อบเชยหอม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่13 restart รีไรท์ล่าสุด (26/7/20)

ชื่อตอน : ตอนที่13 restart รีไรท์ล่าสุด (26/7/20)

คำค้น : วาย รัก มหาลัย yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2563 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13 restart รีไรท์ล่าสุด (26/7/20)
แบบอักษร

""ไอ้เอิร์ธ"

 

"มีอะไร?"

 

"ปล่อยก่อนได้ไหม หายใจไม่ออก" เล่นกอดกูมาตั้งแต่ตอนที่แล้วมันแอบอึดอัดนะเฮ้ย จะเนียนไปแล้ว

 

"อือ" พูดจบมันก็ปล่อยมือจากตัวผมออก แล้วจ้องหน้ายิ้มๆ

"นอนพักเถอะ จะได้หายไวๆ เดี๋ยวกูล้างจานเอง" ผมบอก

"อืม ขอบใจ"

 

หลังจากนั้นผมก็เอาจานอาหารไปล้างที่ห้องครัว ก่อนจะกลับมานั่งข้างเอิร์ธอีกรอบ ส่วนไอ้เอิร์ธก็กำลังนั่งกดไอโฟน6อยู่ ดูอะไรอยู่นะ ผมเผลอยืดคอไปดูมือถือเอิร์ธ

"คิดถึงพี่สาวเหรอ" ผมถามเมื่อเห็นหน้าจอภาพ

"ทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงซักวันเลย" เสียงทุ้มเบาพูด จากนั้นจึงยื่นรูปหน้าจอพื้นหลังมือถือให้ดู ในนั้นมีเอิร์ธ คนที่น่าจะเป็นพี่ชายเอิร์ธ กับผู้หญิงใจดีที่น่าจะเป็นพี่สาว

"พี่อินน่ะอ่อนโยน เอาใจใส่น้องๆมาก พวกเราโตมาด้วยกัน ร้องไห้มาด้วยกัน ยิ้มด้วยกัน ตอนที่พี่ยังอยู่ กูเลยติดพี่สาวแจเลย เขาว่ากันว่ารูปถ่ายเหมือนกับการหยุดเวลาใช่ไหม เพราะงั้นทุกครั้งที่คิดถึงพี่สาว กูก็จะดูภาพนี้ อย่างน้อยตอนนั้นในภาพเขาก็ยังอยู่กับกู ไม่ได้หายไปไหน..." ตาสีนิลทอดสายตานิ่งมองที่ภาพ คงจะเหงาสินะ

"ถ้ามึงเหงา บอกกูได้เลยนะ ถึงจะเเทนที่ครอบครัวมึงไม่ได้ แต่กูจะอยู่ข้างมึงเอง จะไม่หายไปไหนด้วย" ผมบอกพลางจับไหล่ทั้ง2ข้างของมันไว้ ผมอยากเป็นแรงใจให้เอิร์ธ

"จริงเหรอ?"

"จริง ขอแค่มึงบอกว่าเหงา กูก็จะเป็นเพื่อนมึง มีอะไรไม่สบายใจก็เล่าให้ฟังได้ ไม่อยากให้มึงเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว กูอยากฟังเรื่องของมึงนะ "

"ขอบใจนะ"มือใหญ่แตะมือผมที่จับบนไหล่ ในขณะริมฝีปากบางยิ้มอย่างอ่อนโยน เรียกได้ว่าเป็นรอยยิ้มที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเห็นมาเลย

หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก แต่ความเงียบนี้กลับกลายเป็นสิ่งทำให้ใจพวกเราสงบมากว่า ผมรู้สึกเข้าใจเอิร์ธ ถึงแม้จะไม่พูดอะไร เเละผมก็คิดว่าเอิร์ธก็เข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อเหมือนกัน

"จะว่าไปมึลุงหน้าตาน่ากลัวมาหามึงหน้าห้องด้วย"ผมเตือนด้วยความหวังดี

"เขาเป็นคนที่ช่วยดูแลครอบครัวกูเอง ปกติเขาจะเป็นคนเอาค่าขนมมาให้ที่ห้อง ไม่ต้องห่วงหรอก"

"กะ กูไม่ได้ห่วงซัก-"

จ๊อกกกกก

ก่อนที่จะพูดจบ ท้องผมก็ร้องเสียงดังลั่นห้อง

"หึๆ ท้องร้องเสียงดังจัง"

"ก็กูยังไม่ได้กินข้าวนี่หว่า! " ผมว่าเสียงดัง "มึงล่ะทานยัง"

"ยังเลยตั้งแต่เช้า เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องมึงนี่เเหละ ไอ้เกียร์บอกพอไปเอกซเรย์มึงบาดเจ็บหนักกว่าที่คิด กูเลยกะมาเยี่ยม"

"คิกๆ มึงโดนเกียร์หลอกแล้ว กูสบายดี" สงสัยคงเป็นเเผนที่ไอ้เกียร์วางไว้ให้พวกเราเจอกันสินะ

" ก็เออสิ เพราะเห็นเป็นเรื่องของมึงหรอกนะ" เอิร์ธว่า

 

"งั้นเดี๋ยวกูเลี้ยงเอง" ผมเสนอไอเดียก่อนที่จะเดินไปทางประตูหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี

 

หลังจากนั้นพวกผมก็ลงจากห้อง ลงลิฟท์ไปชั้นล่างสุด ณ ชั้นล็อบบี้ที่กว้างสะอาดตา พวกผมพากันเดินไปตามซอยเพื่อไปยังร้านอาหารหน้าปากซอยซึ่งระยะไม่ได้ไกลเท่าไหร่ จึงไม่ได้ขับรถออกมา  พวกผมจึงใช้เวลาแค่10นาทีก็ถึงหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ในตึกแถวโดยมีป้ายหน้าร้านเขียนว่า"นี่ผัดไทยหรือกัญชา" และยังมีข้อความต่อข้างล่างไว้ว่า(กินไปอย่าบ่น)อีกต่างหาก

 

"นี่ เขาคงไม่เอากัญชาใส่ในผัดไทยใช่มะ?" ไอ้เอิร์ธนิ่วหน้าถามราวกับคนที่ถูกนักต้มตุ๋นลอกให้ซื้อยาจากอเมริกาทั้งจริงมาจากจีนแดงพลางพินิจจ้องป้ายชื่อที่แปะไว้ข้างบนร้าน

 

"เห็นงี้ นี่เป็นร้านที่คนเค้าว่าเหมือนเพชรในตมเลยนะ ฮะฮะฮะ" ผมหัวเราะรื่นในขณะที่ย่างเท้าเข้าไปในข้างใน

 

"แค่เห็นชื่อร้าน กูว่าก็คงอยู่ในตมจริงๆฟะ....." มันบ่นอุบอิบพลางเดินตามผมเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้

 

อันที่จริงผมก็เคยมากินร้านนี้หลายครั้งแล้วอ่ะนะ รับรองด้วยiso9001ผ่านมาตรฐานโดยลิ้นผมเองเลยว่าไม่มีกัญชาแน่นอน ก๊ากกก     ส่วนสาเหตุก็คือเจ้าของร้านบอกประมาณว่าแค่นี้บัญชียังแทบจะตัวแดงแล้วจะมีปัญญาที่ไหนมาซื้อกัญชายะ!! ผมว่าที่ร้านมันขายไม่ค่อยดีก็คงเป็นเพราะชื่อร้านด้วยแหละ แต่ก็ไม่ได้พูดไปหรอกครับ กลัวอดแดกไม่พอยังจะโดนตะหลิวบินใส่หัวอีกตะหาก ส่วนที่เงียบอุบไม่บอกไอ้เอิร์ธก็เพราะ นานๆทีจะได้มีโอกาสแกล้งมันให้หน้าบูดคืนบ้างหลังจากที่ผมโดนมานาน ฮ่าๆๆๆๆ เรื่องนี้เหยียบให้มิดเลยนะครับ ไม่งั้นคนโดนเหยียบอาจเป็นผมแทน-_-'    ตัวร้านก็เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปอ่ะครับ ไม่มีอะไรแฟนตาซีไปกว่านั้น มีโต๊ะและเก้าอี้เหล็กหลายตัววางอย่างเป็นระเบียบ มีพัดลมแขวนหมุนติ้วๆอยู่บนเพดาน มีโทรทัศน์เครื่องเล็กติดอยู่ข้างผนังด้านในสุด ในช่วงนี้ที่ร้านจึงไม่ค่อยมีคน ไม่สิ ต้องเรียกว่าไม่มีคนนอกจากพวกผมเลยต่างหาก พวกผมจึงเลือกที่นั่งกันได้ตามสะดวก

 

"เจ๊! ลูกค้ามา!" ผมตะโกนเรียกหญิงสาวอายุราวๆ20กลางๆที่ใส่ผ้ากันเปื้อนซึ่งกำลังเท้าคางดูละครช่วงบ่ายทางโทรทัศน์อยู่

 

"รอก่อนนะ! " เธอคนนั้นซึ่งก็คือเจ้าของร้านพ่วงตำแหน่งแม่ครัวตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจลูกค้าที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้เลย

"อูย!" เอิร์ธร้องพลางเอามือแตะที่หัว

"เกิดไรขึ้น?!"

"ไม่มีอะไร แค่เหงื่อไหลใส่แผลเฉยๆ"

"ขอโทษนะ เป็นความผิดของกูแท้ๆเลย ทำให้มึงกังวลจนไม่ได้กินข้าวยังไม่พอ ไหนจะทำให้มึงต้องเจ็บตัวจากรถชนเเทนกูอีก" ผมก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดในขณะมองร่างสูงที่พันผ้าพันแผลหัวจรดเท้า เป็นแผลทั่วตัวออกยังไม่พอ ร่างกายมันยังผ่ายผอมจนเป็นลมเพราะผม ได้ยินว่าที่เอิร์ธสลบไปตอนนั้นก็เพราะ ไม่ได้กินอาหารเพียงพอด้วยไหนจะขอบตาดำๆดูเหมือนที่ไม่ได้นอนอีก ตอนนี้ร่างกายเอิร์ธดูทรุดโทรมไม่เหลือชิ้นดีราวกับตุ๊กตากระป๋องเลย

 

"มันไม่ได้ผิดที่มึงหรอก"

 

"ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น แต่กูทำให้มึงได้รับบาดเจ็บเลือดออกจนมีแผลเต็มไปหมดด้วย.." ผมเม้มปากแน่น

 

" คิดมากอีกแล้วนะ กูบอกไม่ให้คิดมากไง"

"แต่-"

" อาทิตย์ อย่าทำหน้าแบบนี้ดิ ดูนี่ดีกว่า"

 

ว่าแล้วไอ้เอิร์ธก็หยิบเหรียญ10บาทธรรมดาจากมือขวาขึ้นมา1เหรียญ ส่วนมืออีกข้างที่ไม่มีอะไรก็แบไว้

 

"ดูนะ มีเหรียญนึงอยู่ในมือ. ขยี้เบาๆ เห็นมั้ย?" มันพูดพร้อมใชนิ้วชี้ไปที่มือซึ่งกำไว้

 

"อืม" ผมตอบในขณะจ้องไปที่มือมันอย่างจดจ่อ

 

"หายไปแล้ว" พอมันแบมือออก พริบตาเหรียญก็หายไปแล้ว

 

"อยากรู้ไหมว่าเหรียญหายไปไหน? อยู่นี่ไง" หลังจากนั้นมันก็ยื่นมือไปจับที่หูผมอย่างเบามือ

 

"อ๊ะ!...เฮ้ย!!"             ผมยกมือขึ้นมากุมหูอย่างตกใจเนื่องจากสะดุ้งกับการที่ถูกมือเย็นของไอ้เอิร์ธมาสัมผัสอย่างไม่รู้ตัว แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือเหรียญเงินที่หายไปกลับมาอยู่ที่มือของไอ้เอิร์ธอีกครั้ง หลังจากที่จับหูผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไอ้เอิร์ธไม่ได้แตะต้องตัวผมเลย แล้วเหรียญมันจะมาอยู่ที่หูผมได้ยังไงกัน ด้วยความสงสัยนี้จึงทำให้เบิกตากว้างในขณะที่หันไปมองเหรียญเงินสลับกับหน้าไอ้เอิร์ธอย่างงงงวย

 

"หืม จุดอ่อนของมึงอยู่ที่ใบหูเหรอ?"

 

ไอ้เอิร์ธที่ดูเหมือนจะพอใจกับปฎิกิริยาที่ได้เห็นแอบลอบขำเล็กน้อยก่อนที่ตาสีน้ำตาลเข้มของมันจะฉายประกายความขี้เล่นอีกครั้ง ผมล่ะไม่แปลกใจเลยที่ไม่ว่าใครต่อใครต่างก็หลงเสน่ห์มัน

 

"กะ ก็ มือมึงเพิ่งจับแก้วน้ำเย็นๆมาแล้วเสือกมาจับหูแบบไม่ทันตั้งตัวอีก ใครจะไม่ตกใจบ้างวะ ว่าได้เมื่อกี้มึงทำได้ยังไง?"

 

"อยากรู้เหรอ?"

 

"อืม! ก็เมื้อกี้กูก็จ้องจนตาแทบจะทะลุแล้ว กูยังไม่เก็ตเลย" ผมพยักหน้าหงึกพลางพูดอย่างสงสัย

 

"หึๆ มายากลเขาไม่บอกกันง่ายๆหรอก มึงแค่เห็นแต่ไม่ทันได้สังเกตเท่านั้นเอง"

 

"อ้าว ไอ้นี่ทำให้อยากแล้วจากไปซะงั้น!" กวนตีนนะมึง

 

"ถ้าอยากรู้จริงๆจะบอกก็ได้ แต่มีเงื่อนไขนะ" เอาอีกแล้ว รู้สึกถึงความปวดจิตที่ได้จากแต่ละข้อเสนอซึ่งมันเคยเสนอมา ไม่มีอะไรที่ผมได้เปรียบเลยซักครั้ง

 

" อะ อะไร?" ผมถามอย่างหวาดๆ ถึงแม้จะไม่วางใจเงื่อนไขที่มันจะเสนอมา เนื่องจากประสบการณ์ความปวดหัวที่ผมได้พบเจอมายิ่งกว่าเรื่องจริง ผ่านจอ แต่ความอยากรู้ที่มีมากกว่าก็ชนะไปอย่างขาดลอย

 

"คราวหน้าถ้าว่างไปเที่ยวด้วยกันนะ กูอยากเที่ยวไปกับมึง " เสียงทุ้มนุ่มนวลซึ่งตอนท้ายแฝงความจริงจังพูดขึ้น

 

"หืม แค่นั้นเองเหรอ ได้ดิ" ไม่น่าเชื่อว่าอย่างมันจะเสนอรีเควสง่ายๆเป็นกับเขาด้วย

 

"ตกลงแล้วนะ" พูดจบ ใบหน้าหล่อเหลาก็เผยรอยยิ้มที่สุดแสนจะดึงดูดให้เห็น เป็นรอยยิ้มที่ถึงขนาดผมที่เป็นผู้ชายด้วยกันถึงกับรู้สึกใจสั่นเลยทีเดียว

 

หลังจากนั้นไอ้เอิร์ธก็หยิบเหรียญ10บาทขึ้นมาถือด้วยปลายนิ้วทั้ง5นิ้ว

 

"ดูดีๆนะ นี่เขาเรียกว่าfrench drop  แล้วคราวนี้ก็เอานิ้วโป้งของมืออีกข้างสอดไปพร้อมกบกำแล้วถึงปล่อยใหเหรียญตกลงไปที่มืออีกข้างนึง แล้วกำมือข้างที่มีเหรียญโดยชี้ไปที่ที่มืออีกข้างเพื่อเบนความสนใจ แล้วก็เอามือที่กำไว้เนี่ยไปจับที่คนดู แล้วหยิบเหรียญออกมา นี่ไง" ไอ้เอิร์ธบอกในขณะที่หยิบเหรียญขึ้นมาโชว์อีกครั้ง

 

"กูหลงกลง่ายๆแค่นี้อ่ะนะ?" ผมทำหน้าเจื่อนที่ถูกกลง่ายๆหลอกเอา

 

"เออ กูถึงได้บอกไงว่ามึงแค่เห็นแต่ไม่ได้สังเกตมัน ถ้าดูดีๆกลนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย"

 

"ผัดไทยได้แล้วจ๊ะ" เสียงของเจ๊ดึงขัดขึ้นด้านข้างโต๊ะ  หลังจากนั้นจานผัดไทย2จานก็ถูกเสิร์ฟ

 

"ผมสั่งแค่ผัดไทยธรรมดา ไม่ไดสั่งห่อไข่ใส่กุ่งนะครับ" ไอ้เอิร์ธพูด

 

ข้างหน้าไอ้เอิร์ธ คือ จานผัดไทยใส่กุ้งห่อไข่ขนาดใหญ่จนพูนเรียกได้ว่าแทบไม่มีที่ว่างในจานเลย

 

"อ้อ พี่แถมให้คะ ถือว่าเป็นเซอวิสของทางร้าน น้องจะได้มาหาพี่ เอ้ย! มากินบ่อยๆไง"

 

"เจ๊ครับ แล้วไหงผมได้แค่เนี่ยอ่ะ?"             ตรงข้ามจานของไอ้เอิร์ธคือจานผัดไทยดาดๆของผมที่ไม่มีออฟชั่นเสริมใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ขนาดยังน้อยกว่าไอ้เอิร์ธเกือบครึ่งอีกต่างหาก

 

"ก็นานๆที จะมีหนุ่มหล่อมาเข้าร้านให้ชื่นใจเลยต้องแถมให้ซักหน่อย ส่วนน้องอาทิตย์ก็... คิดเอาเองละกัน ฮิๆ" ว่าเสร็จแล้วเจ๊แกก็เดินกลับไป

 

หนอย!!! เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้เลยนะเจ๊!!! เปาวุ้นจิ้นอยู่ไหน!? ขอความยุติธรรมให้ผมหน่อยเถอะะะ ถึงยังไงก็ตามผมก็ยังคงเคี้ยวผัดไทยแก้มตุ่ยๆต่อไป ผ่านไปซักพักผมจึงนึกได้ว่าผมควรชวนไอ้เอิร์ธคุยบ้าง เพราะอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับมันมากขึ้น ที่พวกเราเข้าใจผิดกัน ก็เนื่องจากพวกเราไม่รู้จักกันดีมากพอเลยกลายเป็นเรื่องแบบนี้ ตัวเองก็อยากจะรู้จักเอิร์ธให้มากขึ้น อยากเข้าใจเขามากขึ้น

 

"ที่บ้านมึงทำอาชีพอะไร? อยู่มาตั้งนานแล้วยังไม่รู้เลย"

 

"บ้านกูทำธุรกิจโรงแรม"

 

"โห โปรไฟล์ดีหยั่งกับพระเอกละคร ไว้เรียนจบ ตกงานเมื่อไหร่กูขอไปสมัครงานโรงแรมมึงนะ ฮ่าๆ"

 

" กูจะเตรียมตำแหน่งเด็กยกกระเป๋าไว้ให้ หรือจะเอาตำแหน่งเลขา?" เอิร์ธยกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

"เลขาเขาต้องเอาผู้หญิงสวยๆป่ะวะ"

 

"ไม่เป็นไร เหมือนกัน หึๆ"

 

"ใจคอมึงจะให้กูอยู่รับใช้ไปตลอดเลยเหรอ?" ผมหัวเราะ

 

"หึๆ จะอยู่กับกูไปตลอดชีวิตก็ได้นะ"

 

"กะจะให้กูอยู่กินกับมึงเหรอไง ตลกล่ะ ฮ่าๆๆ"

 

"ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นป่ะ ฮ่ะๆ แล้วบ้านมึงทำอะไร?"

 

"พ่อกูเปิดโรงเรียนสอนมวยไทย ส่วนแม่ทำอาหารขาย"

 

"ไม่น่าล่ะ หมัดมึงถึงหนักเกินตัวขนาดนี้"

 

"ตัวใหญ่กว่ามึง กูก็ล้มมาแล้ว ขอบอก" ผมยืดอก ด้วยประสบการณ์ที่ถูกสอนมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้ผมสู้เก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใครมาหาเรื่อง ผมต่อยคางแตกหมด คนที่ดูถูกว่าผมเตี้ยแล้วเข้ามาหาเรื่อง อยากบอกว่าเสร็จผมหมดอ่ะ หมายถึงเสร็จแบบลงไปเป็นศพนะครับ ไม่ได้หมายถึงแบบอื่น ฮ่าๆ

 

"หึๆ เก่งจังครับ" เอิร์ธชมผมเหมือนเด็กๆ

"ไว้วันหลังไปเที่ยวบ้านกูไหม"ผมยิ้ม

"ก็ดี จะได้ไปเเนะนำตัว สวัดดีพ่อแม่มึงด้วย หึๆ" เอิร์ธยิ้มกริ่ม

 

"เออ แล้วมึงรู้มายากลกี่กลวะ?" ผมถาม

 

"ซัก5-6กลได้มั้ง"

 

"ถามจริง มึงรู้ไว้ทำไมฟะ?"

 

"ถ้าตรงๆเลยคือไว้จีบสาว รู้แค่ไม่กี่กลก็หากินได้แล้ว" นั่นไง กูว่าแล้ว ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบี้บ้างฟะ

 

"สอนกูหน่อยดิ จะไว้เอาไปโชว์สาวบ้าง"

 

"ไม่"

 

" อ้าว ทำไมวะ?"

 

"ถ้ามึงจะเอาไปจีบสาวก็ไม่สอน"

 

หรือว่าไอ้เอิร์ธจะ..........

 

"แค่นี้มึงก็เนื้อหอมจะตายอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่ากูจะแย่งผู้หญิงมึงหรอก " รูปหล่อ พ่อรวย เรียนเก่งแค่นี้มันก็ไปแข่งกับพระเอกช่อง3ได้แล้ว

 

"ปัญหาไม่ใช่ตรงนั้น อีกอย่างมึงไปเอาความมั่นใจผิดๆมาจากไหนว่าจะแย่งผู้หญิงจากกูได้ ดูสารรูปด้วย ไอ้เตี้ย"

 

"เจ๊ก็ว่างั้น"

 

"เหวอ! เจ๊โผล่มาทำไมเนี่ย?!"

 

"มาคิดเงินไง ทั้งหมด120บาท" ทีเรื่องเงินมาไวยิ่งกว่าcar for cashอีกนะครับเจ๊

 

"แปบนึงครับ ขอล้วงกระเป๋าตังค์ก่อน"

 

"ทั้งหมด120บาทนะครับ" พูดจบ ไอ้เอิร์ธก็ยื่นแบงค์จำนวนพอดีไปจ่ายให้

 

"หยุดก่อน! ที่บอกไว้ เดี๋ยวมื้อนี้กูเลี้ยงเอง"

 

"แค่เบ๊คนเดียวกูเลี้ยงได้ ถือว่าตอบแทนที่มึงช่วยทำงานให้กูมาตลอดแล้วกัน"

 

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินออกจากร้านด้วยกัน ถึงแม้จะมีเหน็บกันบ้างหรือไอ้เอิร์ธหวงวิชา เพราะ กลัวผมจะแย่งสาวมันไปหมดก็เถอะ ฮ่าๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าเปลี่ยนไปก็คือ หลังจากที่พวกเราทะเลาะกันแล้ว เหมือนระยะห่างของพวกเราจะน้องลงไปด้วย รู้สึกว่าคุยกันได้มากกว่าเดิม แถมยังเชื่อใจอีกฝ่ายขึ้นด้วย ผมแอบยิ้มให้กับความคิดตัวเองในขณะที่มองใบหน้าของไอ้เอิร์ธเช่นกัน

 

"อาทิตย์ ต่อไปนี้พวกเรามาอยู่อย่างเท่าเทียมนะ" เอิร์ธพูดเสียงเเผ่วเบา

 

"ห๊ะ?"

 

"ไม่ต้องทำงานให้กูอีกแล้ว กะ กูแค่อยากอยู่กับมึง อยากอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่มากกว่า" ตอนนี้หูไอ้เอิร์ธแดงแปร๊ดเรียบร้อยแล้ว

 

"หืม มึงอยากอยู่กับกูเหรอ?" ผมนี่ยิ้มกริ่มเลย ได้ทีต้องขี่หมาไล่ครับ ฮ่าๆ

 

"เออ อยู่กับมึง มันสนุกดีก็แค่นั้น แล้วกูก็รู้สึกมันไม่ยุติธรรมที่ทำกับมึงแบบนี้" ปากบางเม้มแน่น

 

"งั้นกูจะอยู่เป็นเพื่อนมึงต่อก็ได้" เอาจริงๆผมก็ดีใจที่ได้อยู่กับไอ้เอิร์ธต่อเหมือนกัน อยู่กับมันก็ไม่เลวหรอกนะครับ จริงๆมันก็เป้นคนแอบใจดีแบบที่อยู่นานๆถึงจะส่องเห็นเหมือนตะไคร่ในบ่อปลาอ่ะครับ ฮ่าๆๆ

 

"มาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม ถ้าเคยทำให้เสียความรู้สึก กูขอโทษนะ อาทิตย์" คิ้วเรียวสวยของเอิร์ธตกวูบ ดวงตาหลุบต่ำอย่างรู้สึกผิด​ สงสัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันจะเข็ดน่าดู แล้วผมก็ได้รู้ว่าภายใต้หน้ากากเย็นชาของเอิร์ธนั้นมีความรักและซื่อสัตย์อย่างลึกซ่อนอยู่ หัวใจของผมถึงกับพองโต

 

"อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ กูไม่เก็บมาคิดมากอยู่แล้ว" ผมแกล้งเอาแขนชนตัวมัน ทำให้รอยยิ้มบางกลับมาบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง

 

"จากนี้กูจะพยายามทำตัวให้ดีขึ้น รู้ไหมตอนมึงบอกเกลียดกู กูเสียใจมาก ห้ามบอกเกลียดกู แล้วก็อย่าไล่กูไปจากมึงอีกนะ เข้าใจไหม?"

 

"มึงนี่ก็ขี้เหงาผิดคาดเนอะ" ผมกลั้นยิ้มจนตาเป็นสระอิ ตอนนี้เอิร์ธหยั่งกับเด็กเลยอ่ะ

 

"ถ้าเพื่อจะได้จับมือกับมึง กูจะยอมเป็นคนขี้เหงาก็ได้ ขอมือให้คนขี้เหงาคนนี้ได้ไหมครับ"

 

มือใหญ่ยื่นมาทางผม ผมจึงกำตอบ มือใหญ่ประสานนิ้วกับมือผมแน่นเหมือนกลัวสูญเสียไป

 

"งั้นกลับห้องกันเถอะ อาทิตย์"

 

"อืม เอิร์ธ^^" ผมยิ้มกว้างที่สุดในรอบวันให้ไอ้เอิร์ธซึ่งยิ้มกลับให้ผมอย่างอ่อนโยน

 

"จับมือแล้วห้ามปล่อยตลอดชีวิตนะ"

 

"ตลอดชีวิตก็เว่อร์ไป เอาเป็นว่าแค่ตอนที่พวกเรายังยืนข้างกันละกัน"

 

"ถ้างั้นกูจะยืนข้างมึงไปตลอดชีวิตเลย พวกเราจะได้จับมือกันตลอดไป"เอิร์ธว่า

 

พวกเรายิ้มให้กัน สายลมพัดมา กิ่งไม้โยกไปมาส่งเสียงแก่ก เม็ดกรวดบนทางเดินสะท้อนแสงอาทิตย์สว่างเจิดจ้า พวกเรายังคงจับมือกัน และค่อยๆเดินกลับห้อง เพิ่งรู้ว่ามือไอ้เอิร์ธมันอุ่นขนาดนี้นะเนี่ย...

 

........

คืนดีกันแล้วไม่ต้องห่วงแล่วนะ ปล.ตอนนี้รีไรท์เนื้อหาใหม่เพราะไม่สนุกจ้า

ความคิดเห็น