Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

ชื่อตอน : Chapter 25 : งานวัด ^^

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2559 10:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 25 : งานวัด ^^
แบบอักษร

 

 

เรือง.............................

 

วันนี้ผมไปช่วยพ่อกับแม่ที่นาเหมือนอย่างเคย เพราะอาทิตยหน้าก็จะเก็บเกี่ยวแล้วเห็นรวงข้าวสีเหลืองทองอร่ามเต็มท้องทุ่งแล้วมันชื่นใจ หลังจากที่ผมกลับมาจากนาเสร็จ  ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะผมนัดกับกานต์เอาไว้ว่าผมจะพาเค้าไปเที่ยวงานวัด

 

ซักพักมีเสียงมอไซค์ขี่เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ผมรีบชะโงกลงไปดู

 

“พี่เรืองน้ำหวานมารับพี่ไปเที่ยวงานวัดด้วยกันจ๊า”   น้ำหวานตะโกนบอกกับผม  ผมเดินลงบันไดมาหา

 

“ไม่ไป  อยากจะไปก็ไปเองดิ”   ผมบอกไป

 

“พี่เรืองก็ เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะ”  น้ำหวานหน้างอใส่ผม

 

“ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย  อยากไปไหนก็ไปเองเลย”  ผมบอกไป

 

“พี่เรืองอ่ะ พูดแบบนี้น้ำหวานเสียใจนะ”  น้ำหวานหน้างอนไม่เลิก ผมก็ไม่สนใจ

 

“พี่เรืองไปกันเถอะค่ะ”   แล้วเสียงรินก็ดังขึ้น ผมหันไปมองหน้าริน รินขยิบตาส่งซิกให้ผม เพราะผมกับรินไม่ได้นัดกันไว้ รินจะไปกับเพื่อน ๆ

 

“ไปสิ” ผมก็รีบรับมุกน้องทันที ว่าแล้วผมก็พารินซ้อนมอไซค์ขี่ออกจากบ้านมา ปล่อยให้น้ำหวานหน้าเซ็งอยู่ข้างหลัง

 

“ขอบใจนะ”  ผมหันไปบอกน้อง

 

“ไม่เป็นไรค่ะ รินไม่ชอบพี่น้ำหวานอยู่แล้ว”

 

“จะให้พี่ไปส่งไหน...?”  

 

“รินจะไปกับเพื่อน ๆ ค่ะนัดกันไว้ที่บ้านชมพู่ ไปส่งรินที่บ้านชมพู่หน่อยค่ะพี่เรือง”    ผมไปส่งรินที่บ้านเพื่อนเสร็จก็รีบบึ่งไปรับกานต์ที่บ้านพักครูก่อนที่กานต์จะมาหาผมพอผมมาถึงบ้านพักครู กานต์กำลังปิดประตูบ้านพอดี

 

“อ้าว ไหนบอกให้ชั้นไปรับไง...?”   กานต์ถามขึ้น

 

“ไม่เอา อยากเจอนายเร็ว ๆ เลยมาหาซะเลย”   ผมยิ้มบอกไป  แล้วกานต์ก็เดินมาซ้อนมอไซค์ผม

 

“จับแน่นๆ หล่ะ ชั้นจะพานายเหาะเอง”  ผมหันไปบอกกับกานต์  กานต์รีบกอดเอวผมเอาไว้แน่น

 

“คิดถึงชั้นรึเปล่า...?”   ผมหันไปถาม

 

“บ้า เพิ่งจากกันเมื่อตอนเย็นนี่เอง”   กานต์บอกกับผม

 

“แต่ชั้นคิดถึงนาย ถึงจะเพิ่งจากกันก็ตาม อยากอยู่กับนายตลอด 24 ชั่วโมง”  

 

“อย่ามาเว่อร์”   กานต์เอาหัวมาโขกเข้าที่หลังผมเบา ๆ คงเพราะหมั่นไส้ ผมพากานต์มาถึงงาน ที่วัดตกแต่งด้วยไฟหลายหลากสีตั้งแต่ถนนปากทางเข้าจนถึงหน้าวัด เสียงเครื่องขยายเสียงของแต่ละเครื่องเล่น แต่ละซุ้มดังมาแต่ไกล ผมเอารถไปจอดเสร็จก็จะพากานต์เข้าไปในงาน ตอนนี้คนเริ่มเยอะทั้งคนในหมู่บ้านผมและหมู่บ้านใกล้เคียง

 

หมับ....!!!  ผมรีบคว้ามือกานต์มาจับ

 

“อะไรไม่เอา คนเยอะเดี๋ยวมีคนเห็น”  กานต์รีบชักมือหนี  ผมลืมนึกไปกานต์เป็นถึงครูบาอาจารย์จะมาจับมือกับผู้ชายเที่ยวงานวัดก็ใช่ที่

 

“แหะ แหะ แหะ ขอโทษชั้นคิดว่าเรายังเป็นเด็กกันอยู่อ่ะ”  ผมบอกไป เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนผมกับกานต์จะจับมือกันเที่ยวงานวัดจนทั่ว

 

“คนเยอะนะเรือง”   ผมเห็นกานต์มองไปรอบๆงานอย่างสนใจ

 

“อื่อ อย่าห่างจากชั้นหล่ะ”   ผมหันไปบอก

 

“พี่เรืองอยู่นี่เอง น้ำหวานตามหาซะจนทั่ว”   น้ำหวานรีบปรี่เข้ามาหาผม ผมหันไปมองหน้ากานต์ที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ น่ารักชะมัด กานต์กำลังหึงผมอยู่แน่ ๆ อิอิอิ

 

“จะตามหาทำไม..? ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย”  ผมบอกไป

 

“พี่เรืองอ่ะ พูดแบบนี้น้ำหวานเสียใจนะจ๊ะ”   น้ำหวานทำหน้างอนบอกกับผม

 

“พี่น้ำหวานมีใครไม่รู้มาหา”   แล้วเสียงรินก็ดังขึ้น ผมเห็นรินกับเพื่อนๆรีบเดินตรงมาหาผม แล้วลากแขนน้ำหวานออกไป

 

“ใครถามหา...? ไม่ได้นัดใครไว้ซักหน่อย ดะเดี๋ยว... จะลากไปไหนกันเนี่ย...?”   น้ำหวานถูกรินกับเพื่อน ๆ ลากตัวออกไป  รินหันมายิ้มให้กับผม  ยัยน้องตัวแสบมาจัดการกับน้ำหวานให้นี่เอง

 

“ไปกันเถอะ อยากนั่งชิงช้าสวรรค์มั้ย...?”   ผมหันไปถามกานต์

 

“อื่อ”  กานต์ยิ้มตอบผม  ผมเลยพากานต์ไปซื้อบัตรเพื่อนั่งชิงช้าสวรรค์ 

 

“ไม่ได้นั่งแบบนี้มาตั้งนาน”  กานต์บอกกับผมขณะที่ชิงช้าสวรรค์เริ่มหมุน พอหมุนขึ้นมาจุดสูงสุด เครื่องก็หยุดนิ่ง  ผมรีบคว้ามือกานต์เอามากุม อยู่ข้างบนแบบนี้ไม่มีคนเห็นแน่นอน  พอมันเริ่มหมุนกลับลงมาผมก็ปล่อยมือ เรานั่งชิงช้าสวรรค์จนหมดรอบ

 

“อยากเล่นอะไรอีกเดี๋ยวพาไปเล่น”  ผมหันไปถาม  กานต์ไม่ตอบแต่ผมเห็นเค้ากำลังมองไปที่ซุ้มปาลูกโป่ง

 

“อยากเล่นมั้ย....??”  

 

“ชั้นปาไม่แม่นเหมือนนาย แต่อยากได้ตุ๊กตาเอาไปให้เด็ก ๆ”  แล้วกานต์ก็บอกกับผม    อ่อ..กานต์มองตุ๊กตาอยู่นี่เอง

 

“ได้เดี๋ยวชั้นไปเล่นให้”  ผมกับกานต์พากันมาที่ซุ้มปาลูกโป่ง เมื่อใครก็ตามปาลูกดอกถูกลูกโป่งแตกก็จะได้ของรางวัล ส่วนมากจะเป็นตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อย

 

“ลุงชุดเท่าไหร่...?”  ผมถามคนขายไป

 

“5ดอกยี่สิบ”  

 

“เอามาให้ผม10ดอก”   ผมบอกไปพร้อมกับยื่นตังค์ให้ไปสี่สิบ เจ้าของก็ยื่นลูกดอกให้ผมสิบอัน 

 

“ชั้นจะเอามาให้นายสิบตัวเลยคอยดู”   ผมหันไปยิ้มบอกกับกานต์

 

“สู้ ๆ”  กานต์ยิ้มกลับ

 

ลูกที่หนึ่ง  โพละ...แตก  ลูกที่สองก็  โพละ....แตก  ลูกที่สามก็ โพละ....แตก  จนมาลูกที่สิบ โพละ...แตก 

 

“555+ ลุงผมปาโดนหมดเอามาเลยสิบตัว”   ผมหัวเราะชอบใจบอกกับลุงเจ้าของร้านไป 

 

“ไอ้เด็กบ้าอะไรจะแม่นขนาดนั้นวะ”  ลุงเจ้าของร้านบ่นกับผมเบา ๆ พร้อมกับหยิบตุ๊กตาสิบตัวใส่ถุงแล้วยื่นให้ผม

 

“ข้าไม่เชื่อว่าเอ็งจะแม่นทุกดอกหรอกไอ้หนุ่ม”  ลุงเจ้าของร้านยังกังขาฝีมือของผม

 

“งั้นข้าให้เอ็งอีกสิบดอกคิดยี่สิบ”   ลุงบอกกับผม

 

“โอเชครับลุง”   ว่าแล้วผมก็ยื่นแบงค์ยี่สิบให้แกไป พร้อมกับได้ลูกดอกมาตั้งสิบอัน

 

ลูกที่ 1 โพละ....แตก   ลูกที่ 2  โพละ.....แตก  หน้าลุงเริ่มเสีย

 

ลูกที่5  โพละ....แตก   ลูกที่ 6  โพละ....แตก    หน้าลุงเริ่มเครียด

 

ลูกที่ 7  โพละ...แตก    ลูกที่ 8  โพละ....แตก   ลุงเริ่มตีหน้ายักษ์

 

ลูกที่ 9  โพละ...แตก   ลูกที่ 10  โพละ...แตก  “ไอ้เด็กเวร จะแม่นหาพ่องอะไรนักหนา.?? ไปไกล ๆ ร้านกูเลย แม่งขาดทุนย่อยยับเพราะมึงนี่แหล่ะ”   ว่าแล้วลุงก็โยนตุ๊กตาให้ผมอีกสิบตัว     ผมกับกานต์รีบเผ่นแน่บออกมา

 

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ นายนี่ยังแม่นเหมือนเดิมเลยนะ”  กานต์หัวเราะชอบใจ

 

“อยากได้อีกมั้ยละ...? เราย้ายไปยิงปืนอัดลมกันมั้ย...? มีของรางวัลด้วย”   ผมถามกานต์ไป

 

“พอแล้ว กลัวจะโดนลูกปืนจริงแทนอ่ะดิ เล่นจนเค้าเจ๊งเนี่ย”   กานต์บอกกับผม  อิอิอิ  ก็คนมันเก่งอ่ะ   

 

ผมพากานต์เดินผ่านซุ้มสาวน้อยตกน้ำ  เห็นน้ำหวานแว่บๆ นั่งเป็นสาวน้อยอยู่บนคานไม้ที่พาดเอาไว้กับถังน้ำใบใหญ่

 

“อยากเล่นมั้ย...??”  ผมหันไปถามกานต์  กานต์ได้แต่ส่ายหน้า

 

“ชั้นจะเล่น”  ผมยักคิ้วบอกกับกานต์ไป 

 

“นายจะกล้าทำน้ำหวานตกน้ำเร้อ...??”   กานต์เหล่ตามองผม หึหึหึ  คอยดูละกัน

 

“ว้ายๆๆๆๆ พี่เรือง  พี่เรืองมาเล่นสาวน้อยตกน้ำหน่อยค่า”  เสียงน้ำหวานตะโกนเรียกผมซะดัง

 

“พี่เรืองไม่มีทางทำให้น้ำหวานคนสวยตกน้ำตัวเปียกหรอกเน๊อะ”  น้ำหวานพูดยังไม่ทันขาดคำผมปาลูกบอลเข้าเป้าตรงเผง

 

โป๊ะ.......ตู๊มมมมม...!!  น้ำกระจาย  น้ำหวานร่วงตกน้ำจมมิดหัว จากหน้าที่แต่งฉ่ำโบ๊ะอย่างกับจะมาเล่นลิเกตอนนี้เริ่มเยิ้ม

 

“พี่เรืองอ่ะ แค่ลูกเดียวใช่มั้ย...?”

 

โป๊ะ.....ตู๊มมมมมม....!!!  น้ำกระจาย  น้ำหวานตะเกียกตะกายเกาะขึ้นขอบถัง  เครื่องสำอางค์ที่ใช้แต่งหน้าไหลอาบแก้มเป็นทางยิ่งกว่าสีรุ้งซะอีก

 

“พี่เรืองแค่เล่นขำ ๆ ย่ะ”  น้ำหวานหันไปบอกกับชาวบ้านที่มามุงดูต่างหัวเราะชอบใจ

 

โป๊ะ.....ตู๊มมมมมม.....!!!  น้ำกระเพื่อม  น้ำหวานค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นมาจากถัง ตอนนี้หน้าขาวซีดอย่างกับผีดิบ ตัวสั่นอย่างกับลูกนก

 

“พี่เรือง.........”  น้ำหวานยังไม่ทันจะพูดอะไร

 

“โป๊ะ.....ตู้มมมมมมมมม......!!!   แล้วลูกบอลลูกสุดท้ายก็พุ่งเข้าเป้า น้ำหวานร่วงตกน้ำอีกตามเคย น้ำหวานค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นเหนือน้ำ

 

“อิพี่เรืองจะไปไหนก็ไป อย่ามาเฉียดแถวนี้อีกนะยะ”  น้ำหวานโกรธตะโกนบอกกับผม

 

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ชาวบ้านต่างหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่

 

“นายไปแกล้งเค้า”  กานต์หันมาดุผมเบา ๆ   อิอิอิ  เสือกมายุ่งวุ่นวายดีนักมันต้องสั่งสอน หลังจากเดินออกมาจากซุ้มสาวน้อยตกน้ำแล้ว

 

“อยู่นี่รอนะห้ามไปไหน เดี๋ยวมา”   ผมบอกกับกานต์แล้วรีบเดินตรงไปร้านขายสายไหม

 

“เอาสายไหมไม้นึงครับ”  ผมบอกไป  จ่ายตังค์เสร็จสรรพกำลังจะรีบเดินกลับไปหากานต์  เห็นไอ้เหี้ยไหนก็ไม่รู้สี่ห้าคนมากะลิ้มกะเหลี่ยล้อมหน้าล้อมหลังกานต์อยู่ ผมรีบปรี่เข้าไปหา

 

“มาคนเดียวเหรอครับ...? น่ารักจังไปเที่ยวกับพวกผมต่อมั้ย....?”   แล้วก็มีหนึ่งในนั้นพูดกับกานต์ขึ้น  แม่งกล้ามากนะมึง

 

“เฮ้ย...ทำเหี้ยอะไรของพวกมึงวะ...!!!!”    ผมชี้หน้าถามพวกมัน

 

“กูคุยกับคนน่ารักอยู่ ควายอย่างมึงไม่ต้องมายุ่ง”    แล้วมันก็ตอบผมกลับ

 

“ไอ้เหี้ย....!!! กล้ามาจีบเมียกูเหรอวะ....!!!”   ผมทิ้งขนมสายไหมแล้วปรี่เข้าไปถีบมันก่อนเลย

 

อั๊ก...!!  พอมันล้มลงไอ้เพื่อนอีกสี่คนก็เข้ามาช่วย

 

ผั๊วะ...!!  ผั๊วะ...!!  ผมสวนหมัดเข้าใส่พวกมัน  ตุ๊บตั๊บ ผั๊วะ อั๊ก ผมทั้งเตะทั้งต่อย

 

อั๊ก...!!! ผมเผลอโดนพวกมันถีบเข้าที่กลางหลังจนเซ

 

“เรืองพอแล้ว”  กานต์รีบเข้ามาห้ามผม

 

“ปล่อยชั้น ชั้นจะเอาเลือดหัวพวกมันออก”  ผมรีบลุกแล้วเข้าไปซัดพวกมันต่อ

 

ผั๊วะ...!! ผั๊วะ...!!  ผมกับพวกมันซัดกันอุตลุด ชาวบ้านต่างเริ่มมามุงดูกัน

 

“ไอ้พวกเหี้ย...!! กล้ารุมพี่กูเหรอวะ..?”  ผมหันไปมอง ไอ้ขมชี้หน้าพวกมันแล้วปรี่เข้ามาช่วย

 

ตุ๊บตั๊บ ไอ้ขมทั้งเตะทั้งต่อย  ผั๊วะ...!!  ไอ้ขมเผลอโดนพวกมันต่อยเข้าหน้าจัง ๆหนึ่งหมัด  ถุ้ย... ไอ้ขมถุยเลือดที่กบปากทิ้ง

 

“สัส...!! มึงต่อยเมียกู กูจะฆ่ามึง”   ผมหันไปมอง ไอ้ภูมิโกรธหน้าดำหน้าแดงปรี่เข้ามาช่วยผมอีกแรง  เมื่อกี้มันว่าอะไรนะ..? ช่างแม่งเหอะไม่มีเวลาคิดแล้ว ผมหันไปซัดกับไอ้พวกนั้นต่อ  ตอนนี้ผมมีกันสามคนพวกมันมีห้าคนยังสู้พวกผมไม่ได้ ผมซัดพวกมันจนนอนกลิ้งคลุกดินคลุกฝุ่นกันเป็นแถว

 

“ทีหลังอย่ามาอวดเก่งที่หมู่บ้านกูอีก ไสหัวพวกมึงไปไกล ๆเลย หรือจะแดกส้นตีนกูอีกห๊ะ....??”   ผมง้างตีนใส่พวกมัน พวกมันรีบลุกแล้วพากันวิ่งออกจากวัดไป

 

“ถุ้ย.. นึกว่าจะแน่”   ผมตะโกนตามหลังพวกมันไป 

 

“เรือง นายเป็นไงมั่ง...?”  กานต์รีบเข้ามาปัดฝุ่นที่เสื้อให้กับผม

 

“ไม่เป็นไร สบายมาก”   ผมบอกไป ว่าแต่ผมกับกานต์หันไปมอง เห็นไอ้ภูมิมันรีบไปประคองไอ้ขมอยู่

 

“ขมมึงเป็นไงมั่งวะ...? ดูดิ๊หน้าเยินหมด กูบอกแล้วมึงอย่าห้าว”  ไอ้ภูมิมันเอามือลูบไปที่หน้าไอ้ขมเบา ๆ ด้วยความห่วงใย  ผมกับกานต์หันหน้ามองกันด้วยความงงงวย แล้วก็หันไปมองพวกมันต่อ

 

“ไอ้เหี้ย... จะมาจับทำไมเนี่ยกูอายเค้า”  ไอ้ขมรีบสะบัดหน้าหนี มันคงเห็นผมกับกานต์จ้องมันอยู่

 

“พี่เรืองเป็นไงมั่งพี่...?”   มันเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง

 

“กูไม่เป็นไร ขอบใจว่ะที่มาช่วย”   ผมบอกกับมันไป

 

“ไป ๆ ๆ กลับบ้าน ห้าวดีนักมึงเนี่ยได้แผลจนได้”  ว่าแล้วไอ้ภูมิก็ลากไอ้ขมเดินออกจากวัดไป

 

“กลับบ้านกันมั้ย...?”  ผมถามกานต์ไป

 

“อื่อ”  กานต์ได้แต่พยักหน้าแล้วมองตามหลังไอ้ขมกับไอ้ภูมิไป

 

“นายว่าสองคนนั่นมีอะไรแปลก ๆ มั้ย.....?”   กานต์ถามขึ้นขณะที่ซ้อนมอไซค์ผมกลับไปบ้านพักครู

 

“อื่อ.... ดูไอ้ภูมิเป็นห่วงไอ้ขมจัง”  ผมบอกไป  

 

พอมาถึงบ้านพักครู

 

“นายไปอาบน้ำก่อนเถอะ เนื้อตัวมีแต่ฝุ่น”   กานต์บอกกับผมพร้อมกับเอาถุงตุ๊กตาที่เพิ่งได้มาวางไว้บนโต๊ะ  ผมเข้าไปกอดกานต์จากข้างหลัง

 

“อาบให้หน่อยนะ”  ผมกระซิบบอกพร้อมกับหอมเข้าที่ซอกคอ

 

“น๊า อาบให้หน่อย”  ผมเอาหน้าคลอเคลียอ้อนบอกไป

 

“อื่อ”  กานต์อายหน้าแดงตอบกับผมเบา ๆ  ผมเลยรีบจูงมือกานต์เข้าไปในห้องน้ำ

 

"อาบให้ทุกซอกทุกมุมเลยนะ"  

 

 

 

.........................................................................

To be continue..................................

..........................................................................

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

กราบขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}