อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 15 เปิดใจ 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 เปิดใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2559 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 เปิดใจ 100%
แบบอักษร

               

 

             “ไม่สบายแล้วมายืนตากลมทำไมตรงนี้!? กฤตยชญ์พูดขึ้นเสียงดุเมื่อพบหญิงสาวที่เขาตามหาตัวให้วุ่นยืนอยู่ที่ระเบียง หลังจากที่ชายหนุ่มรับอาสาเป็นพ่อบ้านจำเป็นด้วยการทำหน้าที่ล้างจานต่อเมื่อนั่งเฝ้าจนหญิงสาวทานข้าวทานยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

                เมื่อคำถามเชิงดุที่เอ่ยถามไม่ได้รับคำตอบกฤตยชญ์จึงเดินเข้าไปใกล้ก่อนหยุดยืนที่ริมระเบียงข้างๆร่างบางที่เงยหน้าเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีตาไม่กระพริบ ภาพใบหน้าด้านข้างของเธอทำให้ชายหนุ่มเผลอมองอย่างหลงใหลโดยไม่รู้ตัว

                “ดาวที่นี่สวยดีนะคะ” อัญญาดาพูดขึ้นหลังจากนิ่งเงียบอยู่นานราวกับคนกำลังใช้ความคิด

                “อืม...สวย” กฤตยชญ์ตอบรับแต่สายตาคมกลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้างามไม่ได้พินิจมองดูดวงดาวที่พร่างพราวอยู่บนท้องฟ้านั่นแต่อย่างใด มือหนาเอื้อมไปจับปอยผมสวยทัดหูให้หญิงสาวตรงหน้าก่อนจะนิ่งงันด้วยคำถามต่อมาของเธอที่ดูเศร้าสร้อยเสียเหลือเกิน

                “พ่อและแม่ของฉัน คุณว่าพวกท่านจะเป็นดาวดวงไหนเหรอคะ?”

                “สองดวงนั้นมั้ง” ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางชี้มือไปที่ดวงดาวสองดวงที่อยู่ติดกัน

                “ทำไมละคะ? ทำไมถึงคิดว่าเป็นสองดวงนั้น” อัญญาดายังคงถามต่อด้วยน้ำเสียงเศร้า

                “เพราะมันส่องสว่างที่สุดและอยู่เคียงข้างกันตลอดเวลา แม้ว่าตอนกลางวันเราอาจจะมองไม่เห็นมันแต่เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้าไปมันจะปรากฏอยู่ตรงนั้นที่เดิม นั่นก็หมายความว่าพ่อและแม่ยังคอยเฝ้ามองดูลูกสาวของพวกท่านอยู่เสมอ...”

                คำพูดของกฤตยชญ์ทำให้อัญญาดาน้ำตาไหลรินอย่างไม่อาจห้ามความทรงจำในวัยเด็กระหว่างเธอและบุพการีทั้งสองหลั่งไหลเข้ามาในห่วงความคิดราวกับหนังฟิล์มม้วนเดิมถูกฉายขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวสะอื้นไห้ตัวโยนอย่างน่าสงสารจนชายหนุ่มต้องจับไหล่มนที่สั่นระริกเอาไว้ก่อนจะหมุนตัวเธอให้หันมาหาเขาและพูดต่อราวกับต้องการให้กำลังใจ

                “แม้ว่าเธอจะไม่ได้เจอพวกท่านอีกแล้ว แต่พ่อและแม่ก็ยังอยู่กับเธอเสมอนะอัญ...อยู่ในนี้...” ชาหนุ่มบอกพร้อมทั้งจับมือบางมาวางไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายของเธอเอง

                “พวกท่านอยู่ในใจของเธอเสมอ”

                “แต่พ่อกับแม่ก็ใจร้ายอยู่ดีที่ทิ้งฉันไปแบบนี้” หญิงสาวพูดทั้งน้ำตาที่อาบแก้มจนชายหนุ่มเริ่มใจคอไม่ดีคว้าตัวเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่น พลางลูบผมเธอเบาๆเพื่อปลอบโยน

                “โลกมักจะโหดร้ายเสมอ แต่เธอต้องเข้มแข็ง เธอทำได้อยู่อยู่แล้วฉันเชื่อ...”

                “ขอบคุณที่พยายามจะปลอบฉันนะคะ” เสียงอู้อี้พูดตอบ หญิงสาวมุดหน้าเช็ดน้ำตากับเสื้อของชายหนุ่มราวกับเด็กน้อย ดูน่าเอ็นดู อกแกร่งของเขาทำให้เธอหายเศร้าได้อย่างไม่น่าเชื่อมันแทนที่ด้วยความอบอุ่นและถวิลหา ก่อนจะพูดประโยคถัดมาที่ทำเอาคนฟังจุกไปเหมือนกัน

                “บางทีฉันก็คิดว่าคุณไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้น ถ้าไม่มีเรื่องระหว่างฉันกับพี่สาวของคุณ คุณจะยังเกลียดฉันอยู่ไหมคะ? คุณต้นกล้า...”

                “คือฉัน...” กฤตยชญ์จนต่อคำถาม เขารู้ใจตัวเองว่าคิดอย่างไรกับเธอแต่นั่นก็พี่สาวของเขาเหมือนกัน ชายหนุ่มแบ่งรับแบ่งสู้รู้สึกอึดอัดใจอย่างไม่เคยเป็น จนอัญญาดาต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง

                “ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ ฉันก็พอจะรู้อยู่แล้ว...” หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อนพลางดันตัวออกจากอ้อมกอดแข็งแกร่ง ถอยห่างจากเขาสองสามก้าว ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า...

                “ระหว่างคุณกับฉัน ฉันอยู่ในฐานะไหน ไม่เคยลืมหรอกค่ะ” พูดจบก็เดินเลี่ยงไปเพื่อจะกลับเข้าห้อง แต่เสียงเข้มที่เอ่ยขึ้นไล่หลังทำให้เท้าบางชะงักค้าง

                “แต่ฉันอยากให้เธอลืม!!

                เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังยืนนิ่งไม่ยอมหันมามองหน้าเขาสักนิด กฤตยชญ์จึงถือโอกาสเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลัง พร้อมทั้งวางคางเกยไหล่มน จนร่างบางในอ้อมแขนสะดุ้งน้อยๆ เธอคงคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้ลงไป

                “ปล่อยฉันเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้เลย”

                “ไม่! ฉันอยากจะถามเธอจริงๆนะอัญญาดา เธอไม่เคยรู้เลยเหรอว่าฉันรู้สึกยังไง!?” ชายหนุ่มเอ่ยบอกเสียงดังราวกับต้องการระบายความอัดอั้นที่มีอยู่ภายในใจ แต่กลับถูกถามด้วยคำถามเดียวกันจากหญิงสาวในอ้อมแขน

                “แล้วคุณไม่เคยรู้เลยเหรอคะ? ว่าฉันรู้สึกยังไง?”

                “เธอรู้สึกยังไงละ เธอบอกฉันสิ”

                “คุณควรจะให้รู้สึกยังไงละคะ ในเมื่อคุณแสดงออกตลอดเวลาว่าเกลียดฉัน...”

                “ฉันไม่ได้เกลียดเธอ!!

                อัญญาดานิ่งเงียบไปเมื่อถูกชายหนุ่มตระโกนขัดขึ้น ตอนนี้เธอเดาใจเขาไม่ถูกจริงๆในเมื่อการกระทำของเขามันทำให้เธอสับสนอยู่ตอลดเวลา บางครั้งเขาก็ร้ายใส่เธอแบบสุดๆ แต่บางทีก็ดีกับเธอจนน่าใจหาย แต่มีหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เคยลืมคือทั้งหมดที่เขาทำก็เพื่อแก้แค้นแทนพี่สาวเท่านั้น...

                “พอเถอะค่ะฉันเหนื่อยแล้ว ปล่อยฉันเถอะ” พูดขึ้นอย่างอ่อนแรงพลางพยายามแกะมือหนาที่โอบรัดรอบกายให้ออกห่างแต่ก็ไร้ผลเมื่อกฤตยชญ์ยังคงดื้อดึง

                “ไม่ปล่อย! จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง!

                “ถ้าเป็นเรื่องเดิมๆ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับคุณหรอกค่ะ” หญิงสาวตอบพลางพยายามดิ้นรนให้เขาปล่อยตัวเธอ แต่กลับถูกร่างสูงจับตัวให้หันหน้าไปหาเขาแล้วกอดเธอเอาไว้ดังเดิม

                “ฉันอยากให้เราลืมทุกอย่างแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหมอัญ?”

                อัญญาดาหยุดดิ้นกับคำพูดหนักแน่นของกฤตยชญ์ เงยหน้ามองหน้าเขาอย่างต้องการค้นหาความจริงที่ซ้อนอยู่ภายในแววตาคมที่จ้องมองตอบอย่างจริงจัง

                “นี่คุณคิดจะทำอะไรอีก?” น้ำเสียงระแวงจากหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแล้วรวบรวมความกล้าพูดบอกเธออย่างจริงใจ

                “ลืมเรื่องราวที่ผ่านมา ไม่มีการแก้แค้นหรือว่านางบำเรออะไรทั้งนั้น มีแค่เราแค่เธอกับฉัน”

                “แล้วเรื่องพี่สาวของคุณแล้วก็พี่อัฐ เอ่อ...”

                “เรื่องพี่ข้าวฉันเชื่อว่าสักวัน พี่ข้าวจะต้องเข้าใจเรา แต่เรื่องเธอกับอัฐพล...” ชายหนุ่มพูดละไว้เพราะไม่มั่นใจว่าหญิงสาวคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ บางทีเธออาจจะยังรักและผูกพันกับอัฐพลอยู่ก็ได้

                เมื่อเห็นว่าสีหน้าของกฤตยญ์ดูหมองลงกับท่าทีที่ชายหนุ่มก้มหน้านิ่ง คิ้วหน้าขมวดเป็นปมอย่างกังวลใจ อัญญาดาจึงดันตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งซึ่งคราวนี้ชายหนุ่มยอมปล่อยโดยง่าย ก่อนที่เธอจะคว้ามือหนาของเขามาจับไว้

                “เรื่องฉันกับพี่อัฐ ฉันอยากให้คุณสบายใจได้และสักวันหนึ่งเมื่อพร้อมฉันจะบอกทุกอย่างกับคุณเอง ขอแค่คุณเชื่อใจฉันเท่านั้น...”

                “ฉันเชื่อใจเธอ”

                คำตอบของชายหนุ่มทำให้ร่างบางน้ำตาไหลรินอย่างตื้นตันใจ เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดจะกลับมาลงเอยด้วยดีแบบนี้แต่ความสุขช่างแสนสั้น เขาจะดีกับเธอได้ถึงเมื่อไหร่กันเชียว...

                “รอฉันนะคะ ฉันสัญญาว่าถ้าฉันพร้อมเมื่อไหร่ฉันจะบอกคุณ”

                “ฉันจะรอ...อย่าร้องไห้อีกเลยนะ” กฤตยชญ์ตอบพลางเกลี่ยน้ำตาออกจาใบหน้างาม

                “ขอบคุณนะคะที่เชื่อในตัวฉัน...คุณต้นกล้า”

 

                ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ก้มลงมอบจูบอ่อนโยนและหอมหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้แด่เธอ หญิงสาวที่เขาเริ่มเปิดใจรับเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แม้ครั้งนี้อาจจะต้องเจอศึกหนักระหว่างพี่น้องแต่หากต้องเสียอะไรไปอีกก็ขออย่าให้เป็นเธอเลย...อัญญาดา

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น