น้ำมิ้ม

เรื่องนี้จะรวมทุกความน้ำเน่าไว้อย่างที่คุณต้องคิดถึง 5555 คือ ไรท์เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มบางๆที่เมื่อก่อนเล่มละ 10 บาทอ้ะ ใครจำได้บ้าง เรื่องนี้เลยเขียนแบบที่ตัวเองคิดถึงและอยากอ่าน คือแบบ...ถึงรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เราก็ยังติด ...มานั่งตบยุงด้วยกันเถอะ มาๆๆๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น : รุ่งตะวันแห่งหัวใจ , หมอทหาร , พินัยกรรม , คำขอร้องสุดท้าย , แต่งงาน , มรดก , ปกเกียรติ , ปรางสุดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 925

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2559 01:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

 

หลังจากที่ปกเกียรติหาครูสอนพิเศษมาติวให้หญิงสาวแล้ว ก็รีบไปยังค่ายที่สามเหลี่ยมทองคำโดยที่ไม่รู้เลยว่า หลังจากที่ติวเสร็จ หญิงสาวก็ไหว้วานให้ติวเตอร์พาเธอเข้าเมืองไปยัง รีสอร์ท “บ้านไร่เตชะ”

รุ่งตะวันมองผลงานการออกแบบตกแต่งของเธออย่างคะนึงหา อีกนานแค่ไหนกันเธอถึงจะได้ชีวิตของเธอคืนมา แม้ว่าการสวมรอยเป็นปรางสุดาอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเธอในตอนนี้ แต่มันจะมีค่าอะไรถ้าทุกสิ่งที่เธอสร้างจะกลับกลายเป็นความดีความชอบ เป็นผลงานของปรางสุดา ไม่ใช่ของรุ่งตะวันอีกต่อไป!

“น้องปราง ใช่น้องปรางหรือเปล่าคะ”

เสียงหวานที่ทักทายมานั้น ทำให้รุ่งตะวันต้องหันกลับไปยิ้มกับหญิงสาวในชุดผ้าซิ่นพื้นเมือง ดวงตาดำขลับที่แลสบมานั้นมีแววประหลาดใจมากกว่าที่จะยินดีในการเจอกันครั้งนี้ นั่นทำให้รุ่งตะวันยิ่งเตือนตัวเอง เธอต้องระวังตัวต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ให้มากสักหน่อย

“จำพี่ได้หรือเปล่าคะ พี่มณีรัตน์ เป็นลูกสาวของคุณลุงเดชา เพื่อนของคุณพ่อน้องปรางไงจ๊ะ”

รุ่งตะวันยังคงไม่ตอบอะไร หากหญิงสาวคู่สนทนาของเธอดูจะไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบคว้าแขนเธอจับจูงเข้าไปข้างใน

“แล้วนี่มาได้ยังไงกัน คุณปกมาด้วยหรือเปล่า หรือจะมาคุยกันเรื่องหุ้นที่คุณพ่อเคยเล่าให้ฟัง” หญิงสาวที่ยังคงจูงรุ่งตะวันเดินต่อไปเรื่อยๆบ่นกับตัวเอง ทำให้รุ่งตะวันได้มีโอกาสเก็บข้อมูลไปด้วยในตัว หรือนี่อาจจะเป็นอีกมรดกหนึ่งที่รอปกเกียรติมาสะสางจัดการ

“คุณพ่อคะ รัตน์ไปเจอปรางสุดาเดินเตร่อยู่ที่สวนหน้ารีสอร์ทเรา คุณพ่อนัดพี่ปกมาที่นี่เหรอคะ”

ผู้เป็นลูกสาวยิงคำถามใส่บิดาทันทีที่พบหน้า นายเดชาดูจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นปรางสุดาที่นี่

“ไม่เลย ที่ผ่านมาพ่อพยายามติดต่อปกเกียรติมาตลอด แต่เขาก็บ่ายเบี่ยง แต่นี่คงเป็นโอกาสของเรา จู่ๆปรางสุดาก็มาหาเราถึงที่”

“นี่เป็นโอกาสของเราแล้วรึเปล่าคะพ่อ จับยัยเด็กนี่เซ็นโอนหุ้นซะ รีสอร์ทนี้จะได้เป็นของเรา”

“ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกลูก ปรางสุดายังไม่บรรลุนิติภาวะ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในกำมือของปกเกียรติ หมอนั่นเป็นผู้ปกครอง สิ่งที่เราพอจะทำได้คือ ใช้ตัวยัยเด็กนี่เป็นข้อต่อรอง”

นายเดชาเอ่ยอย่างหมายมาด พลางมองมาที่เด็กสาวที่เขายังคิดว่าเธอเป็นเด็กพิเศษอยู่ด้วยสายตาร้ายกาจอย่างไม่คิดปิดบัง

“ไม่ต้องห่วงนะแม่หนูน้อย อีกเดี๋ยวผู้ปกครองเธอก็มารับแล้วล่ะ”

...................................................................................................................................

ปกเกียรติจ้องมองโทรศัพท์ด้วยความแปลกใจ หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนว่า ป้านวลโทรหาเขาติดๆกันนับสิบสาย ชายหนุ่มรีบโทรกลับไปพลางเร่งเก็บของไปพลาง ...หรือว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับปรางสุดา

“ป้านวลโทรหาผมมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ”

ชายหนุ่มกรอกเสียงใส่โทรศัพท์อย่างร้อนใจ ในขณะที่ปลายสายโต้ตอบมาด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก

“คุณปกแย่แล้วค่ะ.... คุณหนูออกไปกับคุณครูตั้งแต่บ่าย จนตอนนี้ยังไม่กลับมาเลยค่ะ”

“แล้วเขาได้บอกมั้ยครับว่าออกไปไหนกัน”

“คุณครูบอกแต่ว่าจะพาเข้าเมืองไปซื้อหนังสือเดี๋ยวเดียว แต่ป้าได้ยินคุณหนูบ่นว่าอยากไปดูรีสอร์ท “บ้านไร่เตชะ” ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ คุณปกคะ.... ป้าสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”

“บ้าชะมัด”

ปกเกียรติอุทานอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มปิดสัญญาณการสื่อสารก่อนจะรีบขับรถตรงไปยังรีสอร์ทเจ้าปัญหานั้นทันที โดยระหว่างนั้นชายหนุ่มได้ยินเสียงข้อความเตือนมาเป็นระยะๆ คล้ายกับมีคนต้องการสื่อสารบางอย่างกับเขา ชายหนุ่มจอดรถที่หน้ารีสอร์ทในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา

มณีรัตน์ส่งรูปภาพของปรางสุดาที่กำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับบิดาของเธอไปให้ปกเกียรติ ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆเด็กสาวก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเวทนา

“กินได้หรือเปล่าจ๊ะ ได้ข่าวว่าเธอแพ้อาหารทะเล แต่วันนี้ที่รีสอร์ทของเรามีปาร์ตี้ซีฟู้ดไม่รู้ว่าพี่ชายเธอจะมาถึงทันเวลาหรือเปล่านะ”

รุ่งตะวันยังคงนั่งนิ่งเงียบ หญิงสาวไม่แตะต้องอาหารใดๆ เพราะรู้อาการของตัวเองดีเช่นกัน กุ้งเพียงตัวเดียวก็อาจจะฆ่าเธอได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่ดูเหมือนสองพ่อลูกนี้ไม่ได้อยากจะฆ่าเธอสักเท่าไหร่ อาจจะแค่ต้องการขู่ปกเกียรติเท่านั้น

“คุณพ่อว่าเขาจะยอมขายหุ้นให้เราหรือเปล่าคะ”

“อาจจะต้องให้ยัยเด็กนี่มีน้ำตาบ้าง ไอ้หมอนั่นถึงจะยอมต่อรอง ไม่รู้มันจะรักพ่อบุญธรรมมันไปถึงไหน ไอ้แก่นั่นอุตส่าห์ตายแล้วแท้ๆ”

นายเดชาเข่นเขี้ยวอย่างหงุดหงิด รุ่งตะวันได้แต่มองชายสูงวัยอย่างเวทนา ....แก่จนป่านนี้แล้วยังไม่รู้อีกหรือว่า ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ดูแต่ตัวเธอเอง ....พอตายไป สุดท้ายแม้แต่ชีวิตก็ยังไม่ได้เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ

“นายครับ ....พี่ชายของยัยเด็กนี่มาถึงรีสอร์ทแล้วครับ”

หัวหน้าการ์ดรักษาความปลอดภัยเข้ามารายงานด้วยสีหน้าร้อนรน หากนายเดชาที่รอเวลานี้อยู่เพียงแต่ออกคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะนั่งรออย่างสบายใจ

“ไปพามันมาที่นี่”

ปกเกียรติเดินตามชายในชุดรักษาความปลอดภัยสองคนมาอย่างพยายามระงับโทสะสุดความสามารถ แต่เมื่อเห็นสารพัดจานอาหารทะเลตรงหน้าผู้เป็นน้องสาว ชายหนุ่มก็จ้องนายเดชาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ผมมารับตัวน้องสาวกลับบ้าน”

“ดิฉันว่าพวกเรามานั่งคุยกันก่อนดีกว่าไหมคะคุณหมอปกเกียรติ”

มณีรัตน์เป็นฝ่ายเอ่ยคำเชื้อเชิญออกมา พลางเลื่อนเก้าอี้ให้ชายหนุ่ม หากปกเกียรติยังคงยืนนิ่ง พลางยืนยันคำเดิม

“ผมจะพาน้องผมกลับ”

“จะไม่มีใครกลับทั้งนั้น ถ้าอาหารมื้อนี้ยังไม่ได้กิน หรือ ถ้าคุณจะเซ็นเอกสารซื้อขายหุ้นนี้แทน ผมก็ไม่รังเกียจ”

“ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้ เพื่อข่มขู่ในสิ่งที่ตัวเองต้องการจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง”

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นอย่างอดกลั้น เป็นเพราะเขาประมาทมากเกินไป ไม่ได้เตือนป้านวลและรุ่งตะวันเอาไว้ว่ามีคนจ้องฉกฉวยโอกาสจากปรางสุดาอยู่....ทำให้ตัวเขาและปรางสุดาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้

“พี่ปกไม่เคยบอกปรางเลยนี่คะว่าผลพวงจากเรื่องมรดกจะมีอะไรๆน่าตื่นเต้นแบบนี้ด้วย” รุ่งตะวันเอ่ยประชดขึ้นอย่างอดไม่ได้ ....เธอคิดอยู่แล้วเชียว เบื้องหลังการสวมรอยของเธอมันต้องมีเรื่องปกปิด เพราะดูชายหนุ่มจะเดือดร้อนกับสมบัติและพินัยกรรมของนายพลปิติมากเกินเหตุ และรุ่งตะวันมั่นใจ... นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

“พี่ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าคนที่เคยเป็นเพื่อนรักของท่านนายพลจะกล้าทรยศเพื่อนด้วยวิธีเลวทรามแบบนี้”

“หยุดดูหมิ่นคุณพ่อของฉันนะคะคุณปก ไม่ต้องโยกโย้ เลือกมาค่ะว่าจะเซ็นหรือจะให้น้องคุณกินของที่เป็นพิษพวกนี้”

รุ่งตะวันมองจานอาหารซีฟู้ดตรงหน้า และมองไปที่ชายหนุ่มพลางถามอย่างตัดสินใจแน่วแน่

“บอกให้ฉันมั่นใจว่า คุณแจ้งตำรวจก่อนจะมาที่นี่ใช่มั้ยคะ”

“แน่นอนค่ะน้องปราง และพี่ก็โทรหาทนายอุดมแล้ว .... พวกคุณเตรียมตัวเดือดร้อนได้เลย ผมจะยกเลิกสัญญาเช่าที่รีสอร์ทนี่ซะ”

นายเดชาปราดเข้าไปล็อคคอปรางสุดาไว้ทันที พร้อมๆกับที่ปกเกียรติตวัดปลายเท้าก้านคอการ์ดที่ยืนประกบ ก่อนจะหันไปคว้าปืนจ่อที่ศีรษะของมณีรัตน์

“อย่าคิดจะแลกกับผมที่นี่ ...คุณก็รู้ดีว่า ระหว่างมณีรัตน์กับปรางสุดา ถ้าสองคนนี้ตายพร้อมๆกัน คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือผม และคุณจะไม่ได้อะไรเลยคุณเดชา”

ปกเกียรติเอ่ยเสียงเยียบเย็น แววตาที่เคยทอประกายอบอุ่นให้รุ่งตะวันได้เห็นบัดนี้เต็มไปด้วยแววอำมหิตชัดเจน จนผู้สูงวัยได้แต่เคียดแค้น ... ทำไมมันถึงผิดแผนไปหมดแบบนี้

“ปล่อยตัวปรางสุดามาซะ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงแล้วลากคอคุณเข้าคุกทั้งพ่อทั้งลูก เอาเวลาที่เหลืออันน้อยนิดนี้ไปเตรียมตัวเรื่องโดนฟ้องไล่ที่ดีกว่า ผมเอาจริงเรื่องยกเลิกสัญญาเช่าที่แน่นอน”

“แค้นนี้มึงรอวันสะสางได้เลยไอ้ปกเกียรติ ....ถ้ากูยังไม่ตาย พวกมึงต้องชดใช้ให้กู!

นายเดชาเหวี่ยงร่างผอมบางของปรางสุดาถลาไปกองอยู่แทบเท้าของปกเกียรติ ก่อนจะพาตัวมณีรัตน์หลบออกไปด้านหลังรีสอร์ทเมื่อเสียงรถหวอตำรวจใกล้เข้ามา

ปกเกียรติถลามาดูปรางสุดาอย่างเป็นห่วง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

“เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบ้าง”

“รู้สึกว่าพินัยกรรมของพ่อบุญธรรมคุณจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าที่คิดนะคะคุณหมอ คราวหน้าบอกฉันไว้หน่อยก็ดีว่าควรทำประกันชีวิตไว้ก่อนที่จะมาเป็นน้องสาวคุณ!

ปกเกียรติประคองร่างของปรางสุดาขึ้นอย่างเบามือ ชายหนุ่มไม่สนใจคำพูดประชดประชันของหญิงสาว หากความวิตกกังวลอย่างมากล้นกำลังทำให้ปกเกียรติดุรุ่งตะวันอย่างเหลืออด

“คุณคิดจะทำอะไร .... ผมรู้นะว่าคุณกำลังจะเสี่ยงกินอาหารทะเลพวกนั้น คิดเหรอว่าพวกมันจะปล่อยเราไปถ้าทำแบบนั้น”

“ก็ยังดีกว่าขายหุ้นให้พวกนั้นเอารีสอร์ทนี่ไป เสียดายของ”

รุ่งตะวันหวงแหนผลงานทุกชิ้นของเธอ และรีสอร์ทนี่ก็เป็นหนึ่งในผลงานก่อนที่เธอจะตายจากชื่อรุ่งตะวันไป เธอจะไม่ยอมให้ผลงานที่เธอสร้างไว้ต้องไปตกอยู่ในมือคนชั่วเด็ดขาด และยิ่งถ้าเธอมีสิทธิ์เป็นเจ้าของด้วยแบบนี้ เธอยินดีสู้ตาย

“ผมอยากให้ปรางสุดายังอยู่กับพวกเราไปอีกนานๆ ขอร้องเถอะ อย่าได้ทำอะไรแบบไม่คิดอีกได้มั้ย”

น้ำเสียงชายหนุ่มแม้จะระอา หากความห่วงใยอย่างล้ำลึกถูกถ่ายทอดผ่านแววตาอ้อนวอนนั้น รุ่งตะวันได้แต่เบือนหน้าหลบ พลางเตือนตัวเอง .... ชายหนุ่มคนนี้เห็นแก่ปรางสุดา และทำเพื่อปรางสุดาเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ

“พาฉันกลับเถอะ ฉันอยากพักผ่อนแล้ว”

.........................................................................................................................................

นับเป็นครั้งแรกในชีวิตทหารของปกเกียรติที่เขาห่วงใยแนวหลังอย่างที่ไม่เคยเป็น แม้การไปประจำที่ชายแดนสามเหลี่ยมทองคำในยุคนี้สมัยนี้จะไม่เสี่ยงอันตรายมากเท่าในอดีต หากในตอนนี้ศัตรูที่คอยจ้องลอบกัดอย่างนายเดชาก็ยังไม่ทิ้งลาย ดังนั้นเมื่อผลสอบเทียบของปรางสุดาเป็นไปอย่างราบรื่น ชายหนุ่มจึงเร่งให้ทนายอุดมจัดการเรื่องเอกสารไปเรียนต่อที่อเมริกาของหญิงสาวทันที

 

“จัดการให้ป้านวลไปดูแลน้องปรางที่อเมริกาด้วยนะครับคุณลุงอุดม ถ้าผมได้ปลดประจำการที่ชายแดนแล้วผมจะรีบตามไปเยี่ยมที่อเมริกา”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น