น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

ตอนที่ 4 : แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย!

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย!

คำค้น : เลขาตัวร้ายกับเจ้านายสุดแสบ, สนามรักเลขาหัวใจ , เลขาหัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2559 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย!
แบบอักษร

 

กานต์ไล่คู่ขากลับไปพร้อมกับเงินปึกใหญ่แทนคำไถ่โทษ ยัยเตี้ยนั่นทำเขาหมดอารมณ์ ผู้หญิงบ้าอะไรหน้าไม่อายชะมัด

“คุณกลับไปก่อนเถอะแซนดี้ ....วันนี้ผมมีธุระจริงๆ”

“จะไม่ต่อที่ค้างไว้เหรอคะ... มันทรมานนะเบบี๋”

ร่างกายผ่องเผือดนั้นกระซิบอย่างเชิญชวนพลางไล้มือนิ่มนับซิกซ์แพ็คชายหนุ่มเล่น หากกานต์หน้ามุ่ยก่อนจะหันไปมองคนข้างกายอย่างแสนเซ็ง เขาไม่มีอารมณ์จะสานต่อภายในครึ่งชั่วโมงได้จริงๆ

“ไว้คราวหน้าที่รัก ผมจะจัดทั้งวันทั้งคืน แต่วันนี้ผมต้องเข้าบริษัทแล้ว”

ชายหนุ่มจูบลาหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้แม่เผือกได้แต่นับเงินปลอบใจแทน

......................................................................................................................................

สามสิบนาทีไม่ขาดไม่เกินเมื่อร่างสูงล่ำสันของกานต์ก้าวออกมาจากลิฟท์ ชายหนุ่มเดินหน้ามุ่ยออกมาพลางกล่าววาจาแดกดันเมื่ออีกฝ่ายนั่งกินกาแฟเล่นเฟซบุ๊คอย่างสบายใจ

“จะรีบไปทำงานไม่ใช่เหรอ ลุกเร็วๆสิเดี๋ยวจะเสียเวลาอันมีค่าของเธอ”

มินทิราเก็บมือถือลงกระเป๋าก่อนจะยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มอย่างใจเย็น

“ดิฉันชื่อมินทิราค่ะ เป็นเลขาคนใหม่ของคุณ และดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านประธานให้ทำยอดผลประกอบการและกำไรไตรมาสนี้ทะลุเป้าเกิน 50% ถ้าคุณเข้าใจแล้วเราจะได้ร่วมงานกันอย่างราบรื่น”

“มันไม่ราบรื่นตั้งแต่เธอมาเป็นเลขาฉันแล้วยัยเตี้ย ขอบอกไว้เลยนะว่าห้ามบุกรุกคอนโดฉันอีก เอากุญแจห้องฉันคืนมาเลย”

“ดิฉันไม่คืน เพราะท่านประธานอนุญาตแล้ว และถ้าหากคุณกานต์มาทำงานตรงเวลาทุกวัน ดิฉันคงไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจคอนโดของคุณอีก”

“นี่เธออยากลองดีกับฉันใช่มั้ย....คิดว่าฉันไม่กล้าไล่เธอออกใช่มั้ย”

ชายหนุ่มขู่ฟ่อหากมินทิราไม่สนใจ งานนี้ต้องปิดจ๊อบภายในสามเดือนอยู่แล้ว ต่อให้ชายหนุ่มไล่เธอออกจริงแต่ท่านประธานนั่นแหละที่จะเป็นคนรั้งเธอไว้เอง

“ต่อให้คุณไม่ไล่ฉัน ฉันก็ไม่อยู่นานหรอกค่ะ เวลางานของฉันมีแค่ 3 เดือน แต่ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือกับฉัน ฉันอาจจะต้องอยู่ยาว คราวนี้คุณควรรู้ใช่มั้ยคะว่าต้องทำตัวเองยังไง”

กานต์เขม้นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจว่าหญิงสาวพูดจริงแค่ไหน หากคนที่จะให้ความกระจ่างได้ก็มีเพียงคนเดียว ดังนั้นชายหนุ่มจึงเดินนำหญิงสาวไปที่รถแต่โดยดี

“ถ้าคุณว่าอย่างนั้น เราก็ไปบริษัทกันเลยดีกว่า เผื่อว่าเราจะได้เซย์กู๊ดบายกันก่อน 3 เดือน”

....................................................................................................................................

กานต์ตรงเข้าไปพบบิดาให้ห้องทำงานทันที ชายหนุ่มแสนจะคาใจกับท่าทีบังคับขู่เข็ญของแม่เลขาคนใหม่ของเขาจนไม่สามารถเก็บความสงสัยไว้ได้ ดังนั้นแม้ว่านายเกื้อจะก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ ผู้เป็นลูกชายก็รีบถามขึ้นอย่างใจร้อนทันที

“พ่อ...พ่อจ้างเลขาคนใหม่มาให้ผมเหรอ”

“เปล่า...” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นพลางเงยหน้ามองลูกชาย ที่กำลังตวัดสายตาขุ่นเขียวไปยังแม่เลขาตัวเตี้ยหน้าห้อง

“ฉันจ้างให้มินทิรามาแต่งงานกับแกต่างหาก”

“ห๊า!!!! พ่อว่าอะไรนะ ล้อเล่นแล้ว”

กานต์ตกใจจนต้องนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามพ่ออย่างหมดแรง หากนายเกื้อยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงปรกติ

“พ่อวางเดิมพันกับเขา ถ้าเขาทำกำไรไตรมาสนี้ทะลุเป้าเกิน 50% ไม่ได้ พ่อจะให้เค้าแต่งงานกับแก”

“พ่ออออออ.... ทำไมพ่อทำอะไรไม่ถามผมสักคำ”

“เขาเป็นนักการตลาดมือ 1 ในตอนนี้ ฉันซื้อตัวเขาจากบริษัทคู่แข่งไม่ได้ เลยต้องใช้วิธีนี้”

“พ่อครับ แต่ประเทศไทยไม่ได้มียัยนี่เป็นนักการตลาดที่เก่งคนเดียวนะครับ ทำไมพ่อต้องเอาอนาคตผมไปแขวนไว้กับยัยเตี้ยนั่นด้วย”

กานต์โอดครวญ นี่ถ้าชายหนุ่มลงไปชักดิ้นชักงอได้คงทำไปแล้ว หากนายเกื้อรู้นิสัยลูกชายตัวเองดีจึงหยิบเช็คมาเซ็นให้ก่อนจะโบกมันต่อหน้าลูกชาย

“จะด้วยเหตุผลอะไรแกไม่จำเป็นต้องรู้ แต่เช็คใบนี้มูลค่า 10 ล้านบาท แกเอาไปขึ้นเงินได้เลยถ้ามินทิราท้องภายใน 3 เดือน”

กานต์หยุดโอดครวญพลางถลาเข้ามาจะหยิบเช็ค หากผู้เป็นพ่อเก็บลงลิ้นชักทันควัน พลางเอ่ยย้ำ

“ฉันอยากได้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นกำลังหลักให้บริษัทเรา และฉันก็มองไม่เห็นใครจะเหมาะสมกับตำแหน่งลูกสะใภ้ของฉันเท่ากับเค้า แกจะใช้วิธีไหนก็ได้ทำให้เธอยอมแต่งงานด้วย หรือถ้าจะใช้วิธีแบบที่ฉันแนะนำ ฉันก็ไม่ว่า”

เจ้าสัวเกื้อตัดบท พลางมองลูกชายที่ยืนนิ่งไปอย่างครุ่นคิด...เงินสิบล้านแลกกับอนาคตลูกชายของเขาแล้ว มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ในเมื่อลูกชายใช้งานไม่ได้ ก็ต้องหาลูกสะใภ้มาใช้งานแทนนี่ละ

“แล้วถ้าผมไม่แต่งล่ะ ...”

“แกก็จะได้มินทิรามาเป็นแม่เลี้ยงแกแทนไงเจ้ากานต์ เลือกเอาแล้วกันว่าแกอยากได้แม่หรืออยากได้เมีย!

 

.................................................................................................................................. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น