junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER28:ทางเลือก 70% upload (NC 18++)

ชื่อตอน : CHAPTER28:ทางเลือก 70% upload (NC 18++)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.4k

ความคิดเห็น : 150

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2560 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER28:ทางเลือก 70% upload (NC 18++)
แบบอักษร

CHAPTER 28:ทางเลือก (70% UPLOAD)

ไอควันบางเบาลอยตัวอยู่เหนือถ้วยชาทรงญี่ปุ่น ชามัทฉะชั้นดีที่ผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งตามตำรับญี่ปุ่นโบราณแท้ถูกยกขึ้นจิบ รสชาตและกลิ่นชาสร้างความพึงพอใจให้ผู้ลิ้มลองไม่น้อย

“ผมชอบดื่มชามัทฉะ แต่ภรรยาผมเธอชอบชาอู่หลงมากกว่า”ชายสูงวัย ศีรษะล้านโล่งเตียนวางถ้วยชาลง ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นศัลยแพทย์ระบบทางเดินอาหารในโรงพยาบาลรัฐบาล ก่อนที่ระบบทุนนิยมได้กลืนกินอุดมการณ์และผันตัวมาเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารปรีชาเวชย์ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสาขาใหญ่โรงพยาบาลปรีชาเวชย์

“ไม่ว่าจะชามัทฉะหรือชาอู่หลง ก็ล้วนแล้วมาจากชาต้นเดียวกัน แตกต่างกันแค่ มัทฉะจะผ่านกรรมวิธีในการทำ ที่ยุ่งยากและซับซ้อนอีกทั้งต้องใช้เวลานานมันถึงมีราคาสูง แต่หากพอใจในรสชาตดาษดื่นพื้นๆ ก็แค่เอาผงชามาชงก็แค่นั้น”มือเรียวยกกาน้ำชาแล้วบรรจงรินชาเติมในถ้วยด้วยท่วงท่าสำรวมสุภาพเฉกเช่นผู้น้อยปรนนิบัติผู้ใหญ่

“หรือร้ายที่สุดก็เป็นพวกกากชาสั่วๆที่อยู่ก้นกา”รอยเหยียดปรากฏบนใบหน้าชายสูงวัยอย่างเปิดเผย เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเขาได้รับคำเชิญจากนักธุรกิจหนุ่มแปลกหน้าที่ไม่แม้แต่จะเคยได้ยินชื่อเสียง ทีแรกเขาไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของการพบปะกัน แต่หลังจากการพบกันในครั้งที่สาม เขาค้นพบถึงเป้าหมายที่แท้จริงของสัมพันธภาพที่เกิดขึ้น

“ต้นชาพันธุ์ดีแค่ไหน แต่หากไม่ถูกปรับแต่งด้วยกรรมวิธีที่ดีก็ไร้ค่า เหมือนกับคนเก่งที่ไร้ซึ่งประสบการ พวกอ่อนหัด”คราวนี้หัวเราะในลำคอตามด้วยยกชาขึ้นจิบ ธีระอยู่ในห้องวีไอพีของร้านอาหารญี่ปุ่น เขามาพบใครบางคนตามนัดหมาย เป็นการพบปะอันนำมาซึ่งการตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“คุณกำลังรอคำตอบของผมอยู่รึเปล่า”ธีระ ยืดตัวตรงแล้วเข้าประเด็นเสียที

“ผมจะรอก็ต่อเมื่อเห็นว่าสิ่งนั้นคุ้มค่าแก่การรอ และใช่ครับ ผมกำลังรอคำตอบ”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ สีหน้าวางเฉยและท่าทีสุขุมทำให้ผู้อาวุโสกว่ายำเกรงอยู่ไม่น้อย

“ผมจะได้อะไรจากสิ่งที่คุณกำลังคิดจะทำ”

“ไม่ใช่ผมครับ แต่มันคือเราต่างหาก”

“ฮ่าๆๆ ผมกลายเป็นพวกคุณไปแล้วเหรอเนี่ย เอ้ะ! หรือเรียกว่าผู้สมรู้ร่วมคิดดีละ”ชายสูงวัยหัวเราะร่วน

“นักธุรกิจเรียกการทำงานร่วมกันว่าหุ้นส่วนแต่สำหรับแพทย์ เรียกว่าทีม ผมชอบนะครับ ทีม มันฟังดูมีความเป็นยูนิตี้ดี”

“ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมมูลนิธิที่ก่อตั้งมาเป็นสิบๆปี ถึงตกอยู่ในกำมือคุณเพียงในระยะเวลาไม่กี่เดือน คุณมันน่าสนใจจริงๆ”ธีระสบตาคนตรงหน้า แววตาชื่นชมชัดเจน

“นั่นพอจะทำให้คุณเชื่อถือในตัวผมได้รึเปล่า”คำถามนั้นไม่ได้ทำธีระลังเลที่จะตอบสักนิด เขาพยักหน้าช้าๆ

“ผมเชื่อในตัวคุณ แต่ปรีชาเวชย์คือองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดองค์กรณ์หนึ่งเท่าที่ผมรู้จัก ศาสตราจารย์นายแพทย์อานนท์ไม่ได้สร้างมันมาเพื่อให้ปรีชาเวชย์ถูกโค่นลงง่ายๆ”

“ต้นไม้มันผลัดใบไปแล้ว”

“และคุณควรจะรู้ไว้ว่าอลัน ปรีชาไวยกิจคือไม้ยืนต้นที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน”ธีระบอกให้รู้ไว้ เผื่อคนตรงหน้าจะประเมินคู่แข่งเขาต่ำไป

“เพราะอย่างนั้นไงครับ ผมถึงอยากให้คุณและทีมของคุณช่วย”

“ผมควรจะทุบหม้อข้าวตัวเองอย่างนั้นเหรอ”ธีระถามอย่างลองเชิง

“ผมไม่ได้ต้องการทำลายธุรกิจเครือปรีชาเวชย์หรือกอบโกยผลประโยชน์อะไรทั้งนั้น”

“แล้วคุณต้องการอะไรคุณชานนท์”

แววตานิ่งเฉยหรี่ลงแล้วแปรเปลี่ยนไปในแบบที่ธีระไม่เคยเห็นมาก่อน เงาดำมืดในดวงตานั้นน่าหวาดกลัวราวกำลังเผชิญกับซาตานร้าย

ทำลายอลัน ปรีชาไวยกิจให้ผม แล้วผมจะให้สิ่งที่คุณต้องการ

ชานนท์ส่งธีระขึ้นรถ ทั้งสองเขย่ามือกันเสมือนพันธะสัญญาในการร่วมมือทำอะไรบางอย่าง

“คุณรู้ใช่มั้ยแค่คุณบอก ผมก็พร้อมจะเริ่มทุกอย่าง”

“คุณรอสัญญาณจากผมได้เลย รับรองว่าไม่นานเกินรอหรอกครับ”ทั้งสองมองตากัน  ต่างพึงพอใจในข้อเสนอและข้อตกลงของแต่ละฝ่าย ชานนท์ก้มศีรษะพร้อมกับส่งธีระขึ้นรถไป เมื่อเขาอยู่ตามลำพัง ใบหน้ายิ้มแย้มนั้นแปรเปลี่ยนเป็นเฉยชาทันที

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

สมาร์ทโฟนที่อยู่ในกระเป๋าสั่นขึ้น เพียงแค่เห็นชื่อเขารับสายทันที

“สวัสดีครับคุณหมอวรัญ”

“คุณชานนท์ ผมโทรมาเพื่อจะส่งข่าวบางอย่างให้คุณ”นายแพทย์วรัญเว้นช่วงจังหวะ ชานนท์รอฟังอย่างใจจดจ่อ

“หนูณฉัตรอยากพบคุณเป็นการส่วนตัว ผมคิดว่าคุณคงพอจะมีเวลาให้กับเธอ”

“ทำไมจู่ๆเธอถึงต้องการพบผมขึ้นมา”

“ไว้คุณเจอเธอ คุณก็ถามเธอเองแล้วกัน”

“ผมจะส่งวันเวลาและสถานที่ที่นัดพบไปให้คุณหมอวรัญ คงต้องรบกวนด้วยนะครับ”ชานนท์บอกแค่นั้นก่อนจะเป็นฝ่ายวางสายก่อน สีหน้าที่เรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มตรงมุมปาก ในที่สุดณฉัตรก็เป็นฝ่ายเดินมาเขาก่อนเสียที

ห้องหนังสือคฤหาสถ์ปรีชาไวยกิจ

“มันเริ่มแล้วละปวัน”อลันเอ่ยเสียงเครียด พร้อมกับยื่นเอกสารบางอย่างไปตรงหน้าปวัน หลานเขยหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน เมื่ออ่านจบเขาสบตากับอลันอย่างรู้ความหมายทันที

“ฉันเพิ่งได้เอกสารมาจากผู้อำนวยการมูลนิธิวันนี้ เอกสารแจ้งว่ายอดเงินสนับสนุนในเดือนนี้ถูกลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุผลตามที่ระบุไว้ในเอกสาร”

“ปกติเงินสนับสนุนมูลนิธิสามสิบเปอเซ็นต์จะมาจากกองทุนในเครือปรีชาเวชย์ ที่เหลือคือเงินสนับสนุนจากผู้บริจาครายหลักซึ่งก็คือคณะกรรมการในมูลนิธิ ถ้าเงินในส่วนหลังถูกตัดไป ก็เท่ากับว่า….”ปวันไม่อยากจะต่อประโยคให้จบ นั่นเพราะเขารู้ถึงผลที่จะตามมาว่าร้ายแรงแค่ไหน

“นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราควรกังวลหรอก”ใบหน้าคร้ามคมหรี่ตาลงจนคิ้วเข้มแทบจะผูกกัน ปวันมองคนตรงหน้าอย่างสนใจ เขาอยากรู้ว่าจะมีเรื่องร้ายแรงใดเกิดขึ้นอีก

“มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเหรอครับ”

“ผู้บริจาคในนามองค์กรเอกชนรายใหญ่ๆที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิในเครือปรีชาเวชย์ต่างพากันมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพร้อมใจกันลดจำนวนเงินบริจาค แล้วเพิ่มการลงทุนซื้อหุ้นของโรงพยาบาลแทน”อลันกำลังใช้สมองครุ่นคิดถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ความไม่ชอบมาพากลนี้ย่อมมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดเขามั่นใจ แต่ที่ไม่รู้คือมันจะนำมาซึ่งปัญหาอะไรในภายภาคหน้า

“มีใครปล่อยข่าวอะไรออกไปรึเปล่า ปรีชาเวชย์ยังไม่มีโปรเจคและนโยบายการลงทุนใดๆเพิ่มในไตรมาสนี้ นอกจากโรงพยาบาลอินเตอร์ที่ร่วมทุนสร้างที่ฟิลิปปิน”ปวันตั้งข้อสงสัย เรื่องนี้ต้องมีนอกมีใน

“พวกเราคงต้องจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ปัญหาเรื่องงบประมาณของมูลนิธิ ก็ต้องเร่งแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก”

“คุณอาจะทำยังไงครับ”

“ถ้าวิกฤติจริงๆ คงต้องดึงเงินกองทุนส่วนกลางเข้ามาช่วย เราไม่มีทางเลือกอื่น”

“แต่เงินจากกองทุนส่วนกลาง ไม่ได้เอาออกมาง่ายๆนะครับ ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ บอร์ดบริหารโรงพยาบาล ต่อให้ผ่านการอนุมัติ ก็ใช้เวลานานอยู่ดี”ปวันชี้ให้เห็นถึงปัญหา ซึ่งอลันรู้ในจุดนี้ดีอยู่แล้ว

“ในกรณีฉุกเฉิน ทำได้โดยผ่านการเห็นชอบจากประธานเพียงผู้เดียว ฉันมีสิทธิ์อนุมัติได้”

“ผมไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องทำอย่างนี้ มันเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบและปัญหาทุจริต ผมไม่อยากให้คุณอาต้องเจอกับปัญหานั้น”ปวันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อลันคิดจะทำ แต่เขาก็รู้ว่าอลันได้ตัดสินใจไปแล้ว

“ถึงถูกตรวจสอบย้อนหลัง ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะฉันทำเพื่อช่วยพยุงมูลนิธิไว้ ฉันพร้อมถูกตรวจสอบ แต่เรื่องมูลนิธิ รอไม่ได้หรอก ทั้งมูลนิธิแสงวันใหม่ และมูลนิธิในความดูแลของปรีชาเวชย์ จะมาล้มลงในมือฉันไม่ได้”อลันบอกอย่างเด็ดเดี่ยว เงียบกันไปนานเป็นนาที ทั้งเขาและปวันต่างกำลังใช้ความคิด

“ยังไงซะ นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ฉันจะหาวิธีแก้ปัญหาระยะยาว อาจถึงเวลาที่เราต้องสร้างพันธมิตรใหม่ๆขึ้นมา แล้วมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างผลกำไรให้กับเครือปรีชาเวชย์เพื่อที่จะได้ใช้เปอร์เซ็นส่วนแบ่งนั้นไปกับกองทุนของมูลนิธิ”

“ผมจะให้ความร่วมมือเต็มที่ครับ ผมเองก็ไม่อยากเห็นมูลนิธิใดมูลนิธิหนึ่งของปรีชาเวชย์ต้องถูกปิดลงเหมือนกัน”ปวันพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่เขาเอ่ยถามอลันในเรื่องต่อไป

“คุณอาทราบเรื่องที่ท่านจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยรึยังครับ”อลันเลิกคิ้วสูงทันที เขาไม่รู้ข่าวการเดินทางกลับมายังประเทศไทยของอานนท์มาก่อน

“ฉันเพิ่งคุยกับพี่ชายฉัน รายงานความคืบหน้าเรื่องตั้งโรงพยาบาลที่ฟิลิปปินส์เมื่อสองวันก่อน ไม่เห็นเขาบอกฉันเรื่องนี้”

“ผมเองก็ไม่ทราบครับ ท่านไม่ได้บอกผม ท่านโทรมาหาคริสคืนก่อน บอกว่าจะเดินทางกลับไทยในสัปดาห์หน้า”

“บอกยัยคริส แต่ไม่บอกฉันเหรอ”อลันพึมพำอย่างใช้ความคิด ทำไมอานนท์ถึงไม่บอกอะไรเขาเลย อยากให้การกลับมาเป็นเรื่องชวนเซอร์ไพรหรืออย่างไร

“ถ้าท่านกลับมาคริสก็ต้องรู้เรื่องอาการป่วย”

“กลัวเมียจะแหกอกเอาเหรอที่ปิดบังเรื่องอาการป่วยของพ่อ อย่าว่าแต่นายเลยฉันก็คงโดนยัยคริส อาละวาดใส่เหมือนกันนั่นแหละ รวมหัวกันปกปิดดีนัก”อลันกอดอกตัวเอง เอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ

“แต่ยังไงผมก็ดีใจที่ท่านกลับมา คริสจะได้อยู่ใกล้ๆคุณพ่อเธอสักที”

“ก็ดีใจอยู่หรอกน้า ที่อาการป่วยดีขึ้นแต่ถึงยังงั้นก็เถอะ”อลันเหม่อลอยพึมพำอะไรบางอย่างที่ปวันไม่เข้าใจ

“ยัยเด็กนั่นก็คงจะดีใจใหญ่”เอ่ยเสียงเบาเหมือนพูดตามลำพังกับตัวเอง ก่อนจะพรวดพราดลุกขึ้น

“วันนี้หารือกันแค่นี้ก่อน ไปพักเถอะ ฉันก็จะพักเหมือนกัน”เก็บเอกสาร ก่อนจะตบบ่าปวันแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ปวันครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในห้องตามลำพัง

ขายาวก้าวฉับๆลัดเลาะไปตามทางมุ่งหน้าไปยังเรือนกระจก ทันทีที่รู้จากปวันว่าอานนท์จะกลับมายังประเทศไทย สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในหัวก็คือ ณฉัตร  การที่อานนท์ไปรักษาตัวอยู่ต่างประเทศมันทำให้เขามีอำนาจเบ็ดเสร็จในคฤหาสถ์แห่งนี้ รวมถึงตัวณฉัตร เขาสามารถจะทำอะไรกับเธอก็ได้ตราบเท่าที่ไม่มีอานนท์คอยคุ้มครองปกป้อง อลันรู้ดีว่าเขาใช้ช่องโหว่ตอนที่อานนท์ไม่อยู่เพื่อความต้องการส่วนตัว และหากอานนท์จะกลับมามันหมายถึงการที่ณฉัตรจะกลับไปอยู่ในการดูแลปกครองของพี่ชายเขาอีกครั้ง แค่คิดว่าเธอจะมีหลุมหลบภัยและเกราะคุ้มกันไม่ให้เข้าใกล้ตัวได้ง่ายก็ยิ่งร้อนใจ เขาต้องเป็นบ้าตายไปในเวลารวดเร็วแน่ๆหากไม่ได้ครอบครองเธอ

ณฉัตรอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเป็นชั่วโมง แต่กลับนั่งอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวตรงมุมห้องโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ไม่แม้แต่จะแตะอาหารเย็นที่เปานำมาให้ หญิงสาวตกอยู่ในบ่วงความคิด หลังจากรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมูลนิธิ ความวิตกกังวลนั้นก็รบกวนจิตใจจนไม่เป็นอันทำอะไร  เสียงนาฬิการ้องบอกเวลาสามทุ่ม ร่างบางขยับตัวไปมาบนเก้าอี้ก่อนจะหยิบหนังสืออักษรเบรลที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาสัมผัส เธอหวังว่าการได้อ่านหนังสือพวกนี้จะทำให้จิตใจสงบหรือไม่ก็ทำให้รู้สึกง่วงขึ้นมาบ้าง

แกร้ก!!!

เสียงตะกุกตะกักตรงประตู ดังขึ้น รู้สึกว่ามีใครบางคนเปิดประตูและเข้ามาภายในห้อง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องตกใจ แต่ตอนนี้พอจะรู้ว่าคนที่ทำแบบนั้นคือใคร

“คุณอลันเหรอคะ”

“ยังไม่นอนอีกเหรอ ทำอะไรอยู่”อลันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เขาคิดว่าณฉัตรจะนอนแล้วเสียอีก สายตาเลื่อนไปยังถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย อาหารทุกอย่างยังอยู่บนจานไม่มีร่องรอยว่าถูกแตะต้องแม้แต่เพียงนิด

“ยังไม่ง่วงคะ กำลังอ่านหนังสือ”ณฉัตรชูหนังสือในมือขึ้น อลันเอื้อมมือไปหยิบหนังสือแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา แล้วใช้ตักณฉัตรหนุนแทนหมอน คนตัวเล็กตัวแข็งทื่อ ไม่คิดว่าเขาจะนอนตรงนี้

“ทำไมคุณอลันไม่นอนบนเตียงดีๆละคะ ตรงนี้ปวดหลังนะคะ”

“นอนบนเตียงของเธอนะเหรอ ก็น่าสนนะ”แหงนหน้าขึ้นมองทำตาเจ้าเล่ห์ ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อแทบจะทันที

“ห้องตัวเองก็มีนี่คะ”พึมพำเสียงเบา หมู่นี้เขาเอาแต่เกาะแกะเธอ ถ้าไม่พาออกไปข้างนอก ก็ตามาถึงในห้อง ทั้งที่เป็นคนบอกว่าให้เธอควบคุมความรู้สึกของตัวเอง แต่การที่ต้องใกล้กันเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่างนี้มันทำใจได้ยากเหลือเกิน

“แต่ห้องฉันไม่มีเธอนี่”ดึงมือเรียวเข้ามาแนบแก้มตัวเอง สัมผัสได้ถึงไรหนวดสากที่ขึ้นตรงใบหน้า อลันมองณฉัตรนิ่ง

“ไม่อยากอยู่ใกล้ฉันรึไง”เขาจำได้ว่าถามคำถามนี้ไปแล้ว แต่ยังอยากถามอีกครั้ง

“เราจำเป็นต้องใกล้กันด้วยเหรอคะ”

“คำตอบแบบนั้นมันจะทำให้หงุดหงิดนะ เธอไม่รู้รึไง”อลันทำเสียงเข้ม บีบมือเล็กแรงขึ้น

“ถ้าอยากนั้นคุณอลันก็อย่าถามสิคะ”

“ไม่อยากอยู่ใกล้จริงๆสินะ ทีนี้คงสมใจเธอละ”คำพูดนั้นชวนให้สงสัย หมายความว่ายังไงที่บอกว่าจะสมใจเธอ

“คุณอลันกำลังพูดถึงเรื่องอะไรคะ”

“อยากรู้เหรอ ไม่บอกให้เธอดีใจหรอก”อลันทำท่าขัดใจ เขาไม่อยากเห็นสีหน้าดีอกดีใจของณฉัตรตอนที่เขาบอกว่าอานนท์กำลังจะกลับมา ชายหนุ่มเหยียดร่างตัวเองจนสุด ปลายเท้าเกือบโผล่พ้นโซฟาตัวยาว

“แล้วจะนอนตรงนี้จริงๆเหรอคะ มันไม่สบายนะคะ”ณฉัตรถามด้วยความเป็นห่วง เพราะดูอลันจะตั้งท่านอนอย่างจริงจัง

“ไม่ได้มานอนสักหน่อย”น้ำเสียงปรับเปลี่ยนเป็นเบาลง เป็นโทนเสียงที่ทำให้ณฉัตรรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

“มาทำอย่างอื่น”ดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้า จากมุมที่เงยขึ้นเห็นสีหน้าแดงซ่านน่ารักในแบบที่ทำให้เขาอดใจไม่ไหว อลันดันร่างตัวเองขึ้นด้วยศอก ก่อนจะหยิบยื่นริมฝีปากประกบจูบเบาๆบนริมฝีปากเล็ก ณฉัตรผงะเล็กน้อยแต่ไม่ได้หลบ

“จูบหน่อยสิ”จูบไปแล้วถึงจะมาเอ่ยขอกัน เขามันขี้โกงที่สุด

“กะ ก็จูบไปแล้วนี่คะ”

“หมายถึงให้เธอจูบตอบฉัน”ดันตัวขึ้นค้างอยู่ในท่าที่ริมฝีปากจดจ่อ รอให้ริมฝีปากบางจรดลงบนริมฝีปากหนา ลมหายอุ่นร้อนลอยวนอยู่แถวปลายจมูก ณฉัตรหรุบตาต่ำ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางบ่ายเบี่ยงได้อยู่แล้ว

จุ้บ!

ยื่นริมฝีปากไปสัมผัสแวเบารวดเร็ว อลันพ่นลมออกทางจมูก

“แค่นี้เหรอ”

“ค่ะ?”

“มากกว่านี้สิ นั่นไม่เรียกว่าจูบ นั่นเรียกว่าจุ้บ”

“เอาใจยากจังคะ”ณฉัตรมุ่นคิ้วทำหน้าตึง อลันอมยิ้ม เห็นทีจะไม่ได้การ ยัยเด็กอ่อนหัด โดนเขาจูบมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่คิดจะเรียนรู้เลยรึไง หรือว่ารู้แต่ไม่ยอมทำให้ ไม่ได้การ เห็นทีเขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มเอง

“งั้นฉันจูบเอง”พูดจบประกบริมฝีปากหยักเข้ากับปากบางทันที ลิ้นเรียวยาวดุนเข้าไปในโพรงปาก คว้านลึกเข้าไปจนแทบสำลัก ณฉัตรต้องเผยอปากต้อนรับ เขามอมเมาปรนเปรอเธอด้วยจูบที่แสนช่ำชอง ริมฝีปากถุกบดเบียดจนร้อนระอุ ในขณะที่กำลังง่วนกับรสสัมผัสตรงริมฝีปาก มือหน้าก็เลื่อนขึ้นไปบีบขยำเต้าทรวงผ่านชุดนอนตัวบาง อลันครางกระหึ่มในลำคอเมื่อได้สัมมผัสความนุ่มหยุ่นที่เต็มไม้เต็มมือ เหมือนกับเชื้อเพลิงไวไฟที่จุดติดง่าย เพียงแค่สัมผัสเรือนกายของคนตัวเล็ก ทุกความรู้สึกก้ผุดพรายขึ้นมาจนยากแก่การควบคุม ท่อนลำภายในร่มผ้าคัดแข็งจนดุนดันผ่านกางเกงเนื้อดี อลันถอนจูบพร้อมกับพ่นลมหายใจอย่างกระหืดกระหอบ ไฟราคะประทุร้อนอยู่ในร่างกาย เขาต้องการปลดปล่อย ร่างใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่งบนโซฟา ก่อนจะร่างเล็กขึ้นคร่อมตักไว้ ตามด้วยการถลกชุดนอนร่นไปจนแทบถึงคอ

“อะ อร้ายยยคุณอลันขา ไม่ได้นะคะ”เสียงหวานร้องห้าม พร้อมกับดึงกระโปรงลงปกปิดส่วนล่าง

“ทำไมละฉัตร ฉันจะไม่ไหวอยู่แล้วคนดี”เอ่ยเสียงพร่าสั่นสุดแสนทรมาน ยิ่งเรือนกายเล็กเด้งอยู่บนหน้าตักยิ่งโหมไฟให้ลุกโชนเข้าไปใหญ่ เขาต้องการเธอเดี๋ยวนี้

“ไม่ได้คะวันนี้ไม่ได้”

“ไม่สบายเหรอ หื้ม ฉันจะทำรอบเดียว นะคนดี ขอนะครับ”ซุกไซร้ระดมจูบซอกคอ บีบขยำทรวงอกแน่นหนันแรงกว่าเดิมเป็นสองเท่า ท่อนลำเกร็งแข็งจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาต้องการสอดใส่เข้าไปในเนินเนื้อคับแคบเพื่อจะได้เติมเต็มความรู้สึกในตอนนี้ มือหนาอีกข้างถลกกระโปรงขึ้นอีกครั้ง แต่ณฉัตรจับชายกระโปรงแน่น

“ไม่ได้คะ”

“ทำไมวันนี้ดื้อละ หรือต้องให้บังคับ”อลันเสียงแข็งขึ้น เขาไม่อยากใช้วิธีบังคับอย่างที่ทำตอนอารมณ์ร้าย แต่ทว่าควบคุมความต้องการตัวเองได้ยากเหลือเกิน

“ฉัตรไม่สะดวกคะ”

“ทำไมละ”

“ฉัตรมีประจำเดือน”

อลันรู้สึกเหมือนเขาถูกตัดสินประหารชีวิต ด้วยวิธีที่โหดร้ายที่สุด เขาสบถหยาบคายออกมาเป็นภาษาอังกฤษ คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักสีหน้าสลดตัวห่อลีบด้วยกลัวว่าเขาจะโกรธ ประจำเดือนเธอเพิ่งมาเมื่อตอนเช้า หลังจากรอบเดือนเลื่อนจากเดือนที่แล้วมาสี่วัน ยังนึกกังวลกลัวว่าจะเกิดเรื่อง หากประจำเดือนขาด

“คุณอลันโกรธเหรอคะ”ถามเสียงเหมือนจะร้องไห้ เพราะกลัวจะทำให้เขาไม่พอใจ อลันมองใบหน้าหวานที่ร่ำๆจะปล่อยโฮนิ่ง ไอ้ท่าทีเปราะบางน่าเอ็นดูแบบนี้มันกระตุ้นอารมณ์หื่นเขาดีชะมัด คนตัวโตพ่นลมหายใจก่อนจะเชยคางคนตัวเล็กขึ้น

“ผ่าไฟแดงซะดีมั้ยเนี่ย”เขาพึมพำเบาๆ เพราะตอนนี้อดรนทนไม่ไหว เขากลายเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“อะไรคือผ่าไฟแดงคะ”ถามออกมาด้วยความสงสัย อลันถึงกับหงายหลัง นี่เขากำลังมีอะไรกับเด็กอนุบาลรึไง

“อธิบายไปก็เสียเวลา ทำให้ดูเลยเอามั้ยละ”

ส่ายหน้ารัวเร็ว เพราะถึงไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ก้พอจะเดาได้วาคงเป็นเรื่อวไม่เข้าท่าเท่าไหร่

“ปกติประจำเดือนมากี่วันเนี่ย”

“สี่ห้าวันคะ”

เฮือกกกกกกกกกก

เหมือนถูกตัดสินประหารเป็นครั้งที่สอง นี่เขาจะต้องตายอีกสักกี่ครั้งกัน สุดสัปดาห์นี้อานนท์ก็จะกลับมา โอกาสในการเข้าหาแบบนี้ก็คงจะน้อยและสุ่มเสี่ยงเต็มที คิดว่าจะได้ครอบครองเธอจนกว่าจะถึงวันนั้นแต่ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงก็ทำหน้าที่ได้ซื่อสัตย์เหลือเกิน

“แต่ตอนนี้ฉันต้องการเธอมากเลยนะ”เอ่ยเหมือนคนสิ้นหวัง ท่อนเนื้อที่เต้นตุบๆอยู่ภายใต้กางเกง แทบจะกระโจนออกมาทุกสองวินาที เมื่อมันเริ่มแล้วก็ยากจะลง

“แล้วจะให้ฉัตรทำยังไงคะ”ณฉัตรเอ่ยถามอย่างจนหนทาง เธอรู้สึกว่าการที่เขาไม่ได้ร่วมรักกับเธอเพราะมีประจำเดือนกลายเป็นความผิดของเธอเอง อลันลูบหัวหญิงสาวเบาๆเหมือนปลอบประโลม

“เธอจะช่วยฉันจริงๆเหรอ”

“แล้วช่วยได้เหรอคะ”เข้าทาง อลันลอบยิ้ม เขายกร่างเล็กขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะปลดตะขอกางเกงแล้วรูดซิบลง จากนั้นก็ทำการควักลุกรักของเขาออกมา

“จับนี่ดูสิ”ดึงมือณฉัตรมากอบกุมท่อนลำตั้งตระหง่านของตัวเอง ทันทีที่สัมผัสท่อนเอ็น หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที พร้อมกับอุทานอย่างตกใจ

“อุ้ย!”

“ไหนบอกว่าจะช่วยไง”อลันโอดครวญ เพียงแค่ถูกสัมผัสเพียงนิด ท่อนลำเขาก็ดีดผึงเต้นเร่า

“กะ ก็ยังไงละคะ”ถามเสียงสั่น ใจเต้นโครมคราม อลันรวบสองมือไว้ก่อนจะดึงไปสัมผัสแกนกายขของเขาอีกครั้ง คราวนี้หมดสิทธิ์ชักมือหนี เพราะมือหนาจับมือบางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สัมผัสผิวนุ่มหยุ่นแต่ทว่าแข็งขันอยู่ในทีเป็นเรื่องแปลกใหม่และค่อนข้างจะทำให้หญิงสาวประหม่า

“แค่จับมันไว้อย่างนี้ ห้ามเอามือออกรู้มั้ย”อลันค่อยๆปล่อยมือตัวเองออกจากการเกาะกุม เอนตัวพิงไปกับพนักโซฟาด้วยท่าทางที่สบายกว่าเดิม สาวน้อยที่นั่งอยู่บนตักทำหน้าเจื่อน ณฉัตรไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อไปดี มือบางสั่นน้อยๆ นึกดีใจที่ตอนนี้ตาบอด เพราะถ้าเธอมองเห็น คงรู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

“หึหึ”อลันหัวเราะเบาๆ เขาฝังหัวว่าณฉัตรเป็นเด็กใจแตก พฤติกรรมและเหตุการณ์ในอดีตบอกเขาอย่างนั้น แต่สิ่งที่เธอกำลังแสดงออกตอนนี้ตรงข้ามกันสิ้นเชิง

“รู้รึเปล่าว่าเวลาที่ผู้ชายช่วยตัวเองเขาจะทำยังไงกับไอ้สิ่งที่อยู่ในมือเธอ”อลันถามขึ้น คำถามนั้นเรียกสีแดงเรื่อบนใบหน้าณฉัตร เธอเป็นเด็กในโรงเรียนคอนแวน แม้จะสนใจเพศตรงข้ามหรือสื่อเกี่ยวกับทางเพศใดๆตามวัย แต่ก็ถูกจำกัดและปิดกั้นอย่างเคร่งครัด ดีที่สุดคือการเรียนการสอนในคาบสุขศึกษา ซิสเตอร์สอนการสวมใส่ถุงยางอนามัยโดยใช้กล้วยเป็นอุปกรณ์

“อ้าว ถ้าคุณอลันช่วยตัวเองได้แล้วให้ฉัตรช่วยทำไมคะ”เอ่ยถามอย่างซื่อๆ แต่ทำให้ศัลยแพทย์อย่างเขาถึงกับอ้าปากค้างกับคำถาม อลันไปต่อไม่ถูก อยากจับยัยเด็กคนนี้มาฟาดก้นสักทีสองที ที่ผ่านมาเขาคงข้ามขั้นตอนบทเรียนพื้นฐานไปหลายบททีเดียว

“มันเหมือนกันซะที่ไหนละ ทำเองกับคนอื่นทำให้นะ มันก็เหมือนกับตอนที่เธอใช้นิ้วช่วยตัวเองนั่นแหละ เธอจะรู้สึกดีเท่าตอนที่คนอื่นใช้นิ้วช่วยรึไง”อลันพยายามเปรียบเทียบให้ณฉัตรเข้าใจ แต่คนบนตักก็มุ่ยหน้าทันที

“หรือว่าไม่จริง” เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ เป็นอันว่าเข้าใจ

“จับมันไว้เฉยๆแบบนั้น จะทำให้มันขาดอากาศหายใจตายรู้มั้ย เธอต้องทำให้มันหายใจสะดวก”อลันประคองมือณฉัตรอีกครั้งคราวนี้กุมไว้หลวมๆแล้วจับมือเล็กรูดสาวท่อนลำเขาขึ้นลงช้าๆเบาๆในทีแรก ณฉัตรสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนของแกนเนื้อ

“อ่าห์! คลายมือนิดนึงอย่าจับแน่นเกินไป”ทำตามที่เขาบอก ค่อยๆคลายมือให้หลวม แต่ไม่ผ่อนแรงในการรูดแกนกาย

“ซี้ดดดดดดดด นั่นละแบบนั้นเก่งมาก”อลันครางกระหึ่มในลำคออย่างพอใจ มือเล็กๆที่กำรอบแกนกายแทบไม่รอบกำลังทำปรนเปรอเขาได้ดีเยี่ยม บางครั้งความไม่ประสีประสาหรือเจนจัดก็มอบความสุขให้อย่างน่าประหลาด หรือว่าแท้จริงที่เขารู้สึกดีเป็นเพราะเธอเป็นคนทำให้ เพราะถ้าหากเป็นคนอื่นก็ไม่รู้จะรู้สึกดีเท่าหรือเปล่า

“เร็วขึ้นอีกหน่อยคนเก่ง”เด็กดีว่าง่าย ผู้ใหญ่บอกให้ทำอะไรก็ทำตาม ณฉัตรเร่งมือสาวรูดแกนกายถี่เร็วขึ้น รู้สึกว่าของในมือพองขยายจนแทบกำไม่มิด อีกทั้งยังร้อนขึ้น และส่วนปลายก็มีเมือกเหลวออกมาตลอดเวลา

“ซี้ดดดดดดดดด คนเก่ง อย่างนั้นแหละ เร็วขึ้นอีก”อลันเสียวกระสันในอารมณ์ จนแทบนั่งไม่ติดเบาะ มือหนึ่งบีบขยำสะโพกกลมกลึงบนตัก อีกมือถลกชุดขึ้นจนไปกองอย่คาอก ก่อนจะก้มลงดูดดึงยอดเต้า ร่างเล็กแอ่นรับการดูดกลืนอย่างรู้จังหวะ แม้จะรู้สึกเสียวจนร่างกายบิดเร่า แต่มือก็ยังทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ตอนนี้ณฉัตรเรียนรู้ว่าควรทำอย่างไรให้คนตัวโตมีความสุข ปลายนิ้วไล้วนอยู่บนหัวจรวดที่พ่นเมือกออกมาชะโลม ก่อนจะบีบเบาๆสลับกับรูดขึ้นลง อลันเสียงจนแทบใจจะขาด

“ซี้ดดดดดดดดด อ่า เร็วอีกคนดี ทำเร็วๆ”

“อะ อ๊างงงงง”ณฉัตรแอ่นอกอย่างเสียวซ่าน เพราะเม็ดทับทิมบนยอดทรวงถูกดูดดึงและขบกัดจนเจ็บแปรบ อลันกำลังมีอารมณ์อย่างเต็มที่ มือใหญ่กางตะปบบีบเคล้นคลึงพุ่มเต้าข้างซ้าย ก่อนจะริมฝีปากร้องจะครอบครองพุ่มเต้าข้างขวา

“เพราะมีเมนส์ใช่มั้ย นมถึงใหญ่และแข็งกว่าปกติ”พึมพำอยู่คนเดียว ยิ่งเธอสาวมือรัวเร็วเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดูดดึงยอดทรวงแรงตามกัน

“ฉัตรช่วยฉันที ฉันไม่ไหวแล้ว”ณฉัตรเข้าใจความหมาย มือเล็กเร่งความเร็วรูดขึ้นลงด้วยความถี่และความแรงที่สมดุลกัน อลันถอนปากจากเต้าทรวง เปลี่ยนมาเป็นประกบปากอย่างดูดดื่มและเมามันส์ในอารมณ์ เวลาไม่ถึงนาที ร่างกายใหญ่โตก็เกร็งสุดตัว แกนกายในมือเกร็งขืนแล้วสั่นกระตุก น้ำรักขาวขุ่นฉีดพุ่งออกมาชะโลมส่วนปลายและมือเล็กจนเหนียวหนืด

“ซู้ดดดดดดดดดดดดด อ่า อ่าๆๆๆๆๆๆๆ”

“อ๊ะ!”

ณฉัตรตกใจแต่ก็ยังกำแกนกายไม่ปล่อย รู้สึกได้ถึงความอุ่นของของเหลวที่เปรอะเปื้อนไปทั้งมือ

ร่างใหญ่ ระบายลมหายใจออกมาราวกับเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่ความเป็นจริงเขาแค่นั่งเฉยๆแล้วปล่อยให้คนตัวเล็กและมือของเธอจัดการกับ อลันยิ้มกริ่ม พึงพอใจเป็นที่สุด แม้ความจริงอยากสอดใส่ตัวตนเข้าไปข้างในหญิงสาวมากกว่าแค่การใช้มือ แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ได้แค่นี้ก็นับว่าวิเศษแล้ว

“เก่งมากเลย”

“ไว้วันหลังจะสอนใช้อย่างอื่นช่วยฉัน”ยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นมือไปเกี่ยวไรผมทัดไว้ที่หู มือใหญ่สัมผัสใบหน้าเล็กลูบไล้เบาๆ มองด้วยสายตาหวานเชื่อม

“ไม่ปล่อยมือ แสดงว่าอยากทำอีกใช่มั้ย”ณฉัตรปล่อยมือจากแกนกายอย่างรวดเร็ว อลันหัวเราะเบาๆ

“มือเปื้อนหมดเลย”เอื้อมไปหยิบทิชชู่ที่วางอยู่ไม่ไกล ก่อนจะดึงมือมือเช็ดให้อย่างทะนุถนอม สายตาจับจ้องใบหน้าคนบนตัก แก้มสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากสีแดงสดช่างเย้ายวน อลันยื่นริมฝีปากไปประกบเรียวปากสวย แล้วเริ่มจูบเธออีกครั้ง

“ฉันจูบเธอได้ทั้งคืนเลยรู้มั้ย”ถอนริมฝีปากช้าๆ ก่อนจะประกบซ้ำ จูบเน้นจนคนตัวเล็กต้องยกแขนขึ้นมาคล้องคลอ จูบกันอยู่เนิ่นนานในท่านั้น ราวกับกว่าไม่รู้วันและเวลา จนกระทั่งต่างรู้สึกจวนเจียนหมดลมหายใจจึงผละออกจากกัน

“ฉันต้องตักตวงให้มากที่สุดรู้มั้ย”อลันเอ่ยเสียงเบา

“ทำไมคะ”

“ก็เผื่อว่า…”อลันไม่ต่อประโยคให้จบ แต่กระชับกอดร่างเล็กแน่น

“ขออยู่แบบนี้ก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นค่อยคิด”

กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ณฉัตรทำแบบเดียวกัน ในความเงียบ หัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน กำลังรู้สึกในสิ่งเดียวกัน มันนำมาซึ่งความสงบและความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

โรงพยาบาลปรีชาเวชย์

จอโปรเจคเตอร์ฉายแสดงผลประกอบการของโรงพยาบาลปรีชาเวชย์สาขาใหญ่ของแผนกต่างๆในเดือนล่าสุด

“ยอดแอดมิชชั่นผู้ป่วยแผนกต่างๆเพิ่มขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์ และสูงสุดในแผนกอายุรกรรมเพิ่มขึ้นถึงยี่สิบเปอร์เซ็น”ผู้จัดการฝ่ายแอดมิชชั่นนำเสนอกราฟและตัวเลขผลกำไรด้วยสีหน้าชื่นมื่นที่สามารถทำผลงานได้ดี เสียงปรบมือดังขึ้นเกรียว โดยเฉพาะธีระซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้เขาได้หน้าไปเต็มๆ ผู้จัดการฝ่ายแอดมิชชั่นสบตากับเจ้านายโดยตรงของเขา กระหยิ่มยิ้มย่องในชัยชนะ ก่อนจะเปลี่ยนให้ฝ่ายศัลยกรรมนำเสนอบ้าง “รายได้แผนกศัลยกรรมทั่วไปเพิ่มขั้นแปดเปอร์เซ็นต์ เพิ่มมากที่สุดคือแผนกศัลยกรรมระบบประสาท แต่โดยภาพรวมตัวเลขยังติดลบอยู่ แผนกห้องผ่าตัดติดลบสูงสุดที่หกเปอร์เซ็นต์”

“ผลวิเคราะห์รายได้ละครับ จำนวนเคสผ่าตัดลดลงรึเปล่า”ปวันเอ่ยถาม ผู้จัดการฝ่ายเลื่อนสไลด์ถัดไป

“ยอดผ่าตัดในเคสเมเจอร์คงที่ครับ แต่เมื่อเทียบกับการลงทุนซึ่งเพิ่มเติมการซื้อเครื่องมือผ่าตัดไปตามคาร์เพคที่นำเสนอ รวมมูลค่าร้อยสิบล้าน ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกันแล้วทำให้ภาพรวมตัวเลขติดลบอยู่”

“งั้นเราก็ขึ้นราคาแพคเกจผ่าตัดสิ หรือไม่ก็ลดต้นทุน ยุบวอร์ดศัลยกรรมที่มีอยู่สี่ให้เหลือสาม แล้วก็แบ่งมาเปิดเป็นวอร์ดวีไอพี เพื่อสร้างกำไรจากตรงนั้น”ธีระแทรกขึ้น เขาต้องการพื้นที่สำหรับเพิ่มวอร์ดอายุรกรรมอยู่แล้ว และยิ่งดีเข้าไปใหญ่ถ้าเปลี่ยนเป็นวอร์ดวีไอพี เพื่อรองรับผู้ป่วยเกรดดีกระเป๋าหนัก

“มันก็เป็นไปตามกลไกที่ถูกต้องแล้วละครับ ในเมื่อเราลงทุนไปกับอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย แน่นอนว่าต้นทุนย่อมสูงขึ้น แต่ผมว่านั่นไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราต้องผลักภาระให้ผู้รับบริการ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า องค์กรณ์ของเราเป็นเอกชนที่ถูกกล่าวหาว่าแสวงหาผลประโยชน์จากประชาชนอยู่ตลอดเวลา แต่การแสวงหาผลประโยชน์นั้นก็ต้องตั้งอยู่บนคุณธรรม ความถูกต้องด้วย เพราะฉะนั้นผมว่ายังไม่จำเป็นต้องปรับราคาให้สูงขึ้น”ปวันซึ่งเป็นผู้อำนวยการบอกสิ่งที่เขาคิด มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งธีระและพรรคพวกคือพวกหลัง

“ผู้อำนวยการ คุณเอาตัวเองออกมาจากโลกในอุดมคติเถอะ ตอนที่คุณเป็นศัยแพทย์ผ่าตัดคนไข้เขาจะตัดสินคุณจากเปอร์เซ็นจำนวนผู้รอดชีวิตแต่เมื่อคุณเป็นผู้บริหาร เขาจะตัดสินคุณจากตัวเลขบนจอนั่น”ธีระเอ่ยจบพร้อมกับแสยะยิ้ม ปวันรู้ดีว่าข้างกายเขามีทั้งผู้สนับสนุนและคนที่พร้อมจะช่วงชิงตำแหน่งผู้อำนวยการตลอดเวลา และธีระกับภรรยาก็คือหนึ่งในนั้น

“ผมทราบเรื่องนั้นดีครับ ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ ผมจะนำเรื่องนี้ปรึกษาหาวิธีกับทางทีมกลยุทธครับ”

บอร์ดบริหารทยอยเดินออกมาจากห้องประชุม ธีระและทีมเดินออกมาเป็นกลุ่มแรกทันทีที่การประชุมจบลง

“หึ อวดเก่งได้อีกไม่นานหรอก”ธีระเอ่ยอย่างขัดใจ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ได้ตำแหน่งผู้อำนวยการมาแบบฟลุ้คๆ ทั้งที่มันควรจะเป็นของเขามากกว่าคนไร้ประสบการณ์

“ท่านมีวิธีจัดการกับ ผอ.เหรอครับ”คนสนิทกระวิบถาม ธีระแสยะยิ้ม เขาไม่ตอบคำถามนั้นแต่กลับนึกถึงข้อตกลงระหว่างเขากับชานนท์

“ทำลายอลัน ปรีชาไวยกิจให้ผม แล้วผมจะให้สิ่งที่คุณต้องการ”

ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลปรีชาเวชย์สาขาใหญ่ นั่นละคือสิ่งที่ผมต้องการ

สตูดิโอบริษัทโฆษณา

จริยากับทีมงานกำลังย้อนดูเทปที่ถ่ายทำไปตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนจะนำไปตัดต่อ คริสาซึ่งวันนี้ก็ยังคงมาเรียนรู้งานกับจริยามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้า กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำในสตูดิโอ

“ว่างัยคริส ทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายนะ”จริยาซึ่งปรึกษาเดินมาหาคริสาถามขึ้น เห็นท่าทีการทำงานเอาจริงเอาจังของเพื่อนรักก็อดจะทึ่งไม่ได้

“พร้อม นักแสดงถึงก็เริ่มถ่ายได้”

“แล้วนี่ส่งรถไปรับพี่ปันกับหมอแพรที่โรงพยาบาลรึยัง”

“แล้ว”คริสาตอบสั้นๆ ทำเป็นวุ่นกับตารางคิวงาน

“ว่าจะเก็บไว้ถามหลังเสร็จงานว่าเคลียร์กับพี่ปันรึยัง แต่เห็นจากหน้าแกแล้ว ฉันคงไม่ต้องถามแล้วละ”

“เอาเหอะน่าแก ยังไงก็แค่อดีต ก็แค่คนเคยรักเคยคบ ตอนนี้พี่ปันก็เป็นของแกแล้วไง ลืมๆไปเถอะ”

ปัง!

คริสากระแทกชาร์ทลงบนโต๊ะ จริยาถึงกับผงะ

“ผีเข้ารึไง”

“รู้มั้ยทำไมฉันถึงยังนิ่งอยู่อย่างนี้ ทั้งที่ถ้าเป็น ฉัน ในแบบที่แกรู้จัก แกก็รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ฉันไม่อยากให้งานแกล่ม ไม่อยากให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นฉันจะเก็บเรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน แต่ถ้าเสร็จงาน อีตาหมอบ้านั่น…”คริสากำมือแน่น จริยานึกกลัวแทนปวัน ดูท่างานนี้ต้องตัวใครตัวมัน

“ผู้หญิงเรานี่น้า หึงได้แม้กระทั่งแฟนเก่าสมัยกรุงแตก ถ้าพี่ปันเค้างี่เง่ากับพวกแฟนเก่าของแกบ้างนี่จะทำไง”จริยาพูดเพื่อเตือนสติ แต่ดุเหมือนว่าคริสาจะทำเป็นหูทวนลม

“ไว้แกเจอแฟนเก่าของคุณกฤษณ์บ้างแล้วค่อยมาสั่งสอนฉัน”

โป้ก!

คริสาเอาชาร์ทเคาะหัวจริยา คนตัวเล็กหน้ามุ่ยแยกเขี้ยวใส่ ถูกจี้ใจดำเข้าจนได้

รถตู้บริษัทโฆษณาแล่นลงจากทางด่วน ก่อนจะตัดเข้าสู่ถนนที่นำไปไปสู่บริษัทโฆษณา ปวันและแพรพลอยอยู่บนรถ วันนี้พวกเขามีถ่ายโฆษณาที่สตูดิโอ แพรพลอยราวตรวจผู้ป่วยและเคลียร์งานเสร็จตั้งแต่ก่อนเที่ยง ในขณะที่ปวัน หลังจากที่ออกจากห้องประชุม ดูเหมือนว่าเขากำลังเคร่งเครียดกับข้อมูลวิเคราะห์รายได้ของผลประกอบการ นายแพทย์หนุ่มเลื่อนสไลด์จอไอแพดที่เต็มไปด้วยกราฟแสดงข้อมูล แพรพลอยคิดว่าจะชวนคุยเสียหน่อย แต่ในเมื่อเขามีท่าทางเครียดกับงานก็ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก เพราะฉะนั้นในรถจึงถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ

เอี้ยดดดดดดดดดดดด!! โครม!

รถตู้เบรคกระทันหัน ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถแทบจะล้มคะมำหน้าคว่ำ

“ว้าย!”

“เป็นอะไรรึเปล่าแพร”ปวันคว้าตัวแพรพลอยไว้ทัน แพทย์หญิงส่ายหน้าบอกว่าเธอไม่เป็นอะไร แค่ตกใจเท่านั้น

“ขอโทษด้วยครับคุณหมอ ข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุ รถชนกันครับ ดูเหมือนว่าจะชนต่อๆกัน ดีที่เบรคทัน”คนขับรถตู้ร้องบอก เสียงแตรรถบีบสนั่นหวั่นไหว ปวันแหวกผ้าม่านมองออกไปยังท้องถนน ด้านหน้ารถตู้ถัดไปเพียงสี่ห้าคัน รถจักรยานยนตร์เกี่ยวล้มกันแล้วถูกรถยนตร์ที่มาจากอีกทางชนจนร่างคนกระเด็นลงบนพื้น มีคนเจ็บนอนบนพื้นถึงสามคน

“แพร มีคนเจ็บ”ปวันหันไปบอกแพรพลอย แพทย์หญิงถึงชะโงกหน้าออกไปดูบ้าง

“ลงไปดูกันเถอะ”

“พี่ครับ ผมจะลงไปดูคนเจ็บหน่อย เผื่อช่วยพวกเขาได้บ้าง”ปวันบอกกับคนขับก่อนที่จะเปิดประตูรถลงไป ตามด้วยแพรพลอย

บนถนนรถเริ่มติดเป็นทางยาว การจราจรติดขัด มีคนลงมาจากรถแล้วยืนมองสถานการณ์ห่างๆ คนขับรถยนตร์ที่พุ่งชนใส่รถมอเตอร์ไซค์ ลงจากรถด้วยสีหน้าตกอกตกใจทำอะไรไม่ถูก เขาได้แต่ยืนตัวสั่นจ้องมองสามร่างที่กองอยู่บนพื้น ปวันมาถึงสถานที่เกิดเหตุ เขากวาดตามองคนเจ็บทั้งสามคน แพรพลอยวิ่งตามมาทำแบบเดียวกัน

“แพรคุณดูผู้หญิงที่นอนอยู่ตรงนั้นนะ”ปวันชี้ไปยังผู้หญิงร่างท้วมที่พยายามดันตัวลุกขึ้น แพรพลอยพยักหน้ารับทราบก่อนจะวิ่งไปตรวจคนเจ็บ ฝ่ายปวันเข้าไปดูคนขับที่นอนแน่นิ่ง ในขณะที่คนขับมอเตอร์ไซอีกคันแม้จะเจ็บแต่พอขยับตัวเองได้ เขาเลือกจะช่วยคนเจ็บที่อยู่ในภาวะวิกฤติก่อน

“โทรเรียกรถพยาบาลด่วน”ปวันร้องบอกคู่กรณีที่ยืนตกใจหน้าซีด เขาพยักหน้ารัวเร็วก่อนจะรีบกดโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล

“คุณครับ ได้ยินผมมั้ย”ปวันค่อยๆถอดหมวกกันน็อคออกอย่างระมัดระวังพร้อมทั้งประคองศีรษะอย่างเบามือที่สุด คนเจ็บค่อยๆลืมตา ก่อนจะเกร็งสุดตัวเปิดปากร้องอย่างเจ็บปวด

“ผะผมเจ็บ อะ โอ้ยยย”

“อยู่นิ่งๆนะครับอย่าขยับ คุณได้รับบาดเจ็บ ตั้งสติไว้นะครับ ผมเป็นหมอ ผมจะช่วยคุณเอง”ปวันบอกคนเจ็บไม่ให้ตื่นตระหนก ก่อนจะตรวจดูระบบทางเดินหายใจเป็นลำดับแรก

“ตอนนี้คุณหายใจได้รึเปล่า”

“ผะ ผม แน่นหน้าอก หะหายใจมะไม่ค่อยออก”ปวันตรวจดูหน้าอกส่วนบนของผู้ป่วยมีรอยฟกช้ำสีม่วงคล้ำ กระดูกซี่โครงหักอย่างน้อยสามซี่และอาจจะทิ่มปอด

“แพร คนเจ็บมีภาวะ hemothorax(ภาวะเลือดคั่งในช่องเยื่อหุ้มปอด)”ปวันตะโกนบอกแพรพลอย แพทย์หญิงพยักหน้ารับทราบ คนเจ็บของเธอมีภาวะกระดูกต้นขาและต้นแขนหัก มีบาดแผลที่ศีรษะแต่โดยรวมยังรู้สึกตัวและไม่วิกฤติเท่าคนเจ็บของปวัน  ตอนนี้เริ่มมีคนมุงดูและช่วยเหลือพยาบาลคนเจ็บคนที่สาม

“เราต้องใส่tubeให้คนไข้เร็วที่สุดแล้วก็ใส่ chest tube”

“รถพยาบาลที่ใกล้ที่สุดน่าจะมาถึงในอีกห้านาทีครับ”ตำรวจจราจรเข้ามาให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งวอร์ประสานงานให้เคลียร์ทางการจราจร เสียงหวอรถพยาบาลดังขึ้น ทั้งปวันและแพรพลอยต่างมองหน้ากันอย่างโล่งอก เพราะคนไข้อยู่ในสภาพค่อนข้างวิกฤติ ทันทีที่รถพยาบาลมาถึง ปวันแจ้งกับทีมว่าเขาเป็นศัลยแพทย์ จากนั้นทำการใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วย และช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นรถ ส่งต่อให้ทีม แพรพลอยปฐมพยาบาลดามกระดูกคนเจ็บอีกคน คนเจ็บทั้งหมดถูกนำขึ้นรถและส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ภาพเหตุการณืทั้งหมดได้ถูกมนุษย์กล้องบันทึกไว้ บ้างไลฟ์สดออกอากาศ ทำให้ภาพตุการณ์แพร่ไปอย่างรวดเร็ว

จริยาได้รับการรายงานข้อมูลจากคนขับรถตู้ถึงความล่าช้าในการมาถึงสตูดิโอ เพราะผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไร้แววของคนที่ส่งไปรับ

“เกิดปัญหาอะไรเหรอจ๋อม”คริสาถามอย่างเป็นกังวล ดูจากหน้าที่ไม่สู้ดีของจริยา

“พอดีเกิดอุบัติเหตุบนถนนนะ มีคนเจ็บ พี่ปันกับหมอแพรเจอเหตุการณ์พอดีเลยลงไปช่วยคนเจ็บ แต่ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้ว อีกยี่สิบนาทีจะมาถึง”คริสาเป่าปากอย่างโล่งอก ทันทีที่ได้ยินคำว่าอุบัติเหตุ ใจร่วงไปอยู่ที่ตามตุ่ม แต่พอได้รับฟังเรื่องทั้งหมดก็คลายความตกใจ

“ตกใจหมด นึกว่ารถที่ไปรับเกิดอุบัติเหตุเสียอีก”

“พี่ๆๆๆ เปิดข่าวเลย มีข่าวอุบัติเหตุ มีคุณหมอปวันกับคุณหมอแพรพลอยอยู่ในคลิปข่าวด้วย”ทีมงานร้องเรียกทุกคนให้มามุงหน้าจอทีวี ทั้งจริยาและคริสารีบไปรุมดูทันที เป็นการรายงานข่าวที่นำเสนอภาพคลิปที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาให้ ในข่าวรายงานว่าเหตุการณ์เพิ่งจะเกิดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ แทบจะเป็นการรายงานสด นักข่าวรายงานถึงกระแสวิพากวิจารณ์ผู้ที่ลงไปช่วยเหลือคนเจ็บ โดยทราบที่หลังว่าเป็นศัลยแพทย์ทั้งสองท่าน ข้อมูลทั้งชื่อ นามสกุลและโรงพยาบาลที่ทำงานอยู่ถูกค้นหาและเผยแพร่ออกทันที

“โห นักข่าวพวกนี้ ไวชะมัด”

“คุณหมอปวันกับคุณหมอแพรพลอยดังแล้ว ดูสิมีคนส่ง sms มาชมเพียบเลย”ทีมงานชี้ให้ดูข้อความจากทางบ้านซึ่งส่งมายังรายการ มีแต่ข้อความชื่นชมคนทั้งสอง

“ไม่ต้องเสียงบโฆษณาสักบาท ก็เป็นข่าวได้ ดังในแง่ดีซะด้วย สุดยอดเลยอะ”

“ในความโชคร้ายของคนเจ็บ ก็ยังมีความโชคดีที่ไปเจอหมอปวันกับหมอแพรพลอย”

จากนั้นทีมงานต่างพากันวิพากวิจารณ์ชื่มชมคนทั้งสอง คริสาถอยออกมาจากตรงนั้น รู้สึกถึงบางอย่าง ทั้งที่เป็นเรื่องที่ดีแต่ทำไมภายในใจมันเบาโหวงแบบแปลกๆ

“ทีงี้ละ สามีแกก็จะกลายเป็นสามีแห่งชาติ สมบัติของผู้หญิงไทยทั้งประเทศแน่ๆ ฉันฟันธง!”จริยาตบบ่าคริสา พูดติดตลก แต่ดูเหมือนว่าคริสาจะไม่รับมุข เพื่อนสนิทเดินจากไปอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรกับจริยาแม้แต่น้อย

ปวันกับแพรพลอยมาถึงสตูดิโอในเวลาต่อมา เมื่อมาถึงทีมงานต่างพากันปรบมือชื่มชมที่พวกเขาช่วยเหลือผู้ป่วยไว้โดยไม่นิ่งดูดาย แพทย์ทั้งสองก้มหัวน้อมรับคำชมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“พี่ปันคุณหมอแพรรู้รึเปล่าว่าดังใหญ่แล้ว ออกทีวีด้วย”จริยาปรี่เข้าไปอกทันที ทั้งปวันและแพรพลอยมองหน้ากันอย่างงๆ

“ทำไมพวกเราถึงออกทีวีได้ละคะ”แพรพลอยถามอย่างสงสัย

“ก็มีคนถ่ายคลิปแล้วก็ส่งไปที่รายการข่าวคะ เค้าเอามารายงานสดเลย ภาพชัดเห็นทุกเหตุการณ์ มีกระแสชื่นชมมากเลยคะ”

“พวกเราแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำครับ ต่อให้ไม่เป็นหมอ แต่เป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ หากมีความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลก็เข้าไปช่วยได้”ปวันบอกตามจริง เขาไม่รู้สึกว่ามันจะเป็นเรื่องพิเศษอะไร มันก็แค่เรื่องธรรมดาที่เพื่อนมนุษย์ต้องช่วยเหลือกัน

“แต่คนส่วนมากเลือกจะยื่นกล้องยื่นมือถือขึ้นมาถ่ายมากกว่ายื่นมือเข้าไปช่วย เอาเหอะน้าพี่ปัน มันก็ดีแล้วที่ทำดีแล้วมีคนชื่นชม”

“ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆแล้วกันนะคะ แต่มันจะไม่ดีตรงที่เราต้องเริ่มงานเลทนะสิ”แพรพลอยยิ้มแหยๆบอกกับทีมงาน ทุกคนหัวเราะขึ้น

“ไม่เป็นไรเลยค้าคุณหมอ เดี๋ยวเปลี่ยนชุด แต่งหน้าทำผม อ่านสคริปคร่าวๆ แล้วก็เริ่มถ่ายได้”จริยาบอกกับทั้งสองคน พร้อมกับเรียกทีมงานให้พาทั้งสองไปห้องแต่งตัว ปวันกวาดสายตามองหาคริสา ตั้งแต่เขามา เขายังไม่เห็นคริสาแม้แต่เงา

“จ๋อม คริสไปไหนอะ"

“เมื่อกี้ยังอยู่ในสตูเลยคะ สงสัยเดินไปห้องแต่งตัวหรือไม่ก็ห้องเบรคมั้งคะ”จริยาตอบ ปวันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินตามทีมงานไปห้องแต่งตัว

จวบจนกระทั่งถึวเวลาถ่ายทำปวันก็ยังไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับคริสา ภรรยาของเขาเดินผ่านไปมาดูเหมือนจะวุ่นวายกับงานตลอดเวลา ไม่มีแม้แต่เวลาเข้ามาพูดคุยทักทายกับเขา

“เดี๋ยวเป็นการถ่ายภาพนิ่งนะครับ เอาไว้โปรโมทใส่ในเพจแล้วก็โบรชัวของทางโรงพยาบาล”ช่างภาพบอกกับปวันและแพรพลอย สองคนรับทราบและเริ่มถ่ายกันอีกครั้ง

“คุณหมอปวันครับมองกล้องหน่อยครับ”ช่างภาพร้องบอกปวัน นั่นเพราะสายตาของเขาหลุดโฟกัสไปยังใครบางคนที่ก้มหน้าก้มตาอยู่หลังมอนิเตอร์ เธอไม่ยอมสบตากับเขาสักนิด ไม่ว่าจะส่งสัญญาณส่งสายตาไปสักกี่ครั้งก็ตาม แพรพลอยมองตามสายตานั้นก่อนจะกระแทกไหล่ปวันเบาๆเพื่อเรียกสติ

“ปันมองกล้องหน่อยสิ”

“อะ อืม”ปวันทำตามที่บอก เขามองกล้องและทำท่าทางตามที่ช่างภาพบอก

“ดูเหมือนว่าจะโดนเมินนะ”แพรพลอยกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคนกับปวัน

“ทำอะไรให้เธอโกรธรึเปล่า”

“นั่นแหละที่ผมอยากรู้”ปวันลอบมองคริสาอีกครั้ง มันคงจะดีมากกว่าถ้าเธอโวยวายหรือวีนเหวี่ยงอย่างที่เคยเป็นเมื่อใครหรืออะไรทำให้โกรธ ไม่ใช่อะไรแบบนี้

“หมอปันกะหมอแพร ดี๊ดีอะแก เบสคัพเพิ้ล”หนึ่งในทีมงานที่ยืนดุการถ่ายกำลังจับกลุ่มเม้ามอยกับเพื่อนอีกสองคน

“เนาะๆ ถ้าหมอปันไม่แต่งงานแล้วจะจับจิ้นซะเลย”

“เสียดายวะ เหมาะกันมากอะ สวยหล่อเป็นหมอที่เก่งด้วยกันทั้งคู่ มีลูกออกมาลูกคงเป็นอัจฉริยะ”อีกคนเสริม คริสาที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยินเข้าพอดี รวมถึงจริยาก็ด้วย

“นี่ๆ ว่างมากเลิกจับกลุ่มเม้าแล้วเคลียร์งานมั้ย เดี๋ยวมีบลีฟหลังถ่าย ใครไม่เสร็จงานของตัวเองตัดเงินเดือนเลย”จริยาทำหน้าที่สลายกลุ่มเม้ามอย เป็นอันว่าวงแตกในพริบตา

“เอ่อ คริส แกไม่ต้องคิดมากนะ พวกนี้ก็เม้าไปเรื่อย”

“คิดอะไร ฉันต้องคิดอะไร”คริสาบอกเสียงเรียบ ในขณะที่สายตาจ้องมองปวันและแพรพลอยที่กำลังถ่ายแบบอยู่ ในใจก็คิดไม่ต่างจากคนอื่นๆ คนทั้งสองเหมาะสมกันจริงๆ

“จ๋อม วันนี้ฉันขอกลับก่อนนะปวดหัววะ อยากพัก”

“อะ อ้าว แกเป็นไรมากรึเปล่า หาหมอมั้ย หมอก็อยู่นี่ตั้งสองคน”จริยาถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่อะ นอนพักคงดีขึ้น”

“เออๆ ไปเถอะ ขับรถกลับดีๆแล้วกัน พรุ่งนี้แกเข้ามาบริษัทอีกนะ มีงานอีกส่วนให้แกเรียนรู้ แต่ถ้าไม่ไหวก็โทรมาบอกก่อน”

“อืม ขอบใจมาก ไปละ”คริสาบอกลาจริยา หยิบกระเป๋าแล้วออกไปจากสตูทันที

“เดี๋ยวให้รถไปส่งที่บ้านหรือที่โรงพยาบาลดีคะ”จริยาถามทั้งปวันและแพรพลอย ตอนนี้พวกเขาเสร็จงานเรียบร้อย เปลี่ยนชุดพร้อมกลับ

“จ๋อม แล้วคริสละ เห็นอยู่เมื่อกี้แต่ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว”ปวันถามจริยา ตอนถ่ายยังเห็นคริสาแว้บๆแต่พอออกมาเธอก็หายไปเสียแล้ว

“ยัยคริสเพิ่งกลับไปเมื่อกี้เองคะ บอกว่าปวดหัวนิดหน่อย ก็เลยให้กลับไปก่อน”จริยาบอกเสียงเบา เห็นความผิดหวังและไม่สบายใจบนใบหน้าปวัน ยัยเพื่อนตัวดีผีเข้าผีออกอะไรอีก วันนี้ทั้งวันเงียบกริบราวกับลืมปากไว้บ้าน ไม่ยอมพูดคุยกับปวันมิหนำซ้ำยังหนีกลับก่อนอีก

“ไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วกัน พี่กับแพรจอดรถทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล”

“โอเคคะ งั้นกลับดีๆนะคะ ขอบคุณมากที่ให้เกียรติร่วมงานกับทางเรา วันศุกร์นี้จะเลี้ยงฉลองกันนิดๆหน่อยๆภายใน เชิญพี่ปันกับคุณหมอแพรด้วยนะคะ”จริยาเชื้อเชิญ

“ถ้าไม่ติดงานพี่กับแพรจะมาร่วมแน่นอน”

“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ”บอกลากันเป็นที่เรียบร้อย ต่างแยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงจริยาและทีมงานที่ต้องประชุมกันต่อ

ปวันกลับมาถึงคฤหาสถ์ในช่วงพลบค่ำ รถของคริสาจอดอยู่ภายในโรงรถแสดงว่าเธอไม่ได้ออกไปไหน นายแพทย์หนุ่มพุ่งตรงเข้าไปภายในคฤหาสถ์ ขึ้นไปยังห้องนอนของภรรยาทันที

“คุณปันกลับมาแล้วเหรอคะ”หัวหน้าแม่บ้านสวนทางกับปวันพอดิบพอดี เธอเพิ่งออกมาจากห้องนอนของคริสา

“คริสอยู่ในห้องใช่มั้ยครับป้า”

“ใช่คะ คุณหนูบอกว่าขอนอนพัก ห้ามใครรบกวน ป้าเอานมไปให้ เธอดื่มเสร็จก็นอน ป้าเลยออกมา”หัวหน้าแม่บ้านรายงาน ปวันพยักหน้ารับรู้ เขามองบานประตูห้องนอนคริสาอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับ

“คุณปวันจะเข้าไปหาคุณหนูเหรอคะ”หัวหน้าแม่บ้านร้องถาม

“เปล่าครับ คริสพักผ่อนก็ดีแล้ว”ปวันบอกแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องนอนตัวเองไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ปวันเหยียบย่างเข้าโรงพยาบาล เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คึกคัก ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน พนักงานต้อนรับฝ่ายประชาสัมพันธ์ พยาบาล เพื่อนแพทย์หรือแม้แต่คนไข้ในความดูแลก็ต่างพูดถึงเหตุการณ์ในคลิปข่าว มิหนำซ้ำรายการตามช่องต่างๆยังนำคลิปข่าวมานำเสนอซ้ำๆอีกครั้ง กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งเขาและแพรพลอยกลายเป็นคนดังในโลกโซเซียลเพียงชั่วข้ามคืน

“โอ้ ว่าที่สามีแห่งชาติคนใหม่มานั่นแล้ว”วทัญญูลุกขึ้นต้อนรับด้วยท่าทางโอเวอร์ทันทีที่ปวันเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักแพทย์ คนที่อยู่ในห้องต่างพากันร่วมวงแซว ตอนนี้เขาได้รับการสถาปนาจากสาวๆที่ชื่นชมคุณหมอที่คุณสมบัติเพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงานและหน้าตารูปร่างราวกับเทพบุตรชวนฝัน ยอดแชร์คลิปทะลุหลักล้านเพียงชั่วข้ามคืน ปวันขึ้นแท่นเป็น สามีแห่งชาติ ทันที

“เลิกเรียกแบบนั้นซักที ไหว้ละ”ปวันโบกมือไปมาตรงหน้าก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง เขาไม่ชอบเป็นจุดสนใจของผู้คนเท่าไหร่นัก

“ผอ.ครับ ขอเซลฟี่หน่อยครับ ผมจะเอาไปลงเฟสบุ้ค”วทัญญูเดินอ้อมหลังมาจะทำท่าเซลฟี่ ปวันแย่งมือถือในมือแล้วโยนลงบนโต้ะตรงหน้า เสียงเปิดประตูดังขึ้น คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่คือแพรพลอย ซึ่งสภาพไม่ต่างจากปวันมากนัก

“หมอแพรครับ”

“ใครพูดถึงเรื่องคลิปจะเอาดริลบิทเจาะกะโหลกเลยคอยดู”

“หู้ยยยยยยยยยยย”

แพรพลอยนั่งลงตรงข้ามปวัน เอามือกุมขมับตัวเอง

“เป็นไงบ้างคะหมอแพร วันนี้ตรวจคนไข้เยอะเหรอคะ ดูท่าทางเหนื่อยๆนะ”เพื่อนหมอสาวสวยเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีอิดโรยของแพรพลอย

“ได้ตรวจที่ไหนละคะ แค่เดินราวทั้งคนไข้ทั้งญาติคนไข้ขอเซลฟี่ ขอถ่ายรูปไม่หยุดไม่เว้นแม้แต่พนักงานโรงพยาบาลที่เจอกันทุกวันยังขอถ่ายรูปเลย ทีเมื่อก่อนไม่เห็นสนใจ”

“ก็ตอนนี้หมอเป็นคนดังแล้วนี่ครับ ใครๆก็อยากถ่ายแล้วก็อัพรูปคู่ ผมยังอยากเลย”

“หยุดเลยคะหมอยู ถ้ามาขอถ่ายอีกคนจะโกรธจริงๆด้วย”แพรพลอยบอกอย่างอารมณ์เสีย วทัญญูรีบหยิบมือถือเก็บเข้ากระเป๋าทันที

“ได้ข่าวว่ามีรายการขอสัมภาษณ์เยอะเลยนี่คะ ทั้ง ผอ.ทั้งหมอแพร”แพทย์หญิงอีกคนถามขึ้น

“ผมไม่ว่างขนาดนั้นหรอกครับ มีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำอีกเยอะ”

“แพรก็ด้วยคะ”

“แต่ว่ามันเป็นโอกาสดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลนะ แล้วการเข้าถึงตัวง่ายมันก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของหมอดูเป็นมิตร ดูน่าเข้าหา ถือว่าเป็นการโปรโมตโรงพยาบาลไปในตัว”วทัญญูออกความคิดเห็น คนทีเหลือเห็นด้วย

“ไม่ใช่ว่าจะเป็นแค่กระแสเห่อหน้าตามากกว่าสิ่งที่ผมกับแพรทำนะเหรอ”

“แหม ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่คะ หน้าตาก็เป็นแค่องค์ประกอบที่ทำให้คนสนใจเรามากขึ้นอีกนิดหนึ่ง สุดท้ายแล้วคนก็ตัดสินสิ่งที่เราทำ”ปวันรู้สึกเห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนแพทย์เสนอความคิดเห็น ยิ่งมีคนสนใจในตัวเขา ก็จะยิ่งมีคนรู้จักโรงพยาบาลมากขึ้น

“เอาเป็นว่าถ้าผมมีเวลาเหลือ ผมจะให้สัมภาษณ์แล้วกัน แต่ตอนนี้คงต้องไปเข้าห้องผ่าตัดก่อน เคสวีไอพี ท่านรัฐมนตรี ผมต้องไปประเมินอาการก่อนผ่าตัด”ปวันขอตัว ก่อนจะลุกออกจากห้องไป

“หมอแพรไม่มีผ่าเหรอครับ”

“ของีบยี่สิบนาทีคะ รอโออาเรียก”ว่าแล้วแพรพลอยก็ยกหมอนอิงขึ้นมาปิดหน้า แล้วหลับทั้งท่านั่งโดยมีวทัญญูนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

บริษัทโฆษณา

ภายในห้องประชุม จริยากำลังรับฟังการสรุปงานจากการถ่ายทำโฆษณาของโรงพยาบาลปรีชาเวชย์ทั้งหมด โดยมีคริสาเข้าร่วมในฐานะตัวแทนลูกค้าก่อนที่จะนำไปตัดต่อและออกมาเป็นชิ้นงานโฆษณาก่อนนำไปเสนอทางโรงพยาบาลและเผยแพร่

“คริส มีอะไรเสนอแนะหรือต้องการให้เพิ่มเติมเป็นพิเศษมั้ย”จริยาหันไปถามคริสาทันทีที่ทีมรายงานจบ

“ตอนนี้ยังไม่มี ภาพรวมถือว่าโอเค คงต้องดูชิ้นงานตัวเต็มถึงจะบอกได้ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะเราก็เก็บงานได้ตามที่วางแผนไว้ ที่เหลือก็อยูที่การตัดต่อ”คริสาบอกกับทีม ทุกคนพยักหน้ารับทราบ

“ทีมละคะ มีใครอยากนำเสนออะไรเพิ่มมั้ย”

“พี่ว่าตอนนี้ตัวพรีเซนเตอร์ของทางโรงพยาบาลเองซึ่งก็คือหมอปวันกับหมอแพรพลอย กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน โฆษณาตัวนี้อาจจะต้องเร่งออกให้เร็วกว่ากำหนด ออกในช่วงกำลังที่เป็นกระแส”ผู้กำกับโฆษณาออกความคิดเห็น ซึ่งทุกคนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

“งั้นต้องเร่งทีมตัดต่อละคะ”

“โอเค ได้อยู่แล้วทางพี่จะเร่งให้”

“สรุปงานตามนี้นะคะ วันศุกร์นี้เด้ดไลน์ ส่งมอบงานแล้วก็ไปเลี้ยงฉลองกัน”

“เย้ๆๆๆๆๆ”เสียงปรบมือดีใจจากทีมงานดังลั่นห้อง ก่อนจะแยกย้ายกันออกจากห้องประชุม เหลือเพียงจริยากับคริสาตามลำพัง

“เป็นไงแก ลองทำงานสองสามวัน โอเคมั้ย มีอะไรอยากถามหรือข้องใจหรือเปล่า”จริยาถามขึ้น

“ก็แปลกๆนะ ยังไม่เคยทำงานอะไรจริงจังเลยตั้งแต่เรียนจบ”

“แล้วแปลกๆนี่มันดีหรือไม่ดี”จริยาถามต่อ คริสานิ่งเงียบเหมือนใช้ความคิด

“มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมานะ ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าฉันอยากหาอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันแล้ววะ”

“ให้มันได้อย่างงี้สิเพื่อนรัก ฉันเห็นด้วยว่าแกควรทำงาน”

“อืม สุดสัปดาห์นี้พ่อจะบินกลับมาแล้ว ไว้จะลองขอคำปรึกษาไปฝึกงานฝ่ายการตลาดที่โรงพยาบาลดู”คริสาบอกถึงสิ่งที่ตัวเองตั้งใจ

“คุณลุงจะกลับมาแล้วเหรอ”จริยาถามอย่างตื่นเต้น

“ใช่”

“ดีใจด้วยนะคริส”

“อื้ม”

“เออว่าแต่ แกคุยกับพี่ปันยัง”ทันทีที่จริยาถามใบหน้ายิ้มแย้มของคริสาก็แปรเปลี่ยนไปแทบจะในทันที

“จะให้คุยอะไร”

“เอ้า ก็แกไม่พอใจอะไรพี่เค้าละ เคลียร์ๆกันให้จบๆไม่ดีกว่ารึไง พ่อแกก็จะกลับมาแล้ว กลับมาปุ้บแทนที่จะได้อุ้มหลาน กลายเป็นว่ายังตีกันเหมือนเดิม”

“ฉันไม่มีอะไรต้องเคลียร์กับเค้า ก็แกพูดเองว่าเค้าไม่ได้ทำอะไรผิด กะอีแค่ปกปิดเรื่องแฟนเก่า แล้วก็…”คริสาไม่อยากพูดต่อ จริยาถอนหายใจยาว

“ถ้าตอนนี้แกมีอะไรไม่สบายใจแกก็ควรคุยกับพี่ปันตรงๆ เค้าก็งงที่จู่ๆแกไม่ยอมพูดยอมคุยด้วย หนีแบบนี้ไม่สมกับเป็นแกเลยรู้มั้ย”

“จ๋อม แกเคยรู้สึกว่าแกสู้ใครไม่ได้รึเปล่าวะ”จู่ๆคริสาก็ถามขึ้นมา จริยานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

“มันก็อยู่ที่ว่าเราเอาตัวเองไปเทียบกับใคร ถ้าฉันเอาตัวฉันไปเทียบกับโอปราห์ วินฟรีห์ ก็เออฉันแพ้อยู่แล้ว แต่ฉันไม่เคยเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นไง ฉันแค่เทียบว่า จริยาในวันนี้ทำได้ดีกว่าจริยาคนเมื่อวาน แค่นั้นฉันก็วินแล้ว”จริยาแสดงทัศนคติในแง่มุมของตัวเอง คริสารู้สึกว่าเพื่อนรักของเธอดูจะมีมุมมองเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอมากนัก

“ฉันไม่รู้นะว่าแกเอาตัวเองไปเทียบกับใคร แต่แกอย่าใช้เหตุผลตรงนี้ไปทำลายความรู้สึกดีๆของคนที่แกแคร์หรือทำลายความเชื่อมั่นในตัวแกเลย ฉันชอบแกที่มั่นใจในตัวเองมากกว่า แม้ว่าบางทีก็โอเว่อไปหน่อยก็เถอะ”จริยาตบไหล่เพื่อน คริสาหัวเราะเบาๆ

“ขอบใจมากนะจ๋อม ไม่มีแก ฉันก็ไม่รู้จะปรึกษาหรือระบายกับใคร”

“แกโอเคขึ้นรึยัง”

“อื้อ”

“ถ้าโอเคแล้ว ก็เก็บของแล้วขับรถไปหาหลัวได้แล้วคะ ป่านนี้คุณหมอปวันสามีแห่งชาติ คงผ่าไปร้องไห้ไปเพราะถูกเมียเมินแล้วแหละ”

“ไม่ใช่สามีแห่งชาติย่ะ สามีคริสาคนเดียว”คริสาคว้ากระเป๋า แล้วพรวดพราดออกไป จริยาตะโกนแซวไล่หลัง รู้สึกดีที่ทำให้คริสาคิดได้

คริสาออกจากบริษัทโฆษณาด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองวันก่อน เมื่อคิดได้ว่าตัวเองไม่ควรคิดมากและคนอย่างเธอจะไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อแฟนเก่าก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นทันที

“ไปเซอร์ไพรดีกว่า”นึกอย่างอามรมณ์ดี แล้วขับรถมุ่งไปหาปวันที่โรงพยาบาล

ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลปรีชาเวชย์

**“ขอทางเคลื่อนย้ายคนไข้ไปไอซียูด้วยค้า”**ประตูห้องผ่าตัดถุกเปิดออก เตียงคนไข้ถูกเข็นออกมา ตามด้วยปวันและผู้ช่วยศัลยแพทย์มือหนึ่ง

“วรวิทย์ผมออเดอร์ post-op ให้แล้ว ฝากคุณดูความเรียบร้อยต่อด้วย ผมจะคุยกับญาติผู้ป่วยเอง”ปวันบอกศัลยแพทย์รุ่นน้อง ก่อนจะแยกตัวออกมาอธิบายญาติผู้ป่วย ถึงการผ่าตัดและแผนการรักษาในลำดับต่อไป

“ขอบคุณคุณหมอมากคะ ตอนนี้ดิฉันกับลูกเยี่ยมท่านได้รึยังคะ”ภรรยารัฐมนตรีถาม ปวัน

“ตอนนี้ยังห้ามเยี่ยมนะครับ ไว้อาการคงที่สามารถเข้าเยี่ยมได้เมื่อไหร่ผมจะให้ไอซียูแจ้ง ตอนนี้คงต้องรอก่อนครับ”

“ไม่เป็นไรคะ อย่างนั้นขอตัวไปรอด้านหน้าแล้วกัน”

“ครับผม”

ญาติผู้ป่วยกล่าวขอบคุณปวันอีกครั้ง ก่อนจะแยกออกไป ระหว่างนั้นคนที่เดินสวนมาคือแพรพลอย ท่าทางเธอหัวเสียไม่น้อย

“แพร มีอะไรรึเปล่า ทำไมเลือดท่วมตัวแบบนี้”ปวันร้องทัก เมื่อเห็นสภาพแพรพลอยที่ทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและสะพายเป้มาด้วย

“ถูกตามไปช่วยเคสอีเมอร์ที่ ER มา คนไข้เสียเลือดเยอะ แล้วมีภาวะช็อคต้องขึ้นปั้มหัวใจกันตั้งแต่บนเตียงเคลื่อย้าย สภาพอย่างที่เห็น”ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ใบหน้ามีรอยคราบเลือดกระเด็นและชุดเสื้อกาวก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

“ไม่ไปอาบน้ำล้างตัวที่ห้องพักก่อนละ หรือว่าต้องผ่าด่วน”

“เปล่า ก็ที่หัวเสียเพราะที่ห้องพักน้ำไม่ไหลนะสิ เห็นว่าเป็นแค่ชั้นสิบที่เดียว ซวยอะไรอย่างนี้ ก้เลยกะจะมาล้างตัวที่โออาร์เนี่ย”

“งั้นก็ต้องหัวเสียเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะห้องพักเวรที่โออาร์ ก็มีคนเข้ามาใช้เต็ม คงต้องรออีกสักพักละ”ปวันที่เพิ่งออกจากห้องผ่าตัดรับรู้ถึงความแออัด เมื่อชั้นสิบซึ่งเป็นส่วนของห้องพักแพทย์เวรเกิดปัญหาการจ่ายน้ำ แพรพลอยแทบจะกรีดร้องออกมาในทันที

“คือถ้าอยู่ในสภาพนี้ไปตรวจคนไข้นอกต่อไม่ได้แน่”แพรพลอยเริ่มเหวี่ยง เพราะเธอมีงานต้องทำต่ออีกมาก

“อย่าเพิ่งอารมณ์เสีย พาชุดมาเปลี่ยนใช่มั้ย”

“อืมใช่ มีอุปกรณ์อาบน้ำครบ”

“งั้นเอานี่ไป”ปวันล้วงคีการ์ดออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้แพรพลอย

“อะไร”

“คีย์การ์ดห้องพักส่วนตัวผู้อำนวยการ แพรไปใช้ได้เลย”

“หูย จะดีเหรอ เกรงใจ”

“เอาไปเหอะ ไอ้ยูเอาไปใช้บ่อยๆตอนที่มันแอบมานอนเวลาอยู่เวรกลางคืน”ปวันบอกให้สบายใจ เขาใช้ห้องพักนานๆครั้ง ถ้าต้องค้างโรงพยาบาล ส่วนมากก็จะอาศัยนอนโซฟาห้องผ่าตัดมากกว่า

“งั้นไม่เกรงใจละนะ จะรีบใช้ห้องแล้วเดี๋ยวเอาคีย์การ์ดมาคืน”แพรพลอยรับคีย์การ์ดไป ก่อนจะแยกย้ายกันไป

คริสามาถึงโรงพยาบาล พร้อมกับหิ้วกาแฟและขนมติดไม้ติดมือมาด้วยเพราะเผื่อปวันออกจากเคสผ่าตัดมาจะหิว ร่างบางก้าวฉับๆเข้าไปในโรงพยาบาล เธอไม่โทรหาปวันก่อนเพราะคิดจะมาเซอร์ไพร แต่เลือกจะกดสายหาเลขาส่วนตัว เพราะรู้ดีว่าเลขาจะรู้ตารางเวลาปวัน

“ฮัลโหลคะคุณเลขา”

“คุณคริสมีอะไรให้ลินรับใช้คะ”เสียงหวานปลายสายเอ่ยถาม

“คุณหมอปวันติดเคสรึเปล่าคะ”

“เพิ่งเสร็จเคสสักยี่สิบนาทีแล้วค้า ตอนนี้น่าจะอยู่ห้องพักแพทย์หรือไม่ก้ห้องพักส่วนตัว แต่ลินคิดว่าน่าจะเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพักส่วนตัวมากกว่า”นลินรายงานความเคลื่อนไหว

“คริสไปหาได้มั้ยคะ”

“ได้สิคะคุณคริส ว่าแต่คุณคริสมีคีย์การ์ดเข้าห้องรึเปล่าคะ”

“ไม่มีคะ”คริสาบอกเสียงอ่อน

“ไม่เป็นไรคะ ลินมีรหัส”เลขาบอกรหัสเข้าห้องให้กับคริสาทราบ คริสาบอกขอบคุณก่อนจะกดวางโทรศัพท์ แล้วกดลิฟไปยังชั้นสิบสองทันที

นลินวางโทรศัพท์จากคริสา แล้วหันมาง่วนกับการเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมต่อ ปวันเดินเข้ามา เขาต้องการเคลียร์งานเอกสารที่ค้างก่อนจะกลับบ้าน

“อ้าว ผอ.ลินนึกว่า ผอ.อยู่ที่ห้องพักซะอีก เพิ่งวางสายจากคุณคริสาไปเมื่อกี้เองคะ”

“คริสมาเหรอครับ”ปวันถามอย่างดีใจ

“ใช่คะ เมื่อกี้โทรมาถามลินว่า ผอ.อยู่ไหน ก็เลยบอกไปว่าอยู่ห้องพัก เธอไม่มีคีย์การ์ดเข้าห้อง ลินก็เลยบอกรหัสผ่านไปแล้วคะ”นลินรายงานอย่างแช่มชื่น สีหน้าปวันปรับเปลี่ยนทันที

“คุณลินบอกว่าคริสขึ้นไปหาผมที่ห้องพักชั้นสิบสองใช่มั้ยครับ”ปวันถามย้ำ

“ใช่คะ”

“บอกรหัสผ่านไปแล้วด้วย”

“ใช่คะ ทำดีใช่มั้ยคะ”

“ซวยละ”ปวันพูดแค่นั้นก่อนจะหันหลังกลับ วิ่งเข้าลิฟไปอย่างรวดเร็วสร้างความงุนงงให้นลินเป็นอย่างมาก

คริสายืนอยู่หน้าห้องพักกำลังทวนรหัสที่ได้มาจากนลิน ก่อนจะกดตัวเลขด้านหน้า ประตูเปิดออก คริสาค่อยๆแง้มแล้วแทรกตัวเข้าไปด้วยเสียงเบาที่สุด หวังว่าจะทำเซอร์ไพร ไฟในห้องเปิดสลัว คริสากวาดตามองไปรอบห้อง ไม่เห็นใครอยู่ด้านใน มีเพียงแค่กระเป๋าเป้วางอยู่บนเก้าอี้ จนกระทั่งเห็นไฟห้องน้ำเปิดอยู่ ตามด้วยเสียงก้อกแก้ก ก็รู้ทันทีว่าปวันคงจะอยู่ในห้องน้ำ หญิงสาวเดินย่องเบาๆไปแอบอยู่ตรงริมประตูห้องน้ำ  บานประตูถูกเปิดออก คริสาพุ่งตัวไปขวางหน้าหมายจะทำให้ปวันตกใจ

จ้ะเอ๋**!!!**

ปวันวิ่งออกจากลิฟต์ด้วยความเร็วสูง พุ่งตัวไปยังห้องพักราวกับบินได้ ไม่กี่นาทีก่อนเขาให้แพรพลอยใช้ห้องพักในการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจู่ๆคริสาก็โผล่มา ถ้าเกิดเธอเห็นแพรพลอยในห้องพักต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่ หายานะคงมาเยือนถึงแก่ชีวิตแน่ๆ ปวันกดรหัสหน้าห้องอย่างร้อน รีบเปิดเข้าไปภายในห้อง แต่ก้พบว่าตัวเองมาช้าไป

ภาพที่เห็นคือแพรพลอยในชุดผ้าขนหนูกระโจมอก และพันผ้าขนหนูอีกผืนไว้บนหัว กำลังยืนคาประตุห้องน้ำอยู่ตรงหน้า คริสายืนตัวแข็งทื่อไม่ไหวติง

“คริส”ปวันเรียกคริสาเสียงอ่อน

“ปัน”แพรพลอยเรียกปวัน ตอนนี้แม้ไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจสถานการณ์ดี จากสภาพตอนนี้คริสาคงคิดไปไกล

คริสาช็อคกับภาพที่เห็น ความรู้สึกถูกหักหลังจู่โจมเข้าเล่นงานจนเข่าแทบทรุด เหมือนจะทรงตัวไม่ไหว ร่างบางถอยออกมาช้าๆ รู้สึกตัวเองเป็นเพียงคนโง่ที่อ่อนแอ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเข้าไปกระชากคนตรงหน้าตบ หรือไม่ก้อาละวาดจนห้องพังยับ แต่ตอนนี้มันต่างจากครั้งไหนๆ หัวใจบีบตัวจนแทบเป็นเสี่ยงๆ เกลียดการทรยศในรูปแบบนี้ที่สุด ตอนที่แม่ของเธอถูกพ่อนอกใจ ก็คงจะเจ็บปวดอย่างนี้ คริสาหันมาเผชิญหน้ากับปวัน ตอนนี้เธอเกลียดการได้มองหน้าเขาที่สุด

“คริส มันไม่ใช่อย่างที่ขะ..”

ซ่า!

คริสาสาดกาแฟในมือใส่ปวัน ก่อนจะเขวี้ยงของในมือใส่ร่างสูงตรงหน้า น้ำตาไหล หมดซึ่งคำพูดทั้งหมด

“คนเลว”

แล้วเธอก็วิ่งออกไปจากห้องทันที ปวันไม่รอช้ารีบวิ่งตามไป เหลือเพียงแพรพลอยภายในห้องพัก แพทย์หญิงรู้สึกว่าตัวเองได้สร้างปัญหาใหญ่ให้กับปวันเสียแล้ว

“คริส คริส เดี๋ยวก่อน คริส!”

ปวันวิ่งตามคริสา หากแต่ช้าไปก้าวเดียว คริสาเข้าไปในลิฟต์ ประตูลิฟปิดลง

“โถ่เว้ย!”เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความก้าวร้าว ปวันถีบประตูลิฟต์ก่อนจะตัดสินใจใช้บันไดหนีไฟเพื่อตามคริสาให้ทัน

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเบอร์ห้องผ่าตัด เขาต้องรับสายนี้

“ฮัลโหลครับ”

“ผอ.คะ มี consult คะ เป็นเคสยากต้องการความช่วยเหลือ”เสียงที่กรอกมาตามสาย ทำให้องหยุดทุกอย่าง เขาไม่อยากทำสิ่งอื่น ต้องการตามไปอธิบายให้คริสาเข้าใจทุกเรื่อง สีหน้าเสียใจผิดหวังและน้ำตา มันทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าอะไรทั้งหมด

“มีแพทย์คนอื่นให้consultมั้ยครับ”

“อยู่ในเคสกันหมดเลยคะ”

“โอเคครับ อีกห้านาทีผมถึง”ปวันกดวางสายโทรศัพท์ ระหว่างชีวิตคนไข้กับหัวใจของเขา เขาไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว

โรงแรมคริสตัล

ชานนท์ยืนอยู่บนห้องพักวีไอพีชั้นสูงสุดของโรงแรม เหม่อมองออกไปยังวิวด้านนอก ไฟประดับตามอาคารส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับกระจก ก่อนที่ไฟระยับดวงเล็กนั้นจะเปลี่ยนเป็นแสงส่องสว่างวาบของไฟหน้ารถ ชานนท์ย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันนั้นอีกครั้ง

*“พี่นนท์อยู่ไหนคะ”*เสียงสะอึกสะอื้นส่งตามสาย ชานนท์ยืนอยู่ริมถนน ยืนดูณฉัตรที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่อีกฟาก

*“พี่ยืนอยู่ตรงข้ามกันนี่แหละ ไม่ต้องข้ามมานะ เดี๋ยวพี่ข้ามไปหาเอง”*ชานนท์บอก ก่อนจะกดวางสาย บนถนนรถแล่นไปมาขวักไขว่ ชานนท์รอจังหวะจะข้ามไปอีกฝั่ง แต่ระหว่างนั้น มีใครบางคนวิ่งตามณฉัตรมา ในความมืดสลัวเขามองไม่ออกว่าใครเป็นใคร จนกระทั่งณฉัตรวิ่งออกมากลางถนน เพื่อจะข้ามมาหาเขา คนที่วิ่งตามมาดึงมือเด็กสาวไว้คือพี่สาวของเธอ ก่อนที่จะถูกณฉัตรผลักร่าง แล้วแสงไฟที่สาดส่องวาบนั่นก็กลืนกินร่างทั้งสอง พร้อมกับเสียงตะโกนร้องเรียกของใครบางคน

โครมมมมมมมมมมมมมม*!!!*

เฌออออออออออออออออ

ความทรงจำนั้นฝังแน่นอยู่ในสมอง ชานนท์เอื้อมมือไปยังแจกันที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาวดอกเล็ก น้ำตาไหลลงมาอย่างยากการควบคุม

ผมขอโทษ….”

………………………………………………….

Writer talk:เรื่องนี้แบ่งเป็นสามพาร์ท พาร์ทที่2จะจบในตอนหน้า พาร์ทที่3น่าจะสั้นสุดวางไว้ที่8ตอนหรือมากกว่านั้น จะเป็นการคลายปม และจุดเปลี่ยนของตัวละคร เป็นทางที่ตัวละครทุกตัวต้องเลือก ดราม่าจริงจังกำลังคิดหนักว่าจะดราม่าด้วยฟินด้วยได้ยังไง 5555 แต่จะพยายามเขียนให้ครบทุกอรรถรส ตอนหน้าอานนท์กลับมายึดอำนาจอลันแน่นอน ตาเฒ่าแอลอกแตกตายแน่ๆ เพราะโดนพี่ชายตัวเองเล่นงาน ส่วนคุณหมอปวัน สามีแห่งชาตินั้น งานเข้าแบบโครมใหญ่ เหตุการณ์จะคลี่คลายอย่างไร รอติดตามนะค้า

ปล.ใครสงสัยว่าธีระมาได้ไง ตัวละครนี้โผล่มาตอนที่2หรือ3นี่แหละ โผล่มากับเมียแว้บๆ

ปล.อีกที ช่วยกดติดตาม คอมเม้น ให้หน่อยเน้อ มันเป็นกำลังใจให้มีแรงเขียน คือถ้าไม่มีคนติดตามไม่มีคนเม้นเลย เราจะเข้าใจว่าไม่มีใครอ่านนะ เลาเสียไตตตต T^T

รักนะคะคนดีของไรท์ :junepopo

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น