Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 41 : ความภูมิใจ

ชื่อตอน : Chapter 41 : ความภูมิใจ

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 102

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2559 07:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 41 : ความภูมิใจ
แบบอักษร

 

 

เรือง....................................

 

หลังจากที่ผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วผมก็เริ่มลงมือทำตาม ผมอ่านหนังสือซ้ำไปซ้ำมาจนเข้าใจแทบจะจำทุกคำในหนังสือก็ว่าได้ 

 

“พ่อวันนี้ผมจะเข้าไปในเมือง พ่อไปด้วยกันมั้ย...?”   ผมตะโกนถามพ่อที่กำลังนั่งสานสุ่มไก่อยู่ใต้ถุนบ้าน

 

“เอ็งจะไปทำอะไรวะไอ้เรือง...?”   พ่อถามผมขึ้น

 

“ผมจะไปซื้อลูกปลามาปล่อยกับต้นมะพร้าวมาปลูกซักหน่อย”    ผมบอกพ่อไปตอนนี้น้ำก็เต็มทั้งสองสระแล้ว

 

“ห๊ะ....!! ต้นมะพร้าว เอ็งจะเอามาปลูกที่ไหนไอ้เรือง...?”  พ่อรีบถามเพราะบ้านนอกเราที่เห็นก็มีแต่ต้นตาลที่ปลูกตามคันนาหรือหัวไร่ปลายนาเท่านั้น

 

“ผมจะเอามาปลูกรอบ ๆ ขอบสระ เอาไว้กันหน้าดินพังแถมลูกมันยังเอามาขายได้ด้วยนะพ่อ”   ผมบอกไป 

 

“เออ เข้าท่าแฮะ ไปๆๆ”   พ่อละมือจากงานสานสุ่ม  แล้วนั่งรถซาเล้งเข้าเมืองไปกับผมเพื่อไปซื้อต้นมะพร้าวกัน  ผมเลือกซื้อต้นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ยได้เกือบสี่สิบต้นซาเล้งขนได้แค่ไม่กี่ต้นเจ้าของร้านบอกว่าที่เหลือจะเอาไปส่งให้ เสร็จแล้วผมกับพ่อก็ไปซื้อลูกปลาต่อ 

 

“เอ็งจะเอาปลาอะไรไปปล่อยไอ้เรือง...?”  พ่อถามผมขึ้น 

 

“ปลาดุกกับปลานิลพ่อ”   ตามที่ได้อ่านจากตำรา ปลาดุกจะหากินเศษอาหารก้นบ่อ ส่วนปลานิลจะเป็นปลาที่อยู่ผิวน้ำ การเลือกปลามาปล่อยต้องเลือกปลาที่ไม่กินกันเอง หากินของใครของมัน และปลาพวกนี้ก็โตเร็วด้วย

 

พอซื้อของครบแล้วผมก็พาพ่อกลับบ้าน ไปซื้อของทีก็เกือบครึ่งค่อนวัน ผมรีบเอาปลาไปปล่อยที่สระกลัวมันตาย ในสระผมโยนไหลของบัวสายกับผักกระเฉดเอาไว้ก่อนหน้าหลายวันแล้วเพื่อให้เป็นที่หลบของลูกปลา แถมสายบัวกับผักกระเฉดยังเอามาทำกับข้าวได้อีกด้วย พอผมทานข้าวกลางวันเสร็จรถก็มาส่งต้นมะพร้าวให้  ผมรีบขนไปที่นาของผมแล้วรีบลงมือปลูกที่ขอบสระน้ำทันที  ผมเห็นพ่อแบกจอบเดินมาหาผม

 

“พ่อไม่ต้องช่วยก็ได้ ผมทำเอง”  ผมอยากให้พ่อพักผ่อน สานกระบุงสานตะกร้าอยู่ที่บ้านจะได้ไม่เหนื่อย

 

“เฮ้ย ไม่เป็นไรข้ายังไม่แก่ซักหน่อย ขุดหลุมแค่นี้สบาย”   พ่อผมยังดูแข็งแรงอยู่ถึงแม้อายุจะมากแล้วก็ตาม อาจเป็นเพราะทำไร่ทำนามาตลอดเหมือนกับการออกกำลังกายไปในตัว  ผมกับพ่อช่วยกันขุดหลุมปลูกต้นมะพร้าวจนถึงเย็น

 

“พ่อ พี่เรือง สวัสดีค่า”   เสียงรินเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล  รินกับกานต์เดินตรงมาหาผม

 

“ปลูกต้นมะพร้าวเหรอเรือง..? เดี๋ยวชั้นช่วย”   ว่าแล้วกานต์ก็พับแขนเสื้อช่วยผมปลูกต้นมะพร้าว ส่วนรินก็เอาแต่นั่งมองลูกปลาที่ลอยขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำอย่างสนใจ

 

จนค่ำพวกผมก็ปลูกต้นมะพร้าวกันจนเสร็จ ต้นมะพร้าวดีอย่างไม่ต้องรดน้ำอะไรมาก ปลูกที่ขอบบ่อใกล้กับน้ำอยู่แล้ว 

 

อาบน้ำทานข้าวเสร็จผมก็นอนอ่านหนังสือของผมอยู่บนเตียง  กานต์เดินเข้ามาในห้อง

 

“นายจะทำอะไรต่อไปอีกเรือง...?”  กานต์ถามผมขึ้น

 

“ชั้นจะเริ่มทำแปลงปลูกผักเอาไว้กินไว้ขาย แต่ชั้นไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือย่าฆ่าแมลงหรอกนะ” 

 

“บ้านเรามีขี้วัวขี้ควายเยอะแยะ”   ผมบอกกับกานต์ไป  กานต์ได้แต่พยักหน้ารับ

 

ผมนิ่งเงียบไปซักพัก

 

“นายกำลังคิดอะไรอยู่....?”   กานต์คงเห็นว่าผมเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

 

“ตอนนี้เราแบ่งที่นาออกเป็นส่วน ๆ ส่วนแรกเราก็ขุดสระเลี้ยงปลา อีกส่วนชั้นก็จะทำแปลงผูกผัก อีกส่วนก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าว ที่เหลืออีกส่วนนายว่าเราจะปลูกผลไม้อะไรดี...?”   ผมหันไปมองหน้ากานต์

 

“ชั้นก็เคยอ่านหนังสือตามแนวทางทฤษฎีใหม่ ตามหลักแล้วเขาให้ปลูกแบบผสมผสานนะเรือง เพราะผลไม้มันไม่ได้ออกลูกออกผลตรงกัน บางอย่างออกช่วงหน้าฝน บางอย่างออกช่วยหน้าแล้ง เราก็จะมีผลไม้เอาไว้กินไว้ขายตลอดปีไง

 

“เออ... จริงด้วย นายนี่เก่งชะมัด ม่ะ.... หอมแก้มที”   ผมเดินเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มกานต์ไปฟอดใหญ่

 

“นายว่าเราจะประสบผลสำเร็จมั้ย....?”   ผมถามกานต์ขึ้น

 

“ต้องประสบผลสำเร็จสิเรือง เราค่อย ๆ ทำไป พวกผักพวกปลามันใช้เวลาน้อยเราก็จะได้ผลผลิตก่อนช่วงที่รอผลไม้มันโตเพราะต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ กว่ามันจะออกผล”  กานต์อธิบายบอกกับผม  ผมกอดกานต์เอาไว้แน่น

 

“ชั้นโชคดีที่มีนายเป็นคู่ชีวิตนะกานต์” 

 

หลังจากที่วางหลักวางเป้าหมายกันแล้ว  ผมก็เริ่มลงมือทำต่อ ผมทำแปลงปลูกผักเอาไว้หลายแปลง แม่ก็มาช่วยผมปลูกผักด้วย  ผมปลูกทุกอย่างที่กินได้ และกินทุกอย่างที่ปลูก ทั้งพืชผักสวนครัว คะน้า กวางตุ้ง แตงกวา มะเขือ พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผมแทบไม่ได้ซื้ออะไรที่ตลาดเลย ผักผมงามน่าทานเพราะผมไม่ได้ใช้สารเคมี ใช้แต่ขี้วัวขี้ควาย ส่วนพวกแมลงที่มากัดกินผัก ผมก็ใช้น้ำสกัดชีวภาพสมุนไพรไล่พวกแมลงเช่นต้นสะเดากับตะไคร้หอม ทำตามที่ตาราบอกทุกอย่าง  ส่วนพ่อก็ไปดูแลพวกผลไม้ ผมลงเอาไว้หลายอย่าง ทั้งมะม่วง ชมพู่ แก้วมังกร น้อยหน่า กระท้อน  ผมกับพ่อปลูกเอาไว้เป็นสัดเป็นส่วน ถ้ามันออกผลผมจะมีผลไม้ไว้กินไว้ขายตลอดทั้งปี

 

ชีวิตผมทุกวันนี้มีแต่ความสุขที่ได้เห็นผลผลิตซึ่งผมกับครอบครัวได้ช่วยกันลงมือทำ  เห็นมันออกดอกออกผลผมก็ดีใจภูมิใจ เช้ามาผมกับพ่อแม่ก็พากันออกไปที่ไร่ที่สวน  ส่วนชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็ได้แต่พาวัวพาควายลงทุ่งเพื่อไปกินหญ้ารอให้ฝนตกมาอีกรอบถึงจะได้ลงมือดำนาอีกครั้ง

 

“ผักเอ็งงามนี่หว่าไอ้เรือง เอาไปขายในเมืองได้เลยนะเนี่ย”   ลุงชุมเดินเข้ามาหาผม

 

“ผมก็ว่าอยู่เหมือนกันลุง ผมจะลองเอาไปขายที่ตลาดในเมืองดู”    ผมคิดเอาไว้แล้วผักผมออกมาเยอะขายแค่ตลาดในหมู่บ้านคงไม่พอ  

 

“กานต์เดี๋ยวรดน้ำผักเสร็จเราเข้าไปในตัวเมืองกัน”  ผมหันไปบอกกับกานต์ที่กำลังง่วนอยู่กับการถอนต้นหญ้าออกจากแปลงผักรินก็มาช่วยด้วย

 

“อื่อ”   กานต์หันมายิ้มให้กับผม

 

ผมกับกานต์นำผักที่ปลูกเข้าไปขายในตลาดตัวเมือง  พอพวกพ่อค้าแม่ค้าเห็นผักของผมเข้าก็พากันเหมาจนหมด และบอกให้ผมเอาผักมาส่งให้เป็นประจำอีกด้วย

 

“ดีมากเลยนะเรือง ตอนนี้เราก็มีตลาดแล้วเราไม่ต้องเอาไปนั่งขายเองปลูกอย่างเดียวเลย”   กานต์ยิ้มบอกกับผม

 

“อื่อ”   ตอนนี้ก็เหลือแต่ผลไม้ที่รอให้ออกดอกออกผลเท่านั้น

 

วันเวลาผ่านไป  ผมเริ่มได้ผลผลิตปลาที่เลี้ยงไว้โตพอที่จะจับขายได้  มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาซื้อถึงบ้าน พอขายไปผมก็หาซื้อลูกปลามาเลี้ยงใหม่ ส่วนผักก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปลูก มองตลาดว่าช่วงไหนผักอะไรที่ขายดีราคาดีผมก็ปลูกผักชนิดนั้น แต่ถ้าช่วงไหนผักราคาตกผมก็เลี่ยงที่จะไม่ปลูกชนิดนั้น

 

“ไอ้เรือง ข้าอยากมาขอความรู้เอ็งซักหน่อยจะได้มั้ยวะ..?”   ลุงชุมเดินเข้ามาหาผมที่สวนผัก  ผมยิ้มกว้างให้กับลุงชุม

 

“ได้สิลุง” 

 

“ข้าอยากจะทำอย่างเอ็งมั่ง เอ็งช่วยสอนข้าหน่อยสิไอ้เรือง”   ลุงชุมคนที่เคยบอกกับผมว่าจะขุดสระให้เสียที่นาทำไม  ลุงชุมคนที่เคยถามผมว่าปลูกแล้วจะเอาไปขายที่ไหน ตอนนี้ความคิดลุงชุมเริ่มเปลี่ยนเพราะเห็นผักเห็นปลาผมให้ผลผลิตขายได้ตลอดมีเงินหมุนเวียนไม่ต้องรอปลูกข้าวทีก็ได้เงินที ปีไหนน้ำท่าไม่ดีข้าวเสียหายก็ไม่มีรายได้อะไรเข้ามาแถมยังไปเป็นหนี้เป็นสินเขาอีก

 

ผมค่อย ๆ อธิบายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ลุงชุมฟัง ลุงแกไม่มีลูกมีหลานผมเลยบอกให้แกค่อย ๆ ทำไป ทำเท่าที่กำลังเรามีถ้าสำเร็จก็ขยับขยายภายหลังเอา หลังจากลุงชุมนั่งฟังที่ผมอธิบายจนลุงเริ่มจะเข้าใจ

 

“เข้าท่าแฮะไอ้เรือง ทำแบบเอ็งมีผักมีปลากินตลอดทั้งปี แถมยังเอาไปขายได้อีก น้ำท่าก็มีใช้ไม่ต้องรอพึ่งฟ้าพึ่งฝน วันพรุ่งข้าจะรีบเข้าเมืองไปจ้างรถมาขุดสระอย่างที่เอ็งบอก ขอบใจโว้ยไอ้เรืองที่ทำให้คนแก่อย่างข้าได้เปิดหูเปิดตา หูตาได้กว้างขึ้น”   ลุงชุมบอกกับผม  ตอนนี้ลุงชุมก็เริ่มเปลี่ยนความคิดของแกเริ่มรับเอาแนวความคิดใหม่เข้ามาบ้างแล้ว ผมดีใจสิ่งที่ผมทำมันไม่ใช่แค่ทำประโยชน์ให้กับครอบครัวผมเท่านั้น ยังทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้อีกด้วย  ผมหันหน้าไปทางทิศเหนือแล้วยกมือไหว้ท่วมหัว ผมไม่รู้หรอกว่ากรุงเทพฯมันอยู่ตรงส่วนไหน อยู่ทางทิศไหน  ผมแค่อยากจะไหว้พระองค์ท่านที่ชี้ทางสว่างให้กับผม ถ้าไม่มีพระองค์ท่านผมคงไม่มีวันนี้ ผมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้

 

 

 

.......................................................................

To be continue.....................

......................................................................

 

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงทีกรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ใครที่คิดถึงขมตอนหน้ามาแน่ค่ะ และจะมีเรื่องราวอะไรอีกโปรดคอยติดตาม

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}