อบเชยหอม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่13 พี่น้อง (26/5/19)

ชื่อตอน : ตอนที่13 พี่น้อง (26/5/19)

คำค้น : วาย รัก มหาลัย yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13 พี่น้อง (26/5/19)
แบบอักษร

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกผมก็ไปมหาลัยด้วยกันเป็นปกติ ถึงเมื่อคืนไอ้เอิร์ธจะดูท่าเจ็บเจียนตายซะขนาดนั้น แต่ดันขับรถได้เป็นปกติเฉย พอถึงมหาลัย พวกเกียร์ก็รีบเข้ามาถามไถ่อาการเอิร์ธด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะหมอกที่โทษตัวเองว่าทำให้พวกผมทะเลาะกันไม่หยุด จากนั้น ก็เลยนั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร

 

"ตอนที่ทำแล็ป ถึงรำคาญ แต่ก็อย่าแกะผ้าพันแผลนะ" ผมกำชับ

"ครับ" เอิร์ธยิ้มแฉ่ง

" เย็นนี้ห้ามไปเล่นบาสด้วย เเผลยังไม่หายดี เข้าใจไหม"

"ครับๆ^^"

"ดูมีความสุขจัง นี่มึงเจ็บจริงป่ะเนี่ย-*-"

" เป็นห่วงซะหยั่งกับผัวเมียมือใหม่ พวกมึงแอบได้เสียกันโดยไม่บอกกูใช่ป่ะ" เกียรร์ว่า

"ถ้าจเป็นห่วงกัน คอยดูแลกันขนาดนี้ พากันเดินเข้าประตูวิวาห์เถอะ" หมอกบอก

"งานแต่งขอแบบโต๊ะจีนนะ กูอยากกินเป็ดปักกิ่ง"คุณบอก

"จะถึงขั้นวางแผนในงานเพื่อ?! กูกับเอิร์ธเป็นแค่เพื่อนว้อย " ผมตะโกน

"ครับ เพื่อน" จะเน้นเสียงคำว่าเพื่อนทำไมฟะ ไอ้เกียร์-*-

"กูแค่รับผิดชอบที่ทำให้เอิร์ธเจ็บตัวตะหาก! ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น"

"กูเชื่อๆ" หมอกพูดอย่างเหนื่อยหน่าย

"อย่ารับปากส่งๆดิวะ!"

"อ้าว ได้เวลาเรียนแล้ว เอิร์ธลุก" เกียร์บอก

"งั้นเย็นนี้ กูมารับ รอที่คณะนะ ไอ้เตี้ย" เอิร์ธยิ้มกว้าง

"โอเค "

 

หลังจากนั้นเอิร์ธกับเกียร์ก็เดินกอดคอกันออกจากโรงอาหารไป เออเเม่งสนิทกันดีวุ้ย

 

"หืม คืนดีกันแล้วใช่ป่ะ"หมอกยิ้ม

"อืม ก็นะ ไอ้เอิร์ธก็ไม่ใช่คนเเย่อะไรนี่นา"

"แล้วอย่างนี้แปลว่ามึงจะอยู่กับมันต่อใช่ป่ะ"

"เปล่า จากนี้ก็คงเป็นแค่เพื่อนปกติที่เจอหน้ากันตามมหาลัยนี่ล่ะ" เอิร์ธยกเลิกสัญญาไปแล้วด้วย...

"น่าเสียดาย แต่กูกับเกียร์กล้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนที่ไอ้เอิร์ธอยู่กับมึง มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลย ยิ้มง่ายขึ้นด้วย"

 

"มันควรกลับมาเป็นสิ่งที่ควร แบบนี้ดีแล้ว..." ผมบอกเสียงเบา จะให้ผมกลับไปบอกเอิร์ธว่ามาอยู่ด้วยกันได้ไง ในเมื่อผมอาละวาดที่จะไม่อยู่กับมันเอง....

"เออ วันนี้อ.ศุภชัย มีควิซด้วย มึงจำได้ยังว่าปัจจุบันระบบราชการมีกี่แท่ง" หมอกพูด

"เราเคยเรียนเรื่องนี้ด้วยเหรอวะ จำไม่เห็นได้เลย " ผมอ้าปาค้าง ตูนั่งเรียนห้องเดียวกันมันจริงเปล่า

"เออสิ สงสัยมึงหลับมั้ง งั้นเดี๋ยวก็สรุปให้ฟังก่อนสิบ รีบเข้าห้องเถอะ"

 

หลังจากไปสู้กับควิซมหาโหดไมว่าจะเป็นระบบราชการมีกี่เเท่งเอย ระบบข้าราชการแบบซี พรบ.ข้าราชการพลเรือนเอย ในที่สุดก็เอิร์ธก็มาขับรถมารับผมกลับคอนโดด้วยกัน 

"จะว่าไปเมื่อวันก่อนมีคนลุงหน้าดุมากมาหามึงด้วย"

เอี๊ยด! 

"โอ้ย!"

 

จู่ๆ เอิร์ธก็เหยียบเบรคอย่างเเรงจนหัวผมเกือบทิ่ม

"ขอบใจที่บอก" สีหน้าเอิร์ธไม่สู้ดีผิดกับตอนเช้าลิบลับ

"เป็นอะไรเปล่า"

"เปล่า ว่าแต่มึงมีพี่น้องไหม สนิทกันดีเปล่า" เสียงทุ้มถาม

"กูเป็นพี่คนกลาง มีพี่สาวหนึ่งคน มีน้องอีกหนึง ก็ตีกันบ้างตามประสาพี่น้อง แต่ก็สนิทกันดี ทำไมเหรอ"

 

"ไม่มีอะไร" หลังจากนั้นเอิร์ธก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ผมจึงทอดสายตามองท้องฟ้านอกหน้าต่างที่มืดสนิท เมฆสีดำแพร่กระจายทั่วฟ้าราวกับจะมีลางร้ายมาเยือน สังหรณ์ใจไม่ดีเลย และหลังจากนั้นผมก็ได้รู้คำตอบที่ไม่ควรรู้จนได้

 

เมื่อถึงคอนโด หน้าห้องเอิร์ธก็มีผู้ชายหน้าบากคนเดิมกับชายหนุ่มรูปหล่อน่าจะอายุมากกว่าผม2ปี ยืนรออยู่ด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์

 

"พะ พี่โอ๊ค" พรืบตานั้นเอิร์ธก็หน้าถอดสีทันที

"ครั้งที่แล้วฝากลุงมาบอก แต่มึงไม่อยู่ เข้าเรื่องเลยละกัน อาชวนมึงไปไหว้หลุมศพพี่อิน แต่กูไม่ให้มึงไป คนอย่างมึงไม่มีสิทธิไป!" 

ผมขมวดคิ้ว ทำไมถึงพูดกับน้องชายตัวเองแบบนี้ เป็นพี่ภาษาอะไรฟะ!

"ไอ้เตี้ยนั้นเป็นเพื่อนมึงเหรอ งั้นจะบอกให้ก็ได้ว่าไอ้นี้ทำให้ต้องเสียพี่อิน พี่สาวแท้ๆไป! มันทำให้พี่ต้องตาย!" 

พอได้ยินดังนั้นปากเอิร์ธก็สั่นระริก 

"เพราะมึงทำให้ครอบครัวเราแตก หลังจากพี่โดนรถชนตาย แม่ก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า กูต้องสูญเสียพี่อินกับแม่ไปก็เพราะมึง เพราะ มึงทำให้ครอบครัวพังทลาย!"

"ผะ ผมขอโทษ" เสียงทุ้มสั่นเครือ

"ขอโทษแล้วมันช่วยได้ไหม! !" พี่โอ๊คตะโกนพลางบีบแขนเอิร์ธเต็มแรง เลือดจากแผลที่ยังไม่หายสนิทค่อยๆซึมผ่านผ้าพันแผลสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาของเอิร์ธเหยเกอย่างเจ็บปวด แต่ไอ้พี่นี่ก็ไม่มีทีท่าจะหยุดเลย 

 

ผมกัดฟันกรอด ข่มความโกรธที่แทบจะทะลักออกมา นี่มันน้องแท้ๆนะเว้ย พี่บ้าอะไร แทนที่เห็นน้องเจ็บพันผ้าเกือบทั้งตัว แต่ไม่คิดจะถามไถ่ซักนิด ขนาดผมเป็นคนนอกยังห่วงเอิร์ธเลยนะ แถมยังทำร้ายน้องตัวเองหน้าตาเฉย เอิร์ธไม่มีทางเป็นอย่างที่เขาพูดแน่ๆ เพราะ ผมรู้ดีว่าความจริงเอิร์ธเป็นคนอ่อนโยนมาก แต่แค่ไม่บอกเท่านั้นเอง ไม่งั้นมันคงสู้พี่กลับไปแล้ว แต่ที่ไม่ทำ ก็เพราะ ไม่อยากทำร้ายพี่ตะหาก ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ทั้งที่เอิร์ธใจดีกว่าใคร แต่คนเป็นพี่ดันไม่รู้เลยซักนิดเดียว...

"โอ้ย!" สิ้นเสียงร้องของเอิร์ธ วินาทีนั้นเองความเดือดดาลก็พุ่งถึงขีดสุด ราวกับฟิวส์ในหัวขาดสะบั้น ร่างกายไปไวเท่าความคิดรู้ตัวอีกที ผมก็โดดถีบพี่โอ๊คเสียแล้ว

"อ้าก!" ร่างใหญ่ลอยไปอัดกำแพงด้านข้างพร้อมแขนเอิร์ธที่หลุดจากพันธนาการ ความโกรธเกรี้ยวชักนำให้ผมกระชากคอเสื้อคนตัวใหญ่กว่าอย่างไม่เกรงกลัว

"พอสักที! ไม่เห็นเหรอเอิร์ธเจ็บอยู่! มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ความผิดของเอิร์ธซักหน่อย!" 

"อย่างมึงจะไปรู้อะไร! เข้าใจไหมว่าเวลาเสียคนรักไป มันเหมือนหัวใจถูกฉีก รู้ไหมมันเจ็บขนาดไหน!" ใบหน้าของพี่บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดพลางตะโกนเสียงดัง

"แล้วคิดว่าตัวเองเจ็บอยู่คนเดียวเหรอไง! เอิร์ธก็เจ็บไม่แพ้กันนั่นล่ะ! เลิกโทษเอิร์ธได้แล้ว ทั้งที่เหลือกัน2คน พี่ก็ควรช่วยประคับประคองน้องสิ แต่พี่กลับ! ขอพูดในฐานะที่เป็นพี่เหมือนกันเถอะ เวลามีปัญหา พี่น้องก็ควรช่วยผ่านมันไปด้วยกันสิ! มันถึงจะเรียกว่าครอบครัวน่ะ!!" ผมตะโกน

 

!!!!!

 

พี่โอ๊คสะดุ้งเฮือก ตาเขาเบิกโพลง สีหน้าดูตกใจมาก

"ยะ อย่ามาสอนกู จะทำยังไงก็เรื่องของกู!" ใครจะไปยอมให้ทำร้ายเอิร์ธมากกว่านี้

ฟึบ! ผมเอียงคอหลบหมัดอย่างสวยงาม ก่อนที่ผมจะเหวี่ยงหมัดคืน มือเอิร์ธก็ฉุดแขนผมไว้

"หยุดเถอะ ย้งไงเขาก็พี่กู..." หน้าของเอิร์ธบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด รู้สึกได้เลยว่ามือที่จับแขนผมไว้เบาเหลือเกิน ....

 

"กลับไปซะ ถ้าไม่คิดจะทำหน้าที่พี่ ต่อไปนี้ในฐานะเพื่อนสนิทมัน ผมจะดูแลเอิร์ธเอง"

ผมยอมปล่อยคอเสื้อ บอกตามตรงมันน่าเจ็บใจ แต่เอิร์ธคงเจ็บมากกว่าผมซะอีก จากนั้นชายหน้าบากก็เข้ามาพยุงพี่โอ๊คให้ลุกขึ้นยืน

 

"กลับกัน" สิ้นเสียงของผู้เป็นนาย ชายหน้าบากก็ประคองพี่แล้วเดินจากไปโดยไมหัน่หลังมาดูเอิร์ธแม้แต่นิดเดียว

 

หลังจากเข้ามาในห้องเอิร์ธแล้ว พวกเราก็เข้ามานั่งริมระเบียง คืนนี้ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงดาว บรรยากาศเงียบสงัดประกอบกับเหตุการณ์ที่เมื่อครู่ ทำให้หดหู่ใจจนพูดอะไรไม่ออก จู่ๆ เอิร์ธที่เอาแต่เงียบก็พูดขึ้นมาในขณะที่ทอดสายตาไปไกล

 

"...ตั้งแต่เด็กแล้ว แม่กับพี่สาวเป็นคอยดูแลพวกเราทุกอย่างอย่างหนักมาตลอด เพราะพ่อของพวกเราไปทำงานที่อเมริกา เลยแทบไม่กลับบ้าน โดยเฉพาะพี่อินน่ะเหมือนกับแม่คนที่2เลย คอยทำอาหาร สอนการบ้านพวกเราแต่เด็ก กูกับพี่โอ้คก็เลยรักพี่อินมากๆ พอพี่เขาตาย แม่ก็เศร้า ไม่ยอมออกมาข้างนอก เอาแต่เก็บตัวในห้อง พี่โอ๊คก็เสียใจแล้วก็โกรธกูมาก ก่อนที่อะไรๆจะแย่กว่านี้ กูเลยยอมออกจากบ้านมา แล้วก็มาอยู่ที่นี้ซะเอง พี่จะได้ไม่โกรธกูอีก..."

"...ถ้าไม่สบายใจ จะเล่าให้กูฟังก็ได้นะ" ผมบอก จากนั้นเสียงทุ้มติดสั่นจึงค่อยๆพูดออกมา

"ตอนที่พี่อินถูกรถชนมันอยู่ในความคิดเสมอ แม้กระทั่งอยู่ในฝัน วันนั้น มันเป็นวันที่ปกติมากวันนึง กูกับพี่ออกไปซื้อของด้วยกัน อากาศมันร้อนมาก กูเลยบอกให้ไปรอที่รถก่อนจะได้ไม่ร้อน ตอนที่พี่กำลังข้ามถนน จู่ๆ ก็มีคนเมาขับรถพุ่งชนมา ตัวพี่ลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะตกลงพื้นอย่างจัง เลือดย้อมถนนเป็นสีแดง ตอนที่เห็นมือกูเย็นเฉียบเรี่ยวแรงหายไปทั้งตัว พยายามชันขาเท่าไหร่ก็ลุกไม่ขึ้น กูยังจำกลิ่นคาวเลือดนั้นได้จนถึงตอนนี้อยู่เลย แล้วตอนนั้นกูก็ได้รู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกก็คือความตาย เพราะมันพรากสิ่งที่เรารักไปตลอดกาล..."

 

ใบหน้าหล่อเหลารูปไข่ปกคลุมด้วยความเศร้าหมอง ส่วนภายในตาสีนิลก็สั่นระริก ตอนที่ได้ยินนั้นเองหัวใจผมก็เจ็บขึ้นมาราวกับถูกมีดเฉือน

 

"ถ้าวันนั้นกูไม่พูดแบบนั้นออกไป ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้ พวกเราก็คงยังอยู่ด้วยกัน แม่ก็คงไม่เป็นโรคซึมเศร้า พี่ก็คงไม่เกลียดกู ทุกคนก็คงมีความสุขมากกว่านี้ มันเป็นความผิดของกูเอง กูเป็นคนไล่ให้พี่อินไปตาย... ฮึก" 

"มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ความผิดมึงซักหน่อย อย่าโทษตัวเองสิ...." 

 

ขอบตาผมร้อนผ่าว เมื่อได้ยินเสียงทุ้มแตกพร่า ถ้ามันโทษตัวมาตลอด ใจมันคงพังไปหมดแล้ว ผมจึงเข้าไปกอดร่างสูงที่สั่นเทาไว้ บางครั้งการปลอบใจที่ดีที่สุดก็คือ การกอดนิ่งๆให้เขารู้ว่ายังมีเราอยู่ตรงนี้ ใบหน้ารูปไข่ซบไหล่ผมอย่างไร้เรี่ยวแรง รู้สึกว่าไหล่ผมเปียกเล็กน้อย หัวใจผมตกวูบ อย่าบอกนะว่ามันกำลังร้องไห้...

 

"ฮึก ถ้าตอนนั้นกูเป็นคนที่ตายแทนได้ก็คงดี จะได้ไม่ต้องมาต้องมาทนเจ็บแบบนี้ ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดกับกูด้วย กูแค่อยากเหมือนครอบครัวอื่น แค่อยากมีความสุขธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่อยากได้อะไรมากกว่านี้เลย..."เสียงสั่นพร่าพูด 

"อยู่กับกูไม่ต้องอดทนก็ได้ อยากร้องก็ร้องเถอะ อ่อนแอบ้างก็ได้ มึงก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน "ผมบอกเสียงเบา 

"ฮึก" พอได้ยินดังนั้น หยดน้ำตาก็พรั่งพรูจากแก้มขาวไม่ขาดสาย มือใหญ่กำเสื้อข้างหลังผมจนยู่ยี่ ในขณะที่แผ่นหลังกว้างสะอื้นจนตัวโยน เสียงสะอื้นเบาๆดังสะท้อนท้องฟ้าที่มืดมิด เอิร์ธเป็นคนร้องไห้เงียบๆสินะ

"ใครจะมาสนใจกู!" 

 

ที่ผ่านมาเอิร์ธดูโดดเดี่ยว ไม่มีใครในบ้านสนมันซักคน คำพูดที่เอิร์ธเคยพูดตอนแรก ความจริงมันก็แค่ต้องการใครซักคนให้มาใส่ใจมันเท่านั้นเอง นั้นคือเสียงขอความช่วยเหลือจากใจจริงของเอิร์ธที่มีเพียงผมที่รู้ แต่ผมกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย... 

 

บางทีสิ่งธรรมดาอย่างการได้อยู่กับครอบครัว คอยได้รับความรักจากพวกเขา มีคนช่วยปลอบประโลมในวันที่อ่อนแอ มันคงเป็นสิ่งที่เอิร์ธอยากได้มากที่สุดในตอนนี้ก็ได้....

"ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร" ผมบอกเสียงสั่นพร่าไม่แพ้ร่างสูง ในขณะลูบแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทิ้มเบาๆ 

คงจะเจ็บปวดมากสินะ เอิร์ธ พอเห็นเอิร์ธร้องไห้ขนาดนี้ ความเจ็บปวดบางอย่างทิ่มแทงเข้ามาในอกผมราวกับจะกรีดแทงหัวใจให้ขาดเป็นชิ้นๆ เวลาเอิร์ธเจ็บ ผมก็รู้สึกเจ็บไปด้วย

" ขออยู่แบบนี้อีกแปบนึงได้ไหม" นัยน์ตาของมันพร่ามัว เสียงที่ผมได้ยินก็สั่นเครือ

"อืม ได้สิ..." ผมยังคงปล่อยให้มันเอามือทั้งสองมาโอบข้างหลังไว้พลางเอาหัวซุกบนไหล่ซ้ายของมันตามเดิม อย่างน้อยตอนนี้สิ่งที่ผมทำได้ก็มีเพียงแค่มอบอ้อมกอดให้มันเท่านั้น

ทุกคนล้วนมีแผลในใจ แต่บาดแผลในใจเอิร์ธมันลึกยิ่งกว่าผมคาดไว้เสียอีก แล้วผมก็ได้รู้ว่าคนภายนอกที่ดูแข็งกร้าวเย็นชา ความจริงแล้วเขาก็ร้องไห้เป็นเหมือนกัน...

 

.....(ต่อจ้า)

 

ถึงเพิ่งรู้จักเอิร์ธได้ไม่นาน แต่การที่พวกเราอยู่ด้วยกันเกือบ24ชม. ก็ทำให้ผมรู้จักเอิรธดีกว่าใคร ถึงภาพนอกจะดุร้าย เอาแต่ใจ แต่ลึกๆกลับคนอ่อนโยนต่อคนสำคัญของจัวเองเสมอ ถึงแม้การวางตัวที่แข็งกร้าวและความปากแข็งจะซ่อนความใจดีไว้ก็ตาม น้อยคนที่จะรู้แต่ผมก็เป็น1ในนั้น จึงอยากเป็นกำลังให้ในตอนที่เขาต้องการใครซักคน ถ้าช่วยเอิร์ธได้ก็คงดี

มีจดหมายสอดใต้ประคู? พออ่านดู มันบอกให้มาพบที่หลังลานจอดรถตอนเที่ยงครึ่ง

คนที่ทำแบบนี้ได้ น่าจะมีแค่ชายหน้าบาก คงวนกลับมาส่งให้ อนึ่ง ตอนนี้เอิร์ธไปเรียนเช้ส ส่วนผมเรียนบ่ายจึงอยู่ที่ห้อง

 

Trrrr มือถือดึงขึ้น

 

[ทำไมวันนี้เอิร์ธดูซึมๆ มึงอกหักมันอีกแล้วใช่ไหม] เกียร์พูด

"ไม่ใช่ พี่ชายเอิร์ธมาเมื่อคืน"

[ไม่น่า แย่เลยสิ] เกียร์ว่า

"กูเผลอเตะพี่เขาไปด้วย"

[ทำไมทำงั้นฟะ ไอ้บ้า!]

"พอเห็นเอืร์ธโดนทำร้าย ก็เลือดขึ้นหน้านี่หว่า ยังไงก็ฝากดูเอิร์ธด้วย"

[ได้ อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามละกัน]

ผมเก็บมือถือลง ก่อนจะไปที่ลาน ใต้หอนาฬิกาห็มีชายหน้าบากยืนอยู่

"ขอโทษแทนนายน้อยด้วยนะครับ" คงหมายถึงพี่ชายเอิร์ธสินะ

"ผมก็ขอโทษครับ เขาคงเจ็บมาก"ผมก้มหัวลง

"หืม ก็ดูไม่ใช่เด็กก้าวร้าวนี่นา"

"ตอนที่พี่เขาบีบแขนเอิร์ธ มันโดนแผลเอิร์ธผมก็เลย..."

"ท่าคุณหนูเอิร์ธจะได้เพื่อนที่ดีนะ เมื่อวานขอบคุณที่ห้ามนะครับ ผมเป็นแค่คนใช้เลยห้ามไม่ได้ แต่เมื่อวานจะทำให้นายน้อยคิดอะไรได้หลายอย่างทีเดียว ทำเอาเข็ดน่าดู พอคุณหนูอินเสีย คุณท่านก็ไม่สนใจอะไร ปล่อยนายน้อยจนเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางมากไป... เอาตรงๆคุณเป็นคนแรกที่กล้าต่อกรกับนายน้อยเลย ไหนๆก็ไปพบนายน้อยไหมครับ"

ผมตามลุงไปที่รถสีดำที่จอดอยู่ กระจกรถเลื่อนลงพร้อมกับสายตาคมเหมือดมีดของพี่ที่จ้องราวกับหยั่งเชิง เอาวะ ยังไงก็ต้องทำเพื่อเอิร์ธ

"เมื่อวานผมขอโทษ แต่ยังไงเอิร์ธก็คิดว่าคุณเป็นพี่ เมื่อวานเขาร้องไห้ด้วย เอิร์ธเลือกโทษตัวเองทุกอย่าง ในใจคงเจ็บไปหมดแล้ว เพราะงั้นช่วยใส่ใจเอิร์ธมากกว่านี้เถอะครับ!" พูดจบผมก็ลงไปก้มไหว้ต่ำสุดหัวจนเรียกได้ว่าแทบกราบพื้น

พี่ตาโตก่อนจะส่งเสียงต่ำออกมา

"ทำไมถึงทำเพื่อเอิร์ธขนาดนี้"

"ก็เพราะเขาเป็นเพื่อนผม เหตุผลแค่นี้ก็พอแล้ว"

"ไอเตี้ยรอยู่นี่ล่ะ แล้ววันหลังก็อย่าก้มหัวให้เขาง่ายๆอีกล่ะ"

 

พูดจบเขาก็ออกจากรถ เดินขึ้นไปคอนโด สักพักเขาจึงเดินกลับมาพร้อมเอิร์ธ บางทีคงเจอเอิร์ธตอนกลับมาพอดี จากนั้นจึงขึ้นรถ

"จะพาเอิร์ธไหน?!"

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็มา" เอิร์ธยิ้มแหย

 

เสียงเครื่องยนต์สตาร์ทดังกระหึ่ม จากนั้นจึงขับออกไป เหลือแค่ควันสีเทาๆ ก่อนเอิร์ธจะลับสายตาไป

 

ผ่านไป3ชม. แล้วยังไม่กลับมาเลยจะเป็นไงบ้างนะ หวังว่าพี่คงไม่ทำร้ายเอิร์ธอีกนะ

"กลับมาแล้ว" เอิร์ธเปิดประตูเข้ามาในห้อง

"เป็นไงบ้าง"ผมถามอย่างเป็นห่วง

"ช่วยไปเป็นเพื่อนกูอีกรอบได้ไหม" 

 

พวกเรานั่งรถมาด้วยกัน1ชม.ถัดมา ก็มายังวัดแถวไกลเมือง จากนั้นจึงไปยังสุสาน ระหว่างทางเดิน มีป้ายหลุมศพไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนชรา ผู้ใหญ่เรียงราย จากนั้นเอิร์ธก็หยุดอยู่หน้าป้ายหลุมศพ ซึ่งมีผลไม้และธูปถูกจุดไม่นาน

 

"อยู่ๆ พี่ก็ลากมาเลยไม่ได้เอาดอกไม้มาให้ นี่กุหลาบขาวที่พี่ชอบ" พูดจบเอิร์ธก็วางช่อดอกไม้ไว้ตรงหน้า 

"หลังจากพี่เสีย ทั้งแม่กับพี่โอ๊คก็เปลี่ยนไปมาก ผมเหงามากเลยครับ ถ้าได้เจอพี่อีกครั้งก็คงดี มีเรื่องที่อยากบอกอีกเยอะเลย..." 

 

มือใหญ่จุดธูปปักลงกระถางพร้อมกับพนมมือไหว้ จากนั้นเอิร์ธก็ทอดสายตามองป้ายหลุมศพไม่ไหวติง ภายในตาสีนิลดูเศร้าโศก คงคิดถึงพี่สาวมากแน่ๆ

 

ผ่านไปชั่วโมง ธูปที่เคยยาวถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น ดวงตะวันคล้อยขอบฟ้า แต่ดวงตาสีนิลก็เอาแต่เหม่อมองป้ายหลุมศพอย่างเคว้งคว้าง

 

"เริ่มมืดแล้ว ดึกๆกลางสุสานอันตราย กลับกันเถอะ"

"......."

 

เอิร์ธยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมขยับไปไหน ตาของเขาจ้องป้ายหลุมศพอย่างว่างเปล่าราวกับอยู่ในจมดิ่งทะเลแห่งความสูญเสียเป็นเวลานาน ตลอดมาไม่ได้คุยกับครอบครัวเลย คงรู้สึกโดดเดี่ยวมากสินะ ลึกๆมังคงหวังให้ใครซักคนมาช่วยมันออกจากความทุกข์นี้อยู่แน่ ผมจึงตัดสินใจจะช่วยเอิร์ธเอง จากนั้นผมจึงเเตะไหล่กว้างอย่างเเผ่วเบา

 

"พี่อินไม่ได้หายไปไหนหรอก เขายังอยู่กับมึงเสมอนั่นเเหละ..."

"ตรงไหนล่ะ เห็นชัดๆว่าเขาไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว"เสียงแผ่วเบาพูด

"ตรงนี้" ผมชี้ไปที่กลางอกของร่างสูง ซึ่งก็คือตรงหัวใจ...

"ตราบใดที่มึงยังนึกถึงเขา เขาก็จะอยู่ในหัวใจของมึงตลอดไป..."

"ในใจกูงั้นเหรอ..."ใบหน้าหล่อเงยหน้าขึ้น

"ใช่ อย่างน้อยถ้ายังจำเขาได้ เขาก็มีชีวิตในฐานะความทรงจำที่ดีที่สุดของมึงเสมอ" ผมวางมือบนไหล่กว้าง

"ดูนั้น" ผมชี้ไปทางดวงอาทิตย์สีแสดที่กำลังตกดิน ส่องเเสงแสดยามเย็น

 

"บังเอิญเนอะ กูชื่ออาทิตย์ ส่วนมึงแปลว่าโลก ต่อให้อาทิตย์ลับขอบฟ้า อาทิตย์ก็ยังอยู่ข้างโลกตลอดเวลา ดังนั้นกูจะไม่ปล่อยให้โดดเดี่ยว จะไม่หายไปไหน จะอยู่ข้างมึงเอง"

ดวงตาสีดำขลับเบิกกว้าง สีหน้าของเอิร์ธผสมทั้งความเศร้า หวาดหวั่นและตกใจ

" กูว่าพี่สาวมึงก็คงอยากเห็นมึงยิ้มมากกว่าเหมือนกัน พี่ยังไงก็อยากน้องมีความสุขอยู่แล้ว เพราะงั้นเลิกเศร้าเถอะ ถึงจะแทนที่พี่อินไม่ได้ แต่จากนี้กูจะคอยอยู่เป็นเพื่อน แล้วก็ดูเเล ทำอาหารให้เหมือนเดิมด้วย ไม่ว่าอยากทำอะไร กูจะทำเป็นเพื่อนมึง จะสนับสนุนทุกอย่างที่กูมีเลย" ผมบอกเสียงหนักแน่น

"...ที่พูดเพราะสมเพชกูใช่ไหม ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้"เสียงแผ่วเบาพูด แต่ผมว่าลึกแล้วๆเอิร์ธคงอยากให้ใครอยู่ด้วยซักคนแน่นอน ไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวในโลกนี้หรอก

"กูยังไม่ได้ใช้หนี้ที่มึงช่วยกูตอนรถชนเลย กูถือคติบุญคุณต้องทดแทนด้วย ถือว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันล่ะกัน มึงช่วยกู กูช่วยมึง ไม่เห็นน่าสมเพชสักนิด มันก็แค่การแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมที่มึงเคยบอกตอนแรกไง "ผมยืดอกขึ้น สำหรับคนรักศักศรีดิ์แบบเอิร์ธ พูดแบบนี้คงดีสุดแล้ว

ดวงตาสีนิลเบิกกว้าง จากนั้นจึงหลับตาแล้วเปิดออกช้า ก่อนที่จะหัวเราะออกมา เเม้แต่ดวงตาก็ยิ้มไปด้วยราวกับจันทร์เสี้ยว 

"เข้าใจแล้ว การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมสินะ... งั้นต่อไปนี้มาอยู่ด้วยกันต่อได้ไหม?"

"อยากอยู่กับกูต่อเหรอ" ผมกระพริบตาถี่

"อยู่กับอาทิตย์ก็สนุกดี แค่นั้นล่ะ" แต่ตอนนี้หูเอิร์ธแดงแปร๊ดเลยครับ

"อืม ได้สิ"ผมฉีกยิ้ม ความจริงผมเองก็อยากอยู่กับเอิร์ธต่อเหมือนกัน เวลาอยู่กับมันก็สนุกดี

"หิวแล้ว ไปกินข้าวกันไหม"ผมถาม

"เอาสิ งั้นไปกินบะหมี่ใต้คอนโดกันไหม กูเลี้ยงเอง" เอิร์ธยิ้ม

"ได้เลย^^"

เมื่อทะลุออกจากสุสาน พวกผมก็เดินตามทางหินกรวด รอบข้างมีหญ้าขึ้นรกชัด ข้างทางมีต้นปีบปลูกเรียงแถวยาวสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศตอนนี้มืดสลัว ไม่มีแสงไฟเลยให้ความสว่างซักดวง ถ้าเป็นปกติผมคงกลัวขนหัวลุกแล้ว แต่พอได้เดินข้างเอิร์ธ ผมกลับไม่รู้สึกกลัวเท่าไหร่แหะ ผมแอบหัวเราะความคิดตัวเองขณะมองหน้าเอิร์ธไปด้วย

 

"อาทิตย์ ต่อไปนี้พวกเรามาอยู่อย่างเท่าเทียมนะ" จู่ๆเอิร์ธก็พูดเสียงเเผ่วเบา

"ห๊ะ?"

"ไม่ต้องทำงานให้กูอีกแล้ว กะ กูแค่อยากอยู่กับมึง อยากอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่มากกว่า" ตอนนี้หูไอ้เอิร์ธแดงแปร๊ดเรียบร้อยแล้ว

"หืม อย่างมึงอ่ะนะ?" ผมนี่ยิ้มกริ่มเลย ได้ทีต้องขี่หมาไล่ครับ ฮ่าๆ

"เออ แค่ได้อยู่กับมึง ก็สนุกแล้ว อีกอย่างกูก็รู้สึกมันไม่ยุติธรรมที่ทำกับมึงแบบนี้ มาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม ถ้าเคยทำให้เสียความรู้สึก กูขอโทษนะ อาทิตย์" คิ้วเรียวสวยของเอิร์ธตกวูบ ดวงตาหลุบต่ำอย่างรู้สึกผิด​ สงสัยตอนที่ผมโวยไป มันจะเข็ดน่าดู ท่าทางจะสำนึกผิดจริงๆ

"อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ ถึงจะเคยหงุดหงิดมึงบ้างนิดหน่อย แต่อย่างกูไม่เก็บมาคิดมากอยู่แล้ว" ผมแกล้งเอาแขนชนตัวมัน ทำให้รอยยิ้มบางกลับมาบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง

"เอาเป็นว่าที่ผ่านมากูผิดเอง มึงจะโกรธกูก็ไม่แปลก แต่ตอนที่ทะเลาะกับมึง มันทำให้รู้ว่าพอไม่ได้อยู่กับมึง กูเองก็เหงา เพราะงั้นต่อไปนี้กูสัญญาจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นนะ"

"ไม่คิดว่าอย่างมึงจะเหงาด้วย มึงนี่ก็ขี้เหงาผิดคาดเนอะ" ผมกลั้นยิ้มจนตาเป็นสระอิ ตอนนี้เอิร์ธหยั่งกับเด็กเลยอ่ะ

"เพื่อจะได้จับมือกับมึง กูจะยอมเป็นคนขี้เหงาก็ได้ ขอมือให้คนขี้เหงาคนนี้ได้ไหมครับ" มือใหญ่ยื่นมาทางผม ผมจึงกำตอบ มือใหญ่ประสานนิ้วกับมือผมแน่นเหมือนกลัวสูญเสียไป

"มีใครบอกไหมว่าเป็นคนอบอุ่น โดยเฉพาะมือของมึงน่ะ..." เสียงทุ้มพูดในขณะที่มือใหญ่กอบกุมมือผมแน่นขึ้น

"จริงเหรอ^^" ผมอมยิ้ม

"จริงสิ งั้นกลับห้องกันเถอะ อาทิตย์"

"อืม เอิร์ธ^_^" ผมยิ้มกว้างที่สุดในรอบวันให้ไอ้เอิร์ธซึ่งยิ้มกลับให้ผมอย่างอ่อนโยน

"จับมือแล้วห้ามปล่อยตลอดชีวิตนะ"

"ตลอดชีวิตก็เว่อร์ไป เอาเป็นว่าแค่ตอนที่พวกเรายังยืนข้างกันละกัน"

"ถ้างั้นกูจะยืนข้างมึงไปตลอดชีวิตเลย พวกเราจะได้จับมือกันตลอดไป"เอิร์ธว่า

พวกเรายิ้มให้กัน สายลมพัดมา กิ่งไม้โยกไปมาส่งเสียงแก่ก เม็ดกรวดบนทางเดินสะท้อนแสงจันทร์อย่างอบอุ่น พวกเรายังคงจับมือกัน และค่อยๆเดินกลับโดยมีแสงดาวนำทางไป เพิ่งรู้ว่ามือไอ้เอิร์ธมันอุ่นขนาดนี้นะเนี่ย...

 

.........................

 

ขอโทษที่มาดึก จะมีคนอ่านไหมเนี่ย>~< ขอโทษนะคะที่ผ่านมาที่เขียนไม่สนุกนะคะ จากนี้ไปจะเขียนให้ดีขึ้น อยากบอกว่าการคอมเม้นต์ของคนอ่านเป็นfeedbackที่ดีมากๆ ทำให้คนเขียนรู้ว่าตอนไหนดี ตอนไหนเขียนแย่ เพราะฉะนั้นช่วยคอมเม้นด้วยนะคะ จะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ ตอนต่อไปจะกลับไปเฮเฮเหมือนเดิมเเล้วนะ^^

 

ปล1. ตอนที่เขียนว่าrewrite คือเขียนเปลี่ยนเนื้อหานิดหน่อย เพราะรู้สึกไม่ดี เพราะงั้นเบื่อกลับไปย้อนอ่านได้นะ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}