น้ำมิ้ม

เรื่องนี้จะรวมทุกความน้ำเน่าไว้อย่างที่คุณต้องคิดถึง 5555 คือ ไรท์เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มบางๆที่เมื่อก่อนเล่มละ 10 บาทอ้ะ ใครจำได้บ้าง เรื่องนี้เลยเขียนแบบที่ตัวเองคิดถึงและอยากอ่าน คือแบบ...ถึงรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เราก็ยังติด ...มานั่งตบยุงด้วยกันเถอะ มาๆๆๆ

ตอนที่ 5 : พินัยกรรม

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : พินัยกรรม

คำค้น : รุ่งตะวันแห่งหัวใจ , หมอทหาร , พินัยกรรม , คำขอร้องสุดท้าย , แต่งงาน , มรดก , ปกเกียรติ , ปรางสุดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2559 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : พินัยกรรม
แบบอักษร

 

รุ่งตะวันเงยหน้ามองบ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงด้วยสายตาที่อึ้งตะลึง บริเวณบ้านน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 ไร่ เพราะมีพื้นที่เขียวชอุ่มและมีสวนไว้สำหรับเดินเล่นด้วย .... ถึงแม้เธอจะพอรู้อยู่บ้างว่านายพลปิติที่เคยว่าจ้างเธอให้ไปออกแบบบ้านพักตากอากาศที่แม่ฮ่องสอนให้จะเป็นเศรษฐีที่ดิน แต่พอเธอมาเห็นบ้านช่องแล้วคงจะบอกว่าตระกูลนี้นี่โคตรรวย และยัยเด็กนี่ก็เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐินีตัวน้อยไปแล้ว...ไม่รู้ว่านี่คือโชคดีหรือโชคร้ายสำหรับเธอกันแน่

ทันทีที่รถจอดเทียบบันไดหน้าบ้าน รถเข็นก็ถูกเตรียมเอาไว้หากชายหนุ่มปฏิเสธ ก่อนจะเข้ามาอุ้มหญิงสาวออกมาเอง

“ไม่ต้องค่ะ ฉันเดินเองได้”

“พี่จะพาไปส่งที่ห้องเลย ที่นั่นป้านวลจะมาดูแลน้องปรางต่อเอง”

ปกเกียรติเอ่ยพลางกระชับอ้อมแขนก่อนจะตรงไปที่ชั้นสองของตัวบ้าน ป้านวลเปิดประตูให้ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวตรงไปที่เตียงนุ่ม ก่อนจะวางหญิงสาวลงเบามือ

“ป้านวลช่วยดูแลน้องปรางด้วยนะครับ แกอาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุอยู่บ้าง ถ้าพูดจาเลอะเทอะไปบ้างป้าก็ไม่ต้องกังวลอะไร”

ปกเกียรติหันไปสั่งความแม่นมของหญิงสาว โดยไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างไม่พอใจนั้น ปกเกียรติหันมากำชับกับร่างแบบบางที่อยู่บนเตียงอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป

“น้องปรางทำตัวดีๆ อย่าดื้อกับป้านวลนะคะ”

...................................................................................................................................

ปกเกียรติลงมาด้านล่าง ก็พบว่านายอุดม ทนายประจำตระกูลของท่านนายพลรออยู่แล้ว

“คุณลุงมาพอดี เชิญที่ห้องหนังสือดีกว่าครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาด้วย”

ปกเกียรติเดินนำทนายวัยชราไปยังห้องหนังสือชั้นล่าง พลางส่งเอกสารการรักษาตัวของปรางสุดาให้ทนายอุดมเก็บไว้

“นี่เป็นผลการตรวจล่าสุดของปรางสุดา น้องอาการดีขึ้นมากแล้ว ถ้าน้องฟื้นตัวได้จนเป็นปรกติผมคิดว่าจะให้น้องไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วๆไป”

“เรื่องนี้ผมไม่ขัดคุณปก แต่ถึงอย่างไรผมก็อยากให้คุณปกได้อ่านพินัยกรรมของท่านนายพลก่อน ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป”

ชายสูงวัยส่งเอกสารสำคัญให้ปกเกียรติ หากชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมรับ ทนายอุดมจึงอ่านให้ฟังเสียเลย

“ข้าพเจ้า นายพลปิติ ชนพิทักษ์ ในขณะที่ทำพินัยกรรมฉบับนี้ ข้าพเจ้ายืนยันว่ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ดี ทรัพย์สินใดๆของข้าพเจ้าไม่ว่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ เงินสด เครื่องประดับ หรือหุ้นส่วนกรรมสิทธิ์ใดๆที่มีอยู่ในนามของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอมอบให้เป็นสิทธิ์ของ นางปรางสุดา ชนพิทักษ์ บุตรสาวคนเดียวของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แต่เนื่องด้วย นางปรางสุดา ชนพิทักษ์ มีอาการป่วยไม่สามารถดูแลมรดกทั้งหมดนี้ได้ ข้าพเจ้าจึงขอแต่งตั้งให้ นายปกเกียรติ ชนพิทักษ์ บุตรบุญธรรมของข้าพเจ้า และสามีของนางปรางสุดา ชนพิทักษ์ เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินทั้งหมดแทน นางปรางสุดา ชนพิทักษ์ ผู้เป็นภรรยา โดยมีข้อแม้ว่าห้ามหย่าขาดจากนางปรางสุดา ชนพิทักษ์ ตลอดชีวิต”

“แล้วถ้าฉันตายก่อนละ”

“นี่เป็นสิ่งที่คุณปกควรจะไตร่ตรองหาทางออกไว้สำหรับปัญหานี้ .... คุณท่านไว้ใจให้คุณปกดูแลคุณหนู ดูแลทุกอย่างของชนพิทักษ์ ..... ผมเองก็ไม่เห็นใครอีกแล้วนอกจากคุณ”

ปกเกียรติถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม.... หมอทหารอย่างเขา แม้จะไม่ได้ออกรบเป็นแนวหน้า หากเมื่อมีคำสั่งเขาก็ต้องทิ้งบ้านไปเพื่อทำหน้าที่เช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้นคนที่นี่จะทำอย่างไร

“ถ้าจะให้ผมแนะนำ ผมว่าคุณควรลาออกจากราชการทหารซะ ชีวิตเพื่อชาติแม้จะเป็นเกียรติอันสูงสุด หากหน้าที่ที่ท่านนายพลมอบหมายให้คุณก็สำคัญไม่แพ้กัน ....คุณหนูปรางเธอดูแลตัวเองไม่ได้ ถ้าคุณเป็นอะไรไปอีกคนใครจะดูแลเธอ”

“คนเราถ้าจะตายก็ตายได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่ในสนามรบเท่านั้น ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ลาออกจากทหารแน่”

“ผมก็คงได้แต่แนะนำคุณเท่านั้นคุณปก ส่วนคุณจะตัดสินอย่างไรก็สุดแต่คุณ เพียงแต่ผมอยากจะเตือนเอาไว้ ให้คุณนึกถึงคุณหนูปรางเอาไว้มากๆเท่านั้น”

ทนายอุดมเอ่ยเสียงห้วน ก่อนจะวางพินัยกรรมส่งให้ชายหนุ่มแล้วเดินออกจากห้องไป ปกเกียรติทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง....ไม่คิดเลยว่าด้วยพินัยกรรมฉบับเดียวของท่านนายพลจะไม่เหลือทางเดินอื่นๆให้กับชีวิตของเขาอีกแล้ว

..............................................................................................................................................

“พี่ต้องไปออกค่ายทหารอาสาที่ชายแดน ระหว่างนี้พี่จะให้พยาบาลพิเศษมาดูแลน้องปรางทำกายภาพบำบัดนะคะ ฝากป้านวลดูแลน้องปรางด้วยนะครับ ถ้าพยาบาลมาแล้วผมจะให้เค้ามาสอนวิธีดูแลให้ป้าด้วยจะได้ทำได้ถูกต้อง”

ปกเกียรติเข้ามาบอกกล่าวแก่หญิงสาวและแม่นม อย่างน้อยเขาก็ต้องการเวลาตั้งหลักเพื่อจัดการปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับปรางสุดา ที่ชายหนุ่มยังไม่อยากจะยอมรับความจริง

“น้องปรางต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงนะคะ ห้ามดื้อกับป้านวลนะรู้มั้ย”

“คุณจะหลอกตัวเองไปอีกนานแค่ไหนคุณหมอ”

รุ่งตะวันกระซิบถามเมื่อชายหนุ่มชะโงกมาห่มผ้าให้ ปกเกียรติจ้องมองแววตากราดเกรี้ยวของหญิงสาวตรงหน้าพลางยิ้มให้ดวงหน้านั้นหากแววตาคล้ายจะห่างเหินไม่เหมือนกับวันแรกๆที่เธอฟื้นขึ้นมา

“เมื่อน้องปรางพิสูจน์ตัวเองได้ว่าน้องปรางแข็งแรงกว่าเดิม กินข้าวได้เยอะกว่าเดิม ไม่งอแงเอาแต่ร้องไห้เหมือนเดิม และพูดคุยกับทุกคนได้รู้เรื่องกว่าเดิม ถ้าพี่กลับมาแล้วเห็นว่าน้องปรางแข็งแรงเหมือนคนปรกติทั่วไปเหมือนไหร่ เมื่อนั้นพี่ถึงจะกลับมาตอบคำถามนี้ของน้องปราง...นะคะ”

รุ่งตะวันถือเอาคำพูดเหล่านั้นของปกเกียรติเป็นเหมือนคำตอบ...ถ้าหากเธอทำได้นั่นหมายถึงเขาจะยอมรับว่าเธอคือรุ่งตะวัน ไม่ใช่น้องสาวของเขาใช่หรือไม่

“ถ้าฉันทำได้ คุณจะเชื่อฉันใช่มั้ยคะ”

“ถ้าน้องปรางทำได้ เราถึงจะมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งนะคะ”

ปกเกียรติตัดบทเพื่อจบการสนทนา หากตัวเขาเองรู้ดีว่า .... เขาควรจะต้องเตรียมรับมือเพื่อจบปัญหานี้อย่างไร

 

................................................................................................................................................ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น