข้างๆกัน   

 “คะ...ครับ เฮ้ย! รีบเดินดิวะมึงจะปล่อยให้เขาเรียกตำรวจมาจับมึงกับกูหรอไงวะ”หันไปบอกขอบคุณอัครินแล้วหันไปทางเพื่อนของตนที่พยุงตัวเองอยู่ ก่อนจะรีบวิ่งไปให้พ้นไกลๆ

อัครินขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว เขาใช้สายตาเหลี่ยวไปที่อีกคนที่นอนคอพับอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ข้างๆ

 “หึ ต้องเป็นเธอแน่ๆ ปานธิดา เพียงนารา”มือหนาจับสัมผัสส่วนที่ลำคอที่มีสร้อยคอจี้มุกที่หญิงสาวใส่อยู่แล้วเพ่งพินิจมันอย่างจริงจัง เขาจำสิ่งที่อดีตคนรักเคยบอกไว้ได้ไม่มีผิดเพี้ยนมันจึงทำให้เขาแน่ใจว่าคนที่ตนช่วยนั้นไม่ใช่ใครอื่น   ใบหน้าของหญิงสาวข้างๆไม่ว่าจะมองยังไงเธอคนนี้ก็มีใบหน้าที่เหมือนกับเธอคนนั้น ทั้ง หู ตา จมูก ปาก

อัครินเพียงพินิจอยู่อย่างนั้นสักชั่วครู่ก็เคลื่อนรถหรูออกไปยังถนนสีนิลเบื้องหน้า 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น