สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 35 แม่ใหม่ กับ ลูกสะใภ้สุดที่รัก

ชื่อตอน : บทที่ 35 แม่ใหม่ กับ ลูกสะใภ้สุดที่รัก

คำค้น : นางร้าย facety girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2559 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,600
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 35 แม่ใหม่ กับ ลูกสะใภ้สุดที่รัก
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

ไอ้เราก็นึกว่าห่วงแม่ ที่แท้ก็หวงเมีย # คุณหญิงแม่หมอ

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 35 แม่ใหม่ กับ ลูกสะใภ้สุดที่รัก

 

            งานแต่งงานที่ใกล้เข้ามาทำให้ต้องเตรียมหลายอย่างวุ่นวาย แต่ละครที่ถ่ายค้างไว้ก็ต้องทำต่อให้จบเหมือนกัน โชคดีที่ได้คุณหญิงกรรณิการ์เป็นแม่งานแต่ง ท่านสั่งการและจัดแจงเองเกือบทุกอย่าง เหลือแค่ให้ฉันกับคุณหมอวินไปลองชุดแต่งงานเองแค่นั้น

            “ทำอาหารเป็นมั้ย?” คุณหญิงกรรณกิการ์เอ่ยถามฉันขณะที่กำลังเลือกแบบชุดแต่งงานกัน คุณหมอวินเลือกแล้วเมื่อวานเพราะวันนี้ต้องเข้าเวร ทิ้งฉันให้มากับว่าที่แม่สามีสองคน

            “ไม่ถนัดงานครัวเลยค่ะ ฉันเคยทำให้หมอครั้งเดียวและคงไม่อร่อยแน่ๆ” จะโดนตัดคะแนนลูกสะใภ้มั้ยเนี่ย

            “เมนูอะไรหล่ะ?” บอกแล้วก็ได้แต่อายตัวเอง

            “ไข่ค่ะ ไข่ตุ๋น ไข่ต้ม ไข่ดาวค่ะ”

            “เลือกแบบที่ชอบได้เลยนะ ตัดใหม่ไปเลยจะได้ไม่ซ้ำใคร อย่าไปเอาชุดที่มีคนเคยใส่แล้ว” คุณหญิงกรรณิการ์เห็นว่าฉันเปิดดูแต่ชุดราคาถูก เลยหยิบแบบที่เป็นลิมิตเตทของร้านมาให้ดู

            “แต่มันแพงไปนะคะ”

            “ลูกสะใภ้คนเดียวของฉันต้องสมศักดิ์ศรีสิ อย่าไปมองราคา ดูแต่แบบไป ไม่อย่างนั้นฉันจะเลือกเองนะ”

            “คุณหญิงเลือกให้ดีกว่าค่ะ เพราะถ้าให้ฉันเลือกเองแบบสวยๆคือแบบราคาถูกสุดแน่ค่ะ” ฉันส่งแบบเสื้อคืนให้ท่านไป

            “เวลาออกงานก็ต้องใส่ชุดหรูๆ อย่าบอกนะว่าไม่ได้ซื้อ”

            “ไม่ค่อยได้ซื้อค่ะ มีสปอนเซอร์บ้าง ยืมร้านเพื่อนมาบ้าง พอดีเพื่อนสนิทเป็นเจ้าของห้องเสื้อค่ะ” ฉันนี่แหละพรีเซนเตอร์ประจำร้านยัยแพนด้า ตัวไหนให้ฉันใส่ก่อนตัวนั้นจะขายได้เร็ว

            “เท่าที่รู้มาเห็นว่าเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เล่าให้ฉันฟังบ้างสิ”

            “ฉันอยู่กับแม่สองคนตั้งแต่เกิดค่ะ แม่ไม่เคยบอกว่าพ่อเป็นใคร แม่ฉันทำงานหนักเพื่อให้ฉันมีเงินไปโรงเรียน ฉันพยายามตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้ทุน แล้วฉันก็ได้มาตลอดนะคะจนจบมอปลาย แต่แม่ที่ทำงานหนักกลับล้มป่วยและจากไปตั้งแต่ฉันอยู่มอต้นเอง พอไม่มีแม่ฉันลอยคว้างอยู่สักพักกว่าจะตั้งหลักและลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง”

            “แล้วเข้าวงการมาได้ยังไงหล่ะ ฉันว่าเธอไม่น่าจะชอบเท่าไหร่หรอก”

            “ค่ะ ไม่ชอบแต่เงินดี คนไม่มีเงินทางเลือกมีไม่มากหรอกค่ะ พอแม่เสียฉันก็ต้องหางานหาเงิน ฉันเดินสมัครงานตามร้านอาหารไปทั่วเลย จนมาเจอพี่จ๋าผู้จัดการส่วนตัว เธอนั่งอยู่ในร้านอาหารตอนฉันเข้ามาของานที่นั่นทำ คุยๆกันแล้วคงสงสารเลยพาไปถ่ายแบบวัยรุ่น ถ่ายโฆษณาบ้าง แล้วก็รับงานเอ็มซีตามอีเว้นท์ในวันหยุดค่ะ” ฉันยิ้มเศร้าๆเมื่อนึกถึงอดีตที่ยากลำบาก

            “ไม่ใช่ทุกคนนะที่จะเข้มแข็งและเก่งเหมือนเธอ ฉันขอชื่นชมจริงๆ” นี่ฉันได้คะแนนเพิ่มใช่มั้ย

            “ขอบคุณค่ะคุณหญิง”

            “เรียกใหม่เดี๋ยวนี้เลย ใครใช้ให้เรียกฉันว่าคุณหญิง” ง่า คะแนนเพิ่งจะขึ้นเองนะ

            “แล้วให้เรียกว่าอะไรคะ?”

            “ลูกฉันเรียกยังไงก็เรียกแบบนั้นแหละ”

            “แม่ หรอคะ?” ฉันไม่ได้เข้าใจผิดหรอกนะ

            “ใช่สิ เธอไม่มีแม่นี่ ต่อไปนี้ฉันจะเป็นแม่ให้เธอเอง ไม่ดีหรือไง?”

            “ดีค่ะ แม่” คำๆนี้ไม่ได้พูดนานจนเกือบลืมไปแล้วว่ามันรู้สึกดีเพียงใด

 

            หลังจากเลือกแบบชุดเสร็จคุณหญิงกรรณกิการ์ ต่อไปต้องเรียกว่าคุณหญิงแม่สิเนอะ ท่านพาฉันไปช้อปปิ้งตามประสาสาวๆ เครื่องสำอาง น้ำหอม และครีมบำรุงผิวนี่รีวิวได้ทุกเคาน์เตอร์ในห้างเลย พอซื้อของเหนื่อยฉันเลยพาท่านมาแวะเติมพลังด้วยขนมหวานเย็นๆสักหน่อย

            “ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ ว่าไปรักกับวินตอนไหน นี่แม่เกือบจะทำใจแล้วนะว่าวินเป็นเกย์แน่ๆ” บอกความจริงดีมั้ย ท่านจะหาว่าฉันเป็นผู้หญิงแรงเกินหรือเปล่าเนี่ย

            “เอ่อ เมจีบหมอวินเองค่ะ” รุกเช้าอ่อยเย็นเลยด้วย

            “จริงหรอ จีบยังไงหล่ะ ลูกสาวคนอื่นจีบไม่เคยติดสักคน” คุณหญิงแม่หน้าตาดูมีความสุขที่ได้นินทาลูกชาย แต่ฉันกำลังเครียดนะ

            “คือเรื่องมันมีอยู่ว่า.. เมบังเอิญเจอหมอวินในผับค่ะ ตอนนั้นเมกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งฉุดกระชากตัวอยู่ หมอวินเป็นคนมาช่วยไว้ เมก็เลยปลื้มมากๆอยากจะจีบเขา แต่วันนั้นเราก็ยังไม่ได้รู้จักกัน”

            “แล้วยังไงต่อ กำลังสนุกเลย”

            “หลังจากนั้นเมถ่ายละครผิดคิวจนฟันโยกเลยต้องเข้าคลินิกหมอฟันแถวกองถ่าย”

            “ก็เลยเจอวินใช่มั้ย?” ฉันพยักหน้ารับ

            “เมไม่อยากปล่อยโอกาสผ่านไปอีก ก็เลยขอเบอร์หมอวินแล้วก็จีบเขามาเรื่อยๆค่ะ” ต่อไปคงไม่กล้าเล่าให้ลูกๆฟังแน่เลยว่ารักกับพ่อเขาตอนไหน

            “แม่มีเรื่องจะเล่าให้ฟังเหมือนกัน แต่อย่าไปบอกวินนะว่ารู้แล้ว”

            “ค่ะ”

            “วินเคยมาคุยกับแม่วันที่เราเจอกันครั้งแรกในงานประมูล จำได้มั้ย?”

            “จำได้ค่ะ” วันนั้นฉันแอบพูดแรงกับท่านด้วย สำนักผิดช้าไปใช่มั้ย

            “คืนนั้นหลังเลิกงานวินกลับมาบ้าน มาขอคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง และมาสารภาพว่าแอบชอบเธอคนนั้นมาหลายปีแล้ว” เอ่อ อย่าบอกนะว่าชอบฉันมาตั้งแต่ปกชุดว่ายน้ำนั่น หื่นจริงเลย

            “หมอบอกหรือเปล่าคะว่าชอบเมตอนถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ”

            “บอกจ้ะ แล้วยังบอกด้วยว่าต้องดูหน้าเธอทุกวันก่อนนอน” คงไม่ได้แค่ดูอย่างเดียวแน่ๆ หื่นตัวพ่อแบบนั้น แอบเอาฉันไปจินตนาการลามกหล่ะสิ

            “แม่ก็เลยซักว่ารู้จักกันยังไง รักกันตอนไหน เหมือนที่ถามเมเนี่ยแหละ”

            “แล้วหมอวินตอบแบบเมหรือเปล่าคะ?” แอบอยากรู้มุมมองของเขาบ้าง

            “เหมือนจ้ะ วินบอกว่าตกใจแทบตายที่เจอผู้หญิงในฝันตัวจริง แอบมองเธออยู่เป็นชั่วโมงจนเธอโดนผู้ชายทำร้าย เลยต้องรีบทำตัวเป็นพระเอกเข้าไปช่วยไว้ วันนั้นมัวแต่คิดว่าฝันอยู่เลยไม่ได้ขอเบอร์เธอคนนั้น” ถ้าวันนั้นเขาขอเบอร์เธอนะ ป่านนี้ลูกโตแล้ว (เว่อร์ไป)

            “วันนั้นแม่ยอมให้หมอคบกับเมหรือเปล่าคะ?”

            “แม่ตามใจวินตลอดแหละ อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ต้องให้เขาตัดสินใจเอง และจากที่คุยวันนั้นแม่ก็พอรู้ว่าเมเป็นคนยังไง แต่ที่ทำเฉยๆไว้ก็เพราะอยากให้เรียนรู้และฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันก่อน”

            “ใจดีอย่างที่หมอบอกจริงๆด้วย” ฉันดีใจที่คะแนนลูกสะใภ้ไม่โดนหักอย่างที่กลัว

 

            “ไปไหนกันมาครับ กลับซะค่ำมืด” พอเราสองคนกลับมาถึงบ้านก็มีผู้ชายหน้าตาดีว่าที่สามีของฉันมารอรับอยู่ แต่ใบหน้านี่บึ้งตึงราวกับรูปปั้นยักษ์เชียว

            “นี่เราเป็นลูกหรือเป็นพ่อจ๊ะ แม่โตแล้วนะจะไปไหนมาไหนบ้างไม่ได้หรอ?” คุณหญิงกรรณิการ์ส่งถุงมากมายให้สาวใช้นำไปเก็บ ส่วนตัวท่านเดินนำไปห้องอาหาร เราสองคนยังไม่ได้จัดการมื้อเย็นกัน เพราะตั้งใจจะมากินกับคุณหมอวินที่บ้าน

            “แม่ไปคนเดียวที่ไหน พาเมียผมไปด้วยนะครับ ไม่รู้มีผู้ชายที่ไหนมาเกาะแกะหรือเปล่า” คุณหมอวินเดินตามมารดาไป แต่มือก็ไม่วายโอบฉันไว้ด้วย

            “ไอ้เราก็นึกว่าห่วงแม่ ที่แท้ก็หวงเมีย”

            “แม่ก็ห่วงครับ แต่เมียนี่หวงมาก” คุณหมอวินเลื่อนเก้าอี้ให้มารดาและฉันนั่งอย่างเท่าเทียมกัน ลูกดีเด่นและสามีแห่งชาติตัวจริง

            “อาหารน่าอร่อยจังเลยค่ะ ถ้าเมอ้วนขึ้นจะแก้ชุดทันมั้ยคะ?” เมื่อเห็นของกินฉันก็เลิกสนใจเรื่องอื่น

            “ทันอยู่แล้ว แม่สั่งคำเดียวเรียบร้อย” คุณหญิงกรรณิการ์เลื่อนจานกับข้าวมาใกล้ฉันมากขึ้น ถูกใจและขอบคุณมากค่ะ

            “อะไรกัน หายไปด้วยกันวันเดียว สนิทกันขนาดนี้เลยหรอครับ?”

            “แหงสิ นี่ลูกสะใภ้คนโปรดของแม่ เราตกกระป๋องไปแล้ววิน” คุณหญิงกรรณิการ์ขยับจานอาหารมาทางฉันหมดเลย คุณหมอวินจะตักแต่ละทีต้องเอื้อมสุดตัว สงสารหรือหัวเราะก่อนดี

            “แม่ใจร้าย ผมอุตส่าห์อ้อนนมน้อมให้ทำของโปรดผมทั้งนั้น แต่ดูแม่สิ ไม่ให้ผมกินเลย”

            “แม่ต้องให้ลูกสะใภ้กับหลานแม่กินก่อนสิ”

            “แต่เมยังไม่ได้ท้องนะคะ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ” แม่ลูกสองคนนี้ชอบเล่นใหญ่กันตลอด

            “ของแบบนี้ต้องเตรียมพร้อมไว้ เพราะกว่าจะรู้ตัวว่าท้องก็ต้องผ่านไปเป็นเดือนแล้ว”

            “จริงสิ ผมมียาบำรุงมาให้คุณเมด้วย ต้องทานทุกวันนะครับ เตรียมพร้อมสำหรับการเป็นแม่ของลูกเรา” คุณหมอวินเดินหายไปสักพักแล้วก็กลับมาพร้อมกับถุงยาหลายซองเลย

            “เอาจริงหรอคะ?” ฉันไม่ชอบกินยาเลยให้ตายสิ

            “จริงครับ มียาบำรุงเลือด วิตามินรวม แล้วก็แคลเซียม”

            “ดีมากวิน ต่อไปนี้ต้องสั่งในครัวนะว่าให้เตรียมอาหารสำหรับบำรุงครรภ์มาทุกวัน” เอ่อ นี่ฉันยังไม่ท้องนะยังเป็นกันขนาดนี้ ถ้าบอกว่าท้องเมื่อไหร่ คงเตรียมเสื้อผ้าให้ลูกเลยสิ

            “ผมอยากเข้าครัวเองด้วยซ้ำ ลูกจะได้กินฝีมือพ่อ”

            “ดีเลย วินมีหน้าที่เข้าครัว ส่วนเมกับหลานย่าแค่นั่งรออย่างเดียวพอ” บ้านอื่นเขาต้องให้สะใภ้เข้าครัวและสามีนั่งรอไม่ใช่หรอ

            “วันนี้ผมเห็นมีช่างมาบ้านเรา แม่จะทำอะไรหรอครับ?”

            “ต่อเติมห้องเด็กอ่อนสิ ว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่าทำไว้กี่ห้องดี?” บำรุงฉันที่ยังไม่ท้องนี่ก็เว่อร์แล้ว เจอเตรียมห้องด้วยอีกนี่ ไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ

            “สองก็พอครับ”

            “หมออยากมีลูกสองคนหรอคะ?” ฉันก็ว่ากำลังเหมาะนะสองคน เป็นผู้หญิงคนผู้ชายคน

            “เปล่าครับ เพราะพอมีคนที่สาม คนแรกก็น่าจะโตพอที่จะย้ายไปอยู่อีกห้องแล้ว” ผู้หญิงทุกคนต่างชอบผู้ชายที่มองอนาคตของเรา แต่ผู้ชายบางคน..ก็มองการณ์ไกลไปนะ

            “มีเด็กหลายๆคนจะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน แม่ยังเสียดายเลยที่มีวินคนเดียว” เข้าข้างกันดีจังเลยเรื่องแบบนี้ ฉันเป็นคนเหนื่อยอุ้มท้องนะเผื่อใครไม่รู้

            “กริ๊ง” เสียงโทรศัพท์ของคุณหมอวินช่วยหยุดจินตนาการของเขาลงได้ก่อน

            “เดี๋ยวผมมานะครับ” ฉันเห็นสีหน้าเขาดูเครียดๆตอนมองเบอร์ที่โทรเข้า สงสัย อยากรู้

            “อยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ย?” คุณหญิงแม่ชวนฉันคุยต่อ

            “ไม่ค่ะ”

            “ละครที่ถ่ายอยู่จะปิดกล้องเมื่อไหร่หล่ะ ถ้าท้องขึ้นมาแม่ไม่อยากให้ทำงานแบบนี้” นี่จะให้ฉันอำลาวงการเลยหรอ ไม่ดีมั้ง คิดถึงแฟนคลับมากมาย (คิดเอาเองว่ามีเยอะ)

            “ใกล้แล้วค่ะ” เก็บเรื่องนี้ไปปรึกษาพี่จ๋าก่อนดีกว่าว่ามีงานเบาๆให้ทำมั้ย ฉันไม่ชอบอยู่เฉยๆและไม่อยากขอเงินคุณหมอวินใช้ด้วย ถึงมารดาเขาจะเลิกดูถูกแล้วก็ตามเถอะ

            “เกิดเรื่องแล้วครับ” คุณหมอวินเดินหน้าเครียดกลับเข้ามา ว่าแล้วเชียวว่าต้องมีอะไร

            “มีอะไรลูก?”

            “โรสหนีออกจากโรงพยาบาลไปครับ”

            “คะ?” ฉันอุทานด้วยความตกใจ คุณหญิงกรรณิการ์ก็ไม่ต่างกัน

            “ตำรวจกำลังตามหาตัวกันอยู่ครับ”

            “แล้วทางโรงพยาบาลไม่มีคนเฝ้าหรอถึงปล่อยให้คนไข้แบบนี้หลุดออกมาได้” คุณหญิงแม่ดูวิตกเรื่องนี้มาก ฉันเองก็กังวลไม่น้อยเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมากับสภาพจิตที่ไม่ปกติของเธอ

            “โรสเป็นคนไข้ที่สงบและทำตามหมอบอกทุกอย่างครับ การเฝ้าระวังก็เลยน้อยกว่าคนอื่น”

            “เมคิดว่าเธอต้องมาหาหมอแน่ค่ะ เพราะเธอรักหมอมาก” ฉันตั้งสมมติฐานที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด

            “ขอให้มาหาผมคนเดียวแล้วกัน อย่าทำอะไรคนอื่นเลย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมอวินมาแล้ว มาพร้อมกับความน่ารักของครอบครัว แต่ๆๆๆๆ

ใกล้จบแล้วเนอะ ฮิฮิ

อยู่ช่วยหมอจนได้แต่งเมียก่อนนะคะทุกคน ไม่รู้อุปสรรคจะมีอะไรอีกมั้ย????

ไม่ปอยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น