Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 29 : โชคดีที่เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่

ชื่อตอน : Chapter 29 : โชคดีที่เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2559 09:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 29 : โชคดีที่เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่
แบบอักษร

 

เรือง.....................

 

วันนี้พอเกี่ยวข้าวเสร็จ ผมตัดสินใจที่จะบอกกับพ่อแม่ไปว่าผมรักกานต์ อยากให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอกานต์ให้ผม ผมรู้ดีเรื่องแบบนี้บ้านนอกเราคงทำใจยอมรับลำบาก แต่ถึงยังไงผมจำเป็นต้องพูด ถ้าขืนมัวแต่กลัวผมอาจจะเสียกานต์ไปอีก ผมอยากอยู่กับกานต์อย่างเปิดเผย อยากอยู่กับเค้าตลอดไป

 

“ผมรักกานต์ครับแม่ เรารักกัน พ่อกับแม่โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ”   ผมบอกกับแม่ไป

 

พ่อกับแม่พอได้ยินถึงกับเงียบ

 

“ผมขอโทษ”  ผมได้แต่ก้มหน้าบอกพ่อกับแม่ ผมทำให้พวกท่านเสียใจอีกแล้ว พ่อกับแม่คงผิดหวังในตัวผม  ผมไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ได้ภูมิใจเลยซักครั้ง ผมมันไม่ดีเอง

 

“ขอโทษเรื่องอะไร...?”   แม่ถามกับผม ผมเงยหน้ามองพวกท่าน

 

“ขอโทษที่ผมทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวผม”   ผมรู้สึกผิดละอายใจกับพวกท่านจริง ๆ  ผมแทบไม่กล้ามองหน้าพวกท่านด้วยซ้ำ

 

“พ่อกับแม่ยังไม่ได้บอกว่าเสียใจหรือผิดหวังเลยนะเรือง”   แล้วแม่ก็พูดขึ้น  ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง

 

“แล้วครูหล่ะคิดยังไงกับไอ้เรืองลูกป้า...?”  แม่หันไปถามกานต์ที่นั่งก้มหน้านิ่ง มือกานต์เย็นเฉียบผมจับมือกานต์เอาไว้แน่น

 

“ผมรักเรืองครับป้า”   กานต์เงยหน้าบอกกับแม่ไป

 

“ก็ถ้าเอ็งสองคนรักชอบพอกันแล้วจะไปมีปัญหาอะไรหล่ะไอ้เรือง พ่อกับแม่เลี้ยงเอ็งได้แต่ตัว หัวใจเอ็งพ่อกับแม่เลี้ยงไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับเอ็งนะไอ้เรือง”   พ่อเอ่ยขึ้นมาบ้าง

 

“พ่อกับแม่ไม่ว่าอะไรเหรอครับที่ผมกับกานต์รักกัน”   ผมย้ำถามพ่อกับแม่อีกครั้ง

 

“ไอ้เรืองแต่ก่อนเอ็งเป็นผู้เป็นคนซะที่ไหน พอครูกลับมาเอ็งก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน พ่อกับแม่ยังดีใจซะอีกที่เอ็งคิดได้ แล้วอย่างนี้ข้ายังจะว่าอะไรให้อีกหล่ะ” 

 

“ถึงแม้ครูจะเป็นผู้ชาย แต่เค้าก็มีพ่อมีแม่เอ็งก็ต้องไปสู่ขอเค้าให้เป็นเรื่องเป็นราวนะไอ้เรือง”  แล้วพ่อก็บอกกับผม 

 

“ขอบคุณครับพ่อ”   ผมก้มหน้าตื้นตันใจน้ำตาคลอ ผมโชคดีที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อกับแม่ ผมโชคดีที่ได้เกิดมาในบ้านหลังนี้ โชคดีที่มีพ่อกับแม่ที่เข้าใจ 

 

“จะมีครอบครัวแล้วยังจะขี้แยเป็นเด็กอีกนะเอ็งไอ้เรือง”   พ่อแซวผมขึ้น

 

“ขอบคุณครับ”   ผมยิ้มทั้งน้ำตายกมือไหว้พ่อกับแม่ 

 

คิก คิก คิก  รินแอบอยู่ที่เสาเรือนมองดูผมอยู่

 

“ไว้รอขายข้าวเสร็จข้าจะไปขอครูให้”   แล้วพ่อก็บอกกับผม

 

“ขอบคุณครับพ่อ”  ผมกับกานต์ยกมือขึ้นไหว้พ่อกับแม่พร้อมกัน

 

หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จคืนนี้กานต์กลับไปนอนที่บ้าน ผมเลยไปส่ง

 

“ชั้นดีใจมากเลยรู้มั้ย”  ผมหันมาบอกกับกานต์

 

“ชั้นก็ดีใจ”  กานต์ยิ้มบอกกับผม

 

“หวังว่าพ่อแม่นายคงไม่เรียกสินสอดแพงหรอกนะ”  ผมหยอกไป

 

“ทนหน่อยนะ อีกไม่นานเราก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว”   กานต์ค่อย ๆ เอื้อมมือมากอดผมเอาไว้

 

“ชั้นจะรอ”  

 

พอผมส่งกานต์ที่บ้านเสร็จ ผมก็กลับมาที่บ้าน เห็นแม่กำลังนั่งเย็บเสื้อให้พ่ออยู่

 

“ขอบคุณครับแม่”  ผมเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่

 

“ไม่เป็นไร เรื่องนี้พ่อกับแม่ก็พอจะรู้มาบ้าง”  แม่หันมาบอกกับผม

 

“ห๊ะ...!! แม่รู้ด้วยเหรอ..?”

 

“ไอ้เรือง ข้าเป็นแม่เอ็งนะจะไม่รู้เชียวเหรอว่าเอ็งหน่ะชอบใคร”  แล้วแม่ก็บอกกับผม

 

“น้องเอ็งมันก็เคยมาพูดให้ข้าฟัง ว่าเอ็งกับครูสนิทสนมกันเป็นห่วงเป็นใยกัน แค่นี้ข้าก็พอจะเดาออก”

 

“แม่ไม่เสียใจเหรอที่ผมมีหลานให้แม่ไม่ได้...?”   ผมยังรู้สึกผิดกับแม่เรื่องนี้

 

“รินมันก็เป็นผู้หญิง พอโตขึ้นมันก็ต้องมีผัว หรือถ้ามันจะอยู่เป็นโสดข้ากับพ่อเอ็งก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องหลานเลยนี่”   แม่บอกกับผม   ผมตื้นตันใจค่อย ๆ เขยิบเข้าไปใกล้แม่แล้วกอดแม่เอาไว้  นานแล้วที่ผมไม่ได้กอดแม่เลยอาจเพราะผมโตขึ้นจะกอดแม่ทีก็เขิน ไม่เหมือนตอนเด็ก ๆ นอนกอดแม่ประจำ

 

“ไอ้เรือง เอ็งไม่ต้องไปสนใจคำใครเขาหรอก ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ขอให้เอ็งกับครูรักกันก็พอ พ่อกับแม่อยู่ข้างเอ็งเสมอ”   แล้วแม่ก็ลูบหัวผมเบา ๆ

 

ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ขอมีพ่อมีแม่มีน้องที่เข้าใจ ใครจะพูดยังไงผมจะไม่เก็บเอามาใส่ใจเด็ดขาด ครอบครัวผมสำคัญที่สุด

 

......................................................

 

กานต์...............

 

วันนี้ผมมาช่วยเรืองเกี่ยวข้าวทั้งวัน พอตอนเย็นผมกำลังจะกลับเรืองก็บอกให้ผมอยู่ก่อนเพราะมีเรื่องอยากปรึกษาด้วย พอผมอาบน้ำทานข้าวเสร็จ เรืองก็ชวนผมไปหาพ่อกับแม่เรืองที่นั่งอยู่ที่ชานบ้าน 

 

“ถ้าขายข้าวได้แล้ว ผมอยากให้พ่อกับแม่ไปขอใครบางคนให้ผมหน่อยครับ”   ผมใจหายแวบขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยิน ไม่คิดว่าเรืองจะบอกพ่อกับแม่เร็วขนาดนี้

 

“บ๊ะ...!!! แล้วเอ็งไปหลงสาวบ้านไหนวะไอ้เรือง...?”  พ่อเรืองถามขึ้น  เรืองหันมามองหน้าผมตอนนี้ใจผมเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ  กลัวว่าพวกท่านจะไม่ยอมรับเรา ผมเป็นกังวลขึ้นมา

 

“เรือง”  ผมรีบห้ามเรืองเอาไว้ ยังไม่อยากให้เรืองพูดกับพ่อแม่ตอนนี้

 

“นายเชื่อใจชั้นนะ”   แล้วเรืองก็บอกกับผม สายตาที่เรืองมองมาที่ผมแน่วแน่ จริงใจจนผมคลายความกังวลลง

 

“ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ ผมรักกานต์”  เรืองเอื้อมมากุมมือผมเอาไว้แน่นแล้วบอกพ่อกับแม่ไป  ผมใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก้มหน้านิ่งมือเย็นเฉียบ ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าพ่อกับแม่เรืองยอมรับพวกเราไม่ได้ ผมจะทำยังไงต่อไปดี เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะยอมรับกันได้ง่าย ๆ ผมเข้าใจดี 

 

“เรารักกัน ผมขอพ่อกับแม่โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ”   เรืองก้มศีรษะบอกกับพ่อแม่ไป  พ่อกับแม่เรืองได้ยินถึงกับนิ่งเงียบ

 

“ผมขอโทษที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ ผิดหวังในตัวผม ผมขอโทษครับ”  เรืองเสียงสั่นเครือบอกกับพ่อแม่ไป

 

“ในเมื่อเอ็งสองคนรักกันแล้วพ่อกับแม่จะห้ามได้ยังไง มันเป็นความสุขของเอ็งนะไอ้เรือง ทำไมพ่อกับแม่ต้องเสียใจด้วยหล่ะ...?”  แล้วพ่อเรืองก็บอกกับเรือง เรืองรีบเงยหน้าน้ำตาคลอ

 

“ถึงแม้ครูจะเป็นผู้ชาย แต่ก็เป็นลูกมีพ่อมีแม่เอ็งต้องไปสู่ขอเค้าให้เป็นเรื่องเป็นราวนะไอ้เรือง”  พ่อเรืองพูดขึ้น  ผมหันไปมองหน้าเรืองที่ยิ้มดีใจทั้งน้ำตา ผมพลอยตื้นตันใจไปกับเรืองด้วย เรืองโชคดีที่มีพ่อแม่ที่เข้าใจ

 

“ขอบคุณครับ”   ผมกับเรืองยกมือไหว้ท่านทั้งสองพร้อมกัน

 

นั่งคุยกันอีกได้ซักพัก ผมก็ขอตัวกลับบ้าน เรื่องนี้ผมก็ยังไม่ได้คุยกับพ่อแม่ผมเหมือนกัน ในใจก็นึกหวั่น ๆ กลัวพ่อกับแม่จะไม่เข้าใจและรับไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรผมก็ต้องพูดขนาดเรืองยังไม่กลัวแล้วผมจะกลัวอะไร  ถ้าผมอยากจะอยู่กับเรืองตลอดไป ยังไงผมก็ต้องคุยกับพ่อแม่ให้ท่านได้รับรู้ 

 

หลังจากที่เรืองมาส่งผมและกลับไปแล้ว  ผมก็เดินขึ้นมาบนบ้าน

 

“กานต์ทานข้าวมารึยังลูก...? กับข้าวอยู่ในตู้แน่ะ”  แม่บอกกับผม

 

“ผมทานมาแล้วครับแม่”  ผมเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่

 

“แล้วพ่อหล่ะครับ...?”  

 

“มีอะไรหรือเปล่าลูก..?”   แม่ถามผมขึ้นคงเห็นสีหน้าผมเป็นกังวล

 

“ผมมีเรื่องอยากจะบอกพ่อกับแม่ครับ”   ผมตัดสินใจบอกแม่ไป

 

“พ่อมึงลูกมีเรื่องจะคุยด้วย....!!”  แม่ก็ตะโกนบอกกับพ่อ  พ่อเดินออกมาจากห้องแล้วนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ ผม

 

“มีอะไรลูก...?”   พ่อถามผมขึ้น 

 

“แม่ขึ้นมานั่งเก้าอี้ข้าง ๆ พ่อหน่อยครับ”   ผมพยุงแม่ให้ลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ พ่อ

 

“มีอะไรเหรอกานต์...?”  แม่ย้ำถามกับผมอีกครั้ง

 

ผมค่อย ๆ ก้มลงกราบเท้าท่านทั้งสอง

 

“กานต์เกิดอะไรขึ้น..?”  สีหน้าแม่เป็นกังวลขึ้นมา

 

“แม่ฟังผมก่อนนะครับ”  

 

“ฟังลูกมันก่อนเถอะแม่มึง”  พ่อหันไปบอกกับแม่

 

“ผมเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อกับแม่ พ่อกับแม่หวังในตัวผมเอาไว้มาก สิ่งที่ผมจะบอกพ่อกับแม่ต่อไปนี้ อาจจะทำให้พ่อกับแม่ไม่พอใจ อาจทำให้พ่อกับแม่เสียใจ ผิดหวังในตัวผม ผมขอยอมรับผิดทุกอย่าง” 

 

“กานต์”  แม่เรียกชื่อผมเบา ๆ  

 

“ผมกับเรืองรักกันครับ”   ผมตัดสินใจบอกกับพวกท่านไป

 

“ผมขอโทษที่เป็นลูกอกตัญญู  ทำอย่างที่พ่อกับแม่หวังให้ไม่ได้  ผมขอโทษครับ”   ผมก้มลงกราบพ่อกับแม่อีกครั้ง  ผมสัมผัสได้ถึงมืออุ่น  ๆ ของพ่อกับแม่ที่กำลังลูบหัวผมอยู่ ผมเงยหน้าขึ้นมองพวกท่าน

 

“กานต์ ทุกวันนี้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะ ลูกเป็นเด็กดีมาตลอด ตั้งใจเรียนจนได้เป็นถึงครูบาอาจารย์”

 

“ไอ้เรืองพ่อกับแม่ก็เห็นมันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งนมนาน แต่ก่อนมันเป็นคนเกกมะเหรกเกเรก็จริง ๆ แต่ตอนนี้มันเอาการเอางานกลับตัวกลับใจเป็นคนดี พ่อกับแม่ก็ดีใจกับมันด้วย”

 

“พ่อยอมรับว่าตกใจที่ลูกพูดมาแบบนี้ แค่ตกใจนะลูกไม่ได้เสียใจ พ่อถือว่ากานต์ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเองได้ ลูกได้เจอคนที่รักเจอคนที่ดี พ่อกับแม่ก็หมดห่วง”  ผมน้ำตาคลอเมื่อได้ยินที่พ่อพูด

 

“ขอบคุณมากครับ”  ผมยิ้มบอกกับพวกท่านทั้งน้ำตา

 

ไม่ใช่แค่เรืองที่โชคดีผมก็โชคดีเช่นกันที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่  

 

"ผมรักพ่อกับแม่ที่สุดในโลกเลยครับ"

 

 

 

.......................................................................

To be continue..................................

.......................................................................

 

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น