อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 16 หวาน 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 หวาน 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2559 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 หวาน 50%
แบบอักษร

ตอนที่ 16 หวาน

 

                อัญญาดาลืมตาตื่นขึ้นเมื่อแสงแดดจากภายนอกลอดผ่านม่านเข้ามา หลังจากไข้เริ่มฟื้นตัวเธอเตรียมพร้อมที่จะทำงานอีกครั้งตามประสาคนอยู่นิ่งไม่ได้ หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยเมื่อที่นอนข้างๆว่างเปล่าไร้เงาคนที่นอนกกกอดเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อยตลอดทั้งคืนก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้องทางด้านซ้ายของเตียงนอน

                “ยังเช้าอยู่เลย หายไปไหนของเขานะ?” พูดพึมพำกับตัวเองแผ่วเบาก่อนจะลุกออกจากเตียงเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวว่าไข้จะกลับมาอีก

                ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของเธอที่ส่งเสียงร้องลั่นบ่งบอกว่ามีสายโทรเข้ามาจากใครสักคน หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินตรงไปยังต้นเสียงทันที เมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใครรอยยิ้มหวานก็ฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้างามทันที

                “...พี่อัฐ”เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อของคนที่เธอคิดถึงมากที่สุด

                (อัญเป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรหาอัญเลยตั้งหลายวัน งานทางนี้ยุ่งมาก นี่พี่ก็รีบเคลียร์ให้เสร็จไวๆจะได้รีบกลับไปหาอัญสักที)

                “พี่อัญไม่ต้องเป็นห่วงอัญหรอกค่ะ ตั้งใจทำงานของพี่เถอะ แค่พี่อัฐโทรมาแค่นี้อัฐก็ดีใจแล้ว”

                (ยังไงพี่ก็เป็นห่วงอยู่ดี อัญจะกินข้าวกับใครไปไหนมาไหนคนเดียวได้ยังไง)

                “การอยู่คนเดียวก็ไม่ได้น่ากลัวเสอไปหรอกนะคะ เมื่อก่อนอัญก็เคยผ่านมันมาได้”

                (อัญ...)คำพูดของอัญญาดาทำให้อัฐพลเศร้าสร้อยลงหัวใจของเขาเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องทิ้งให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งอยู่คนเดียวเพียงลำพัง

                “ตอนนี้อัญมาทำงานนอกสถานที่ที่เชียงใหม่ ที่นี่อากาศดีมากๆเลยค่ะ วันหลังเรามาเที่ยวด้วยกันนะคะพี่อัฐ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องเมื่อได้ฟังน้ำเสียงเศร้าแผ่วเบาจากคนไกลที่อยู่คนละซีกโลก

                (ได้สิครับ พี่สัญญาว่าจะพาอัญไปเที่ยวในทุกที่ที่อัญอยากไป อัญรอพี่นะอีกแค่อาทิตย์เดียวพี่ก็จะกลับแล้วล่ะ)

                “ค่ะ...อัญจะรอ” หญิงสาวตอบรับเสียงแผ่วก่อนจะน้ำตาไหลพรากกับประโยคถัดมาของชายหนุ่มปลายสาย

                (พี่รักอัญนะ...)

                “ค่ะ...อัญรู้” พูดได้แค่นั้นก็กดตัดสายไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เหตุใดเธอจะไม่รู้ว่าอัฐพลรักเธอมากแค่ไหนรู้อีกด้วยว่าเธอเองเป็นตัวถ่วงในชีวิตเขา หากไม่มีเธอชีวิตของเขาคงมีความสุขและราบรื่นมากกว่านี้ไม่ต้องถูกสังคมตราหน้าว่ามากรักหลายใจแม้จะยังไม่รู้ในวงกว้างแต่ถึงอย่างไรก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาเสื่อมเสียอยู่ดี

                อัญญาดายืนมองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งไม้สักสุดหรูก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่เข้าชุดกัน พรางปล่อยน้ำตาให้รินไหลอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ก่อนที่ร่างสูงของกฤตยชญ์จะปรากฏขึ้นสะท้อนอยู่ในกระจกบานเดียวกัน...เขามายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

                “เธอร้องไห้ทำไม?” เสียงเข้มถามขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้

                อัญญาดาหมุนตัวหันหน้าไปหาเขาในท่านั่งก่อนจะยกแขนเรียวโอบกอดเอวสอบเอาไว้และซบหน้าลงกับหน้าท้องแข็งแกร่งท่าทางน่าเอ็นดูทำเอาคนที่ยืนอยู่แอบเกร็งและแปลกใจกับการกระทำของเธอไม่น้อยแต่ก็ยังยกมือลูบศ๊รษะของหญิงสาวไปมาเบาๆอย่างปลอบประโลม

                “เธอยังไม่บอกฉันเลยนะว่าร้องไห้ทำไม?” กฤตยชญ์ถามย้ำขึ้นอีกครั้ง

                “ฉันคิดถึงบ้าน...” หญิงสาวตอบออกไปแม้ไม่ใช่เรื่องจริงซะทีเดียวแต่การได้คุยกับอัฐพลเมื่อสักครู่มันทำให้เธอรู้สึกคิดถึงวันเวลาเก่าๆขึ้นมา

                “บ้านของเธอเหรอ?”

                “ค่ะ...บ้านของฉัน บ้านที่ไม่มีอีกแล้วกับคำว่าครอบครัวที่ไม่เคยได้สัมผัสมาเนิ่นนาน...”

                กฤตยชญ์นิ่งงันหลังจบคำพูดเศร้าสร้อยของหญิงสาวที่กอดเขาเอาไว้แน่น ชายหนุ่มแกะมือน้อยที่โอบเอวของตนออกและคุกเข่านั่งลงตรงหน้าเธอพร้อมทั้งเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนพรางเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่คนฟังไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของเขา

                “แต่เธอยังมีฉันและเราจะสร้างคำว่าครอบครัวด้วยกัน”

                “คุณต้นกล้า...”

                “ฉันพูดจริงๆนะอัญและฉันก็ไม่เคยมั่นใจกับคำพูดของตัวเองมากเท่านี้มาก่อน”

                “คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อพี่สาวของคุณ...”อัญญาดาละไว้ในฐานที่เข้าใจ เป็นที่รู้ๆกันดีอยู่แล้วว่ากิตติยารัตน์พี่สาวของเขาเกลียดเธอมากมายขนาดไหน เธอไม่อยากให้กฤตยชญ์ต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจเพราะเธออีกคน

                “เรื่องของพี่สาวก็คือพี่สาวพี่ข้าวไม่ได้จะอยู่กับฉันไปตลอดชีวิต แต่คนที่ฉันเลือกให้เป็นคู่ชีวิตต่างหากที่จะอยู่กับฉันตลอดไปและฉันก็หวังว่า...เธอจะเป็นคนนั้นนะอัญญาดา...”

                “คุณ...” หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินด้วยความตื้นตันใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ยินคำพูดแบบนี้จากผู้ชายคนไหนและที่สำคัญไม่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นผู้ชายตรงหน้า

                ชายหนุ่มคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอดเอาไว้อย่างหวงแหน พรางลูบไล้แผ่นหลังบอบบางของเธอเบาๆเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างบางในอ้อมแขนกำลังสะอื้นไห้จนตัวสั่น

                “ไปเก็บของนะ ฉันจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ” กฤตยชญ์พูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน ชายหนุ่มรอจนกว่าหญิงสาวในอ้อมกอดเริ่มสงบลงจึงตัดสินใจบอกเธอและอัญญาดาเองมีท่าทีที่แปลกใจอยู่ไม่น้อย หญิงสาวดันตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่งมามองหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างสงสัย

                “กลับกรุงเทพเหรอ ทำไมละคะ?”

                “กลับไปทำงานที่นั่นแทนไง”ชายหนุ่มบอกแต่ก็ยังตอบข้อสงสัยของหญิงสาวไม่ได้อยู่ดี

                “แล้วงานที่นี่ละคะ เรายังทำงานกันไม่เสร็จเลยนะ”

                “ฉันให้ทีมงานคนอื่นมาจัดการแทนแล้วละ อีกอย่างต้องรีบกลับไปดูงานที่ทีมของคุณริษาทำอยู่งานนั้นก็สำคัญไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ใกล้จะถึงวันงานแล้วด้วย ฉันอยากลงไปดูความเรียบร้อยด้วยตัวเองน่ะ” กฤตยชญ์ร่ายยาวโดยมีอัญญาดาพยักหน้าตามอย่างเข้าใจเหตุผลของเขา

                “แต่คุณให้ฉันทำงานต่อที่นี่ก็ได้นิค่ะ ไม่เห็นต้องให้กลับไปด้วยเลย”

                “ไม่ได้! เธอจะอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของหญิงสาว จะให้เขาทิ้งปลาย่างไว้กับแมวได้อย่างไร เดี๋ยวก็ถูกฉกไปกินกันพอดี แต่ดูเหมือนหญิงสาวหน้าหวานตรงหน้าจะไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของเขาเอาเสียเลยถึงได้ถามไม่หยุดปากแบบนี้

                “อยู่ได้สิคะ ทำไมจะไม่ได้”

                “แต่ฉันอยู่ไม่ได้...ถ้าเธอยังอยู่นี่ฉันก็ต้องเทียวไปเทียวมาทุกวันหรือจะเอาอย่างนั้น” กฤตยชญ์เริ่มตั้งแง่เพื่อหว่านล้อมเชิงบังคับให้อัญญาดาล้มเลิกความคิดที่จะอยู่ต่อ

                “ไม่ดีกว่าค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ” หญิงสาวตอบอย่างขอไปทีเมื่อคิดสภาพที่ชายหนุ่มต้องไปๆมาๆหาเธอทุกวันคงไม่เป็นอันได้ทำการทำงานกันพอดี

                “ดีมาก...งั้นก็ไปเก็บของได้แล้วครับคุณผู้หญิง”

                “คุณก็ปล่อยฉันก่อนสิค่ะ” อัญญาดาพรางก้มมองมือปลาหมึกของกฤตยชญ์ที่ยังโอบเธอไม่ยอมปล่อย...นี่เขามากอดเธออีกตั้งแต่ตอนไหนกันเนี่ย มือไวจริงๆผู้ชายคนนี้

                “แกะให้ออกสิ แล้วฉันจะปล่อยไป” ชายหนุ่มแกล้งแหย่หน้าตายก่อนจะรีบปล่อยออกแทบไม่ทันเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของหญิงสาวในอ้อมแขน

                “งั้นฉันไม่กลับแล้วก็ได้” อัญญาดาตอบหน้านิ่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กฤตยชญ์นั่นแทบกรีดร้องออกมา

                “โธ่!! อัญ!!

 

                เมื่อหลุดออกจากอ้อมแขนได้หญิงสาวก็ลุกขึ้นวิ่งหนีออกห่างจากชายหนุ่มไปเกือบครึ่งห้อง แล้วหัวเราะลั่นออกมาอย่างอารมณ์ดีที่แกล้งกลับเขาได้สำเร็จทำเอาร่างสูงถึงกับเหวอรู้สึกหมั่นไส้อยู่ในทีรีบตามไปคว้าร่างบางเอาไว้ก่อนจะกอดรัดแน่นเพื่อกันไม่ให้หนี พร้อมทั้งกดจูบหอมแก้มซ้ายขวาของเธออย่างหมั่นเขี้ยว โดยมีเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความจั๊กจี้ของหญิงสาวเป็นฉากหลัง

 

.................................................................................................................................................................

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น