อุรคนาคา

มาสนุกหรรษาไปพร้อมกับเหล่าตุ๊ดทั้งห้ากันเถอะ!!

บทที่ 3 : พี่ชาย

ชื่อตอน : บทที่ 3 : พี่ชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2559 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 : พี่ชาย
แบบอักษร

บทที่ 3 : พี่ชาย

 

            หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในร่างใหม่และพักรักษาตัวเป็นเวลาสี่วันแน็ตตี้ก็เริ่มจะคุ้นชินกับสภาวะแวดล้อมของโลกใหม่ที่เขากำลังอยู่ขึ้นมาบ้างแล้วเล็กน้อย

 

          ถึงแม้ว่าเขาจะยอมรับกับชีวิตใหม่ที่เขาได้รับมาแล้วก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นแน็ตตี้ก็ยังอดรู้สึกใจหายไม่ได้เมื่อเขารู้ว่าตัวของเขาเองได้เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง และมันจะคงดูเป็นการตายที่พิลึกพิลั่นไม่น้อยเลยทีเดียว

 

          พาดหัวข่าว ดับอนาจฟ้าผ่าห้าตุ๊ดเด็ก เสียชีวิตกลางเมรุเผาศพ!!’ ยิ่งนึกก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะนึกสงสารรึสมเพศตัวเองดี แน็ตตี้ถอนหายใจเมื่อลองนึกถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นตามมา ก่อนที่เขาจะส่ายหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดเหล่านั่นออกไปจากหัวของเขา

 

            ‘ถึงจะเสียใจไปก็คงจะเท่านั้น ตอนนี้สู้ทำใจแล้วหันมาสนใจปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้าจะดีกว่า แน็ตตี้พูดให้กำลังใจตัวเองก่อนที่สติของเขาจะกลับมาเป็นปรกติ แต่ก็ยังคงมีอีกสิ่งหนึ่งที่เขายังกังวลใจอยู่ไม่ใช่น้อย

 

          “ป่านนี้พวกแกจะเป็นตายร้ายดียังไงกันบ้างนะแน็ตตี้ที่ตอนนี้กำลังนั่งเล่นอยู่กลางสวนขวัญที่เป็นที่ประทับอยู่ของ พระมาลาพระโอรสองค์ที่สามของพระเจ้าชัยเชษฐเจ้าเมืองสุทธิสารนคร ขณะที่กำลังนึกถึงเหล่าเพื่อนสาวที่เหลืออยู่อีกสี่คนที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง

 

            “แครกๆ!!” ขณะที่แน็ตตี้กำลังคิดถึงเรื่องของเหล่าเพื่อนสาวที่พลัดพรากจากกันอยู่นั้นเอง จู่ๆก็เกิดมีเสียงอะไรบางอย่างจากพุ่มไม้ที่อยู่ด้านหลังของเขาดังขึ้น

 

          “……..” แน็ตตี้ค่อยๆหันหน้ามองไปตามทิศทางของเสียง ก่อนจะพยายามเพ่งสายตามองไปยังพุ่มไม้

 

           “นั่นใครน่ะ....แน็ตตี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ขณะที่สายตาของเขายังคงไม่ละจากพุ่มไม้

 

          แครกๆ!!”

 

          เมื่อถามแล้วไม่มีเสียงขานรับ แน็ตตี้จึงขอฟันธงเอาไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นสัตว์ เอ๊ะ!! รึว่าจะเป็นงู!!?เพราะในความทรงจำของพระมาลาที่ได้เหลืออยู่ในร่างที่แน็ตตี้อยู่ได้บอกกับแน็ตตี้ว่า วังสวนขวัญแห่งนี้เป็นเสมือนเรือนเพาะชำพันธ์ไม้นานาชนิด และดูเหมือนว่าคนสวนหรือคนงานที่ทำงานอยู่ที่นี้มักจะถูกงูทำร้ายรึไม่ก็อาจจะพบเห็นงูเลื่อยอยู่ตามพุ่มไม้หรือที่ที่หญ้าขึ้นสูงอยู่บ่อยครั้ง

          ถึงแม้ว่าโดยตัวแล้วเขาไม่ได้ความคิดกลัวรึอดีตฝังใจเกี่ยวกับสัตว์พวกนี้ แต่ถึงอย่างนั้นหากสัตว์เลื้อยคลานที่ว่านั้นเกิดเป็นงูพิษขึ้นมาจริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำร้ายมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ทำร้ายเขา เมื่อคิดเช่นนั้นแน็ตตี้จึงรีบกวาดตามองไปรอบๆตัวของเขาก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดเข้ากับเสียมที่ด้ามจับของมันทำมาจากไม้ แน็ตตี้รีบคว้ามันเอาถือข้างๆตัวก่อนที่เขาจะค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆพุ่มไม้ที่เกิดเสียงเมื่อครู่นี้

 

          แครกๆ!!”

          อย่าอยู่เลยแก!!!’ แน็ตตี้คิดในใจก่อนที่จะฟาดด้วยเหล็กขุดของเสียมใส่พุ่มไม้ทันที

 

          “อย่านะพระเจ้าค่ะ พระโอรส!!!” แต่ในจังหวะที่กำลังจะฟาดนั้นเองกลับมีเสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากพุ่มไม้

 

          “วิทยาธรแน็ตตี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ ซึ่งเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีคนนี้คือลูกชายของฉันทะ เสนาบดีคนสนิทของเสด็จพ่อของพระมาลา ร่างที่เขาอยู่ในตอนนี้

 

          “ข้าเองพะยะค่ะเด็กหนุ่มหน้าซีดก่อนที่จะรีบยกมือขึ้นมากุมหัวเอาไว้ เมื่อเขาเกือบจะถูกแน็ตตี้ฟาดด้วยด้ามขุดของเสียบจนหัวกุด

 

          “เราบอกเจ้าหลายครั้งแล้วมิใช่หรือว่าอย่ามาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงเช่นนี้แน็ตตี้ตำหนิวิทยาธรด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่สายตาของเขายังคงจ้องมองร่างของเด็กหนุ่มอยู่ นี่ถ้าเกิดเขายั้งมือไม่ทันแล้วเผลอฟาดหัวของสหายคนสนิทด้วยเสียบจนหัวร้างข้างแตกขึ้นมาจะทำยังไง!!

 

          “ดะ ได้โปรดอภัยให้กับความขี้หลงขี้ลืมของข้าด้วยเถิด!!” วิทยาธรหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมก่อนที่จะรีบทรุดตัวลงไปกราบที่พื้น เหตุที่เขาไม่กล้าเข้าไปหาพระมาลาโดยทันทีเป็นเพราะเห็นพระโอรสกำลังมีความสุขกับการนั่งชมดอกไม้และพืชนานาชนิดในวังสวนขวัญอยู่ จึงทำให้เขาไม่อยากจะเข้าไปรบกวน

 

          “ไม่ต้องแน็ตตี้พูดห้ามเอาไว้ได้ทันก่อนที่เด็กหนุ่มจะก้มกราบพอดีก่อนที่จะพูดต่อ แต่เจ้าต้องสัญญากับเราว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก

 

          “พะยะค่ะวิทยาธรพูดด้วยท่าทางเลิกลั่กก่อนที่รีบเงยหน้าขึ้นมามองแน็ตตี้

 

          วิทยาธรเป็นเด็กหนุ่มลูกของเสนาบดีคนสนิทขององค์กษัตริย์ และเป็นเหมือนเพื่อนคนสนิทของพระมาลาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะพระมาลานั่นไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่นัก ด้วยความเป็นห่วงของพระเจ้าชัยเชษฐผู้เป็นพ่อของพระมาลา จึงได้ส่งเด็กคนนี้มาเป็นเพื่อนเล่นกับพระมาลาตั้งแต่วัยเด็กสมัยที่เริ่มร่ำเรียนวิชาตำราจนกระทั่งมาจนถึง ณ ตอนนี้

 

          “มีคนอยากจะมาเข้าพบพระโอรสพระเจ้าค่ะวิทยาธรกล่าวทูลไปตามตรง

          “ใครกันที่อยากจะมาขอพบเราแน็ตตี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่กำลังสนทนากับสหายคนสนิท

 

          “เราเองแต่ยังไม่ทันที่วิทยาธรจะได้ตอบ บุคคลที่สามที่แอบฟังอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ก็ได้เอ่ยขึ้น

          “พี่ใหญ่...!!!” แน็ตตี้คลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่

 

          “เมื่อกี้….เจ้าว่าอะไรนะ!!?” สุริยะขมวดคิ้วเมื่อเขาได้คำๆนั้นออกมาจากปากของมาลา

          “ขะ ข้าไม่ต้องตั้งใจ โปรดอภัยให้กับข้าด้วย!!” แน็ตตี้รู้ตัวว่าเขากำลังพูดอะไรผิดไป จึงรีบขอโทษเป็นการใหญ่

 

          “ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก!!” ชายหนุ่มรีบห้าม ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าเป็นปรกติ เราแค่ประหลาดใจนิดหน่อยเพราะมันนานมากแล้วนะ ที่เราไม่ยินเจ้าเรียกเราด้วยชื่อนี้

 

          ‘พี่ใหญ่ หรือ สุริยะเจ้าชายองค์แรกขององค์กษัตริย์ผู้เป็นว่าที่ผู้สืบต่อบัลลังก์ และเป็นพี่ชายร่วมสายเลือดเดียวกันกับพระมาลาคลี่ยิ้มด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจปนประหลาดใจที่ น้องสามของเขาได้เรียกชื่อที่เขาทั้งสองเขาเคยใช้เรียกกันเมื่อนานมาแล้วอีกครั้ง

 

          “มันนานขนาดนั้นเชียวหรือพะยะค่ะแน็ตตี้อดใจประหลาดใจไม่ได้ที่ได้ยินคำพูดของสุริยะ เพราะในขณะที่แน็ตตี้นอนรักษาตัวอยู่ในวังสวนขวัญ ในช่วงระหว่างนั้นแน็ตตี้มักจะเห็นชายหนุ่มแวะมาเยี่ยมเยือนเขาตลอด จนกระทั่งความทรงจำที่เกี่ยวกับชายหนุ่มเชื้อกษัตริย์ไหลเข้ามาในหัวของเขา

 

          ด้วยความช่างสังเกตและชอบจับผิดของแน็ตตี้จึงทำให้ได้รู้และทราบเกี่ยวกับข้อมูลที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ความทรงจำของพระมาลาที่อยู่ในร่างนี้มีน้อยมากนัก เมื่อเทียบกับความทรงจำของแน็ตตี้ และอาจจะเหมารวมถึงอุปนิสัยใจคอ กริยาท่าทาง หรือแม้แต่คำพูดคำจาเลยจะด้วยซ้ำ เพราะในความทรงจำของมาลาที่หลงเหลืออยู่นั้นมีเพียงแค่ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่ออะไร ฐานะตระกูลเป็นอย่างไร มีญาติพี่น้องกี่คน อายุเท่าไหร่ เท่านั้นแต่ส่วนข้อมูลที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยนั้นกลับไม่ได้ระบุเอาไว้ในความทรงจำของมาลาเลย และในตอนนี้ข้อมูลส่วนที่หายไปได้ที่ฟื้นคืนมา ก็ยังมีเพียงแค่เรื่องของพี่ชายคนโตเท่านั้น และถึงแม้ว่ามันจะน้อยนิดก็ตาม

 

          เมื่อรู้ตัวว่ากริยาท่าทางที่เขาแสดงนั้นต่างออกไปจากพระมาลาที่เคยเป็นอยู่มากอาจจะถึงขั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นแน็ตตี้ก็ยังเชื่อที่จะทำในสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของเขา เพราะเขาเชื่อว่า เสือก็คือเสือในวันยังค่ำ แม้จะพยายามซ่อนลวดลายของตนเอาไว้ เมื่อกาลเวลาผ่านไปสิ่งที่ซ่อนอยู่นั้นก็จะปรากฏชัดออกมา เฉกเช่นเดียวกันกับมนุษย์ที่กำลังซ่อนความเป็นตัวตนของมนุษย์คนนั้นเอาไว้เมื่อเป็นเช่นนั้นถึงเขาจะแกล้งทำตัวเป็นพระมาลาเหมือนแต่ก่อนก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปอุปนิสัยของเขาจริงๆก็ย่อมจะแสดงออกมาในไม่ช้า หากจะเป็นเช่นนั้นสู้เป็นตัวของตัวเลยซะตอนนี้เลยจะดีกว่า

 

          “เจ้าออกไปก่อนเถิดขณะที่แน็ตตี้กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สุริยะก็ได้หันไปพูดสั่งกับวิทยาธรที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้า ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันหน้ากลับมามองหน้าแน็ตตี้ เราอยากจะอยู่กับมาลาตามลำพัง

 

          เมื่อได้ยินเช่นนั้น วิทยาธรจึงได้รีบถวายบังคม ก่อนที่จะรีบเดินออกไปทันทีจนเหลือเพียงแน็ตตี้กับสุริยะสองคนเท่านั้น

 

          แน็ตตี้สบตากับสุริยะที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขาอย่างไม่ละสายตา ก่อนที่เขาจะ    อาศัยโอกาสนี้ได้สังเกตใบหน้าของชายหนุ่มอย่างละเอียด ท่ามกลางสายลมธรรมชาติที่พัดผ่านร่างของเขาทั้งสอง สุริยะมีใบหน้าที่หล่อคม เครื่องหน้าสวยดูเหมือนดาราคนหนึ่งที่แน็ตตี้เคยเห็นผ่านๆตาในละครช่องทีวี

 

          นี่มัน สมาร์ท กฤษฏา* ชัดๆ แน็ตตี้นึกในใจเมื่อได้สังเกตหน้าใบของสุริยะอย่างละเอียดแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่สุริยะไม่เหมือนกับดาราคนที่เขาเคยเห็นก็คือ เมื่อเทียบอายุและรูปร่างแล้ว สุริยะจัดว่าเด็กว่าและที่สำคัญซิกแพคเยอะและแน่นกว่าดาราคนนั้นเป็นไหนๆ

 

          (*สมาร์ท กฤษฏา พรเวโรจน์ เป็นนักแสดงและนายแบบชาวไทย สังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3)

 

 

          “อ่ะ!!!” แน็ตตี้ที่มัวแต่จ้องมองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของผู้เป็นพี่ชายอุทานขึ้น เมื่อถูกชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ารอบตัวเข้าไปกอด

 

          “ในที่สุดเจ้าก็ยอมพูดกับพี่เสียทีสุริยะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังจะร้องไห้เมื่อน้องชายที่เมื่อก่อนแทบจะไม่พูดจาปราศรัยกับเขาเลย ได้ยอมพูดจากับเขาเสียที

 

          “…..??!!” แน็ตตี้แอบขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลองเค้นสมองและความทรงจำของมาลาจึงทำให้เข้าใจทุกอย่าง

 

          เมื่อสมัยที่พระมาลายังอายุได้แค่สิบปี ได้เกิดป่วยเป็นโรคประหลาดชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แถมยังเป็นโรคที่ติดที่สามารถแพร่เชื้อได้ผ่านการสูดดมเอาไอ จามของผู้ป่วยโรคนี้เข้าไปอีกด้วย

 

          เพราะด้วยความกลัวของพระมาลา ที่กลัวว่าจะต้องมีใครมาตายเพราะตนที่เป็นตัวต้นเหตุในสถานะตัวแพร่เชื้อโรค จึงได้ออกคำสั่งประกาศกร้าวให้ย้ายทุกคนที่อยู่ในสวนขวัญออกไปให้หมด แล้วเหลือไว้เพียงพระมาลาที่ตอนนั้นยังอายุได้แค่สิบขวบ ซ้ำร้ายกว่านั้นยังไม่อนุญาตให้ใครพบหรือเข้าเยี่ยมตนทั้งสิ้นแม้แต่พระเจ้าชัยเชษฐผู้เป็นพ่อก็ตามแต่  นั้นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสัมพันธ์ฉันเครือญาติระหว่างพระมาลาและเชื่อพระญาติคนอื่นๆเหินห่างมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น

 

          มาลาใช้ชีวิตตัวคนเดียวในสวนขวัญโดยมีเพื่อนสนิทเพียงสามอย่างคือ เหล่าพืชพฤกษานานาชนิด เหล่าตำราหนังสือมากมายที่อยู่ในสวนขวัญ และสุดท้ายคือเงาของเขาเองที่ฉายอยู่ในกระจกบานใหญ่ ในที่สุดพระโอรสพระองค์นี้ก็ได้จบชีวิตลงด้วยโรคประหลาดดังกล่าวหลังจากที่พึ่งผ่านพ้นวันเกิดวัยสิบหกปีไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ ส่วนความทรงจำที่เหลือเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังคงว่างเปล่า

 

          “เป็นความผิดของพี่เอง ที่ไม่อาจจะปกป้องเจ้าไว้ได้สุริยะพูดทั้งน้ำตาเมื่อนึกถึงคำพูดของผู้เป็นมารดาที่ได้สั่งเสียเอาไว้

 

          แม่ฝากเจ้าดูแลน้องด้วยล่ะ สุริยะ พระมเหสีมณีเกสร ผู้เป็นมารดาได้สั่งเสียเอาไว้กับ สุริยะที่ตอนนั้นยังอายุได้เพียงหกขวบ หนุ่มน้อยยิ้มรับพร้อมกับเกี่ยวก้อยสัญญากับผู้เป็นแม่ พร้อมกับจดใจคำพูดนั้นฝังใจเอาไว้ ราวกับคำมั่นสัญญาที่เด็กน้อยมีให้ระหว่างผู้เป็นแม่ แต่แล้วถัดจากเหตุการณ์นั้นไปอีกหนึ่งเดือน อาการประชวรของพระมเหสีมณีเกสรก็ได้ทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้สวรรคตไป สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้แก่พระราชาและราษฎรในเมืองนี้อย่างมาก และในตอนนั้นพระมาลายังอายุเพียงแค่สองปีเท่านั้น

 

 

          ในสถานะพี่คนโตและคำสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เป็นแม่ สุริยะจึงคอยเฝ้าดูแลเอาใจใส่มาลาทุกอย่างทั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนพี่น้องสองกุมารนี้สนิทกันมาก แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ต้องหยุดชะงักลงเมื่อมาลาได้ป่วยเป็นโรคประหลาดชนิดหนึ่งที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แม้แต่หมอหลวงที่เก่งกาจจากต่างเมืองยังจนปัญญา

 

          แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือเหตุการณ์ที่มาลาได้ทำการตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกแล้วใช้ชีวิตอยู่ในสวนขวัญเพียงลำพังเพราะด้วยความที่ถูกคนอื่นมองว่าเป็นตัวแพร่เชื้อ จนในที่สุดน้องคนสุดท้องที่ร่วมสายเลือดเดียวกันของสุริยะก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับมา พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ไม่อาจจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เป็นแม่ของสุริยะได้

 

          แต่แล้วเหตุการณ์ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสร้อยมาลาได้ฟื้นคืนกลับมาราวกับปาฏิหาริย์ เมื่อเป็นเช่นนั้นสุริยะจึงไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ไถ่บาปที่เขาต้องปล่อยให้มาลาต้องอยู่เพียงลำพังอย่างเดียวดายเช่นนี้

 

          ในขณะที่คนหนึ่งกำลังรู้สึกผิดอยู่นั้น กลับมีอีกหนึ่งคนที่ตอนนี้กำลังมีจิตคิดอกุศลอยู่ แน็ตตี้ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมกอดของสุริยะได้ตรวจเช็คร่างกายของผู้เป็นพี่ชายเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงที่กอดเขาอยู่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลายอ้อมแขนลงเลย

 

          “ท่านอย่ามากอดข้าเช่นนี้เถิด ข้าเหนียวตัวแน็ตตี้พูดพลางดิ้นตัวไปมาเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขายังไม่มีอาบน้ำเลย

 

          “เจ้ายังไม่ได้สรงน้ำหรอกหรือสุริยะก้มหน้าลงมาพูดกับแน็ตตี้ แต่ก็ยังไม่คลายอ้อมแขนลง

 

          “พะยะค่ะ

 

          “ถ้าเช่นนั้นพี่จะเป็นคนสรงน้ำให้เจ้าเองสุริยะพูดขึ้นด้วยแววตาที่มาดมั่น

 

          พี่ชายบ้าไปแล้ว!!’ แน็ตตี้อุทานกับตัวเองในใจ ถึงแม้ว่าเขาจะหลงใหลได้ปลื้มพี่ชายคนนี้ก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่นึกว่าสุริยะจะทำเพื่อมาลาถึงขนาดนี้

 

          “ไม่ต้องลำบากท่านหรอก ข้าสรงน้ำเองได้แน็ตตี้พยายามปฏิเสธ

          “แต่ร่างกายของเจ้ายังไม่หายดี เกิดเจ้าเป็นอะไรไปขณะสรงน้ำอยู่ล่ะ!!” สุริยะงัดไม้ตายเมื่อเห็นมาลาไม่ยอมทำตาม

 

          “......แน็ตตี้นิ่งเงียบเพราะนึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะงัดเอาคำพูดนี้มาใช้

          “ถ้าเช่นนั้นไปสรงน้ำกันเถอะสุริยะคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้แน็ตตี้ก่อนที่จะช้อนร่างอันบอบบางของแน็ตตี้ขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง

 

          พี่ชาย!! นี่ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ!!?’ แน็ตตี้นึกในใจขณะที่ถูกสุริยะอุ้มเข้าไปในวังสวนขวัญ

 

 

          วังสวนขวัญเป็นวังที่พระเจ้าชัยเชษฐสร้างไว้ให้กับอัครมเหสีมณีเกสร และเป็นสถานที่ที่พระมเหสีสวรรคตเช่นกัน โดยที่วังนี้แห่งนี้จะมีเหล่าพืชและดอกไม้นานาชนิดปลูกเอาไว้ล้อมรอบบริเวณตัววังโดยจะมีลำธารขนาดไม่ใหญ่มากนักไหลผ่านวังแห่งนี้

 

          “เจ้านั่งพักตรงนี้เสียก่อนเถิดสุริยะพูดขณะที่ค่อยๆวางร่างของมาลาลง เมื่อทันทีที่พามาถึงห้องสรงน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

          ปรกติงานสรงน้ำจะเป็นหน้าที่ของเหล่านางรับใช้รึนางกำนัล แต่เพราะเป็นช่วงที่เจ้าชายมาลาพึ่งหายป่วยจึงทำให้ภายในวังแห่งนี้ยังไม่ได้มีนางรับใช้และนางกำนัล  จึงให้วังแห่งนี้แทบจะร้างผู้คนเลยทีเดียว

 

          “ข้าถอดเองได้แน็ตตี้พูดขึ้นเมื่อสุริยะทำท่าเหมือนจะมาถอดเสื้อผ้าให้

          “อย่าดื้อนักสิ สร้อยมาลาสุริยะดุเสียงเข้ม

 

          เมื่อถูกสุริยะดุแน็ตตี้จึงต้องยอมให้ชายหนุ่มถอดเครื่องอาภรณ์ให้ ใช้เวลาเพียงไม่นานนักทั้งเนื้อทั้งตัวของแน็ตตี้เปลือยเปล่าไปทั้งตัว

 

          “เอาล่ะมาสรงน้ำกันได้แล้วสุริยะพูดขึ้นเมื่อเห็นสร้อยมาลารีบคว้าผ้ามาปิดร่างเอาไว้ก่อนที่จะถอยกรูดไปจนสุดมุมห้อง

 

          “พี่ใหญ่เอาเปรียบข้าแน็ตตี้ที่ตอนนี้ถอยกรูดจนหลังติดมุมห้องพูดขึ้น

 

          “พี่เอาเปรียบเจ้าตอนไหนกันเล่า!? สร้อยมาลาสุริยะพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย

 

          “ท่านบอกข้าว่าท่านจะสรงน้ำให้ข้า แต่ท่านกลับถอดเครื่องอาภรณ์ของข้าเพียงคนเดียว แต่ของท่านกลับไม่ถอดแน็ตตี้พูดด้วยน้ำเสียงงอแง

 

          “หึ เรื่องนั้นหรอกหรือสุริยะคลี่ยิ้มขณะที่จะค่อยๆลากมือลงไปจับชายผ้าของฉลองพระองค์(หมายถึง เสื้อ นั่นแหละ)ก่อนที่เขาจะดึงและรื้อขึ้นมาจนถึงศีรษะ

 

          “.....!!!?” แน็ตตี้เหลือกตาเมื่อเห็นสุริยะกำลังถอดเสื้อ ภาพของซิกแพคแน่นๆขาวๆได้ปรากฏต่อสายตาแน็ตตี้แล้ว

 

          งานดีมาก ดูไม่ผิดเลยจริงๆ แน็ตตี้นึกในใจเมื่อได้เห็นรูปร่างที่ซ่อนอยู่ใต้อาภรณ์ของพี่ชายวัยยี่สิบปีคนนี้ ซึ่งไม่ต่างจากที่เขาคิดเอาไว้เลยจริงๆว่ารูปร่างของสุริยะต้องอุดมไปด้วยซิกแพคแน่ๆ!!

 

          “เอาล่ะท่านี้ก็คงจะสรงน้ำได้แล้วสินะสุริยะคลี่ยิ้มบาดใจเมื่อหลังจากที่วางอาภรณ์พาดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินเข้าไปหาแน็ตตี้ที่ตอนนี้ยังคงอยู่ที่มุมห้อง

 

          อย่านะพี่ชาย.... อย่านะ!!’ แน็ตตี้หลับตาปี๋ขณะที่กำลังมโนว่าถึงใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของสุริยะในสภาพที่เปือยท่อนบนอยู่ โอ้ย!! แค่คิดก็อยากจะกรี้ดแล้ว!!

 

          พรึ่บ!!!” แต่ในขณะนั้นเองก็พลันมีเสียงเหมือนใครบางคนเดินแหวกผ้าม่านเข้ามาในห้องสรงน้ำ!!

 

          “!!!” แน็ตตี้กับสุริยะรีบหันขวับไปมองที่ประตูห้องสรงน้ำ เมื่อเห็นเงาของใครบางคนกำลังยืนอยู่

 

*********************** โปรดติดตามตอนต่อไป ***********************

 

 *ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะ

 

 

*หากนึกภาพไม่ออกว่า สมาร์ท กฤษฎา หน้าตาเป็นอย่างไร และนี่คืออิมเมจของสุริยะนะ (แต่หน้าอาจจะเด็กและหุ่นจะแซ่บกว่าในรูปนี้อีกนะ)

 

#

ความคิดเห็น