สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 28 ว่าที่สะใภ้ไฮโซ (คิดจะร้ายต้องใช้สมองไม่ใช่ร้องกรี๊ดๆ)

ชื่อตอน : บทที่ 28 ว่าที่สะใภ้ไฮโซ (คิดจะร้ายต้องใช้สมองไม่ใช่ร้องกรี๊ดๆ)

คำค้น : นางร้าย Facety Girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.7k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2559 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 28 ว่าที่สะใภ้ไฮโซ (คิดจะร้ายต้องใช้สมองไม่ใช่ร้องกรี๊ดๆ)
แบบอักษร

 

 

 

 

#

 

 

 

 

 

 

นี่เรายังไม่มีลูกกันหรอ? ผลิตเลยดีมั้ยครับ? # หมอวินอยากเป็นพ่อแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 28 ว่าที่สะใภ้ไฮโซ (คิดจะร้ายต้องใช้สมองไม่ใช่ร้องกรี๊ดๆ)

 

            “คุณเมครับ เดือนหน้าแม่ผมจะจัดงานการกุศลอีกแล้ว” คุณหมอวินชวนคุยขณะที่เรากำลังนอนเล่นกันอยู่บนเตียง เพิ่งตื่นนั่นเอง

            “งานอะไรคะ?” ทำไมไฮโซชอบจังงานแบบนี้ เป็นฉันนะจะจัดงานวัด สนุกกว่าอีก

            “หารายได้ให้มูลนิธิเด็กยากไร้ครับ มีเล่นละครด้วย คุณเมสนใจมั้ยครับ?”

            “ไม่ดีกว่าค่ะ งานแบบนี้คุณหญิงคุณนายต้องดันลูกหลานตัวเองให้แจ้งเกิดกันแน่ๆ อย่าให้เมไปบดบังรัศมีของพวกนางเลย” เพราะฉันสวยกว่าและแสดงดีกว่านั่นเอง

            “แต่ผมถูกบังคับให้เล่นด้วยนะครับ” ฉันหันไปมองคุณหมอวินอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะยอมเล่นละครด้วย

            “บทอะไรคะ?” ไม่เห็นต้องถามเลยใช่มั้ย

            “พระเอกขี้ม้าขาวสิครับ”

            “โบราณมาก ตอนนี้พระเอกที่ไหนขี้ม้าคะ อ่อ เฟอร์รารี่แน่เลย”

            “คุณเมไม่อยากมาเป็นนางเอกของผมหรอครับ” ใครจะให้ฉันเล่นบทนางเอก เดี๋ยวนะ

            “เรื่องอะไรคะ มีบทเลิฟซีนมั้ย?” ฉันไม่มีทางยอมให้คุณหมอวินของฉันไปจูบกับคนอื่นแน่

            “มีสิครับ หลายฉากเลย ผมเลยอยากเล่นกับคุณเม”

            “เมไปเล่นไม่ได้หรอกค่ะ ต้องติดต่อผ่านต้นสังกัด และอีกอย่าง..ไม่มีใครเอานางร้ายไปเป็นนางเอกด้วย หมอเล่นกับคนอื่นก็อย่าไปหวั่นไหวนะคะ แล้วก็อย่าจูบจริงเด็ดขาด” ฉันบอกอย่างจริงจัง ก่อนจะหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง รู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องยอมให้เขาไปหวานกับคนอื่น แม้จะเป็นแค่การแสดงก็ตาม

            “หึงผมหรอครับ?” ฉันเงียบไม่ยอมตอบ

            “ทีนี้เข้าใจยังเวลาที่ผมต้องไปดูคุณเมถ่ายละครกับผู้ชายอื่น” เข้าใจ เข้าใจ เข้าใจ เอ๊ะ!!

            “หมอแกล้งหลอกเมใช่มั้ยคะ?”

            “เปล่าสักหน่อย แค่ยังเล่าไม่จบ” ฉันหันกลับไปจ้องหน้าคุณหมอวินอย่างคาดคั้น

            “แม่ผมมาชวนให้ไปเล่น แต่ผมปฏิเสธไปแล้ว เพราะท่านไม่ยอมให้คุณเป็นนางเอก” เห็นมั้ยหล่ะ!

            “แม่ของหมอคงหานางเอกไว้ให้หมอแล้วใช่มั้ยคะ? ทั้งในเรื่องและชีวิตจริง”

            “ไม่มีใครบังคับผมได้หรอกครับ ไม่อย่างนั้นผมจะโดนไล่มาอยู่คอนโดทำไม ทั้งที่บ้านก็ใหญ่โต”

            “โดนไล่ออกมา แล้วโดนตัดออกจากกองมรดกด้วยมั้ยคะ?”

            “อยากให้โดนหรือไม่โดนหล่ะครับ?”

            “อยากให้โดนค่ะ เมจะได้ไม่โดนข้อหาเกาะหมอกิน” ฉันคิดแบบนี้จริงๆ ฉันอยากให้เราร่วมกันสร้างขึ้นมาเองมากกว่าเอาของคนอื่นมา

            “คุณเมเลี้ยงผมได้ใช่มั้ยครับ?”

            “เมรินสายเปย์นะคะ หมอก็อยู่ห้องทำความสะอาดแล้วก็ทำอาหารรอเมกลับมา ดีจะตาย เมจะได้กินของอร่อยๆทุกวัน”

            “นั่นสิเนอะ แล้วใครเป็นคนไปรับลูกที่โรงเรียนหล่ะครับ?” ฮะ ลูกหรอ?

            “ลูกใครคะ?”

            “นี่เรายังไม่มีลูกกันหรอ? ผลิตเลยดีมั้ยครับ?”

            “ไม่เอานะ” ฉันรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำโดยมีเสียงหัวเราะของคุณหมอวินลอยตามมา

 

            แล้วในที่สุดฉันก็ต้องมางานการกุศลกับคุณหมอวินจนได้ แม้ว่าพยายามจะปฏิเสธแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล เขามีเหตุผลที่ทำให้ฉันเถียงไม่ได้ว่า ..เราเป็นแฟนกัน ไม่มากับคุณเมจะให้ไปกับใคร..

            “ไปหาแม่ผมกัน” โถ อยากให้งานล่มหรือไงนะ

            “สวัสดีครับ” คุณหมอวินเอ่ยทักมารดาก่อน

            “สวัสดีค่ะคุณหญิง” ฉันยกมือไหว้ท่านแล้วก็ได้แต่ยืนก้มหน้า

            “คบกันจนได้สินะ” วาจาเชือดเฉือนตามเคย

            “แม่ครับ”

            “แม่รู้ว่าไม่เคยห้ามอะไรเราได้ โตแล้วนี่ อยากทำอะไรไม่ต้องปรึกษาแม่หรอก” ใครก็ได้ช่วยที ไม่อยากอยู่กลางศึกสายเลือดแบบนี้

            “โถ น้อยใจเป็นคนแก่ไปได้”

            “ฉันยังไม่แก่ย่ะ” ผู้หญิงที่ไหนจะยอมรับความจริงข้อนี้ได้

            “คุณเมหล่ะครับ คิดว่าแม่ผมแก่หรือยัง?” อย่าถามฉันเลย

            “จะให้เมตอบยังไงหล่ะคะ ถ้าบอกว่าคุณหญิงยังสาวยังสวยเหมือนที่คนอื่นเขาชมก็ดูออกว่าเสแสร้ง ถ้าจะบอกว่าเป็นไปตามวัยและอายุก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบฟัง บางทีคนเราก็เลือกยากนะคะ ระหว่างคำหวานจอมปลอมกับความจริงที่เจ็บปวด”

            “ผู้หญิงนี่เอาใจยากเหมือนกันหมดมั้ยครับเนี่ย?” คุณหมอวินเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

            “เอาใจไม่ยากหรอกค่ะ ที่ยากคือเข้าใจต่างหาก” ฉันยิ้มให้คุณหมอวิน และถ้าหากฉันไม่ได้ตาฝาดไป ฉันคิดว่าฉันเห็นมุมปากของคุณหญิงแม่ก็ยกขึ้นคล้ายยิ้มด้วยเช่นกัน

            “เปลี่ยนเรื่องดีกว่า รู้สึกเหมือนโดนรุม แม่หิวมั้ยครับ? เดี๋ยวผมไปหาอะไรมาให้”

            “ก็ดีสิ วินไปหาเครื่องดื่มมาหน่อย ส่วนเธอไปรอที่โต๊ะกับฉันแล้วกัน หน้าที่นี้ปล่อยให้เป็นสุภาพบุรุษเขาบริการสุภาพสตรี” โอ้ นี่ฉันได้ยินถูกใช่มั้ย?

            “ค่ะคุณหญิง” ฉันเดิมตามท่านไปยังโต๊ะวีไอพีของงาน แสงเพชรจากคอและข้อมือแต่ละคนในงานนี่ทำเอาฉันเกือบตาบอดได้แล้วมั้ง ไม่รู้จะใส่มาประชันอะไรกัน

            “เป็นอะไร ทำท่าเหมือนแสบตา” คุณหญิงกรรณิการ์สังเกตฉันด้วยหรอ

            “แสงเพชรทิ่มตาค่ะ” ฉันตอบตามตรงตามนิสัย

            “คงยังไม่ชินสิท่า”

            “ไม่ชินหรอกค่ะ และพูดตามตรงคือฉันไม่ชอบงานสังคมแบบนี้เลยด้วยซ้ำ”

            “ทำไมหล่ะ เธอก็เป็นนักแสดง น่าจะชอบงานพวกนี้นะ” รู้สึกเหมือนสอบสัมภาษณ์เข้าทำงานยังไงไม่รู้

            “เพราะว่าเป็นนักแสดงนี่แหละค่ะ งานพวกนี้เลยเหมือนการแสดงละครใส่กันตลอดเวลา ฉันไม่ชอบใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่น ขอโทษนะคะแต่ฉันนิสัยตรงๆแบบนี้แหละค่ะ ถ้าไม่ชอบจะให้ปั้นหน้ายิ้มหรือพูดหวานๆใส่ก็ไม่อยากทำ”

            “ก็จริงของเธอนะ นิสัยแบบนี้สินะลูกชายฉันถึงได้หลงนักหลงหนา ผู้หญิงคนอื่นเลยไม่มองเลยด้วยซ้ำ” เอ่อ นี่ชมหรือหลอกด่าอยู่กันแน่คะ

            “ฉันคงดูเป็นของแปลกสำหรับเขามั้งคะ ถ้าคุณหญิงพยายามหาผู้หญิงในงานแบบนี้ให้ คุณหมอวินคงไม่มีทางสนใจหรอกค่ะ ฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองว่าฉันสวยกว่าหรืออะไรนะคะ แต่ฉันตรงกับความรู้สึกของตัวเองมาตลอด”

            “คุยอะไรกันครับสาวๆ?” คุณหมอวินกลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มและของว่างในถาด

            “คำหวานจอมปลอมสินะ” คุณหญิงกรรณิการ์ตวัดค้อนใส่บุตรชายเล็กน้อย

            “อ่าว พอบอกแก่ก็ไม่ยอมรับ ชมว่าสาวก็หาว่าโกหกอีก”

            “เดี๋ยวเถอะ”

            “หมอมานั่งดีกว่าค่ะ” ฉันขยับให้คุณหมอวินนั่งลงแทนที่ฉัน ส่วนตัวเองขอเขยิบไปไกลจากคุณหญิงกรรณิการ์ดีกว่า

            “สวัสดีค่ะคุณพี่ อ้าว วันนี้หมอวินมาด้วยหรอคะ?” คุณนายตู้เพชรคนหนึ่งเดินมาทัก ไม่เห็นฉันในสายตาอีกคนแล้วไง

            “สวัสดีจ้ะคุณน้อง วินนี่น้าพิมพ์แข แม่ของหนูพลอยใสที่เป็นนางเอกละครเวทีวันนี้จ้ะ”

            “สวัสดีครับคุณน้า”

            “น่าเสียดายนะคะ ถ้าหมอวินยอมเล่นพระเอกให้ต้องดีกว่านี้แน่เลย เพราะหมอวินกับน้องพลอยใสดูเหมาะสมกันมาก คุณพี่เห็นด้วยมั้ยคะ?” ฉันต้องนั่งฟังการสนทนาพวกนี้ด้วยหรือไงนะ

            “ค่ะ แต่รายนี้เขาไม่ชอบการแสดง”

            “คุณแม่คะ มาทำอะไรตรงนี้ โทรตามช่างแต่งหน้ามาด่วนเลยค่ะ นังกระเทยหน้ายักษ์นั่นมันแต่งพลอยออกมาไม่สวยเลย” เสียงแหลมชวนแสบแก้วหูดังมาแต่ไกล เอิ่ม ไฮโซมากค่ะ

            “ยัยพลอย เงียบ” คุณนายตู้ทอง (จำชื่อนางไม่ได้แล้ว) หันไปดุบุตรสาว ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มแหยๆให้คุณหมอวินและคุณหญิงแม่ของเขา

            “สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะพี่หมอวิน ตัวจริงหล่อกว่าในเนตอีกนะคะ” อร๊าย ชะนีน้อยแอบมาส่องรูปแฟนฉันเหมือนกันหรอ

            “ขอบคุณครับ” คุณหมอวินคงขอบคุณตามมารยาทแหละ

            “เอ๊ะ นั่นเมเม่นี่ อ่อ เห็นเป็นข่าวกับพี่หมอวินอยู่” หล่อนนี่ปากไม่มีหูรูดจริงๆเลย

            “เมเม่เป็นแฟนผมครับ เราสองคนคบกันอยู่” สุภาพบุรุษของฉันน่ารักที่สุด ปกป้องเมียด้วยทูนหัว

            “หรอคะ?” ทั้งแม่ทั้งลูกเหวอไม่ต่างกัน

            “แหม ไฮโซสมัยนี้ก็ชอบคบดาราเล่นเยอะแยะ คุณพี่ไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ พอถึงเวลาเขาก็จะรู้ว่าอะไรของเล่นอะไรของจริง” ฉันกำมือแน่นเพื่อระงับความโกรธ อยากตบไฮโซจังเลย

            “ใช่ค่ะ คุณป้าไม่ต้องกังวลนะคะ พลอยไม่ว่าอะไรพี่หมอวินหรอกค่ะ”

            “ผมไม่ได้คบกับคุณเมเล่นๆครับ เรื่องนี้ผมจริงจังและอีกอย่างนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับคุณเม” คุณหมอวินพูดดีค่ะ กลับไปจะตบรางวัลสามรอบ

            “กรี๊ด พี่หมอวินทำไมพูดแบบนี้หล่ะคะ?” ยัยคุณหนูพลอย(ไม่)สวยเริ่มเต้นแร้งเต้นกา

            “คุณน้องไม่เข้าใจความหมายหรือฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอคะ” ฉันห้ามปากตัวเองไม่ให้ตอบโต้ไม่ไหวแล้ว

            “แก นังดาราโลโซ ว่าฉันโง่หรอยะ”

            “ฉันยอมรับค่ะว่าฉันโลคลาสกว่าพวกคุณ แต่ฉันก็มีความคิด และรู้ด้วยว่ามารยาททางสังคมควรจะวางตัวยังไง คุณบอกว่าตัวเองเป็นไฮโซแต่ดูการกระทำสิคะ ตั้งแต่โวยวายเสียงดังเข้ามาก็น่าขายหน้าแล้ว ยังนินทาว่าร้ายคนอื่นต่อหน้าเขาอย่างไม่เกรงใจอีก ผู้ดีจริงๆเขาไม่ทำตัวไพร่แบบนี้หรอกค่ะ” ยัยสองแม่ลูกนั่นได้แต่ปากสั่นด้วยความโกรธ

            “ไม่ต้องหวังดีคิดแทนผมกันนะครับ ผมว่าตัวเองแยกแยะเองได้” คุณหมอวินสมทบด้วยอีกคน แทคทีมกันดีมากค่ะ

            “ไปพลอยใส เตรียมตัวหลังเวทีกันดีกว่าลูก” สองแม่ลูกเดินจากไปทิ้งความเงียบงันเข้าปกคลุม

            “ในละครตัวร้ายกรีดร้องแบบนี้มั้ย?” คุณกรรณิการ์หันมาถามฉัน เอ่อ หมายถึงยัยพลอย(ไม่)สวยใช่มั้ยคะ เพราะฉันไม่ได้แหกปากร้องนะ ด่าแบบเงียบๆเบาๆมาก

            “เดี๋ยวนี้นางร้ายเขาใช้สมองมากกว่าแรงกันแล้วค่ะ น้อยมากที่กรี๊ดๆเวลาโดนขัดใจ คนดูคงเบื่อบทแบบนี้กันแล้ว”

            “นั่นสิ ฉันดูยังเบื่อเลย” นิมิตหมายที่ดีแล้วใช่มั้ย

            “เห็นมั้ยครับ ร้ายแต่ฉลาดและสวยแบบคุณเมน่าสนใจกว่าเป็นกอง”

            “เมฉลาดตรงไหนคะ ทุกวันนี้เคยตามหมอทันที่ไหนหล่ะ” ถ้าฉลาดทันเขาคงไม่โดนจับกินแทบทุกวันอย่างนี้หรอก เอ๋ หรือว่าสมยอมเขาเอง

            “นี่เราไปหลอกอะไรเขาหรือเปล่า?” คุณกรรณิการ์หันไปไล่เบี้ยกับบุตรชาย โอ้ ว่าที่แม่สามีเข้าข้าง

            “ไม่มีครับ” เสียงสูงไปนะ ต้องแอบมีแน่ๆ

            “คนเราคบกันมันต้องจริงใจ จะได้เกิดความไว้ใจและเชื่อใจ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ความรักคงอยู่ต่อไปนานๆ”

            “ครับ/ค่ะ” ทำไมรู้สึกเหมือนแม่เจ้าบ่าวให้พรในงานแต่งยังไงไม่รู้ หรือว่าฉันแค่คิดไปเอง

            “ผมจะรีบมีหลานให้แม่อุ้มนะครับ” นั่นไง มีคนคิดเหมือนฉันจริงๆด้วย แต่ดูเหมือนจะคิดเกินเลยกว่าฉันไปไกลเลยนะ

            “ก็ดี เผื่อหลานจะไม่ดื้อเหมือนลูก” คุณหญิงแม่จะเออออทำไม ไม่มีใครคิดจะถามความยินยอมของฉันเลยใช่มั้ย ฉันเป็นคนอุ้มท้องนะ เชอะ

           

           

 

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เหมือนเมเม่จะผ่านคุณหญิงแม่ไปได้อีกหน่อยแล้วเนอะ แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ (จะเอามาโปรยเล่นทำไมให้เปลือง)

อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะคะ เม้นคุยกันได้ กดไลค์ได้ กดเลิฟด้วยก็ได้

 

 

ปอลอ.. ช่วงนี้เว๊บชอบล่ม เข้าได้มั่งไม่ได้มั่ง ยามว่างก็เข้าไม่ได้ ยามไม่ว่าง เอ๊ะ เข้าได้

 

ปอลอสอง.. ทางเว๊บส่งเมลมาบอกว่าจะปรับเรื่องกุญแจและเหรียญใหม่ เดี๋ยวต้องเข้าไปอ่านก่อน เหมือนค่าจะเฟ้อขึ้น ไม่สามารถตั้งเองตามใจชอบได้แล้ว แต่สามารถสะสมกุญแจได้มากขึ้น ยังไงก็สะสมมาพิสูจน์ความหื่นของหมอวินกันด้วยนะคะ

 

ปอลอสาม.. ถ้าอีฟนิ่งหายไป โปรดรู้ไว้ว่าอยู่ในโลกW อุ๊บส์ ไม่ใช่ๆ อีฟนิ่งติดเวรติดกรรมจ้า ไม่ทำก็ไม่มีเงินช้อปชิมชิวหล่ะนะ

 

รักและคิดถึงคนอ่านหมอวินทุกคนจ้า

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น