อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

E-Book ที่ Meb ราคา 219 บาท อ่านเป็นตอนและซื้อเหมาเรื่องผ่านเว็บราคาถูกได้ที่ niyayrak, readawrite, bannniyay หนังสือทำมือ 340 บาทสั่งได้ที่แพนเพจ "อติญา"

ชื่อตอน : 1 (2/2)

คำค้น : สาวน้อยวัยใส หนุ่มใหญ่ชาวสวน พี่ปูน ผักหวาน อติญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 631

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2559 13:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 (2/2)
แบบอักษร

 

     เมื่อโปษัณขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงไร่ใบยาสูบก็เห็นว่าลุงแสงและลูกเขยกำลังทำหลักเขตให้คนงานรู้ว่าใบยาสูบส่วนไหนพร้อมเก็บ จากนั้นคนงานก็จะลงมือทำหน้าที่ของตนเองโดยใบยาเบอร์เลย์ที่พร้อมเก็บนั้นจะมีอายุประมาณ 60 – 70 วัน การเก็บจะเริ่มจากใบยาด้านล่างสุดของต้นซึ่งแก่ที่สุดก่อน 3 – 5 ใบ ซึ่งกว่าจะหมดต้นก็ต้องเก็บกันประมาณ 5 – 8 ครั้ง จากนั้นนำใบยามาคัดขนาดแล้วเสียบใบยาไปมัดกับไม้ราวยาเพื่อเข้าโรงบ่มอากาศอีกประมาณเดือนครึ่งจากนั้นใบยาที่บ่มได้ที่ก็จะถูกนำมาคัดแยกและอัดเป็นห่อเพื่อเตรียมส่งต่อไป

     “เป็นไงมั่งธนัท” หนุ่มใหญ่เจ้าของไร่ร้องถามทันทีที่เสียงรถเครื่องของตัวเองเงียบลงซึ่งผู้จัดการไร่ก็หันมาหาต้นเสียงในทันที

     “หนักเอาการครับนายปีนี้ใบยางามมากกว่าปีก่อนเยอะคงเป็นเพราะเราได้พักปรับปรุงดินกัน” ธนัทผู้ถือสมุดบันทึกอยู่ในมือยิ้มรับเจ้านายที่เพิ่งมาถึง ชายหนุ่มชี้ให้ดูผังง่ายๆ ที่เขาร่างขึ้นในสมุดเพื่อให้เห็นขอบเขตในการเก็บใบยาในช่วงแรกก่อน ในสมุดบันทึกนี้เขาจดบันทึกการปลูกพืชของแต่ละไร่แต่ละแปลงเอาไว้โดยละเอียด แต่การคำนวณระยะเก็บเกี่ยวตามวันที่ในปฏิทินเพียงอย่างเดียวคงไม่พอจึงต้องลงมาดูหน้างานเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย

     “ถ้าต้องจ้างคนเพิ่มหรือจะยืมคนจากไร่มันกับไร่ข้าวโพดมาก่อนก็ได้นะปรึกษาลุงแสงดูเอาตามที่เหมาะสมเลย” หนุ่มใหญ่เอ่ยปากในเรื่องของคนงานเพราะเขารู้ดีว่าช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวใบชาที่ดีที่สุดคือในช่วงเช้าจึงอาจจะต้องเกณฑ์คนมาเยอะหน่อย ดีไม่ดีตัวเขาเองนี่แหละจะต้องมาลงแรงด้วยอีกคนซึ่งถ้าหากไม่ติดนัดลูกค้าโปษัณไม่มีทางพลาดการได้มาออกแรงในไร่อยู่แล้ว

     “ถ้าสำรวจพื้นที่ครบแล้วจะไปปรึกษานายกับพ่ออีกครั้งนะครับดูท่าแล้วอีกสามวันเราน่าจะเริ่มเก็บกันได้” ธนัทหันมาบอกเจ้านายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามปกติวิสัยของเขา

     “งั้นเดี๋ยวขอไปดูไร่ข้าวโพดก่อนเจอกันที่โรงอาหารตอนกลางวันก็แล้วกัน”

     ผู้ชายตัวโตบิดรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่บุกตะลุยเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงเขตของไร่ข้าวโพดซึ่งตอนนี้บางส่วนกำลังเป็นฝักอ่อน เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกเผื่อกันไว้ให้คนงานมาเก็บไปสำหรับใช้ประกอบอาหารที่โรงครัวได้หรือจะเก็บกลับไปกินบ้านก็ไม่ว่าเพราะแต่ละคนก็ไม่ได้ฉวยโอกาสเก็บผลผลิตไปมากมาย

     แต่ส่วนมากก็เก็บไปไว้ปรุงอาหารกินกันในโรงครัวนั่นแหละ ว่าแล้วเขาก็ควรจะขี่รถไปแถวๆ  โรงครัวเสียหน่อยเพราะพื้นที่ว่างตรงส่วนนั้นเขาอนุญาตให้คนงานปลูกผักสวนครัวกันเองตามสบายช่วยกันดูแลเองแบ่งกันเก็บแบ่งกันกิน จนในที่สุดก็ขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ออกทุนให้คนงานเลี้ยงปลาอีกต่างหาก

     โรงครัวขนาดใหญ่เป็นเรือนโล่งมีหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝนอย่างดี ที่ไรแสงสิริแห่งนี้โปษัณจ้างแม่ครัวสามคนเอาไว้ทำอาหารกลางวันสำหรับเลี้ยงคนงานเกือบหกสิบชีวิต ซึ่งแม่ครัวนี่ก็เป็นบรรดาลูกเมียของคนงานชายในไร่ที่พอจะมีฝีมือในการทำอาหารบ้าง กับข้าวสองอย่างต่อวัน เติมไม่อั้นถ้าเหลือก็ห่อกลับบ้านได้ไม่มีหวงซึ่งแม่ครัวของเขาก็ทำอาหารได้เพียงพอทุกวันไม่ต้องเหลือทิ้งเพราะลุงแสงสละเวลามาช่วยดูแลอีกทางหนึ่ง

     ด้านหลังโรงครัวตอนนี้ร่มรื่นไปด้วยพืชผักหลายชนิดทั้งข่า ตะไคร้กอโต พริกขี้หนู มะเขือ ไม่เว้นแม้กระทั่งต้นแค มะละกอ และต้นมะรุม มิน่าพักหลังค่าอาหารที่เบิกประจำสัปดาห์ถึงลดลงกว่าเดิมเพราะคนงานรู้จักปลูกพืชผักที่ต้องซื้อหาเป็นประจำเอาไว้ใกล้ๆ ครัว ถ้าหากขาดเหลืออะไรก็เดินไปเก็บเอาได้เลย ในอนาคตเขาคิดว่าอาจจะลงทุนเลี้ยงไก่ไข่เพิ่มน่าจะดี ระหว่างที่เดินคิดอะไรไปเรื่อยชายหนุ่มก็มาหยุดชะงักการก้าวเดินอยู่ที่ริมบ่อปลา

     ผักบุ้งไทยกอใหญ่และผักกระเฉดทอดยอดเลื้อยอยู่บนผิวน้ำแสดงว่ามีคนงานมามาปลูกเพิ่มแน่นอนเพราะเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้มันไม่มี ชายหนุ่มค่อนข้างจะยินดีที่คนงานของเขาแม้จะเป็นคนอื่นแต่ก็ร่วมกันช่วยดูและช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายในไร่แม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เห็นทีสิ้นปีคงต้องจัดเงินเดือนเพิ่มเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจตอบแทนให้คนงานสักหน่อย

 

     หลังจากอิ่มจากมื้ออาหารกลางวันโปษัณก็กลับเข้าไปทำงานตามปกติ เขากำลังนั่งดูยอดการส่งออกว่าต้องเตรียมผลผลิตใบยาสูบจำนวนเท่าไหร่สำหรับสินค้าล็อตล่าสุดนี้ซึ่งประเมินจากผลผลิตต่อไหร่แล้วตัวชายหนุ่มเองคิดว่าผลผลิตปีนี้น่าจะทำรายได้ให้กับไร่ได้อย่างงดงามนอกจากจะต้องเพิ่มเงินเดือนให้คนงานแล้วปีนี้คงต้องเพิ่มเรื่องของทุนการศึกษาให้กับลูกของคนงานที่เขามอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้อยู่แล้วในทุกๆ ปี

     โปษัณถือคติใจแลกใจไม่ได้มองคนงานว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นแค่เพียงลูกจ้างที่ใช้แรงงานแลกเงิน แต่ทุกคนนั้นเปรียบดั่งคนในครอบครัวที่ช่วยเหลือให้บ้านหลังใหญ่หลังนี้เจริญเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะการมีน้ำใจกับลูกจ้างที่คุณลุงกษิปลูกฝังและทำเป็นแบบอย่างให้ชายหนุ่มดูเป็นตัวอย่างมาตลอดทำให้คนงานของไร่แสงสิรินี้มักจะทำงานกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จนมาถึงรุ่นลูกเพราะต่างเชื่อมั่นและไว้ใจว่าคนเป็นนายสามารถเป็นที่พึ่งพิงที่มั่นคงให้พวกเขาไปได้โดยตลอด

 

     กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

     เสียงเรียกเข้าที่แสดงชื่อว่าพิภัชทำให้มือหนาเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์เคลื่อนที่คู่ชีพขึ้นมากดรับในทันที

     “สวัสดีครับพี่ปูน” สารวัตรหนุ่มรูปงามนามเพราะทักทายมาตามสาย

     “สวัสดีภัช ได้เรื่องอะไรไหม?” หลังจากคำถามหลุดออกจากปากไปหัวใจของผู้ชายตัวโตก็เต้นสั่นระรัวเพราะลุ้นกับคำตอบที่ตัวเองจะได้ยิน

     “ครั้งล่าสุดที่มีคนเห็นผักหวานคือวันที่เธอทำร้ายร่างกายของนายเดโชครับพี่ปูน มีคนเห็นเธอนั่งมอเตอร์ไซค์วินไปส่งที่ท่ารถจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย เราคาดว่าน่าจะกลับมาที่หอพักแต่ก็ไม่มีใครพบเห็นว่าเธอกลับไปที่นั่นเลย”

     “เฮ่อ... “ โปษัณถอนหายใจยาวเหยียดเพราะแม้จะไม่มีความคืบหน้ามากมายสำหรับเวลาแค่คืนเดียว ข้อมูลที่รู้แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่มันก็ยังดีกว่าที่จะไม่รู้อะไรเลย

     “แต่ผมส่งคนไปดูที่บ้านเพื่อนสนิทของผักหวานแล้วนะพี่ ผู้หญิงคนนั้นชื่ออิงอรเรียนมาด้วยกันกับผักหวานตั้งแต่มัธยมทั้งสองคนอยู่หอพักแต่ว่าอิงอรอยู่ไกลมหาวิทยาลัยมากกว่าเพราะเธออาศัยอยู่กับพี่สาวที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯก่อนหน้านี้ อิงอรให้ข้อมูลที่ดีมากๆ สำหรับเราเลยนะครับ”

     “เด็กที่ชื่ออิงอรบอกอะไรบ้าง” โปษัณถึงกับหูผึ่งเมื่อได้ยินข้อมูลล่าสุดจากนายตำรวจหนุ่ม

     “เธอเล่าให้ฟังเรื่องความสัมพันธ์ของกวินธิดากับนายเดโชครับ ผักหวานเคยเล่าให้อิงอรฟังว่าสาเหตุที่เธอเลือกเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เพราะครั้งหนึ่งตอนเรียนมัธยมปลายนายเดโชพยายามเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวผักหวานตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้านจากนั้นเธอก็รู้ว่าท่าคงไม่ดีหากจะอยู่ร่วมบ้านกันต่อไปจึงเลือกมาสอบเข้าเรียนในกรุงเทพฯ แทน”

     “แสดงว่ายเดโชจ้องจะลวนลามผักหวานมานานแล้วและตัวเธอเองก็รู้ดีถึงหนีห่างออกมาทำไมไม่บอกแม่นะเด็กคนนี้จะมาดื้อในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องทำไมกัน” หนุ่มใหญ่ที่ตอนนี้มีสีหน้าเครียดเคร่งอดบ่นอย่างหงุดหงิดเสียไม่ได้

                “ข้อนี้ผมเองก็สงสัยเลยถามต่อแล้วอิงอรก็บอกว่าแม่ของผักหวานไม่มีเวลามาฟังเธอหรอกครับ ไม่ว่าคนเป็นลูกสาวจะพูดอะไรคุณกมลนิตย์ก็มองว่ามันไร้สาระไม่เรื่องสำคัญเลยไม่เคยสนใจในตัวลูกสาวคนเดียวเลย คือแม่ของผักหวานใช้เวลาหมดไปกับการหาเงินเข้าบ่อนแล้วก็เร่เอาสมบัติของครอบครัวออกมาเร่ขาย เหตุผลนี้ทำให้ผักหวานอยากหางานทำด้วยตัวเองไม่ยอมพึ่งพาคุณท่านกษิกับคุณท่านกมลเนตรเพราะลำพังแม่ก็หยิบยืมเงินเสียจนเป็นนิสัยอยู่แล้ว”

     พิภัชพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเพราะในครั้งแรกเขาเองก็ตกใจที่ได้ยินเรื่องแบบนี้ ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริงเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่มีแต่ในละครหลังข่าวเพียงเท่านั้น

                “แล้วอิงอรได้เจอตัวผักหวานไหมล่ะ” เรื่องราวที่ได้ยินก็ทำเอาคนฟังที่เป็นชายอกสามศอกถึงกับสะท้อนใจ นี่คงเป้นที่มาของนัยน์ตาแสนโศกของเธอสินะผักหวาน

                “ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนพบกันคือตอนไปยื่นเรื่องขอจบที่มหาวิทยาลัยครับซึ่งมันเป็นวันเดียวกันกับที่ผักหวานเดินทางกลับไปบ้านของแม่ที่สุพรรณจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่เจอกันอีกเลย โทรศัพท์ไปหาผักหวานก็ไม่เคยรับเลยสักสายล่าสุดก็ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้ไปเรียบร้อยแล้วครับพี่ปูน”

     “ขอบใจมากนะภัช ยังไงพี่ฝากตามต่อหน่อยละกันสงสัยผักหวานจะกลัวมากเลยหนีไปเงียบๆ ไม่ยอมบอกใครเลยแม้แต่เพื่อนสนิท คงเพราะกลัวจะมีคนตามเจอ” โปษัณกล่าวขอบคุณด้วยความรู้สึกจากใจ เขาเองแอบหวังว่าหากให้เวลานายตำรวจรุ่นน้องอีกสักหน่อยรับรองว่าพิภัชต้องมีข่าวดีมาบอกเขาอย่างแน่นอน

     “ไม่เป็นไรครับพี่ปูนผมจะช่วยจนกว่าจะหาตัวผักหวานเจอครับ”

 

     หลังจากวางสายจากสารวัตรหนุ่มโปษัณก็เปิดอีเมลที่คุณลุงกษิส่งให้เมื่อคืนอีกครั้ง ภาพหญิงสาวในชุดนักศึกษามีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าแต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับเศร้าสร้อยเหลือประมาณ นี่ยัยกะทิตัวแสบน้องสาวของเขายังไม่รู้นะว่าน้องสาวคนโปรดของตัวเองหายไปไม่อย่างนั้นชีวิตเขาคงไร้ซึ่งความสงบสุขอย่างแน่นอน ยัยตัวแสบต้องบึ่งมาจากกรุงเทพฯ มาที่ไร่แล้วตั้งหน้าตั้งตากรีดเสียงแปดหลอดทำลายสมาธิเขาเป็นแน่แท้

     สองสาวนั้นสนิทกันมากเพราะกะทิที่เป็นน้องคนเล็กมีนิสัยแสนเอาแต่ใจอยากมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันในวัยเด็กทำให้ปุณณภาแสนจะเอ็นดูในตัวกวินธิดาเหลือกัน เด็กผู้หญิงสองคนมักจะจูงมือกันเข้าไปเป็นลูกมือป้ากมลเนตรในครัวบ่อยๆ ไม่ก็เล่นแต่งตัวตุ๊กตาที่ทำจากซังข้าวโพดด้วยกันในช่วงที่ไร่เก็บเกี่ยวข้าวโพดคิดไปคิดมาช่วงชีวิตของเขานั้นมีเด็กหญิงแก้มยุ้ยเข้ามาพัวพันอยู่ตลอด แต่เพราะชายหนุ่มเลือกเองที่จะทำตัวห่างออกมาเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาวุ่นวายขึ้นในภายหลัง

 

                และขณะที่ที่โปษัณกำลังปล่อยตัวเองให้นั่งนิ่งจ้องค้างภาพของสาวน้อยบนหน้าจออยู่อย่างนั้น เสียงเตือนอีเมลเข้าก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นพิภัชเองที่ส่งเมลมาแจ้งข้อมูลการค้นหาตัวของกวินธิดามาให้เขาซึ่งนอกจากตัวอักษรที่เป็นข้อมูลเดียวกันกับที่หนุ่มรุ่นน้องแจ้งเขาเมื่อสักครู่นั้น ภาพถ่ายที่แนบมาด้วยก็ทำเอาโปษัณนั่งขบกรามแร่งแน่นเสียจนเป็นสันนูน

                นี่คุณน้ากมลนิตย์เป็นแม่ประเภทไหนถึงให้ลูกสาววัยรุ่นไปอยู่หอพักโกโรโกโสแบบนี้ได้ สภาพตึกสามชั้นที่เก่าคร่ำครึดูไม่ค่อยจะถูกสุขลักษณะแถมยังมีข้อความกำกับมากับภาพว่าเป็นหอพักรวมก็เล่นเอาโปษัณถึงกับสายหัว

                “แม่งเอ๊ย! ปล่อยลูกไปอยู่ที่แบบนี้ได้ยังไงกันวะ” หนุ่มใหญ่หลุดปากสบถออกมาจนได้เมื่อนิ้วแกร่งหน้ากดเลื่อนภาพลงมาเรื่อยๆ ขึ้นบันไดหอพักสกปรกรกรุงรังมีแต่ก้นบุหรี่และขวดสุรา ห้องของผักหวานถูกระบุไว้ว่าอยู่ชั้นสามซึ่งเป็นชั้นบนสุดก็ทำเอาชายหนุ่มยิ่งร้อนใจเพราะไม่รู้ว่าตัวของกวินธิดาต้องไปเสี่ยงเดินผ่านอะไรบ้างกว่าจะไปถึงหน้าห้องพักของตัวเอง

                ห้องสามศูนย์เจ็ดคือห้องที่เธอเป็นเจ้าของหลังบานประตูไม้สีหม่นนั้นน่าจะเป็นห้องที่มีขนาดกว้างห้าคูนห้าเมตร ที่เท่าแมวดินตายไม่รู้ว่ากวินธิดาทนอยู่ไปได้ยังไง เตียงเล็กขนาดสามฟุตครึ่งมีผ้าห่มพับอยู่เรียบร้อย พื้นแถวๆที่หัวนอนมีโต๊ะญี่ปุ่นซึ่งน่าจะเป็นโต๊ะอ่านหนังสือ นอกจากเตียงแล้วในห้องก็มีแค่ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ ซึ่งด้านในมีชุดนักศึกษาแขวนอยู่กับเสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่พับเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ตู้เย็นหลังเล็กๆ กระทะไฟฟ้า เตารีดและจานชามไม่กี่ใบ

                   เขาไม่นึกเลยว่าเด็กสาวท่าทางซึมเซื่องไม่สู้คนจะมีชีวิตรันทดได้ถึงขนาดนี้เขาไม่สามารถนำข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ นี้ไปบอกให้คุณลุงกษิหรือคุณป้ากมลเนตรให้รับรู้ได้เลยเพราะท่านทั้งสองต้องใจเสียมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่แท้ เห็นทีถ้าภายในหนึ่งสัปดาห์ยังไม่มีข่าวคืบหน้าพอให้วางใจได้ว่ากวินธิดานั้นยังอยู่รอดปลอดภัย ตัวโปษัณเองนี่แหละที่จะลงไปกรุงเทพฯ เพื่อช่วยตามหาเธออีกแรง

#

 

แม่ยกป๋าปูนกับหนูผักหวาน ตามไปโหลดได้เลยจ้าา

#

 

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

#

 E - Book MEB Market  <<

 

#

E - Book OokBee  <<

 

#

E - Book Naiin <<

 

#

E - Book Hytexts <<

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น