อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 16 หวาน 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 หวาน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2559 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 หวาน 100%
แบบอักษร

 

                “กล้าขา!...” เสียงหวานหยดย้อยดังมาแต่ไกล ทำให้กฤตยชญ์ที่ยืนสั่งงานกับทีมงานชุดใหม่ของเขาที่พึ่งเดินทางมาถึงเชียงใหม่เมื่อสักครู่ ทุกสายตาต่างจับจ้องอยู่กับร่างระหงที่กำลังย่างกายเข้ามาใกล้

                “มีอะไรเหรอพิมพ์ ผมยุ่งอยู่!” กฤตยชญ์หันไปปลายตามองเพียงนิดก่อนจะตอบส่งๆอย่างขอไปที

                “แหม...เดี๋ยวนี้พิมพ์จะมาหากล้าต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอค่ะ” พิมพ์มายาแสดงสีหน้าแง่งอนอย่างน้อยใจจนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายถามออกไปเพื่อตัดความรำคาญ

                “คุณมีอะไรก็ว่ามาเถอะ ผมฟังอยู่...”

                “พิมพ์อยากจะชวนกล้าไปดินเนอร์ด้วยกันเย็นนี้น่ะค่ะ เราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันมานานแล้วนะคะพิมพ์มีเรื่องราวตั้งมากมายอยากจะเล่าให้กล้าฟังด้วย” พิมพ์มายาพูดไปถือโอกาสเกี่ยวแขนแกร่งและซบศีรษะพิงไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะพรางนึกย้อนถึงความหลังระหว่างเธอกับชายหนุ่มข้างกาย ถ้าวันนั้นเธอไม่เสียเขาไปทุกวันนี้ก็คงได้สุขสบายอยู่บนกองเงินกองทอง

                “คงไม่ได้หรอก ผมต้องกลับกรุงเทพฯช่วงสายนี้แล้ว”

                “กลับกรุงเทพฯเหรอคะ!?” พิมพ์มายาตกใจเมื่อได้ฟังคำตอบของชายหนุ่มจึงเผลอขึ้นเสียงออกมาโดยไม่รู้ตัว นี่เขากำลังจะหลุดมือเธอไปอีกแล้วเหรอ?

                “อืม!...ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ”

                “ทำไมกล้าไม่บอกพิมพ์ก่อนละคะว่าจะกลับวันนี้แล้ว!” พิมพ์มายายังคงหัวเสียไม่เลิกแสดงอาการก้าวร้าวขึ้นจนกฤตยชญ์ชักรำคาญขึ้นเสียงกลับไปบ้าง

                “ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมจะต้องบอกคุณ นี่มันเรื่องส่วนตัว!!

                “เอ่อ...พิมพ์ขอโทษค่ะกล้าอย่าโกรธพิมพ์เลยนะคะ”

                “นั่นเธอจะไปไหนน่ะอัญ!” กฤตยชญ์ร้องท้วงขึ้นเมื่อเห็นอัญญาดาเดินผ่านหน้าไป สีหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวทำให้เขาหวั่นใจอยู่ไม่น้อย รีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของพิมพ์มายาที่กำลังเกาะแกะและออดอ้อนด้วยน้ำเสียงอันหวานหยดย้อย

                “มีอะไรติดขัดตรงไหนก็โทรหาผมได้ตลอดเลยนะครับ” กฤตยชญ์หันไปสั่งทีมงานใหม่อย่างรีบร้อน

                “ค่ะ/ครับ”

                “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

                “กล้า! นั่นกล้าจะไปไหนคะ?” พิมพ์มายารีบร้องเรียกขึ้นเมื่อกฤตยชญ์ผละตัวออกห่าง แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจรีบเดินตามหลังผู้หญิงอีกคนไปอย่างรวดเร็ว

                “นังนั่นมันเป็นใครกัน!?” ได้แต่ยืนฮึดขัดใจอยู่ตรงนั้นและมองตามแผ่นหลังกว้างที่เริ่มไกลออกไปอย่างเสียดาย นี่มันกี่ครั้งแล้วที่กฤตยชญ์ไม่สนใจเธอเพราะนางผู้หญิงหน้าจืดคนนั้นและดูเหมือนเขาก็ให้ความสำคัญกับแม่นั่นไม่น้อยเลยทีเดียวถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยรีบตามมันไปขนาดนี้แค่คิดว่าต้องตกเป็นรองความริษยาในใจก็เริ่มแผดเผาจึงระบายความอัดอั้นด้วยท่าทีฮึดฮัดกระทืบเท้าเต้นเร้าๆอย่างขัดใจ

                “มองทำไม!! มีอะไรก็ไปทำกันสิ!!” แถมยังพาลหาเรื่องคนอื่นๆไปด้วย แม้จะหน้าเสียอยู่ไม่น้อยแต่คนอย่างพิมพ์มายาหรือจะยอมให้ใครมายิ้มเยาะ เธอต้องเหนือกว่าทุกคน...จึงไม่อายที่จะตะหวาดใส่ผู้คนที่มองมา!!

                อีกด้านหนึ่งกฤตยชญ์รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามอัญญาดาที่เดินเร็วๆออกมาบริเวณด้านหน้าของโรงแรม เพียงแค่ก้าวยาวๆไม่กี่ก้าวชายหนุ่มก็คว้าแขนเรียวของเธอเอาไว้ได้พร้อมทั้งยิงคำถามใส่ทันที

                “นี่เธอจะไปไหน? โกรธอะไรฉันรึเปล่า?”

                “เปล่านิค่ะ?”หญิงสาวตอบกลับเสียงนิ่ง พรางมองเมินไปทางอื่น

                “โกรธแน่ๆล่ะ หน้าบึ้งขนาดนี้” ชายหนุ่มแกล้งแหย่ด้วยการจับแก้มทั้งข้างของเธอโยกไปมาเบาๆ

                “นี่คุณปล่อยได้แล้ว อายคนอื่นเขา” หญิงสาวท้วงพยายามดึงมือสากออกจากใบหน้าแต่ชายหนุ่มยังรั้งไว้ไม่ยอมปล่อยจึงอดที่จะบ่นใส่อีกไม่ได้ 

                “เล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้”

                “ก็เธอน่าแกล้ง ดูสิแก้มแดงหมดแล้ว” กฤยชญ์ว่าก่อนจะแกล้งบีบแก้มนวลแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว

                “โอ๊ย!! เจ็บนะคนบ้า!

                ชายหนุ่มหัวเราะลั่นออกมาเมื่อหญิงสาวทำหน้ายู่ก่อนที่มือน้อยๆนั่นจะตีมาที่ไหล่ของเขาแรงๆ กฤตยชญ์ยกมือยอมแพ้ให้กับท่าทีง้องอนของอัญญาดาแต่โดยดี มือหนาเปลี่ยนจากจับแก้มมาโอบรอบเอวบางแทน

                “โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้”

                “ไม่แกล้งแล้วก็ปล่อยฉันสิค่ะ” หญิงสาวพูดบอกเสียงเบาพรางก้มหน้างุดหัวใจเต้นแรงเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันใกล้เพียงลมหายใจเป่ารดกัน

                “ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะบอกมาก่อนว่าโกรธอะไรฉันรึเปล่า”

                “ฉันก็ไม่ได้โกรธอะไรคุณสักหน่อยนิค่ะ”อัญญาดายังยืนยืนคำตอบเดิมทั้งที่สีหน้าท่าทางกลับสวนทางกับถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ย มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างกฤตยชญ์จะจับพิรุจไม่ได้

                “ไม่เชื่อหรอก ทำหน้าแบบนี้หึงฉันใช่ไหมละ?”

                “ไม่ใช่สักหน่อย!” รีบปฏิเสธทันควันท่าทางลุกลี้ลุกล้นจนคนตัวใหญ่กว่าถึงกับหลุดยิ้มออกมา

                “หึงก็บอกว่าหึงสิ ฉันดีใจนะที่เธอรู้สึกแบบนั้นอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าฉันก็มีความสำคัญต่อเธอเหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดพร้อมทั้งจับเชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้หญิงสาวได้มองสบตากัน

                “ต่อไปนี้ไม่ว่าเธอจะคิดอะไร รู้สึกยังไง มีความสุขหรือผิดหวังเธอต้องบอกฉันนะ ให้ฉันได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เธอได้พบเจอไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม”

                “คุณต้นกล้า...” หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยความตื้นตันใจ

                “และฉันก็อยากให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันด้วยเหมือนกัน ได้ไหมอัญ?”

                คำถามของร่างสูงตรงหน้าทำให้อัญญาดานิ่งงันด้วยความรู้สึกหลากหลาย หญิงสาวมองลึกเข้าไปในดวงตาคมดุดันที่ฉายแววจริงจังอย่างเห็นได้ชัด เธอเพียงอยากจะรู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมันออกมาจากใจของเขาหรือไม่แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้ให้กับเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเอง

                “ค่ะ...ฉันจะบอกคุณทุกครั้งว่ารู้สึกยังไง ตราบเท่าที่คุณยังอยากได้ยินมัน”

                “งั้นเธอก็คงต้องเหนื่อยหน่อยนะ” กฤตยชญ์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบและตีหน้านิ่งจนอัญญาดารู้สึกหวั่นกลั้นใจถามเขาออกไปด้วยหัวใจที่เต้นถี่หวาดกลัวกับคำตอบ

                “ทำไมละคะ?”

                กฤตยชญ์แอบกลั้นยิ้มจนปวดกรามเมื่อเห็นสีหน้าหวั่นใจจากร่างบางตรงหน้า นี่เธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่จะทอดทิ้งผู้หญิงที่ตัวเองรักได้ง่ายๆนักหรือไง มันน่าจับตีจริงๆเชียว แต่หน้าตาเศร้าหดหู่ของเธอก็ทำให้เขายอมแพ้และบอกเหตุผลออกไปในที่สุด

                “เพราะฉันคงไม่เบื่อที่จะฟัง และเธอก็คงต้องพูดมันทุกวันทั้งจากนี้และตลอดไป”

                “ฉันยินดีที่จะพูดให้คุณฟังตลอดไป” อัญญาดากล่าว ยิ้มรับทั้งน้ำตา

                ชายหนุ่มหัวใจพองโตโอบร่างบางเข้ามากอดไว้ซุกใบหน้าของเธอลงกับอกแกร่งของตน ในเวลานี้เขามีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลืมหมดสิ้นทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะเป็นความแค้นที่ต้องชำระเพื่อพี่สาวสุดที่รักหรือแม้แต่รักแรกในหัวใจที่เก็บไว้มาเนิ่นนาน อะไรๆในเวลานี้ก็ไม่มีความสำคัญเท่าหญิงสาวตรงหน้าอีกแล้ว

                อัญญาดาเองก็กอดตอบเขาด้วยหัวใจที่เต้นถี่ การได้อยู่เคียงข้างกับคนที่เรารักแม้เพียงเสี้ยววินาทีแต่กลับมอบความสุขและความอบอุ่นใจได้อย่างมากมายมหาศาล ในเวลานี้เธอหวังแค่เพียงว่าขอให้คนอีกสองคนเข้าใจในความรักของเธอสักวันหนึ่ง อัฐพลคงไม่ยากแต่สำหรับกิตติยารัตน์คงไม่ง่ายและความเป็นไปได้แทบไม่มี...นอกเสียจากว่าอัฐพลจะยอมเสียสละและเขาจะยอมปล่อยมือจากเธอไป ซึ่งพอคิดมาถึงตรงนี้ความลำบากใจก็ยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวี

                กอดที่แสนเนิ่นนานและอบอุ่นใจถูกอัญญาดาผละออกอย่างแผ่วเบาเมื่อมีบุคคลที่สามกำลังเดินเข้ามาใกล้ กฤตยชญ์จึงหันไปมองตามระยะสายตาของหญิงสาว

                “นายเองเหรอธันวา”

                “สวัสดีครับนาย คุณอัญญาดาด้วยนะครับ” ธันวาก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทายเจ้านายของเขาและคุณผู้หญิงข้างกายนาย ในใจแอบรู้สึกผิดที่เข้ามาขัดเวลาส่วนตัวของทั้งสองคน

                “สวัสดีค่ะคุณธันวา ไม่เจอกันตั้งหลายวันสบายดีนะคะ” อัญญาดาทักทายตอบและถามกลับตามมารยาท

                “สบายดีครับ คุณอัญหายป่วยแล้วเหรอครับ”

                “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ความจริงอัญก็ไม่ได้เป็นอะไรมากอยู่ทำงานต่อได้สบายเหรอล่ะค่ะ”

                “ทำงานต่ออะไรกัน เธอต้องกลับกรุงเทพฯกับฉัน” กฤตยชญ์แทรกขึ้นอย่างขัดใจเมื่อคำพูดของหญิงสาวขัดหูของเขาเอาเสียเหลือเกิน

                “ฉันแค่เปรียบเทียบค่ะคุณจะโวยวายทำไมเนี่ย!

                “ก็เธอพูดว่าจะอยู่ต่อนิ” ชายหนุ่มยังคงเถียงต่อหน้ามึน

                “เอ๊ะ! คุณนี่!...”

                สงครามฝีปากขนาดย่อมทำให้ธันวาที่ยืนดูอยู่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้านายหนุ่มในแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน กฤตยชญ์ดูผ่อนคลายและมีความสุข แววตาคมดุดัอย่างที่เขาคุ้นเคยและมักเห็นเป็นประจำกลับดูอบอุ่นอ่อนโยน อีกไม่นานเลิศไพศาลกุล คงได้มีข่าวดีเป็นแน่

                “นายครับ คุณอัญครับ” ธันวาร้องเรียกแต่ทั้งกฤตยชญ์และอัญญาดายังคงสาระวนอยู่กับการต่อปากต่อคำกันไม่หยุด ธันวาจึงอดไม่ได้ที่จะแกล้งแซวออกไป

                “เขาว่าเถียงกันมากๆ ลูกจะดกนะครับ”

                ได้ผลเมื่อทั้งสองคนหยุดเถียงกันแทบจะทันที และเป็นกฤตยชญ์ที่เข้ามาจับแขนลูกน้องเขย่าๆพรางเค้นคำตอบ

                “จริงเหรอธันวา ที่นายพูดเมื่อกี้น่ะลูกจะดกจริงๆเหรอ?”

                “นี่คุณจะบ้าเหรอ ไปถามอะไรแบบนั้น” อัญญาดาอายหน้าแดง

                “ก็ผมอยากรู้จริงๆนิ ถ้าเป็นเรื่องจริงผมอนุญาตให้คุณเถียงผมได้ทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย”

                “คนบ้า ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว” หญิงสาวอายม้วนก่อนจะตีแขนแกร่งแรงๆทีหนึ่งและรีบเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้นทันทีโดยมีกฤตยชญ์จะรีบตามไปแต่กลับถูกธันวาขวางไว้เสียก่อน

                “มีอะไร!!กฤตยชญ์ขึ้นเสียงใส่ลูกน้องอย่างหัวเสีย

                “ใกล้เวลาขึ้นเครื่องแล้วนะครับ”

                “เออ! รู้แล้ว เดี๋ยวตามไปเจอกันที่รถ”

                พูดเสร็จก็รีบวิ่งแจ้นตามหลังอัญญาดาทันทีโดยมีธันวามองตามยิ้มๆกับท่าทางของเจ้านาย

 

..................................................................................................................................................................

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น