Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 22 : อยากให้แน่ใจ ภูมิ-ขม

ชื่อตอน : Chapter 22 : อยากให้แน่ใจ ภูมิ-ขม

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2559 07:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 22 : อยากให้แน่ใจ ภูมิ-ขม
แบบอักษร

 

ขม...............................

 

 

วันนี้บ้านผมจะลงแขกเกี่ยวข้าว พ่อดำนาก่อนคนอื่นเลยได้เกี่ยวก่อนใครเพื่อน  ถึงผมจะชอบกินเหล้าแต่ผมก็ช่วยงานที่บ้านเป็นประจำ ทำงานเสร็จก่อนถึงค่อยไปกินเหล้ากับพวกพี่เมฆ 

 

หลังจากที่ผมตื่นนอนล้างหน้าล้างตาเสร็จ พวกชาวบ้านก็เริ่มทยอยมาที่บ้านผมเพื่อมาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว

 

บ้านนอกเราไม่ต้องเสียเงินไปจ้างใคร ถ้าบ้านไหนมีลงแขกดำนาเกี่ยวข้าวก็จะมีชาวบ้านมาช่วยกัน แล้ววันหลังบ้านผมก็ต้องไปช่วยเค้ากลับ

 

“ไอ้ขม รีบตามมาหล่ะอย่าโอ้เอ้”  แม่ตะโกนบอกกับผม พร้อมกับถืองอบถือเคียวเดินนำหน้าพวกชาวบ้านไปตามคันนาเพื่อไปที่นาของบ้านผม  ผมทานข้าวเสร็จก็หาเสื้อแขนยาวมาสวมพร้อมกับหมวก ถือเคียวเตรียมตัวไปนา  แต่แล้วก็มีเสียงรถมอไซค์ขี่มาจอดตรงบันไดบ้าน

 

“มึงมาอีกทำไม...?”   ผมถามไอ้ภูมิไป

 

“กูอยากไปด้วย”  มันบอกกับผม

 

“จะไปไหน...? กูจะไปทำงาน”   ผมบอกกับมัน

 

“นั่นแหล่ะ กูจะไปกับมึงด้วย”   มันบอกพร้อมกับลงจากรถแล้วเอาขาตั้งลง

 

“ไอ้เหี้ย... ไม่ต้องเลยมึงเกี่ยวข้าวเป็นเหรอวะ...?”     ผมรีบห้ามมัน

 

“โด่... ก็ไม่เห็นจะยากไม่ได้ไปแบกไปหามอะไรซักหน่อย”  แน่ะ... มันยังต่อปากต่อคำ

 

“กูถามจริง ๆ มึงคิดอะไรอยู่..?”   ผมทำหน้าจริงจังถามมันขึ้น

 

“เอ่อ.. กู... กู ก็แค่....” มันก็ยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

 

“ถ้ามึงคิดว่ามึงรู้สึกผิดแล้วอยากมาทำดีกับกู ไม่ต้อง กูไม่ใช่ผู้หญิง”  ผมบอกมันไปแล้วหันหลังจะไปทำงานของผมต่อ

 

“แต่กูอยากช่วยมึงจริง ๆ นะ”   แล้วมันก็พูดขึ้น  ผมหันมามองหน้ามันดูจริงจังเวลาที่พูดกับผม

 

“มึงเคยเกี่ยวข้าวเหรอไอ้ภูมิ...? หน้าตาท่าทางคนกรุงอย่างมึง กูว่าเหยียบขี้ไก่ก็ไม่ฝ่อ”   ผมเบะปากว่าให้มัน

 

“แต่กูก็เคยเป็นผัวมึงแล้วกัน”    แล้วมันก็สวนผมกลับ

 

“ไอ้เหี้ยยยย...!!  จะพูดหาหอกทำไมอีกห๊ะ..?”  

 

“เอ๊า... ก็มึงมาว่ากูก่อนทำไมหล่ะ คนกรุงก็ทำนาเป็นเหมือนกันนะโว้ย ถ้ามีคนสอน”  มันยักคิ้วบอกกับผม

 

“งั้นก็ตามใจ เหนื่อยเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาอย่ามาโทษกูก็แล้วกัน”   ผมคงห้ามมันไม่ได้แล้วหล่ะว่าแล้วผมก็รีบเดินดุ่ม ๆ ไปตามคันนาเพื่อไปสมทบกับแม่

 

“ไอ้ขม รอกูด้วย”   แล้วไอ้ภูมิมันก็วิ่งตามผมมา  พอมาถึงที่นาพวกชาวบ้านต่างช่วยกันเกี่ยวข้าวกันอย่างขะมักเขม้น

 

“โห สวยว่ะเหลืองอร่ามเต็มทุ่ง”   ไอ้ภูมิมันบอกกับผม

 

“เออ ฝีมือกูเอง”   ผมยักคิ้วบอกกับมัน ผมกับครอบครัวดูแลต้นข้าวตั้งแต่ต้นยังเล็ก ๆ จนมันออกรวงสีเหลืองทองได้อย่างนี้ผมต้องอาบเหงื่อต่างน้ำตั้งหลายเดือน

 

“แล้วมึงจะให้กูช่วยอะไร...?”  ไอ้ภูมิมันหันมาถาม

 

“กูว่ามึงอยู่ในเถียงนานี่แหล่ะ”

 

“เฮ้ยไม่เอา กูจะมาช่วยไม่ได้มาดู”  มันก็บอกกับผม

 

หมับ..!!!  แล้วมันก็คว้าเคียวจากมือผมแล้วเดินดุ่ม ๆ ลงไปในนา  ผมเห็นมันเก้ ๆ กัง ๆ ผู้ชายตัวโตเท่าควายผิวขาวหน้าตาดีมายืนทำเหี้ยอะไรอยู่กลางทุ่งนาวะ...?  ผมได้แต่ส่ายหน้ามองมัน

 

“ไอ้หนุ่ม เอ็งไม่ต้องช่วยหรอก เกี่ยวแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้แผลหรอก”  แม่ผมตะโกนบอกกับมัน

 

“ไม่เป็นใครครับ ผมทำได้”  เอาเถอะ แล้วแต่มึง ผมยืนดูมันทำ  มันหอบต้นข้าวมากำเบ้อเร่อแล้วเอาเคียวถูต้นข้าวไปมา นั่นมึงจะเลื่อยต้นข้าวใช่มั้ยวะ...??

 

“ไอ้เหี้ย... ใครบอกให้กำต้นข้าวมาเยอะขนาดนั้นมันคงเกี่ยวได้หรอก”  ผมรีบเดินลงไปหามัน คว้าเคียวจากมือมันมา

 

“เค้าทำแบบนี้”   ผมกำข้าวมาพอประมาณ แล้วใช้เคียวตวัดต้นข้าวจนขาด แล้วชูให้มันดู

 

“เนี่ยเค้ากำมาแค่เนี๊ยะ ไม่ใช่เอามาเป็นหอบ”  ผมบอกมันไป  ผมเหลือบไปเห็นมือมันมีแต่แผลเพราะโดนใบข้าวบาด

 

หมับ..!!  “มึงมานี่เลย ไม่ต้องทำมันแล้ว มาให้เป็นภาระกูอีก”   ผมลากมันขึ้นมาที่เถียงนา ตักน้ำในกระติกแล้วเทใส่มือมันพร้อมกับขัดถูทำความสะอาดให้พอนึกขึ้นได้ ผมรีบผละมือออก

 

“ขอบใจว่ะขม”   มันพูดขึ้น ผมหันไปมอง

 

“มองอะไร...?”   ผมเห็นมันเอาแต่จ้องหน้าผม ผมรีบหลบสายตา

 

“มึงอยู่นี่แหล่ะ ไม่ต้องลงไปนะจากที่อยากให้เสร็จเร็วจะกลายเป็นช้าไปอีก”   ผมบอกกับมัน แล้วก็เดินออกจากเถียงนาไปเกี่ยวข้าวต่อ ผมเกี่ยวข้าวไปหันมองที่เถียงนาไป

 

“ทำไมกูต้องไปสนใจมันด้วยว๊า...?  แม่งเอ้ย...!!”   ผมได้แต่หัวเสียกับตัวเอง เกี่ยวข้าวไปบ่นของผมไป  ผมทำงานได้ซักพัก

 

จิ๊....ผมอดไม่ได้เลยเดินกลับไปที่เถียงนา  เห็นไอ้ภูมิมันนอนหลับอยู่บนแคร่ 

 

“แล้วมึงจะตามกูมาทำไมวะ...?”  ผมได้แต่ส่ายหน้า  แล้วก็กลับไปทำงานต่อ

 

เกี่ยวข้าวกันจนตะวันตรงหัว พวกเราก็กลับมาที่เถียงนาเพื่อทานข้าวกลางวันร่วมกัน  ไอ้ภูมิแม่งก็แดกกับเค้าด้วย การงานก็ไม่ทำ เฮ้อออออออ

 

ตกเย็นชาวบ้านต่างเริ่มทยอยกันกลับ ไอ้ภูมิมันก็ยังรอผมอยู่

 

“มึงจะรอกูทำไมเนี่ย...?”

 

“รอให้มึงเลี้ยงเหล้ากูไง”  มันยักคิ้วบอกกับผม  ผมรู้ว่ามันแค่พูดหยอกผม

 

“สัส...!!งานก็ไม่ทำ”  ผมหันไปด่ามัน  พอกลับมาถึงบ้าน

 

“กูกลับก่อนนะโว้ย”  ว่าแล้วมันก็สตาร์ทเครื่องมอไซค์

 

“จะกินมั้ยเหล้าหน่ะ...?”   กูหนอกูชวนมันจนได้ เป็นเหี้ยอะไรของกูเนี่ย  มันได้ยินถึงก็ยิ้มแป้น

 

“เดี๋ยวกูไปอาบน้ำก่อน มึงไปรับกูด้วยนะ”   ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไรมันก็ขี่รถออกไปซะก่อน เฮ้ออออออออ

 

สุดท้ายผมต้องไปรับไอ้ภูมิที่บ้านพี่กานต์จนได้ แล้วก็พามันไปกินเหล้าที่ศาลาสามแยกปากหมาด้วย  ตอนนี้ไอ้ภูมิเริ่มสนิทกับพวกพี่เมฆแล้วเพราะมันมากินเหล้าด้วยบ่อย ๆ  เลยคุยกันถูกคอ  ผมกับพวกพี่เมฆนั่งดื่มจนเกือบเที่ยงคืน  วันนี้ผมไม่ค่อยเมาเท่าไหร่ ก็พอตึง ๆ ขี่รถได้สบาย

 

“กลับเหอะว่ะ ดึกแล้ว”  ไอ้ภูมิมันสะกิดบอกกับผม

 

“เออ ๆ” 

 

“พี่ผมกลับก่อนนะ วันนี้เกี่ยวข้าวมาทั้งวัน ง่วงแล้วว่ะ”  ผมบอกกับพวกพี่เมฆไป

 

“แล้วไอ้ภูมิหล่ะ..?”  พี่เมฆถามขึ้น

 

“เดี๋ยวผมไปส่ง”   ผมบอกพี่เมฆไป 

 

แล้วผมก็พาไอ้ภูมิซ้อนมอไซค์เพื่อจะไปส่งมันที่บ้านพี่กานต์

 

“กูไปค้างบ้านมึงได้ป่ะวะ..? นี่มันก็ดึกแล้วกูเกรงใจพ่อแม่กานต์ว่ะ”  แล้วมันก็เอ่ยขึ้น

 

“เห้ย...!! ไม่เอา ไปนอนค้างบ้านกูได้ไง”  ผมหันไปบอกกับมัน  มันทำหน้าสลด

 

“คืนเดียวนะโว้ย”   จิ๊....กูหนอกู  

 

พอมันได้ยินมันก็รีบเงยหน้ายิ้มแป้นพร้อมกับกอดเอวผมเอาไว้แน่น

 

“จะกอดทำเหี้ยไรเนี่ย..? กูจั๊กจี้”  ผมหันไปด่ามัน มันไม่ฟังยังคงกอดแน่นเข้าไปอีก

 

“กูกลัวตก”   มันเอาหน้าซบเข้าที่หลังผม  แม่งแต่ทำไมใจมันเต้นแรงวะ ไอ้ภูมิมันก็กอดและซบหลังผมจนมาถึงบ้าน

 

“ลงเลยมึง กูขนลุกไปหมด”   ผมหันไปบอกกับมัน มันเงยหน้าทำตาปรือมองผม

 

“ถึงแล้วเหรอวะ.?” 

 

“อย่าบอกว่ามึงหลับนะไอ้ภูมิ...?”  

 

“เออ กูง่วง” 

 

“สัส...!!!”   พอมันลงจากรถมันก็ตะเกียกตะกายขึ้นบันไดไปทันที แม่งทำยังกะบ้านมัน ผมเอารถไปจอดไว้ใต้ถุนบ้านแล้วรีบตามมันขึ้นไป ป่านนี้พ่อกับแม่หลับกันหมดแล้ว ไอ้ภูมิมันรีบเปิดประตูห้องผม  แล้วปรี่เข้าไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนทันที

 

“ไอ้เหี้ย รองเท้าก็ไม่ถอด”   ผมรีบเข้าไปถอดรองเท้าผ้าใบมันออก แล้วพลิกตัวให้มันนอนตรง ๆ

 

หมับ...!!  มันกอดผมเอาไว้แน่น จนหน้าผมแนบเข้ากับหน้าอกของมัน

 

“เฮ้ย...!!! มึงทำบ้าอะไรเนี่ย...?”  ผมพยายามชันตัวหนี มันก็ยิ่งโอบให้แน่นขึ้นไปอีกแทบขยับไม่ได้

 

“กูบอกให้ปล่อย กูไม่ใช่พี่กานต์นะโว้ย”   ผมโวยวายบอกกับมัน

 

“กูรู้มึงไม่ใช่กานต์ อยู่นิ่ง ๆ อย่าดิ้นได้มั้ย กูแค่อยากให้แน่ใจขึ้นเท่านั้น”   มันพูดพร้อมกับกอดรัดผมเอาไว้

 

"แน่ใจอะไรของมึงวะ....??"

 

 

...................................................................................................

To be continue................................

...................................................................................................

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}