น้ำมิ้ม

เรื่องนี้จะรวมทุกความน้ำเน่าไว้อย่างที่คุณต้องคิดถึง 5555 คือ ไรท์เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มบางๆที่เมื่อก่อนเล่มละ 10 บาทอ้ะ ใครจำได้บ้าง เรื่องนี้เลยเขียนแบบที่ตัวเองคิดถึงและอยากอ่าน คือแบบ...ถึงรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เราก็ยังติด ...มานั่งตบยุงด้วยกันเถอะ มาๆๆๆ

ตอนที่ 3 : ร่างใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ร่างใหม่

คำค้น : รุ่งตะวันแห่งหัวใจ , หมอทหาร , พินัยกรรม , คำขอร้องสุดท้าย , แต่งงาน , มรดก , ปกเกียรติ , ปรางสุดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2559 01:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ร่างใหม่
แบบอักษร

 

ความรู้สึกแรกของเธอคือ เจ็บ เธอเจ็บร้าวไปทั่วทั้งร่างกายราวกับถูกฉีกทึ้งไปตั้งแต่หัวจรดเท้า รุ่งตะวันพยายามขยับแขนขา แต่พบว่ามันไม่สามารถทำได้ หญิงสาวพยายามลืมตา แต่แสงที่สาดจ้าทำให้เธอต้องหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้ง เพดานสีขาวและแสงไฟที่แยงตา ทำเอาเธอหัวหมุนไปหมด น่าจะเป็นที่โรงพยาบาล คงมีคนไปพบเห็นอุบัติเหตุแล้วพาเธอมาส่งโรงพยาบาล หญิงสาวพยายามตะแคงหน้าไปข้างๆเมื่อเห็นจากหางตาว่ามีคนๆหนึ่งนั่งฟุบอยู่ข้างเตียงเธอ อาจจะเป็นคุณพ่อกับคุณแม่ของเธอ ที่รู้ข่าวและรีบขึ้นเครื่องมาจากกรุงเทพฯเพื่อมาหาเธอ รุ่งตะวันพยายามขยับมือเพื่อเอื้อมไปสัมผัสคนตรงหน้า หากเพียงขยับนิดเดียว อาการแปลบราวกับโดนทุบกระดูกก็แล่นไปทั่วแขนขวา หญิงสาวร้องออกมาอย่างเจ็บปวด นั่นทำให้คนที่นั่งฟุบอยู่เงยหน้าขึ้นทันที ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาดูเธออย่างเป็นห่วง และนั่นทำให้หญิงสาวแปลกใจ อีตาผู้ชายตัวยักษ์นั่นมาทำอะไรที่นี่

“เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนบอกพี่ ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ”

รุ่งตะวันงุนงงกับความสนิทสนมที่คนตรงหน้ามอบให้ ชายหนุ่มขยับมือไม้วุ่นวายกับการกดโครงหน้า แขนขา และล่าสุด เขาใส่หูฟังและแนบมันกับหัวใจของเธอ รุ่งตะวันตอบคำถามตัวเองในใจ เขาเป็นหมอ... นั่นทำให้เธอคลายความวิตกกังวลไป หญิงสาวไม่ได้คิดจะถามอะไรต่อไปให้วุ่นวาย เธอหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน อย่างน้อยเธอก็รอดชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้

เมื่อรุ่งตะวันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงอาทิตย์ก็สาดส่องมาแทนที่เสียแล้ว หญิงสาวเจ็บระบมไปทั้งตัวไม่ต่างจากเมื่อวาน แต่วันนี้เธอรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของเธอกลับมาครบถ้วน คุณหมอตัวโตยังอยู่กับเธอเหมือนเดิม นั่นทำให้เธอเบาใจ เธอพยายามเค้นเสียงเรียกหมอ แต่เสียงก็ดูจะเบาและแหบพร่า จนหญิงสาวต้องกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง ความพยายามในการเปล่งเสียงจึงได้ผล

“หมอ...” เพียงพยางค์แรกที่ออกจากปากเธอ ชายหนุ่มข้างตัวก็ผวาลุกขึ้นพรวด ชายหนุ่มทำสิ่งแรกคือ เอามือมาเบิกตาเธอให้กว้าง เอาไฟฉายมาส่องจนเธอแสบตา ก่อนจะใส่หูฟังแนบเครื่องมือตรงหัวใจของเธอ รุ่งตะวันรอจนเขาตรวจอาการเธอเรียบร้อยจึงถามขึ้นอีกครั้ง

“ฉันอยากเจอพ่อกับแม่ มีคนแจ้งไปที่บ้านของฉันหรือยังคะ”

คุณหมอหนุ่มชะงักมือที่กำลังตรวจแผลที่เข้าเฝือกไว้ ก่อนจะหันมามองเธออย่างประหลาดใจ รุ่งตะวันจึงย้ำอีกครั้งด้วยประโยคเดิม คราวนี้แทนที่คุณหมอหนุ่มจะตอบคำถาม เขากลับกดออดเรียกพยาบาล และพาเธอไปสแกนสมองอย่างเร่งด่วน

นายแพทย์ปกเกียรติมองดูแผ่นฟิล์มที่แสดงผลการสแกนสมองอย่างวิตก แม้จะไม่พบเลือดคั่งอย่างที่กังวลแต่อาการบาดเจ็บที่ศีรษะก็อาจจะทำให้สมองเกิดการกระทบกระเทือนได้ ชายหนุ่มวางผลตรวจลง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังห้องคนไข้ และในขณะที่กำลังจะพาหญิงสาวนั่งรถเข็นกลับไปยังห้องพิเศษ จู่ๆเธอก็กรีดร้องขึ้นมาอย่างตกใจ ปกเกียรติรีบกอดรัดตัวเธอเอาไว้ไม่ให้เธอถลาไปยังกลุ่มญาติคนไข้ตรงหน้าที่กำลังร่ำไห้ปานจะขาดใจอยู่หน้าห้องไอซียู และบนเตียงที่นางพยาบาลกำลังเอาผ้าคลุมปิดหน้าศพนั้น ก็คือ มัณฑนากรสาวที่เพิ่งจะร่ำลาเขาไปเมื่อวันก่อนหลังจากที่เข้ามาดูสถานที่เพื่อมาตกแต่งเรือนหอให้เขาเอง!

 รุ่งตะวันอยู่ในอาการช็อคที่สุดในชีวิต ...เธอเห็นตัวเองตาย! ไม่ผิดแน่ ร่างที่นอนนิ่งไร้แม้แต่ลมหายใจที่หน้าห้องไอซียูนั่น ไหนจะพ่อกับแม่ของเธอที่ก้มลงกอดร่างไร้วิญญาณของเธอเอาไว้ มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเธอยังมีชีวิตอยู่ ยังอยู่ตรงนี้ ...รุ่งตะวันดิ้นสุดชีวิต เพื่อจะไปหาครอบครัวของเธอ แต่อ้อมแขนที่รัดเธอไว้ราวกับปลอกเหล็ก ชายหนุ่มรัดเธอแน่น ก่อนจะอุ้มเธอกลับไปยังห้องคนไข้พิเศษ ไม่ว่าหญิงสาวจะพยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งครอบครัวของเธอค่อยๆลับหายไปจากสายตา

“ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาคุณพ่อคุณแม่ บอกว่าให้ปล่อยไง ไอ้หมอบ้า”

ปกเกียรติไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนของคนในอ้อมกอดเพราะด้วยอาการบาดเจ็บของเธอ ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถออกฤทธิ์อะไรกับเขาได้ นอกจากจะทำให้ตัวเองเจ็บตัวมากขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มค่อยๆวางหญิงสาวลงบนเตียงคนไข้ พลางกล่าวเสียงดุ

“หยุดดื้อได้แล้วน้องปราง นี่ไม่ใช่เวลาเล่นพ่อแม่ลูกแล้วนะคะ ห้ามดื้อกับพี่ ไม่อย่างนั้นพี่จะจับฉีดยาจริงๆด้วย”

รุ่งตะวันอยากจะกรี๊ด นี่คุณหมอคิดว่าเธอเป็นเด็กห้าขวบหรือไง ถึงต้องเอาเรื่องฉีดยามาขู่ หญิงสาวสบตากับคุณหมออย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเอ่ยย้ำประโยคที่เป็นความต้องการของตัวเอง

“ฉันจะไปหาคุณพ่อกับคุณแม่ หมอหลีกไป”

คราวนี้ชายหนุ่มกดเธอให้นอนลงและรัดเธอติดกับที่นอน แม้ไม่อยากจะใช้วิธีรุนแรง แต่เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นอาการผิดปรกติเหล่านี้ของผู้หญิงตรงหน้า คนที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งน้องสาวและภรรยาของเขา

 

“น้องปรางจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น จนกว่าจะหายดี และถ้าหายดีแล้ว พี่จะพาน้องปรางกลับบ้านเอง”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น