I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[นัดที่ 16] โกรธเกลียด (ครบ)

ชื่อตอน : [นัดที่ 16] โกรธเกลียด (ครบ)

คำค้น : ตะวันกล้า ซื่อหนาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 22:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[นัดที่ 16] โกรธเกลียด (ครบ)
แบบอักษร

นัดที่ 16 

โกรธเกลียด 

เมืองไทย 

ซื่อหนานมองของที่อยู่ในมือตัวเองแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นก็หยิบกระดาษที่บอกรายละเอียดการใช้ขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว อ่านจนจดจำทุกขั้นตอนจนขึ้นใจแล้วร่างโปร่งก็วางกระดาษลง ก่อนจะหยิบขวดยาขึ้นมาเปิดสัมผัสกลิ่น ทว่า พอสัมผัสได้ครู่หนึ่งก็เกิดอาการเวียนหน้า พะอืดพะอมจนต้องวางแล้ววิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำ พออ้วกจนหมดแรงแล้วซื่อหนานก็พาร่างอันอ่อนระโหยออกมายืนตรงหน้าขวดยาอีกครั้ง พร้อมกับจับที่หน้าท้องป่องนิดๆ ของตัวเองไปด้วย 

“ขอโทษด้วยนะ...ฉันคงให้พวกแกเกิดไม่ได้ ช่วยไม่ได้...ที่พวกแกมาเกิดในท้องของฉัน” พูดจบซื่อหนานก็เม้มปากแน่น ขอบตาแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ คลื่นอารมณ์อ่อนไหวถาโถมเข้าหาดั่งน้ำหลาก 

จู่ๆ ...ความแน่วแน่ของเขาก็สั่นคลอนเมื่อรู้สึกถึงแรงกระเพื่อมบางอย่างชนกับมือของเขา... 

นี่มัน... 

ไอร้อนผ่าวพุ่งขึ้นตาจนเกิดเป็นฝ้ามองเห็นเบื้องหน้าไม่ชัด นานทีเดียวกว่าซื่อหนานจะกระพริบตาแล้วหยดน้ำใสอุ่นๆ ก็ร่วงหล่นลงบนมือที่กำลังจับอยู่ที่ท้อง... 

‘ไม่เคยนับ’  

‘แบบนั้นก็แย่สิครับ แล้วคุณซื่อหนานตรวจเจอตอนอายุครรภ์ได้กี่เดือนหรอครับ’  

‘น่าจะ 3 เดือนกว่า...’  

‘อื้ม...ผมคิดว่าคุณอาจจะนับเคลื่อนไปนิด แต่ไม่เป็นไร แค่รู้ว่าตอนนี้กำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้วก็พอครับ’  

‘มันสำคัญอะไร แค่รอให้ถึง 9 แล้วคลอดก็น่าจะพอ’  

หมอชายกยิ้ม ‘มันสำคัญตรงนี้คุณจะสามารถสัมผัสได้ว่าเขาดิ้นยังไงละครับ ยิ่งมีสองคนแบบนี้ ต้องดิ้นกันสนุกแน่’  

ซื่อหนานสูดน้ำมูก เช็ดน้ำตาแล้วพ่นลมหายใจออกทางปาก ตอนนี้ทุกอย่างตีกันในหัวของเขาเต็มไปหมด จู่ๆ ความลังเลใจก็แทรกซึมเข้ามาทำให้จิตใจของเขาสั่นไหว...น้อยครั้งจะเป็นแบบนี้ มันน่าหงุดหงิด และน่าปวดหัวพอกัน 

ซื่อหนานยืนนิ่งสงบใจอยู่ครู่ใหญ่ สักพักก็เผยรอยยิ้มเยาะตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้มันไม่เป็นความจริง สิ่งที่เขากำลังรู้สึกเป็นเพราะฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ใช่ความรู้สึกจากใจของเขาจริงๆ ต่อให้เขาเสียใจแต่ก็ใช่ว่าจะเสียใจอย่างที่รู้สึก... 

ซื่อหนานก้มมองที่ท้องป่องนูนของตัวเอง...แล้วย้ำเตือนกับตัวเองอยู่พักใหญ่ มันก็แค่ความรู้สึกปลอมๆ เท่านั้นแหละ 

ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองดูขวดยาแล้วยื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะกรอกมันใส่ปาก ทว่า น้ำสีดำยังไม่ไหลจากปากขวดเข้าปาก ขวดยาในมือก็ถูกยื้อแย่งไปต่อหน้าต่อตาเสียก่อน! ซื่อหนานตวัดสายตามองคนที่ยื้อแย่งยาไปจากเขา อีกฝ่ายมีใบหน้าโดดเด่น ผิวขาวแบบชาวตะวันตก ดวงตาสีอ่อนมองมาที่เขาสำรวจขึ้นๆ ลงๆ จนพอใจก็ถอนหายใจออกมา 

“โชคดีที่ทันเวลา” อีกฝ่ายพึมพำ 

ซื่อหนานขมวดคิ้วงงหนัก จับจ้องอีกฝ่ายตาวาวโรจน์ แล้วถามด้วยเสียงเกรี้ยวกราด! “มึงเป็นใคร! ” ทำไมมันถึงเข้ามาในนี้ได้ แถมยังมองเขาเหมือนรู้จัก!? ซื่อหนานไม่รอช้า รีบหมุนตัวขยับจะเดินไปที่หัวเตียง แต่อีกฝ่ายเข้ามาดักไว้อย่างรู้ทัน 

“อ๊ะๆๆ อย่า...อย่าแม้แต่จะคิดซื่อหนาน...กว่าฉันจะแอบเข้ามาในบ้านของนายได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันไม่มีทางยอมให้นาย ได้อาวุธ หรือเรียกบอดิการ์ดข้างล่างขึ้นมาแน่นอน...” ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังยกนาฬิกาขึ้นดูแล้วพูดขึ้น “อีกไม่ถึงห้านาที หมอนนทภพก็จะมาแล้ว นายอยู่นิ่งๆ จะดีกว่า” 

หมอนี่...รู้จักทุกคนรอบตัวของเขาหมดเลย! ซื่อหนานกำมือแน่นมองขวดยาในมือของชายปริศนาอย่างเจ็บใจ อีกนิดเดียวเขาก็จะกำจัดปีศาจสองตัวในท้องได้แล้ว แต่อยู่ๆ หมอนี่ดันโผล่มาจากไหนไม่รู้... 

...แต่การที่แอบเข้ามาในนี้ได้ต้องมีฝีมือพอตัว ต้องเก่งกาจ ฉลาด และมีไหวพริบ ฝีมือระดับมือโปรแบบนี้คงไม่พ้นที่จะเป็นสปาย ซื่อหนานหรี่ตามองท่าทางกระวนกระวายร้อนใจของอีกฝ่าย ที่ต้องมีสังกัด! หรือใครสักคนคอยบงการ แต่จะทำไปเพื่ออะไร หมอนี่มีจุดประสงค์อะไรที่เข้ามาในนี้ มาเพื่อห้ามเขาไม่ให้กินยาในขวดนั้น? ซื่อหนานประมวลข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นอย่างที่สงสัย แสดงว่าหมอนี่รู้เรื่องที่เขาท้อง และคอยจับตาดูเขามาตลอดงั้นหรอ! จะบอกว่าเป็นคนของพ่อ ซื่อหนานก็ไม่กล้ายืนยันเต็มปาก เพราะเขารู้จักนิสัยของพ่อดีว่าพ่อคงไม่มีนิสัยจ้างชาวตะวันตกทำงานให้ ส่วนมากเขาจะใช้คนที่รู้จักสมัยเรียน หรือคอยช่วยเหลือกันมาก่อนเท่านั้น แล้วหมอนี่ทำงานให้ใครกันละ! 

“มึงทำงานให้ใคร! ตอบมา! ” ซื่อหนานถามเสียงเข้ม ใบหน้าเผยรังสีสังหารออกมาตามนิสัยเดิมที่ทำเป็นประจำเวลาที่เผชิญหน้าต่อหน้าสู้กับศัตรู ต่อให้เขาท้องแล้วยังไง เขายังมีสองมือ สองขา ยังมีพละกำลังหลงเหลือ จะยอมให้มันรังแกง่ายๆ เหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือของมันน่ะเรอะ เสียชาติเกิดชัดๆ 

คิมสันเลิกคิ้วมองซื่อหนานอย่างอ่อนใจ หมอนี่มันเสือไม่ยอมทิ้งลายจริงๆ ต่อให้ท้องโตจนจะแบกไม่ไหว ยังกล้าเผยแสดงท่าทีคุกคามออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางเหมือนคนกระหายเลือด เอาแต่ใจแบบนี้ไม่รู้ว่าฮั้นตี้ชอบเข้าไปได้ยังไง 

“อีกไม่กี่ชั่วโมงนายก็จะรู้เองว่าฉันเป็นใคร รีบไปนั่งเถอะ ยืนนานๆ ลูกหลุดออกมา คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่” 

ซื่อหนานเขม็งมองคิมสันนิ่ง สมองประมวลผลฉับไว เลื่อนสายตามองไปที่ขวดยาในมือของคิมสัน 

“นายเข้ามาในนี้มีจุดประสงค์เพื่อห้ามฉันไม่ให้ทำแท้ง? คิดว่าการห้ามให้ฉันไม่กินยาได้ แล้วนายจะห้ามฉันได้? มีวิธีมากมายบนโลกใบนี้ที่สามารถทำให้ฉันแท้งได้ นอกจากกินยา รู้ไหม? ” ซื่อหนานเป็นพวกชอบเอาชนะมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อพูดจบร่างโปร่งก็ดึงโต๊ะไม้ออกมาขวางหน้าระหว่างเขาและชายแปลกหน้าคนนี้เอาไว้ จากนั้นก็รีบหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างเร่งรีบ คิมสันสบถเป็นภาษาอังกฤษอยู่หลายคำ เมื่อกี้ไม่ทันตั้งตัวและถือยาเอาไว้อยู่ชายหนุ่มจึงระวังไม่ให้มันกระเด็นหรือหกลงพื้น ด้วยกลัวว่าซื่อหนานจะทำอะไรบ้าๆ อย่างที่พูด แต่อีกฝ่ายทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายมากกว่านั้น เจ้าตัวหมุนตัววิ่งออกจากห้อง เขาก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร บ้าเอ้ย! 

“ซื่อหนาน! ” คิมสันตะโกนเสียงดังรีบวิ่งตาม แต่ซื่อหนานวิ่งออกมาก่อนเขาได้สามก้าวยังไม่ทันที่มือของเขาจะคว้าเข้าไปที่แขนเรียวของอีกฝ่ายเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าว ร่างโปร่งกลับหมุนตัวทิ้งตัวลงไปด้านหลัง แล้วมองเขาอย่างเยาเย้ยเสียแล้ว 

คิมสันใจหายวาบ มองซื่อหนานอย่างตกตะลึงอ้าปากค้าง ก่อนจะค่อยๆ หุบปากลงเมื่อร่างโปร่งที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศถูกคว้าตัวไว้ได้ทันโดยฝีมือของคุณหมอนนทภพ! 

บ้าเอ้ย! เกือบไปแล้ว! 

ซื่อหนานลืมตาขึ้นโดยพลัน เมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย หนำซ้ำยังถูกอุ้มตัวลอยกลางอากาศโดยฝีมือของร่างสูงที่มีกลิ่นอายคุ้นเคย เจ้าตัวก็หน้าเสียหงุดหงิดงุ่นง่านทันที 

“ปล่อย! ปล่อยกู! ” 

“ทำบ้าอะไรของคุณ! รู้ไหมว่าสิ่งที่คุณทำมันเป็นเรื่องที่ผิดบาปมากแค่ไหน” 

“กับอีแค่ฆ่าเด็กจะผิดบาปสักแค่ไหนกันเชียว ก่อนหน้านี้ฉันฆ่ามาเป็นสิบยังอยู่ดีจนถึงวันนี้...” 

“ซื่อหนาน” นนทภพคำรามเรียกร่างโปร่งในลำคออย่างโกรธๆ เมื่อครู่ที่เขารีบวิ่งเข้ามาในบ้านแล้วเห็นซื่อหนานวิ่งออกจากห้องมาเขาก็สังหรณ์ใจไม่ได้ รีบวิ่งที่บันได จากนั้นพอเห็นร่างโปร่งหมุนตัวจะทิ้งตัวลงมา เขาก็รีบวิ่งไม่คิดชีวิตเข้าไปช่วยอีกฝ่ายเอาไว้ ความหวาดกลัวเกาะกุมจิตใจเขามากแค่ไหน ซื่อหนานคงไม่รู้หรอก เพราะเขาชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่เห็นหัวคนอื่นว่าคนอื่นจะคิดยังไงมาตลอด พอคิดได้แบบนี้นนทภพก็ยิ่งเผยสีหน้าเคร่งเครียด แววตาทอประกายเจ็บปวด แสดงว่าซื่อหนานไม่แคร์ความรู้สึกเขาเลยสักนิดเดียว 

“ปล่อย! ” ซื่อหนานตะโกนลั่น ดีดดิ้นพยายามดันตัวออกจากการโอบอุ้มของคุณหมอหนุ่ม แต่นนทภพไม่ใจอ่อนชายหนุ่มกระชับกอดซื่อหนานแน่น แล้วพาเดินไปที่ห้องรับแขก แต่ก็ยังไม่วายเรียกให้คิมสันที่ยืนโล่งใจอยู่ไม่ไกลตามมาด้วย 

พอเข้ามาในห้องรับแขกได้ นนทภพก็ยังไม่วางใจปล่อยให้ซื่อหนานเป็นอิสระด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรบ้าๆ อีก ชายหนุ่มจึงทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับจัดท่าให้ซื่อหนานนั่งบนตักอีกที คิมสันเดินตามเข้ามาเห็นภาพตรงหน้าก็เข้าใจดี ชายหนุ่มไม่คิดจะห้าม และออกจะเห็นด้วยด้วยซ้ำ 

“คุณเป็นใคร” นนทภพเอ่ยปากถามคิมสันเสียงเข้ม 

ซื่อหนานหยุดดิ้นมองไปที่คิมสันอย่างอาฆาตมาดร้าย ถ้าไม่มีมึง ป่านนี้กูคงสมปรารถนาไปแล้ว! 

คิมสันอ่านสายตาซื่อหนานได้แบบนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ฉันชื่อคิมสัน ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลซื่อหนาน...” 

“ทำงานให้ใคร” ซื่อหนานกำลังจะอ้าปากถาม กลับกลายเป็นคุณหมอหนุ่มถามด้วยเสียงเคร่งขรึมแทนเสียเอง นั่นยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้ซื่อหนานทวีคูณ เขาเกลียดการตกเป็นรองมากที่สุด! 

คิมสันเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ มองหน้าซื่อหนานกับนนทภพอย่างมีเลศนัย ชายหนุ่มไม่ตอบในทันที แต่เลือกที่จะนั่งลงบนโซฟาก่อนแล้วค่อยพูด “คิดว่าใครละ” 

“....” 

“ใครที่ไม่อยากให้ซื่อหนานทำแท้งมากที่สุด ใบอีกนิดว่าเป็นคนที่นายคาดไม่ถึงเชียวละซื่อหนาน...” 

ซื่อหนานขนลุกซู่ มองสบตาพราวระยับของคิมสันแล้วก็เกิดลางสังหรณ์ส่งสัญญาณแจ้งเตือน แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากถาม เสียงรถยนต์เลี้ยวเข้ามาในบ้าน พร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังขึ้น ทำให้พวกเขาหยุดบทสนทนาลง แล้วมองไปที่ประตูบ้านอย่างพร้อมเพรียง ตอนนี้เองที่คิมสันพูดขึ้นเพื่อไขความกระจ่าง 

“ฉันทำงานให้กับพ่อของเด็กในท้องนายยังไงละ” 

คิมสันพูดจบเสียงโวยวายแหบห้าวก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงคุ้นตาที่ซื่อหนานไม่อยากจะพบเจอมากที่สุด! 

“คิมสัน! ทันหรือปะ...” ฮั้นตี้ชะงักกึกมองภาพซื่อหนานนั่งอยู่บนตักของหมอนนทภพอย่างอึ้งๆ จากนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นโกรธขึงเคร่งเครียดรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้สองร่างที่กำลังใกล้ชิดกันเกินหมอและคนไข้ แต่ยังไม่ทันจะยื่นมือไปคว้าตัวซื่อหนานออกมา ร่างโปร่งก็ดันลุกขึ้นยืนเพราะนนทภพเผลอคลายกำลังลง พอเห็นว่าฮั้นตี้เข้ามาใกล้ก็ไม่รอช้าเงื้อกำปั้นต่อยเข้าไปที่ปากฮั้นตี้เต็มๆ ทำเอามาเฟียพยัคฆ์เซผงะถอยหลังก้าวหนึ่งเลยทีเดียว 

“ไอ้เลว! ” ซื่อหนานตะคอกด่าฮั้นตี้อย่างเดือดดาล จากนั้นก็พุ่งเข้าไปหวังจะใช้กำลังต่อยตีอีกฝ่ายให้ตายอย่างลืมตัว 

ฮั้นตี้รู้สึกเค็มปร่าในปากแต่ไม่สนใจ ตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือสุขภาพของซื่อหนาน จึงได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายทำร้ายเขาตามอำเภอใจสักหมัดสองหมัด จากนั้นค่อยรวบตัวคนดื้อ หัวรั้นไม่ยอมใครมากอดแน่น... 

“ปล่อยกู! ไอ้เลว! สารเลว! ” 

“พอได้แล้ว! นายกำลังท้องอยู่นะซื่อหนาน! ” 

ซื่อหนานชะงักสบตาสีดำอมเทาของฮั้นตี้แล้วหัวเราะในลำคอ พอมองใกล้ๆ แบบนี้แล้วก็รู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด แม้เขาจะจำใบหน้าฮั้นตี้ได้ขึ้นใจ แต่ก็ใช่ว่าจะจำมันได้อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม เพราะในใจมีอคติอยู่มาก จึงไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก แต่มาวันนี้จู่ๆ เขาก็รู้สึกกระจ่างขึ้นมา ที่คิมสันรู้ความเคลื่อนไหวของเขา เป็นเพราะ.... 

“มึง...” ซื่อหนานเรียกเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำขลับวาววับด้วยความโกรธและแรงสังหาร “เป็นมึง...มึง...” ซื่อหนานโกรธจนน้ำตาคลอ “มึงกล้าหลอกกู เห็นกูโง่นักใช่ไหม ห๊า! มึงสารเลวจริงๆ มึงกล้าปลอมตัวเป็นไอ้คมหน้าผีมาหลอกกูงั้นหรอ! ” ซื่อหนานตะคอกถามเสียงแหบพร่า ร่างโปร่งใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดกระชากคอเสื้อถามฮั้นตี้ ตอนนี้เขาโกรธจนหน้าแดงก่ำ เลือดในกายพลุ่งพล่านน่ากลัวว่ามันจะระเบิดออกมา แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น...ถ้ามันระเบิดออกมาได้ก็คงจะดี แต่นี่ไม่...แทนที่มันจะระเบิด มันกลับกลายเป็นการใช้พลังไปอย่างสูญเปล่า...สูญเปล่าโดยไร้ประโยชน์จนในที่สุดเรี่ยวแรงที่มีก็ค่อยๆ หายไปแทน... 

“ซื่อหนาน ฉัน...ซื่อหนาน! ” ฮั้นตี้รีบกระชับกอดร่างโปร่งเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนตัวซื่อหนานขึ้นอย่างเร่งรีบแล้วพาไปนอนที่โซฟา 

จู่ๆ ก็เป็นลมล้มพับไป ไม่ใช่ว่าจะได้รับผลกระทบอะไรหรอกนะ... 

หมอนนท์รู้ตัวเองรีบเข้าไปตรวจซื่อหนานอย่างละเอียด ก่อนจะผละตัวออกไปกดโทรศัพท์หาหมอชาให้นำเครื่องแพทย์มาตรวจซื่อหนานที่นี่ หลังคุยโทรศัพท์คุณหมอหนุ่มก็หันไปมองมาเฟียหนุ่มที่จู่ๆ ก็โผล่มาสร้างความตกใจ แถมยังเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มากๆ อีกด้วย 

เมื่อกี้ก่อนที่ซื่อหนานจะสลบไปบอกว่าผู้ชายคนนี้...เป็นนายคม? 

ช่างเถอะ แต่เรื่องนั้นไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องที่อีกฝ่าย...ทำไว้กับซื่อหนานต่างหาก 

ผู้ชายคนนี้ไม่สมควรที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับซื่อหนานด้วยซ้ำไป 

“มองผมแบบนั้นหมายความว่าไง” ฮั้นตี้ถามขึ้นเมื่อรับรู้ถึงสายตาของคุณหมอหนุ่มภายใต้กรอบแว่น 

คิมสันเลิกคิ้วขึ้นสูง มองหน้าคุณหมอแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก ไม่คิดว่าเห็นนุ่มนิ่มแบบนี้จะเป็นคนใจกล้า อ่า...แต่ก็นั่นสิ เขาน่าจะเป็นคนใจกล้าจริงๆ นั่นแหละ เพราะถ้าไม่กล้า เขาคงไม่กล้าตอบตกลงรับหน้าที่ดูแลซื่อหนาน 

“แค่มองผู้ชายหน้าไม่อายคนหนึ่ง” นนทภพตอบเสียงเรียบนิ่ง ตอนที่ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามา แถมยังประกาศตัวว่าเป็นพ่อของเด็กในท้อง ยอมรับว่าเขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองหมดหน้าที่ และรู้สึกเหมือนกับว่าจะไม่ได้อยู่กับซื่อหนาน แต่ทันทีที่เห็นร่างโปร่งพุ่งตรงเข้าไปหาฮั้นตี้ กล่าวโทษและมองอีกฝ่ายด้วยความเกลียดชัง นนทภพถึงสัมผัสได้ว่าด้านข้างของซื่อหนานยังว่าง ยังมีที่ว่างเขายืน และผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ตรงนั้นด้วย 

ฮั้นตี้คิ้วกระตุกมองหน้าหมอนนท์อย่างหัวเสีย “อย่าคิดว่าเป็นหมอประจำตัวของซื่อหนานแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไร” 

“คุณเองก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับซื่อหนาน ฉะนั้นอย่าเอาตัวเองมาอ้างทำอะไรๆ ผมเลย” 

“แก...” ฮั้นตี้เริ่มโกรธแล้วจริงๆ อันที่จริงเขาก็โกรธไอ้หมอนี่มาตลอด ที่มันใช้หน้าที่การงานมาบังหน้าเข้าหาซื่อหนาน ไอ้หมอหน้ากล้วยคนนี้คิดไม่ซื่อกับคนไข้และหาโอกาสแตะต้องซื่อหนานอยู่เสมอ ตัวเขาใช่ว่าจะมองไม่เห็น เขามองเห็นทุกอย่าง ทั้งตอนที่ซื่อหนานรู้ตัวและไม่รู้ตัว ล้วนเป็นมันที่กระทำการอย่างแนบเนียน หึ...คงคิดว่าไม่มีใครเห็นถึงได้ทำอยู่เรื่อยๆ ...แต่ต่อจากนี้มันจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะเขาจะไม่ยอมให้มันได้ทำสมใจ! “หึ...นับถือในความกล้าของคุณจริงๆ หมอ ที่หมอพูดมันก็ถูกในทางนิตินัย ซื่อหนานอาจจะยังไม่ยอมรับผมก็จริง แต่ในทางพฤตินัย ซื่อหนานเป็นของผม...เรื่องนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ และมันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่นด้วย” สิ่งหนึ่งที่เขาค้นพบในตัวซื่อหนาน คือเรื่องที่อีกฝ่ายสามารถทำให้คนลุ่มหลงได้เพียงแรกเจอ...ความสามารถนี้มันส่งผลเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่เมื่อส่งผลแล้วย่อมเกิดผลตามมารุนแรง...เหมือนเขา...เหมือนมัน...แล้วก็เหมือน...หึ...พี่ตัวร้ายของเขา เหมือนจะธรรมดา แต่ก็ไม่ภายนอกที่พวกเราเห็นอาจมองเห็นกลมกลืนไปกับพื้นหญ้าเขียวขจี แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น ความจริงแล้วมันก็แค่กับดักล่อหลอกให้เราตายใจแล้วตกหลุมพรางที่ถูกขุดไว้ ลึกเท่าไหร่ไม่รู้ได้ รู้เพียงว่ายังหาทางปีนกลับขึ้นมาไม่ได้เลย และไอ้หมอที่หน้าโง่นี่ก็คงจะเป็นแบบนั้นไม่ต่างจากเขา 

“คุณ...” 

“ตอนนี้สถานการณ์ระหว่างพรรคเปลี่ยนไปแล้ว ผมได้รับอนุญาตให้สามารถตามติดซื่อหนานได้ในฐานะผัวและพ่อ...หวังว่าหมอคงจะเตรียมใจมาพร้อมนะ” 

“ผมเตรียมใจไว้ตลอดเวลา แล้วอีกอย่างการที่คุณพูดออกมาปาวๆ ว่าได้รับอนุญาตโดยไม่มีหลักฐาน ผมไม่วางใจเชื่อหรอก” 

“ได้...ผมจะให้ผู้ช่วยติดต่อหาลุงเฉียงให้ จากนั้นพวกคุณก็พูดคุยกันเอาเองแล้วกัน” อันที่จริงเขาก็ยังไม่ได้รับอนุญาตอะไรหรอก แต่ที่กล้าพูดแบบนี้เพราะ...สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว และเต๋อหัวก็คงจะจัดการพูดคุยกับต้าเฉียงเรื่องของเขาไว้แล้วด้วย เพราะงั้นถึงไม่มีอะไรจะต้องกังวล 

นนทภพหน้าขรึมเครียดลงทันตา หากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วเขาจะแย้งอะไรได้อีก...นนทภพครุ่นคิดอย่างเศร้าใจแต่สักพักดวงตาก็กลับมากระจ่างใสเมื่อคิดขึ้นได้ว่าซื่อหนานก็ไม่ได้ชอบพอผู้ชายคนนี้นัก ออกจะค่อนไปทางโกรธเกลียดมากกว่าด้วยซ้ำ ต่อให้ฮั้นตี้ย้ายมาอยู่ด้วยสถานะที่แท้จริงแล้วอย่างไร หากซื่อหนานไม่มีใจยอมรับ อีกฝ่ายก็พ่ายแพ้อยู่ดี แล้วต่อจากนี้ถ้าเขาจะเร่งทำคะแนนก็คงทำได้โดยปราศจากอคติของซื่อหนาน ซึ่งต่างจากฮั้นตี้ ยังไงเขาก็ถือว่ายังพอมีทางได้เปรียบอยู่เหมือนกัน 

ฮั้นตี้พอเห็นคุณหมอหนุ่มเงียบไปไม่ตอบโต้จึงเดินไปทรุดตัวนั่งข้างซื่อหนานแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ถึงอย่างไรหมอนี่ก็ยังเป็นหมอของซื่อหนาน คงพอจะรู้ว่าซื่อหนานเป็นอะไร 

“เขาเป็นอะไร” 

“เครียด...แล้วคงไม่ต้องบอกว่าเขามีความเครียดเพราะใคร” คุณหมอเหน็บแนมในตอนท้าย 

ฮั้นตี้ไม่สนใจชายหนุ่มเพียงมองใบหน้าซีดเซียวอย่างไม่สบายใจ เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต่อให้เขาไม่ได้เลือกเอง แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว การตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องง่าย เขารู้ดี...คงเหมือนกับตอนที่เพื่อนสาวคนสนิทของเขาท้อง ตอนยัยนั่นกำลังอุ้มท้องก็บ่นเขาไม่หยุดหย่อน อารมณ์เสียได้ทั้งวัน ไหนจะกินข้าวได้น้อย ทุกอย่างมันมีแต่สร้างความลำบากให้กับคนอุ้มท้อง แต่....เพื่อนของเขาก็มีความสุข ต่างจากซื่อหนาน...ที่ดูไม่มีความสุขเลย 

และฮั้นตี้ก็รู้ดีว่าทำไม...ทว่า เขาเองก็ไม่ใช่ไม่รู้ความผิด ตัวเขาเองนั้นรู้ดี และรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ แต่ก็น่าหงุดหงิดที่ในความรู้สึกมันมีความรู้สึกดีใจแฝงอยู่ด้วย สรุปได้ว่า...ตัวเขาเองก็รู้สึกดีที่เป็นซื่อหนานตั้งครรภ์ลูกของเขา ขณะเดียวก็ปวดใจที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ ถ้าเขารู้ว่าซื่อหนานท้องได้ เขาจะไม่มีวันทำแบบนั้น แต่จะเอาชนะใจอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ...หึ...ท้ายที่สุดคงจะโทษใครไม่ได้นอกจากพี่ชายตัวร้ายของเขา...ไอ้เต๋อหัว 

เอาเถอะ ต่อให้เขาพยายามชนะใจอีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะทำได้ เป็นแบบนี้มันอาจจะดีแล้วเหมือนกัน 

พอคิดอะไรเพลินอยู่คนเดียวได้พักหนึ่ง ไม่นานคุณหมอชาก็เดินทางมาถึง จากนั้นการตรวจร่างกายของซื่อหนานจึงเริ่มขึ้น โดยคุณหมอชาแนะนำให้พาซื่อหนานไปพักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ฮั้นตี้เสนอให้นำอุปกรณ์จำเป็นทั้งหมดมาที่นี่แทนน่าจะสะดวกกว่า เลยกลายเป็นว่าพวกเขาได้ย้ายตัวซื่อหนานขึ้นไปบนห้องนอน เปลี่ยนห้องนอนเรียบๆ กลายเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กไปเพียงใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น 

หมอชาแม้จะงงอยู่บ้างที่ฮั้นตี้เผยตัวออกมาเร็วกว่าที่ตนคิด แต่ก็ไม่ถามอะไรให้มากความเพราะสัมผัสได้ว่าบรรยากาศระหว่างฮั้นตี้และเพื่อนของตนไม่ค่อยจะดีนัก ดังนั้น เพื่อให้ตัวเองมีสมาธิในการตรวจคนไข้ คุณหมอเลยไล่ให้ฮั้นตี้ และนนทภพออกจากห้องไป เพราะเอาแต่ยืนกดดันแบบนี้เขาคงไม่มีสมาธิตรวจซื่อหนานสักเท่าไหร่ 

“หมอ...” 

“คะครับ” หมอชาที่กำลังเก็บอุปกรณ์อยู่สะดุ้งตัวโยน หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างตกใจ สักพักอ้าปากจะเรียกคนที่อยู่ข้างนอกเข้ามา แต่พอเห็นคนท้องยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากเป็นสัญญาณบอกให้เงียบเลยไม่พูดอะไร 

“ยืมโทรศัพท์หน่อย แล้วห้ามส่งเสียงด้วย” 

หมอชาได้ยินอย่างนั้นก็รีบยื่นโทรศัพท์ให้ซื่อหนานอย่างหวาดกลัว ซื่อหนานรับโทรศัพท์มาถือไว้ในมือได้ก็กดโทรศัพท์ออกไปหาร่างแยกหนึ่งของตนที่ฮ่องกงทันที 

“ฉันจะยกเลิกข้อตกลงระหว่างฉันกับแก” 

(ไม่...ไม่ได้นะ ซื่อหนาน...) 

“ฉันไม่ยอมเป็นคนเสียเปรียบในเรื่องนี้แค่คนเดียวหรอกนะ เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องยอมแบบรับคนเดียว” 

(ก็ได้...ถ้าพี่อยากยกเลิกข้อตกลงก็ยกเลิก แต่ผมอยากให้พิจารณาข้อเสนอของผมอีกข้อ) 

“อะไร ลองว่ามาสิ ฉันอยากรู้ว่านายจะแถต่อได้อีกสักแค่ไหน” 

(ไม่ต้องสนเรื่องบัลลังก์มาเฟียอะไรนั่น ไม่ต้องสนใจเงินทองหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับวงจรบ้าๆ นี่อีก แลกกับการที่เรา...มาร่วมมือกันจัดการพวกเขา) 

“.....น่าสนใจดีนี่ แต่นายจะทำได้? ก็ไอ้เลวนั่นมันชอบนายมากไม่ใช่หรอ? ” 

(สิ่งที่เขาทำมันโหดร้ายเกินไป และพวกเขาควรจะได้รับบทเรียน) 

ตะวันกล้าบอกด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ขณะที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค ร่างโปร่งเหลือบมองข้อมูลบนหน้าจอแวบหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง 

“พี่...จะเอาด้วยหรือเปล่า” 

ซื่อหนานนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง สมองประมวลคำพูดของตะวันกล้าแล้วยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองเบาๆ ไปพลาง เจ้าสองตัวนี่ เหมือนจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับมัน ถึงได้กระทืบท้องเขาไม่หยุด ท่าทางเหมือนพวกมันกำลังดิ้นรนเอาตัวรอด...อย่างไรซะตัวเขาก็ไม่เคยสนใจผู้หญิง และคิดว่าคงไม่อาจแต่งเมียได้ตามที่พ่อหรือปู่คาดหวัง เพราะงั้น... 

“ฉันอยากได้ข้อมูลที่นายได้มา ส่งมาให้ฉัน แล้วฉันจะบอกการตัดสินใจอีกที” 

ซื่อหนานรู้ว่าท่าทีของตะวันกล้าเปลี่ยนไปแบบนี้จะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล และเขาก็เดาได้เพียงทางเดียวคืออีกฝ่ายต้องรู้อะไรมา 

ฝ่ายตะวันกล้าได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ร่างโปร่งเหลือบมองไปที่โน๊ตบุ๊คตัวเองอีกรอบแล้วถอนหายใจออกมา “ได้...ยังไงผมก็ปิดบังอะไรพี่ไม่ได้อยู่แล้ว” 

ซื่อหนานได้ยินอย่างนั้นก็เหยียดยิ้มมุมปาก แล้วบอกทิ้งท้ายเอาไว้ว่าเขาอยากจะได้ข้อมูลชุดนั้นเดี๋ยวนี้ เพื่อที่เขาจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น ตะวันกล้าตกปากรับคำ เดินกลับไปนั่งหน้าโน๊ตบุ๊คแล้วกดส่งข้อมูลให้ซื่อหนาน พร้อมย้ำกับพี่ชายว่าอย่าคิดสั้นทำร้ายเด็กในท้องอีก เพราะอาจจะไม่ได้มีแค่เด็กที่ตาย แต่ตัวซื่อหนานอาจจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตไปด้วย ซื่อหนานแค่ฟังเงียบๆ จากนั้นก็กดตัดสาย ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้หมอชา 

“หมอคงไม่บอกเรื่องนี้กับใครหรอกใช่ไหม” 

“มะ...ไม่บอกครับ” หมอชาตอบรับอย่างรวดเร็ว พลางตัดพ้อในใจไปด้วยว่าทำไมจะต้องเป็นเขาที่มารู้เรื่องพวกนี้ด้วยนะ 

“ดี...ฝากบอกพวกที่อยู่ข้างนอกด้วยว่าผมอยากพักคนเดียว ห้ามใครเข้ามาในห้อง” 

“ครับ” หมอชารับคำ จากนั้นก็รีบผุดลุกเดินออกไปจากห้องด้วยรวดเร็วเพื่อรายงานผลตรวจของซื่อหนานกับฮั้นตี้ และนนทภพ 

“ฉันอยากเข้าไปดูซื่อหนาน” เขาไม่ไว้ใจปล่อยให้ซื่อหนานอยู่เพียงลำพัง เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรบ้าๆ อีก 

หมอชาส่ายหัว “คุณซื่อหนานบอกอยากจะใช้เวลาพักผ่อนเพียงลำพัง ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันฉีดยานอนหลับให้เขาแล้ว วางใจได้เขาไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรตัวเองอีกแน่นอน” เพราะเขาจะทำอย่างอื่นแทนแล้วน่ะสิ หมอชาลอบคิดต่อในใจ พลางเหลือบมองร่างสูงของฮั้นตี้อย่างหวาดๆ ไม่รู้ว่านนทภพเข้าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้ได้ยังไง คนพวกนี้นอกจากหน้าที่การงานจะผิดกฎหมายแล้ว ยังโหดร้ายอำมหิตและไร้เมตตา ตัวเขาถูกข่มขู่ไปครั้งนั้นก็ยิ่งอคติกับพวกมาเฟีย ไม่อยากแม้จะใช้อากาศร่วมหายใจด้วยแล้ว ไม่รู้ว่านนทภพทนหายใจร่วมกับคนพวกนี้ได้ยัง เฮ้อ แต่ช่างเถอะ เรื่องนี้ยังไงก็ไม่อยู่ในขอบเขตของการดูแลคนไข้ของเขา พวกเขาอยากจะทำอะไรก็ทำไป ขอเพียงแค่ไม่มายุ่งกับเขาก็พอ 

“หมอ...มาคุยกับผมด้านล่างต่อหน่อย ผมอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของซื่อหนานให้มากกว่านี้...” 

หมอชาได้ยินอย่างนั้นแม้ใจอยากปฏิเสธแต่ก็คงทำตามใจต้องการตัวเองไม่ได้ หมอชาจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างฝืนๆ จากนั้นก็เดินตามหลังฮั้นตี้ผละออกไป ทิ้งให้หมอนนทภพยืนมองบานประตูห้องนอนอย่างอาลัยอาวรณ์ 

ทางด้านซื่อหนานหลังจากหมอชาออกไปแล้ว ร่างโปร่งก็เดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คมากดอ่านข้อความที่ตะวันกล้าส่งมาให้ ภายหลังอ่านข้อมูลในส่วนของ Part แรกเรียบร้อย ซื่อหนานก็แน่นิ่งไป 

...เต๋อหัวกับฮั้นตี้เป็นพี่น้องกันไม่พอ พวกเขากำลังร่วมมือกันรวมสองขั้วอำนาจเข้าด้วยกัน เพื่อยกมันให้กับตระกูลหนึ่งในแผ่นดินใหญ่... 

...แค่นั้นยังไม่พอ ทั้งสองคนยังมีแผนการจะแก้แค้นเอาคืนคนที่ทำเรื่องทุกอย่างไว้กับครอบครัวของพวกเขาเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วย 

ซื่อหนานครุ่นคิดถึงเหตุการณ์หรือเรื่องเล่าที่ปู่เล่าให้ตัวเองฟังเมื่อครั้งยังเด็ก ครอบครัวของเต๋อหัว นั้นไม่ยอมฆ่านายหญิงของพรรคตามกฎทำให้คนในสภาไม่พอใจ จึงวางแผนลอบสังหารนายหญิง แต่ไปๆ มาๆ เรื่องกลับบานปลายทำนายใหญ่พรรคมังกรดำสิ้นชีพอย่างไม่คาดฝัน คงไม่แปลกที่เต๋อหัวจะแค้น แต่ว่า...ไม่มีใครรู้เลยหรือว่านายหญิงที่พวกเขาพยายามสังหาร ไม่ได้ตาย แถมยังถูกช่วยไว้โดยพ่อของฮั้นตี้ เพราะแบบนั้นถึงมีฮั้นตี้เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นดูเหมือนจะเกิดเรื่องราวเลือนรางมองไม่ออกว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีก แต่ที่แน่ๆ มันต้องไม่ใช่เรื่องดี เพราะพวกพยัคฆ์เองก็คงไม่พอใจที่นายของพวกเขานำตัวผู้หญิงจากสภามังกรมาเป็นของตัวเอง! 

สาบานสิว่าปู่ของเขาไม่รู้เรื่องนี้...แต่ถ้ารู้แล้วทำไมทุกคนในสภาถึงยินยอมให้เต๋อหัวดำรงตำแหน่ง ไม่สิ...พวกเขาคงจะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของฮั้นตี้ เพราะตอนนั้นพ่อของฮั้นตี้แต่งงานอยู่กินกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่แล้ว...เลยทำให้คนในสภามังกรไม่สงสัยอะไร แต่แล้ว...ทำไมสองพี่น้องที่ดูเหมือนจะไม่มีทางรับรู้ตัวตนของกันและกันได้ ถึงรู้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายได้ละ 

ซื่อหนานครุ่นคิดอย่างหนักจนเลื่อนข้อความลงมาที่บรรทัดสุดท้ายเขาก็กระจ่างโดยพลัน 

“มีคนในสภามังกรที่รู้เรื่องนี้ และให้การช่วยเหลืออย่างลับๆ มาโดยตลอด.....” 

ใคร? หรือว่า... “ท่านชินเหลียง? ” ท่านชินเหลียงรู้เรื่องนี้มาตลอด? ก็อาจจะเป็นไปได้ ซื่อหนานสรุปเรื่องราวทั้งหมดกับตัวเองในใจ จากนั้นก็พิมพ์ข้อความสรุปย่อๆ เป็น mind mapping ง่ายๆ เชื่อมโยมทุกอย่างเข้าไปไว้ด้วยกัน มีหลายเรื่องที่ซื่อหนานยังไม่รู้เกี่ยวกับสภา และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเต๋อหัวถึงทำแบบนี้ ยกทุกสิ่งทุกอย่างให้กับแผ่นดินใหญ่งั้นหรอ ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ... 

ทางฝั่งตะวันกล้า ภายหลังอ่านผลการสืบค้นของนิคกี้ส่วนแรกที่อีกฝ่ายช่วยสรุปย่อมาให้ก็ถอดหายใจออกมาอย่างหนักใจ ความแค้นของพวกมาเฟีย มันช่างน่ากลัวจริงๆ ในส่วนของเขา เขาคิดเพียงว่าอยากจะแก้แค้นให้ซื่อหนานในส่วนที่อีกฝ่ายได้รับมันจากฮั้นตี้ การถูกข่มขืนมันไม่ใช่เรื่องตลกหรือน่ายินดี เด็กในท้องเองก็เกิดมาจากความไม่เต็มใจของทั้งสองฝ่าย แถมยังเกิดขึ้นเพราะแผนบ้าๆ ของใครบางคนแถวนี้ ตะวันกล้ายิ่งรู้สึกอยากสั่งสอนคน ไอ้เรื่องทั้งหมด มันแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย หรือถึงเกี่ยวก็คงจะเกี่ยวกับปู่ของพวกเขามากกว่า แล้วทำไมพวกเขาจะต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อด้วยเล่า แบบนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย 

ตะวันกล้าถอนหายใจออกมาอีกรอบจากนั้นก็หันไปมองประตูห้องของตัวเองอย่างหนักใจ ตั้งแต่เขามาอยู่ในบ้านของเต๋อหัว อีกฝ่ายก็ไม่ได้บังคับขู่เข็ญอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ไม่เพียงไม่บังคับยังดูแลเอาใจใส่อย่างดี แม้จะไม่โจ่งแจ้ง แต่ลักษณะการกระทำนุ่มนวลเป็นมิตรนั่นก็ทำให้คุณหมอหนุ่มเกรงใจอยู่หลายส่วน ตัวเขาไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์อะไรอีกฝ่าย ความรู้สึกส่วนมากค่อนไปทางโกรธเสียมากกว่า แต่คงจะต่างจากซื่อหนาน...ฝ่ายนั้นคงจะเกลียดพวกเต๋อหัวยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนไปแล้ว หลังรู้ความจริงทั้งหมด 

เอาเถอะ จะยังไงก็ช่าง แค่พวกเขาสามารถหลุดออกจากวงจรบ้าๆ นี่ได้ก็พอแล้ว เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน 

.............................. 

ตระกูลหวัง, พรรคมังกรขาว  

ตอนนี้มีความเคลื่อนไหวแปลกๆ เกิดขึ้น คนของเขารายงานมาว่ามีกลุ่มคนไม่รู้ที่มาที่ไปเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการค้าใต้ดินของพวกเขา ทำให้สินค้าของพวกเขาไม่สามารถขายทอดตลาดได้กำไรอย่างเคย พวกมันเป็นใครกัน เงินหนามาจากไหน ถึงกล้าเข้ามากว้านซื้อสินค้าของคู่แข่งพวกเขาแล้วนำมาขายตัดหน้าพวกเขา หลายครั้งหลายครา ไอ้คนพวกนี้มันคิดจะลองดีหรือไง! 

หวังโจวลี่โยนแฟ้มรายงานลงบนโต๊ะแล้วตะคอกด่าลูกน้องตัวเองที่ทำงานไม่ได้เรื่องอยู่หลายสิบนาที ก่อนจะหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบแล้วบอกให้พวกมันไปสืบมาให้ได้ว่าไอ้คนที่ทำเรื่องพวกนี้ขึ้นมันเป็นใคร! 

“หรือจะเป็นพวกมัน? ” 

“เป็นไปไม่ได้....” หวังโจวลี่ปฏิเสธเสียงแผ่ว แต่ในใจพลางคิดถึงบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับเต๋อหัวที่โรงพยาบาลก่อนหน้านี้ไปด้วย แต่ท้ายที่สุดก็ส่ายหัวปฏิเสธตอกย้ำความคิดตัวเองอีกรอบ “ฉันยอมรับว่าเต๋อหัวระแคะระคายเรื่องของเรา แต่เขาไม่มีหลักฐาน และทางสภามังกรหลงยิหวาก็มีกฎอยู่แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตลาดส่วนนี้ ดังนั้นไม่ถือว่าเป็นก้าวก่ายเขตการค้าของสภาหลงยิหวา ในเมื่อไม่ก้าวก่าย พวกเขาก็ย่อมไม่สนใจ” 

“แต่ศัตรูของเราที่นายไปสร้างไว้มีแค่เต๋อหัว แล้วจะเป็นใครได้อีก” อู่ซ่งเหวิ่น ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ทรงเสน่ห์แห่งพรรคเสือดาว พูดขึ้นนิ่งๆ ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาอย่างเหน็ดเหนื่อย 

โจวลี่ได้ยินอย่างนั้นก็คิ้วกระตุก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของฉันคนเดียว? เข้าใจโยนความผิดนะซ่งเหวิ่น” หลายปีดีดักที่ร่วมมือกันทำอะไรบ้าๆ ลับหลังสภาของตัวเองมานานหลายปี แม้พวกเขาสองคนจะเรียกได้ว่าไม่สนิทสนม แต่ก็รู้นิสัยใจคอกันมากพอสมควร และรู้แม้กระทั้งความต้องการภายในจิตใจลึกๆ ของอีกฝ่ายด้วย และอาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ถึงทำให้พวกเขาร่วมมือกันมาได้นานขนาดนี้ 

“ช่างเถอะ ฉันผิดที่ใจร้อนเอง.....เฮ้อ...ส่วนเรื่องนี้ฉันคิดว่ายังไงก็อาจจะเป็นเต๋อหัวที่เป็นคนทำเรื่องนี้ แม้จะไม่มีหลักฐานชี้ตัวเขา แต่เชื่อเถอะว่าเขามีคนมากมายนับไม่ถ้วนพอที่จะทำเรื่องนี้ให้เขา” 

“ฉันจะให้คนสืบเรื่องนี้อย่างละเอียด ได้ผลยังไงค่อยว่ากัน แต่ถ้าเขารู้เรื่องของเราลึกมากขนาดนี้ แล้วทำไมถึงไม่ยอมเคลื่อนไหวทำอะไร...” เขาสงสัย เต๋อหัวรักสภามังกรหลงยิหวามาก ถ้ารู้ว่ามีคนทำอะไรลับหลังก็ไม่น่าจะอยู่เฉยมานานแบบนี้ 

ซ่งเหวิ่นพยักหน้า “ยังไงช่วงนี้เราก็ต้องระวังตัวเอง สั่งคนให้ก่อกวนแถวคาสิโนท่านชินเหลียงบ่อยๆ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ” 

“ก็ดี...ให้เขาหาตรามังกรมาด้วยก็ดี เราจะได้ออกจากสภาบ้าๆ นี่สักที” หวังโจวลี่บอกตาเป็นประกาย ชีวิตของเขาที่ต้องยึดติดกับเต๋อหัว อยู่ใต้ล่างมันแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาอดเปรียบเทียบตัวเองกับมันภายใต้สายตาของหลิวฟางไม่ได้ 

“แล้วเรื่องหลิวฟางเป็นยังไงบ้าง” ซ่งเหวิ่นถามเสียงเบา เขาเคยไปเยี่ยมเจ้าตัวแสบที่โรงพยาบาลหลายครั้งในช่วงที่หลิวฟางหลับ ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมแล้วเห็นรอยบาดแผลบนร่างกายของหลิวฟางก็ยิ่งรู้สึกผิด 

“เขาดีขึ้นมากแล้ว ส่วนเรื่องนั้น...ฉันคุยกับลุงไป๋แล้ว” 

“เขาว่าไง” 

“เขาตกลงทำตามความตั้งใจของเรา ลุงไป๋ค่อนไปทางกระหายอำนาจ ยื่นข้อเสนอให้เพียงไม่กี่ข้อ เขาก็ยินยอมทำตามความต้องการของเราแล้ว” 

อู่ซ่งเหวิ่นพยักหน้าตาเป็นประกายในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง “ฉันอยากจะเร่งจัดให้เร็วที่สุด โจวลี่ ยิ่งภายในสิ้นเดือนนี้ยิ่งดี” เขาอยากจะอยู่กับเจ้าตัวแสบใจจะขาดแล้ว 

“ได้ คราวนี้ฉันเห็นด้วยกับนาย เราจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด” โจวลี่พยักหน้ายืนยันยิ้มๆ 

บนโลกนี้...นอกจากความลับของเต๋อหัว และฮั้นตี้แล้ว ก็ยังมีความลับอีกมากมายของคนในพรรคที่พวกเขาเองก็ไม่ได้รู้ดีไปเสียหมดเหมือนอย่างที่เข้าใจ ผู้คนมากมายเกิดมาเพื่อต่อสู้ดิ้นรน ต่างฝ่ายต่างวางแผนห้ำหั่นกันอย่างไม่มีสิ้นสุด ภายใต้ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มยินดี เดินเข้ามาจับมือคุณด้วยท่าทางเป็นมิตร แต่ใครจะไปรู้....ว่าแท้ที่จริงแล้วพวกเขากำลังถือคมดาบเตรียมพร้อมพุ่งเข้าใส่ ทำร้ายทำลายให้ไม่เหลือชิ้นดี รสชาติของการถูกทรยศหักหลัง ไม่ว่าใครก็ต่างเคยลิ้มลอง แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ก็เคยถูกกระทำเช่นนี้จากเพื่อนที่เขาแสนจะไว้ใจ... 

กรณีของหลิวฟางเองก็เช่นกัน...ตอนเด็กๆ เขาเองก็เคยลิ้มลองรสชาติขมขื่น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะขมขื่นมากกว่าครั้งไหน นี่มันอะไรกัน! ทำไมโจวลี่กับซ่งเหวิ่นถึงอยู่ด้วยกันได้! หากเขาไม่ตื่นมากลางดึกมาหาโจวลี่ก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้! ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วโจวลี่เป็นคนที่เต๋อหัวกำลังตามล่ามาตลอด ไม่สิ...ต้องบอกว่าเป็นคนที่พวกเขาตามล่ามาตลอดมากกว่า...ทำยังไงดี...เขาควรจะนำเรื่องนี้ไปบอกเต๋อหัวดีไหม!? 

ทว่า...ไม่ใช่ว่าเต๋อหัวจะสงสัยโจวลี่อยู่แล้ว? 

สมองเล็กๆ เริ่มประมวลผลถึงวันที่โจวลี่ถูกกันไม่ให้เข้าร่วมประชุมด้วยกันหลายครั้งหลายครา ทำเอาเขาแปลกใจ และไม่ชอบใจแทนเพื่อนอยู่หลายครั้ง ตอนนั้นได้แต่โกรธที่เต๋อหัวทำราวกับโจวลี่เป็นคนอื่น แท้ที่จริงแล้วเต๋อหัวอาจทำไปเพราะ...เพราะสิ่งนี้... 

นี่มันอะไรกัน ตกลงเรื่องนี้มันยังไงกันแน่!! 

 

 

 

=============================== 

มาต่อแว้ววววว หลิวฟางจะตัดสินใจยังไงต่อไป รอลุ้นไปด้วยกันค่ะ (จุดนี้จะเหมือนกับฉบับเดิมเลยสำหรับการตัดสินใจของหลิวฟาง ถ้าใครเคยอ่านนะคะ) ตอนนี้กลายเป็น 4 ก๊กไปแล้ว สำหรับใครที่สับสนงงงวยเดี๋ยวไรท์จะเล่าฟัง  

ก๊ก 1 > เต๋อหัว ฮั้นตี้ และตระกูลโจว 

ก๊ก 2 > ห่านกงกง และไพ่ใบสุดท้ายของเขา  

ก๊ก 3 > โจวลี่ และซ่งเหวิ่น  

ก๊ก 4 > ซื่อหนาน ตะวันกล้าและผองเพื่อนของเขา ที่กำลังรอเวลาดัดหลังสองหนุ่มอยู่เนืองๆ 

พวกเขาจะห้ำหั่นกันยังไง รออ่านตาไม่กระพริบกันนได้เลยฮับ 

ติดตามข่าวสารได้ที่>>>ไอเรนเยีย 

ความคิดเห็น