Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 55 : ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน..?? ขม-ภูมิ

ชื่อตอน : Chapter 55 : ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน..?? ขม-ภูมิ

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 104

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2559 07:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 55 : ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน..?? ขม-ภูมิ
แบบอักษร

 

ขม....................

 

นี่ก็ปีกว่าแล้วที่ไอ้ภูมิมันกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ  ผมยังคิดถึงมันเสมอ มันกลับมาหาผมบ้างเป็นบางครั้งถ้ามีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ส่วนมากจะโทรคุยกันซะมากกว่า พักหลังมานี้นาน ๆ ครั้งเพราะมันใกล้จะสอบ

 

ผมไปหาพี่เรืองที่บ้านก็เห็นพี่เรืองกับพี่กานต์อยู่ด้วยอย่างมีความสุข มาหาพี่เมฆก็แล้วใหญ่ได้พี่ชาเป็นเมีย แถมยังกำลังจะเปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างอีก เห็นพวกพี่ๆมีความสุขกันผมก็ยิ่งคิดถึงไอ้ภูมิมมัน 

 

“มีอะไรวะไอ้ขมสีหน้าดูไม่ค่อยสดชื่น...?”  พี่เมฆถามผมขึ้น คงเห็นว่าผมกำลังนิ่งเงียบอยู่

 

“คิดถึงไอ้ภูมิอ่ะดิ อีกไม่นานมันก็เรียนจบแล้วนี่”  พี่เมฆก็รู้ใจผมซะจริง

 

เฮ้ออออออ เหลียวไปทางไหนก็มีแต่สีชมพู คงเหลือแต่ผมกับพี่เดี่ยวนี่แหล่ะที่ยังไม่รู้จะเป็นยังไงต่อ หลังจากที่คุยกับพี่เมฆเสร็จผมก็ขี่รถกลับมาที่บ้าน นอนเอกเขนกบนแคร่ที่ใต้ถุน

 

“ภูมิมันก็ไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอไอ้ขม...? ป่านนี้ใกล้จะเรียนจบแล้วมั้ง”   แม่เดินลงบันไดกำลังจะไปตลาดเอ่ยถามผมขึ้น ว่าจะลืมๆแล้วดันมีคนมาสะกิดตลอดเนี่ยสิ

 

“ไม่รู้เหมือนกันแม่ เรียนจบมันก็ต้องหางานทำใครอยากจะมาอยู่ที่บ้านนอกหล่ะ”   ผมบอกกับแม่ไป

 

“พูดอย่างกับเอ็งอยากให้มันมาอยู่ที่บ้านเรางั้นแหล่ะ”  แม่หันมาถาม

 

“อุ่ย.....”  ผมเผลอคิดดังไปหน่อยเลยเผยไต๋ให้แม่รู้  ผมได้แต่เงียบไม่ยอมตอบอะไรแม่ไป 

 

และแล้วร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างของพี่เมฆกับพี่ชาก็เสร็จและวันนี้ก็เป็นวันที่เปิดร้านใหม่ ผมกับแม่ก็ไปร่วมแสดงความยินดีด้วย ผมเข้าไปในตัวเมืองซื้อนาฬิกาติดผนังทำเป็นของขวัญให้พี่เมฆ

 

“ขอให้พี่กับพี่ชาทำมาค้าขึ้นเงินทองไหลมาเทมา ขยายร้านให้ใหญ่ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะ ผมดีใจกับพวกพี่ด้วย”  ผมยื่นกล่องของขวัญให้กับพี่เมฆ 

 

“ขอบใจว่ะขม”  พี่ชาอุ้มไอ้แดงยืนอยู่ข้าง ๆ พี่เมฆบอกกับผม

 

คืนนั้นพวกเรานั่งคุยกันสนุกสนานครึกครื้นเพราะไม่บ่อยนักที่พวกเราจะได้มานั่งด้วยกันครบทีมแบบนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อนพวกเราเจอกันที่สามแยกปากหมาแทบทุกคืน ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว พี่ ๆ โตขึ้นก็มีภาระหน้าที่ มีครอบครัวที่ต้องดูแล ผมเข้าใจดี

 

“ถ้ามีไอ้ภูมิอยู่ด้วยก็คงจะดีไม่น้อย”  ผมได้แต่แอบคิดอยู่คนเดียว

 

หลายวันต่อมา

 

วันนี้เป็นวันเกิดไอ้ภูมินี่หว่า มันบอกดึก ๆ จะโทรหา โทรไปเซอร์ไพรส์มันตอนนี้เลยดีกว่า พอคิดได้แบบนั้นผมก็ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออก    

 

“ฮัลโล”   เสียงผู้หญิงรับ ใครวะ...???หรือว่าจะโทรผิด ผมเอาโทรศัพท์มาดูเบอร์ก็ถูกนี่หว่า

 

“จะพูดกับใครคะ...?”   ปลายสายถามผมมา 

 

“ขอสายภูมิหน่อย”  ผมบอกไป

 

“ภูมิอยู่ในห้องน้ำ จะให้บอกว่าใครโทรมา”   แล้วเธอก็พูดขึ้น

 

ทำไมมีผู้หญิงรับสายไอ้ภูมิ ปกติมันอยู่คนเดียวนี่ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร..? และไอ้ภูมิเข้าไปทำไมห้องน้ำ..? พวกมันทำอะไรกัน..? ใจผมเต้นแรงเหงื่อแตกพลั่ก  คำถามมันประดังเข้ามาในหัว

 

“นี่ ยังอยู่มั้ย..?”   เธอถามผมอีกครั้งคงเห็นว่าผมเงียบไป

 

[ใครโทรมาเหรออ๋อม แล้วเสียงไอ้ภูมิตะโกนลอดเข้ามาในสาย

 

[ไม่รู้ค่ะภูมิ สงสัยพวกโรคจิต แล้วเธอก็วางสายไป 

 

ผมชะงักไปตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกมือกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น  คิดถึงแต่หน้าไอ้ภูมิ ขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดเลย เดี๋ยวมันก็คงจะรีบโทรมา ผมได้แต่ภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้น แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่โทร นี่ก็ค่ำแล้วมันก็ยังเงียบ

 

มึงมันโกหก....!!!  ผมก็พอจะเข้าใจความรักระหว่างชายกับชายมันไม่แน่เสมอไป ยิ่งไอ้ภูมิกับผมอยู่ห่างกันด้วยแล้ว ความห่างไกลมักทำให้ใจคนเปลี่ยนไปได้เสมอ ถึงจะทำใจไว้บ้างแต่ถึงยังไงผมก็ยังเจ็บอยู่ดี ตอนที่ได้ยินเสียงผู้หญิงรับสายผมเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก ทำอะไรไม่ถูก ไอ้ภูมิมันก็คงแค่นึกสนุกแค่ได้ปลดปล่อย พอมันได้กลับไปใช้ชีวิตตามครรลองเดิมทุกอย่างมันก็ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ผู้ชายจะสู้ผู้หญิงได้ยังไง มันจะมาจริงจังอะไรกับผม ผมมันก็แค่เด็กบ้านนอกคนนึง พอคิดได้แบบนั้นน้ำตามันก็คลอ หันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เสียงโทรเข้าก็ไม่มี แสงไฟจากหน้าจอก็มืดสนิท  ผมปวดใจขึ้นมา

 

“ทำไมมึงไม่รักษาคำพูด”    ผมรีบปาดน้ำตาแล้วเดินออกจากห้องมา   

 

[ใครโทรมาเหรออ๋อม] เสียงไอ้ภูมิมันยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท  ผมขี่รถไปไม่มีจุดหมาย

 

“ถ้ามึงไม่รักกูแล้ว ทำไมมึงไม่บอกกูซักคำ..? มึงหลอกให้กูรอทำไม..?”  น้ำตาบ้านี่ไหลได้ไหลดี  ผมขี่รถมาหาพี่เรืองเห็นแสงไฟในบ้านยังเปิดอยู่ได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานผมจะเอาเรื่องของผมไปให้พี่เรืองทุกข์ใจด้วยทำไม ผมเลยวกรถกลับไปบ้านพี่ชาต่อ เห็นพี่ชาอุ้มไอ้แดงอยู่ในร้านกับพี่เมฆแล้วพาให้ใจหาย เห็นเค้าอยู่ด้วยกันเป็นคู่หยอกล้อพูดคุยกันแล้วยิ่งทำให้ปวดใจ ผมไม่รบกวนพี่เมฆพี่ชาดีกว่า ผมขี่รถมาออกมาเรื่อย ๆ  ตอนนี้ผมอึดอัดหัวสมองมันตื้อไปหมดอยากมีใครซักคนคอยรับฟังผม คนเดียวที่ยังพอให้ผมคุยด้วยก็คือพี่เดี่ยว ผมขี่รถไปหาพี่เดี่ยวที่บ้าน

 

“มีอะไรวะไอ้ขมมาหากูซะค่ำมืด”   พี่เดี่ยวเดินลงบันไดมาผม  ผมเดินเข้าไปนั่งที่ใต้ถุนบ้าน พี่เดี่ยวก็เดินตามผมมา

 

“ไอ้ขมมึงเป็นอะไรวะ...?”   พี่เดี่ยวถามกับผมอีกครั้ง  ผมได้แต่ก้มหน้านิ่ง

 

“พี่มีเหล้าเหลือติดบ้านไว้บ้างหรือเปล่า..? ผมอยากกินเหล้า”   ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่เดี่ยวน้ำตานองหน้า

 

“ไอ้ขม”  พี่เดี่ยวหน้าเสียขึ้นมาเมื่อเห็นผม

 

“มึงเป็นอะไรวะ...?”  พี่เดี่ยวรีบเข้ามานั่งข้าง ๆ

 

“ไอ้ภูมิมันทิ้งผมไปแล้วพี่”   ฮืออออออ  ผมนั่งก้มหน้าร้องไห้ไม่อายใครอีกแล้ว ผมสุดจะกลั้น

 

“เฮ้ย มึงคิดไปเองหรือเปล่าวะ...? มีอะไรไหนบอกกูดิ๊”   พี่เดี่ยวถามกับผมด้วยความเป็นห่วง

 

“ผมอยากกินเหล้า”   ผมบอกไปอีกครั้ง

 

“เออ เดี๋ยวกูไปเอามาให้”  ว่าแล้วพี่เดี่ยวก็ขึ้นไปบนบ้านกลับมาพร้อมกับขวดเหล้าเถื่อนและกับแกล้ม

 

ผมเทเหล้าเข้าปากไปหลายแก้ว นานแล้วที่ผมไม่ได้กินหนักขนาดนี้เพราะไอ้ภูมิมันย้ำนักย้ำหนาไม่ให้ผมกินเหล้าเยอะ แต่มาตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร ผมจะไปเชื่อมันอีกทำไมในเมื่อมันโกหกผมมาตลอด

 

“ไอ้ขม พอแล้วเดี๋ยวก็ได้น็อคตายหรอก”  พี่เดี่ยวรีบคว้าแก้วเหล้าผมไป

 

“เอาแก้วผมมาพี่ ผมจะดื่มให้มันตายไปเลย อึก”  ผมเริ่มมึนเหล้าเถื่อนมันแรงอยู่แล้ว ยิ่งไม่ได้ดื่มมานานพอกลับมาดื่มอีกทำให้เมาเร็วขึ้น

 

“ไอ้ขมมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”  พี่เดี่ยวถามผม

 

หมับ...!!  ผมคว้าแก้วจากมือพี่เดี่ยวแล้วเทเหล้ากระดกเข้าปาก 

 

“ไอ้เหี้ยภูมิมันมีเมียอยู่แล้ว แต่มันก็มาโกหกผม ผมเสียใจว่ะพี่”   ผมเริ่มหัวสั่นหัวคลอนบอกพี่เดี่ยวไป

 

“มึงรู้ได้ไงวะไอ้ขม...?”   พี่เดี่ยวถามกับผม

 

“ผมโทรไปหามัน แล้วมีผู้หญิงรับ อึก”   ผมกระดกเหล้าเข้าปากอีก

 

“เพื่อนมันหรือเปล่าไอ้ขม”  พี่เดี่ยวพยามยามปลอบใจผม

 

“เพื่อนบ้าอะไรอยู่ในห้องด้วยกันค่ำมืด แถมไอ้เหี้ยภูมิยังอยู่ในห้องน้ำอีก พี่ว่ามันทำอะไรกันอยู่หล่ะ”  ผมได้แต่ก้มหน้ายิ่งคิดยิ่งปวดใจ

 

“ฮืออออออ ผมมันโง่ดันเสือกไปเชื่อใจมัน  ผมมันคนบ้านนอกใครจะมาจริงใจด้วย”   ผมพรั่งพรูออกมาด้วยความคับแค้นใจ

 

“ไอ้ขม”   พี่เดี่ยวได้แต่เรียกชื่อผมเบา ๆ

 

“กูไม่สนใจมึงแล้วไอ้เหี้ย”  ผมกระดกเหล้าเข้าปากไม่ขาด

 

     ♫ ♪ ♪....ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ไสว่าสิมีกันและกัน

       ไสว่าสิฮักแพงกัน ไสว่าสิมีกันตลอดไป

       ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ไสว่าสิมีกันเรื่อยไป

       ไสว่าสิบ่แบ่งใจ ไสว่าสิมีแค่.......เฮา  ♫ ♪ ♪

 

ผมเมาหัวสั่นหัวคลอนแหกปากร้องเพลงไม่สนใจอะไรอีกแล้ว พี่เดี่ยวก็ไม่ได้ว่าอะไรผม คงอยากให้ผมได้ปลดปล่อยออกมาบ้าง

 

“มึงมันคนโกหก กูเกลียดมึง”

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

“โอยยยยยย มึนชิบหาย”  ผมค่อย ๆลืมตาตื่นสะบัดหัวไล่ความเนือยออกแล้วมองไปรอบ ๆ

 

“ไม่ใช่ห้องกูนี่หว่า”  ผมหันไปมองข้าง ๆ เห็นพี่เดี่ยวนอนอยู่ ห้องพี่เดี่ยวนี่เอง ผมก็เคยมานอนบ้านพี่เดี่ยวบ่อย ๆ

 

“ว่าแต่ทำไมมันเย็น ๆ”   ผมก้มมองดูตัวเอง

 

“ชิบหายแล้ว ทำไมกูล่อนจ้อนวะ...?”  ผมรีบดึกผ้าห่มมาคลุม พี่เดียวก็ไม่ได้ใส่เสื้อเหมือนกัน ใส่แต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว

 

“เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย.....????” 

 

 

 

 

................................................................................

To be continue............................

................................................................................

 

 

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ โปรดคอยติดตามนะคะ 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}