สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 23 หมอวินขาช่วยเมเม่ด้วย (พระเอกหรือตัวร้าย)

ชื่อตอน : บทที่ 23 หมอวินขาช่วยเมเม่ด้วย (พระเอกหรือตัวร้าย)

คำค้น : นางร้าย facety girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2559 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 หมอวินขาช่วยเมเม่ด้วย (พระเอกหรือตัวร้าย)
แบบอักษร

 

 

 

ถ้าใครถามก็บอกไปเลยว่าผมหวง # หมอวินคนขับ

 

ตอนนี้ถ้าว่างจะหาเวลาไปเดตกับแฟนค่ะ เป็นโรคคิดถึงแฟน # เมเม่มีแฟนขับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 23 หมอวินขาช่วยเมเม่ด้วย (พระเอกหรือตัวร้าย)

 

            จุดพลุปุ้งปั้งฉลองค่ะ ฉันปิดกล้องละครแล้ว หมดเวรหมดกรรมกับยัยเอเชียสักที ต่อไปถ้าจะรับเล่นเรื่องไหนคงต้องถามก่อนว่านางเอกเป็นใคร หรือถ้ามองในแง่ดีฉันว่านางคงไม่ได้เป็นนางเอกแล้วหล่ะ

            “เดี๋ยวคืนนี้เรามีเลี้ยงกันนะ เมเม่มาด้วยนะ”

            “ค่ะ” ฉันตอบรับผู้กำกับด้วยความยินดี ของฟรีเมรินไม่มีพลาดค่ะ

            “เมกลับยังไง ให้พี่ไปส่งมั้ย?” พี่พีทชอบอาสาไปส่งฉันเสมอ และทุกครั้งที่ขึ้นรถไปกับเขาก็จะเป็นข่าวอย่างแน่นอน ราวกับมีนักข่าวขึ้นรถไปด้วย

            “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแพนด้ามารับค่ะ”

            “อ่อ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวตอนเย็นให้พี่ไปรับมั้ย ยังไงก็ทางผ่านอยู่แล้ว” จากบ้านเขามาคอนโดฉันแล้วเลยไปยังผับที่ฉลองกันนี่ทางเดียวกันหรอ งง?

            “ไม่ต้องหรอกค่ะ เมไปเองน่าจะสะดวกกว่า”

            “เดี๋ยวนี้มีแฟนแล้วรังเกียจพี่หรอ เสียใจนะเนี่ย” ง่า บอกเขาดีมั้ยว่าจริงๆแล้วรังเกียจมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจนอย่างตอนนี้ ไม่ดีเนอะ คนเราต้องรู้จักใส่หน้ากากเข้าหาสังคม

            “งั้นสักทุ่มนึงมารับเมก็ได้ค่ะ” อยากขับรถอ้อมโลกก็ตามใจค่ะ

            “โอเค ไว้เจอกันนะ” พี่พีทเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี สวนกับอีกคนที่เดินเข้ามาหาด้วยหน้าบูดบึ้ง

            “หมอ มาได้ยังไงคะ ไหนบอกว่าขึ้นเวร”

            “จะมาเซอร์ไพรส์คุณไง เลยมาเห็นภาพบาดตาอีกแล้ว” นี่แค่ฉันคุยกับพี่พีทยังงอนเลย ถ้ารู้ว่าคืนนี้เรานัดกันนี่ไม่ไปปาระเบิดรถพี่พีทเลยหรือไง ไม่บอกดีกว่า

            “คุยกันนิดหน่อยเอง ดีใจจังเลยมีแฟนมารับ” ฉันกอดแขนคุณหมอพลางออเซาะราวกับเด็กน้อย

            “ปิดกล้องแล้วใช่มั้ยครับ?”

            “ใช่ค่ะ จะได้มีเวลาว่างขึ้นหน่อย”

            “แล้วปกติเวลาว่างทำอะไรครับ?” คุณหมอเป็นสุภาพบุรุษมาก เปิดประตูรถให้ฉันด้วย

            “ก็เที่ยวบ้าง ช้อปบ้าง แต่ตอนนี้ถ้าว่างจะหาเวลาไปเดตกับแฟนค่ะ เป็นโรคคิดถึงแฟน กำเริบทั้งวันเลยเนี่ย” ฉันเอนหัวไปซบที่ไหล่ของคุณหมอ แอบเห็นว่าเขายิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพอใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวฉัน

            “หมอ ผมยุ่งหมด” ฉันกดผมตัวเองให้กลับลงมาเรียบตรงดังเดิม

            “แค่นี้ก็สวยจนผมอยากจะขย้ำซะเดี๋ยวนี้แล้ว”

            “ไม่ได้นะ วันนี้เมมีงานต้องทำต่ออีกหลายอย่าง” ฉันยกหัวกลับมานั่งตามปกติเพราะอยากให้เขาขับรถสะดวกหน่อย แต่คุณหมอก็ดึงฉันให้กลับไปซบเขาตามเดิมต่อ อ่า ดีๆ ฉันชอบกลิ่นตัวหอมๆของเขา ขอสูดดมเหมือนคนโรคจิตหน่อยแล้วกัน

            “มีงานที่ไหนต่อหรอครับ?”

            “ต้องช่วยยัยแพนด้าเก็บห้อง เคลียร์บทละครที่ถ่ายจบแล้ว ตอนเย็น..เอ่อ ไปกินเลี้ยงกันค่ะ” ในที่สุดก็ต้องบอกเขาจนได้ แต่ฉันก็เลี่ยงไม่บอกว่าให้พี่พีทมารับ

            “ผมอยู่คลินิกตอนเย็นสิครับ” โล่งอกเลยฉัน

            “เมไปเองกลับเองได้ค่ะ จะไลน์รายงานตัวกับหมอบ่อยๆเลย”

            “เลิกงานประมาณกี่โมงครับ เผื่อผมปิดคลินิกเสร็จจะได้ไปรับ”

            “ไม่รู้เลยค่ะ ปกติก็ดึกๆแหละค่ะ”

            “กินเลี้ยงงานอะไรครับ?” คุณหมอเหมือนจะชวนคุยเรื่อยๆ แต่ฉันรู้ว่าเขาอยากรู้

            “ปิดกล้องละครค่ะ ผู้จัดเลยเลี้ยงฉลองกัน”

            “ถ้าอย่างนั้นนักแสดงก็ไปกันหมดเลยสิ นายพีทนั่นด้วยใช่มั้ย?” ง่า สองคนนี้ยังเขม่นกันไม่เลิกจริงๆด้วย

            “ค่ะ” เมรินตาขวากระตุกอีกแล้ว มันต้องมีเรื่องแน่คืนนี้

            “ผมปิดคลินิกแล้วจะไปรับนะครับ ไปถึงแล้วส่งโลเกชั่นมาด้วย แล้วถ้าไม่รับโทรศัพท์หรือตอบไลน์ผมช้าเกินห้านาทีผมจะลงโทษคุณเมให้ลุกจากเตียงไม่ขึ้นเลย” โอ้ คำขู่ของเขาช่างน่าลองของเสียนี่กระไร แค่คิดก็ อ่า เขิน

            “อยากโดนลงโทษจัง” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆแต่เขาก็ยังได้ยิน

            “งั้นจอดรถทำโทษเลยมั้ย ไม่ต้องไปแล้วงานเลี้ยงเนี่ย”

            “ไม่เอาค่ะ อยากนั่งอ้อนหมอไปเรื่อยๆอย่างนี้มากกว่า แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าแฟน-ขับ เกิดมามีแต่แฟนคลับ เพิ่งจะเคยมีแฟน-ขับเหมือนคนอื่นเขา ดีจังเลยนะคะ” พูดเองก็เขินเอง ไม่ถนัดเสี่ยวแต่อยากเกี้ยวหนุ่มค่ะ

            “ขยันอ้อนอย่างนี้ ระวังผมจะอดใจไม่ไหวเอานะครับ คุณเมก็รู้ว่าผมมีความอดทนแค่ไหน”

            “ต่ำเรี่ยราดมากค่ะ เมื่อก่อนก็สูงเกิน” สูงจนฉันเกือบจะคิดว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงเสียแล้ว ดีนะที่เขาหมดความอดทนก่อนที่ฉันจะถอดใจ

            “นั่นมันตอนนั้น แต่ตอนนี้ลองใครมีแฟนสวยเซ็กและน่ารักมากมายั่วแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครทนหรอกครับ” แหม คุณหมอก็พูดตรงเกินไป ฉันรู้ตัวเองหรอกว่าฉันสวยและน่าฟัดขนาดไหน ไม่ได้หลงตัวเองนะคะ แค่ยอมรับความจริงในสิ่งที่ตัวเองเป็น

 

            งานเลี้ยงปิดกล้องเราจัดกันในผับกึ่งเรสเตอรองท์ที่มีมุมส่วนตัวให้ได้ร้องเล่นและเต้นกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ฉันพยายามไม่สนใจยัยเอเชียและสนุกกับคนอื่นๆ แต่ก็ต้องคอยเหลือบมองโทรศัพท์ทุกห้านาที เหตุเพราะเสียงที่ดังสนั่นในนี้ทำให้ฉันไม่รู้ว่าคุณหมอโทรศัพท์หรือส่งข้อความมาตอนไหน แล้วถ้าฉันไม่ตอบก็จะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาอีก

            “จะกลับยังครับ?” คำถามเดิมที่ส่งมาซ้ำทุกสิบนาทีราวกับตั้งเวลาไว้

            “ยังค่ะ อาหารยังมาไม่ครบเลยค่ะ” ฉันก็ตอบเขากลับคล้ายๆเดิม เปลี่ยนจาก..เพิ่งมา เพิ่งสั่งอาหาร อาหารยังไม่มา ยังไม่ได้กิน และอื่นๆอีกมากมาย

            “เดี๋ยวผมไปรับ” นี่สองทุ่มครึ่งเองนะ ฉันยังไม่อยากกลับ ฉันไม่ได้เป็นซินเดอเรลล่าที่ต้องกลับบ้านแต่หัววันสักหน่อย ฮือๆ

            “อีกสักพักใหญ่ๆๆๆค่อยมาก็ได้ค่ะ” ฉันเน้นแล้วนะว่าอีกนานๆก็ได้

            “แต่ผมคิดถึงคุณเมแล้ว” น่าน ประโยคเด็ด ปฏิเสธไม่ลง

            “เมก็คิดถึงหมอค่ะ แต่กลับเร็วเกินมันน่าเกลียด” ฉันยังกินอาหารที่สั่งไปไม่ครบทุกอย่างเลยด้วย ของโปรดทั้งนั้นนะ

            “ผมไปรับ ไม่มีใครว่าหรอก”

          “นั่นแหละค่ะ”

          “ถ้าใครถามก็บอกไปเลยว่าผมหวง” ง่า ลำบากใจเหมือนกันที่มีแฟนขี้หวงขนาดนี้ แต่ฉันก็เข้าใจเขานะ เพราะถ้าเป็นเขาที่ไปสังสรรค์แบบนี้บ้าง ฉันก็หวง แถมยังเคยหวงมากจนโกรธเขาเลยด้วย

            “เมเม่ ชนแก้วกันหน่อยเร็ว” พี่พีททำให้ฉันละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาได้

            “อ่อ ค่ะ” ฉันชนแก้วกับเขาและยกขึ้นจิบเล็กน้อย

            “เราจะได้ร่วมงานกันอีกมั้ยเนี่ย?” พี่พีทถือวิสาสะนั่งลงข้างฉัน ตอนแรกที่ตรงนี้เป็นของนักแสดงสมทบอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอไปส่ายสะโพกโยกย้ายอยู่ด้านหน้าแล้ว

            “แล้วแต่โชคชะตาและผู้จัดค่ะ” และอาจจะต้องแล้วแต่คุณหมอสุดที่รักของฉันด้วย ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่เขาจะไม่ให้ฉันเล่นคู่กับพี่พีทอีก

            “เมื่อไหร่เมเม่จะเป็นนางเอกบ้างนะ เราจะได้เล่นคู่กันบ้าง” พี่พีทยกมือขอแก้วใหม่ให้ฉัน หลังจากที่แก้วแรกฉันหมดลง

            “เมไม่ชอบบทนางเอกหรอกค่ะ พี่พีทก็รู้ว่าเมร้ายแค่ไหน จะให้ปั้นหน้าแอ๊บใสได้ยังไงหล่ะคะ” แค่คิดก็ขนลุกไปหมดแล้ว

            “เอเชียยังทำได้เลย” พี่พีทรู้เช่นเห็นชาติยัยนั่นเหมือนกันหรอ ถึงว่าไม่ยอมเป็นข่าวด้วยเลย แต่ชอบมาเป็นข่าวกับฉันนี่มันก็ไม่ใช่นะ มีเจ้าของแล้วค่ะและเจ้าของหวงมากบอกไว้เลย

            “ถ้ายัยนั่นได้ยินรับรองกรี๊ดร้านแตกแน่” ฉันหัวเราะกับพี่พีท แล้วเราก็ชนแก้วกันอีกหลายต่อหลายแก้วหลังจากนั้น หัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นนินทานางเอกของเรื่องนั่นเอง ยัยเอเชียยังคงเต้นเบียดเสียดตัวประกอบในเรื่องที่หุ่นแซ่บมากอยู่โดยไม่สนใจโลก สงสารผู้ชายหุ่นดีคนนั้นเนอะ

            “รถติดจัง กำลังวาบไปหา” ฉันยิ้มเมื่ออ่านข้อความจากคุณหมอ

            “ขับรถดีๆนะคะ ไม่ต้องรีบก็ได้” อยู่ดีๆฉันก็มองตัวอักษรในมือถือไม่ชัด

            “อยู่ที่ร้านห้ามไปไหนหรือเข้าใกล้ผู้ชายนะครับ” ไม่ทันแล้วมั้งคะ

            “เมเม่..” ฉันหันไปมองพี่พีท แต่ภาพที่เห็นเริ่มเบลอแปลกๆ ฉันไม่ได้เมานะ ปกติกินมากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่าตัว มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันแน่

            “ไหวมั้ย? เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ” ถึงฉันจะตาลายแต่หูฉันยังได้ยินทุกคำ ให้พี่พีทไปส่งไม่ได้ คุณหมอของฉันกำลังมารับแล้ว

            “ทุกคนครับ เมเม่เมาแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งน้องก่อนนะครับ” ฉันพยายามขืนตัวออกจากพี่พีท แต่ยิ่งพยายามเขาก็ยิ่งดึงฉันให้เข้าไปใกล้มากขึ้น จนตอนนี้กลายเป็นว่าเขากอดฉันไว้แน่น

            “ไม่ไป เมไม่ไป” ฉันร้องโวยวายทั้งที่สายตาพล่าเลือนไปหมด

            “เมเม่ เราเมาแล้ว พี่จะพาไปนะครับ”

            “พีทจะกลับแล้วหรอ ยังไม่ได้ร้องเพลงคู่กับเอเชียเลยนะ” โอ้ ยัยเอเชียอาคเนย์ ฉันรักแกขึ้นมาเลย ช่วยเอาพี่พีทไปจากฉันที

            “เอเชีย เราต้องไปส่งเมเม่ ขอตัวนะ” ใครก็ได้ช่วยเมรินด้วยค่ะ

            “ช่วยด้วย” ฉันคว้าแขนใครสักคนได้ระหว่างทาง สติฉันกำลังจะหมดลงแต่ฉันพยายามฝืนตัวเองไว้สุดกำลัง

            “พีท เมเม่ จะไปไหนกัน แล้วกอดน้องทำไม เดี๋ยวก็เป็นข่าวหรอก” ผู้กำกับขาช่วยเมเม่ด้วยค่ะ

            “เมเม่เมาครับ เลยจะพากลับก่อน” ฉันไม่ได้เมาเหอะ ฉันถูกวางยา มนุษย์คอแข็งราวเสาหินโรมันอย่างฉันจะมาหมดสติเพียงเพราะน้ำหวานสีสวยเพียงไม่กี่แก้วนี่ได้ยังไง

            “โทรบอกแฟนเมเม่ก็ได้ ไปส่งเองจะเป็นข่าวใหญ่โตนะ” ใช่ค่ะ ได้โปรดเถอะค่ะ ใครก็ได้ตามคุณหมอของฉันมาหน่อย ฉันต้องคอยหยิกแขนตัวเองไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้สติดับวูบลง

            “ช่วยด้วย” เสียงฉันก็เบาลงทุกที

            “ตอนมาผมไปรับ ขากลับก็ต้องไปส่งสิครับ ขอตัวก่อนนะครับ” พี่พีทประคองกึ่งลากฉันออกมา ไม่มีใครช่วยฉันได้เลยใช่มั้ย ฉันกำลังจะโดนพี่พีทพาไปไหนก็ไม่รู้แล้วนะ

            “ช่วยเมด้วย..” คำพูดที่เบาและลอยหายไปตามสายลม

            “รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวพี่จะช่วยพาไปขึ้นสวรรค์”

            “หมอ..” สติสุดท้ายของฉันนึกถึงแต่เขา

            ..หมออยู่ไหน ช่วยเมด้วยค่ะ..

 

             

 

 

 

นั่นสิหมอไปไหน คนอ่านที่น่ารักของอีฟนิ่งก้อหายไปไหนกันหมด

 

มาช่วยเมเม่กันหน่อยเร็ว นางจะโดนอุ้มไปแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น