สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 12 อาหารคาวหวาน (หมอหื่นอย่างมีนัยสำคัญนะเออ)

ชื่อตอน : บทที่ 12 อาหารคาวหวาน (หมอหื่นอย่างมีนัยสำคัญนะเออ)

คำค้น : นางร้าย Facety Girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.4k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2559 07:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 อาหารคาวหวาน (หมอหื่นอย่างมีนัยสำคัญนะเออ)
แบบอักษร

 

 

 

#

 

 

 

 

หน้าไม่ใหญ่ครับ แต่นมใหญ่มาก # หมอวินผู้หื่นทุกลมหายใจเข้าออก

 

หมอนี่ก็เสี่ยวใช้ได้นะคะ # เมเม่ผู้สมยอมหมอไม่เคยขัดใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 12 อาหารคาวหวาน (หมอหื่นอย่างมีนัยสำคัญนะเออ)

 

            วันนี้ฉันมีคิวละครตอนเช้าเลิกกองเที่ยง คุณหมอก็ขึ้นเวรแค่ช่วงเช้าเหมือนกัน เขาจึงจะมารับฉันแล้วเราจะไปเดตกัน ฉันพลางตัวพร้อมสำหรับการเที่ยวครั้งนี้ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาขาด ใบหน้าสวยสดโดยไร้เครื่องสำอาง สวมแว่นสายตากรอบสีแดงเข้ม และปล่อยผมให้ปิดหน้าเล็กน้อย ฉันรู้สึกว่าการใส่หมวกหรือแว่นตาดำยิ่งเป็นจุดสนใจมากกว่าเดิมอีก

            “ว้าว เด็กมัธยมที่ไหนนี่ น่ารักจัง” คุณหมอเองฉันก็บอกให้มาลุคสบายๆแบบชุดอยู่บ้านเหมือนกัน เอ่อ ถ้าบ้านเขาจะใส่เชิ้ตอาร์มานี่เพื่อนอนเล่นอ่านะ

            “หมอ นี่ชุดง่ายๆบ้านๆของหมอแล้วใช่มั้ยเนี่ย” อดบ่นไม่ได้ เดินคู่กันอย่างกับคุณชายหนีบคนใช้มาถือของให้เลย

            “ผมมีแต่แบบนี้ทั้งตู้เลยครับ เคยไปเดินเล่นตามท้องตลาดกับเขาที่ไหน”

            “แล้วเวลาหมอไม่ทำงาน หมอไปไหนคะ?”

            “ฟิตเนสครับ ไม่ก็อ่านหนังสือหรือดูหนังในห้อง” โลกแคบและสี่เหลี่ยมมากเลย

            “ขอเมทายนะคะ อย่างหมอนี่ต้องอ่านนิตยสารปลุกใจผู้ชายแล้วก็ดูหนังโป๊แน่นอน ถึงได้หื่นเก็บกดขนาดนี้”

            “รู้ใจกันขนาดนี้ ไม่ไปเที่ยวแล้วได้มั้ย ไปดูหนังที่ห้องผมกันเถอะ” ฉันจะไม่พูดอะไรที่เป็นการเปิดโอกาสหื่นของเขาอีกแล้ว

            “ไม่เอาค่ะ วันนี้เมจะควงพ่อไปช้อปปิ้ง อยากแต่งแก่มาเอง ฮ่าๆๆๆ”

            “เดี๋ยวให้เที่ยวเสร็จก่อน พ่อคนนี้จะจับปล้ำให้หัวเราะไม่ออกเลย” นี่ฉันยังไม่ได้เปิดโอกาสใช่ไหม สรุปคือไม่ว่าจะพูดอะไรก็วกเข้าเรื่องหื่นเหมือนเดิมอยู่ดี

 

            ฉันพาคุณหมอมาเดินจตุจักรแหละ ไฮโซอย่างเขาไม่เคยมาเดินตากแดดให้รักแร้เปียกแบบนี้หรอก ของราคาหลักร้อยก็คงไม่รู้จักเช่นกัน แต่ฉันรู้ดีและต่อราคาเก่งมากนะคะบอกเลย

            “ไม่น่าเชื่อว่าดาราดังอย่างคุณเมจะซื้อของราคาถูกใช้” คุณหมอมีหน้าที่แค่เดินตามถือของให้ฉัน จะแย่งฉันจ่ายเงินก็ดันมีแต่บัตรเครดิตกับแบงค์พัน กระเป๋าฉันดีกว่าแบงค์ร้อยกับยี่สิบเป็นตั้ง บอกแล้วไงว่าพร้อมมาก

            “เมเคยจนมาก่อนนี่คะ อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด เสื้อผ้าพวกนี้ก็เช่นกัน เวลาออกงานเขาก็มีชุดให้อยู่แล้ว ใส่เองก็เลยยังไงก็ได้”

            “คุณนี่น่าทึ่งกว่าที่คิดนะครับ”

            “คำชมใช่มั้ยคะ?”

            “ใช่สิครับ ว่าแต่หิวยังเอ่ย นี่จะเย็นแล้วนะ”

            “ก็ได้ค่ะ ให้คุณหมอเลือกร้านแล้วกัน ตามใจเมมาเยอะแล้ว” ฉันเกรงใจเขาเหมือนกันที่ต้องมาทนร้อนไปกับฉัน และดูเขาก็น่าจะเหนื่อยแล้วด้วย สกิลช้อปปิ้งนี่ต้องให้ผู้หญิงจริงๆ เดินได้ทั้งวันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขอให้ได้ซื้อเถอะ

            “ผมจะพาไปกินเจ้าประจำสมัยเรียนแล้วกันครับ” ฉันยิ้มแล้วก็เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่แสนไกล บอกแล้วว่าให้นั่งรถไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้าใต้ดินมาก็ไม่เชื่อ

            ร้านที่คุณหมอพาไปไม่ใช่ร้านหรูอย่างที่คิด แต่เป็นร้านเล็กๆที่ปลูกต้นไม้ไว้รอบร้าน ด้านหลังยังมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นอีกด้วย เมนูก็เป็นอาหารตามสั่งง่ายๆทั้งจานเดียวและแยกกับข้าว

            “คุณเมชอบกินอะไรครับ?”

            “ถ้าเป็นเมื่อก่อนเมต้องต้อบว่าหมอแน่ค่ะ”

            “แล้วตอนนี้ไม่ชอบกินผมแล้วหรอครับ?” สายตาเว้าวอนอีกแล้ว อย่ามาทำให้ฉันสงสารนะ

            “เมต่างหากที่ถูกหมอกิน ตะกรุมตะกรามด้วย”

            “ก็คุณเมอร่อยแล้วก็หวานถูกใจผมที่สุด กินได้ทั้งวันทุกวันไม่มีเบื่อ” ปากหวานเกินไปแล้ว

            “สั่งอาหารดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเราจะโดนเจ้าของร้านว่าได้ หมอสั่งให้เมได้เลยนะคะ” ฉันรีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ขืนปล่อยให้หมอหื่นใส่อย่างนี้วันนี้คงไม่ได้กินข้าวแน่ คุณหมอเลยยกมือเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร  

“ปลากะพงทอดน้ำปลาครับ ยำเห็ดเข็มทอง ต้มยำรวมมิตรน้ำข้น ไก่สามรส คุณเมเอาอะไรเพิ่มมั้ยครับ?” ฉันส่ายหน้าให้เขา มากันสองคน..แค่ที่สั่งไปจะกินหมดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย

“แล้วก็ข้าวหน้าคุณผู้หญิงคนนี้สองจานครับ” หน้าฉันหรอ หน้าอะไรอ่ะ ฉันกับพนักงานต่างมองหน้าคุณหมอด้วยความสงสัย

“ข้าวสวยครับ” เอิ่ม พนักงานทำหน้าปูเลี่ยนหรือเลี่ยนมากก็ว่าได้ ส่วนฉันไม่ต้องพูดถึง..อายจนต้องยกเมนูขึ้นมาบังหน้าตัวเอง สายเสี่ยวหมอก็เป็นด้วย

“คุณเม เอาลงเถอะ ผมก็เขินเหมือนกันนะครับ” ฉันหน้าเห่อร้อนไปหมด น้องพนักงานคนนั้นนี่เดินหนีไปแล้ว และคงไม่กล้ามารับเมนูที่โต๊ะเราอีกแน่

“หมอนี่ก็เสี่ยวใช้ได้นะคะ”

“แล้วชอบมั้ยหล่ะครับ” ง่า ถามเอาอะไร

“ชอบค่ะ เมชอบทุกอย่างที่เป็นหมอแหละค่ะ” ถามตรงตอบตรง เมรินคนจริงค่ะ

“ถ้าอย่างนั้นคุณเมก็ต้องชอบหมอใหญ่ด้วยใช่มั้ยครับ?” นั่นไง วกกลับมาเรื่องเดิมภายในไม่กี่นาที

“ชอบค่ะ แต่ชอบตอนเป็นหมอเล็กมากกว่า เพราะหมอใหญ่ทำให้เมเจ็บตัว แล้วก็ทำให้เมหมดแรง แถมหมอใหญ่ยังไม่รู้จักพออีกต่างหาก”

“โถคุณเมช่างใจร้าย หมอใหญ่ไม่ค่อยได้ออกรบก็เลยคึกคักเป็นพิเศษแค่นั้นเอง”

“แล้วถ้าออกรบบ่อยๆ หมอใหญ่จะเลิกคึกคะนองแบบนี้ใช่มั้ยคะ?” แล้วฉันจะคุยเรื่องแบบนี้กับเขาบนโต๊ะอาหารทำไมกัน บ้าบอตามเขาซะอย่างนั้น

“ของแบบนี้คุณเมต้องลองพิสูจน์นะครับ” ฉันไม่ใช่พวกชอบลองของสักหน่อย ขอบคุณอาหารหน้าตาสวยงามที่ยกมาขัดจังหวะหื่นของเขาไว้ได้

“อร่อยจังเลยค่ะ” ฉันตักนั่นชิมนี่ไม่ได้หยุดปาก ขอถอนความคิดที่บอกว่าจะกินไม่หมด ฉันมั่นใจว่าไม่มีอะไรเหลือแน่นอน

“ปากเปื้อนแหละครับ” ฉันยกมือขึ้นเตรียมถูปากตัวเอง แต่เขาฉวยเอาไว้ได้ก่อน

“ผมเช็ดให้นะครับ” คุณหมอโน้มตัวข้ามฟากมาหา และก้มลงมา..เลียริมฝีปากของฉันจนทั่ว

“อร่อยจริงด้วยครับ” แล้วเขาก็กลับไปกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนฉัน..ช้อกตัวแข็งไปเรียบร้อยแล้วจ้า

“ตกใจก็ยังน่ารักนะครับเนี่ย สงสัยต้องแกล้งบ่อยๆแล้ว” โอ๊ย ไม่ดีมั้งคะ แค่นี้กว่าจะกลับมาปกติได้นี่ก็ต้องพักใหญ่ หัวใจเต้นโครมครามจนจะทะลุหน้าอกออกมาแล้ว

“หมอกินเข้าไปเยอะๆเลยค่ะ” ฉันตักอาหารให้เขาเต็มไปหมด เขาจะได้ไม่มีเวลาแกล้งฉันได้

“คุณเมต้องรักษาหุ่นมั้ยครับ เป็นนางแบบด้วยนี่” คุณหมอใส่ใจสุขภาพและอาชีพฉันด้วย

“ไม่ค่อยหรอกค่ะ เพราะเมกินไปก็ไม่อ้วนขึ้น ยัยแพนด้าชอบด่าว่าเลี้ยงพยาธิไว้ในท้อง จริงๆนางอิจฉาค่ะ ตัวเองกินอะไรนิดหน่อยก็พองตัวอย่างกับอึ่งอ่าง” คุณหมอหัวเราะพรืดออกมากับคำเปรียบเปรยของฉัน ตลกตรงไหนอ่ะ

“พูดซะผมเห็นภาพเลยครับ แล้วทำไมคุณเมไม่อ้วนหล่ะครับ เคยตรวจไทรอยด์หรือเปล่า?” โหมดการแพทย์และวิชาการของเขาดูเท่และหล่อมากเลย

“เคยค่ะ เมตาบอลิซึมเมดีเกินคนปกติค่ะ กินเท่าไหร่เผาผลาญเกลี้ยง ก็เลยไม่มีอะไรเหลือมาอ้วน”

“แต่ผมว่าจริงๆคุณเมก็อ้วนนะครับ” จริงหรอ ฉันรีบก้มลงสำรวจตัวเอง แขนขาก็ยังเรียวเล็ก หน้าท้องก็แบนราบนี่ หรือว่าหน้าฉันใหญ่ขึ้น

“หมอคะ หน้าเมใหญ่หรือเปล่า?”

“หน้าไม่ใหญ่ครับ แต่นมใหญ่มาก” ง่า สรุปนี่ฉันอ้วนลงนมหรอ ใครๆก็อยากเป็นทั้งนั้นเหอะ

“หมอขยันแกล้งเมอยู่เรื่อยเลยนะคะ”

“ก็ผมชอบให้คุณเมงอนนี่ครับ จะได้ง้อ”

“คราวนี้จะง้อเมด้วยอะไรคะ?”

“ของหวานดีมั้ยครับ” น่าสนใจ ของหวานกับผู้หญิงสวย(ฉันชมตัวเอง)ช่างคู่กัน

“แต่หมอต้องเป็นคนป้อนเมนะคะ”

“ได้สิครับ” คุณหมอยกมือเรียกพนักงานมาสั่งของหวาน แน่นอนว่าน้องคนเดิมไม่กล้ากลับมาแล้ว

“ขอแตงโมน้ำแข็งใสครับ แล้วก็วุ้นเป็ด” ระหว่างที่รอของหวาน ฉันก็กวาดของคาวที่เหลือใส่ปากให้หมด อร่อยจริงร้านนี้ วันหลังต้องชวนยัยแพนด้ามากินบ้าง ยัยนั่นสายแ..ก

“หมอกินน้อยกว่าเมอีกนะคะ เขินเลย” เพิ่งรู้ตัวตอนที่ เอ่อ อาหารหมดแล้ว ภาพลักษณ์ฉันในสายตาเขาคงดูเป็นผู้หญิงเห็นแก่กินไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย

“ผู้หญิงกินเก่งเป็นผู้หญิงน่ารักครับ” คุณหมอยิ้มหวานให้ฉันทั้งปากและตา

“หมอต้องชมเมคนเดียวนะคะ อย่าไปชมแล้วก็ยิ้มหวานให้คนอื่นแบบนี้เชียว เดี๋ยวสาวน้อยสาวใหญ่จะพากันหลงหมอ” เกิดอาการหวงขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อคิดว่าถ้าคนอื่นมาเห็นเขาในมุมน่ารักขี้อ่อยและแสนหื่นแบบนี้

“ตอนนี้ผมก็พยายามทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งหลงจนหัวปักหัวปรำอยู่ ไม่รู้จะสำเร็จมั้ย?”

“ใครคะ?” ถามไปอย่างนั้นเอง แต่ถ้าตอบคนอื่นมีเรื่องกันแน่

“ผู้หญิงสวยๆตรงหน้าผมนี่ไง” ปากหวานน่าจูบไหมหล่ะ

“ยินดีด้วยค่ะ หมอทำสำเร็จแล้ว” ฉันเลียนแบบคำพูดของเขามา

“คุณเมหลงผมแล้วใช่มั้ยหล่ะ?” ยังมีหน้ามาถามอีก

“หัวทิ่มหัวตำไปไหนไม่รอดเลยค่ะ อย่ามาไล่กันทีหลังแล้วกัน”

“ไม่ไล่หรอกครับ อยากจะจับขังไว้บนเตียงทั้งวันด้วยซ้ำ” ง่า การศึกษาที่บอกว่าผู้ชายจะคิดเรื่องแบบนี้ทุกนาทีเนี่ยต้องมีคุณหมอของฉันเป็นหนึ่งในตัวอย่างการทดลองแน่ๆ

“หมอนี่หื่นอย่างมีนัยสำคัญเลยนะคะ”

“แต่ตัวแปรต้องเป็นคุณเมคนเดียวนะครับ สมมติฐานถึงจะเป็นจริง”

“ของหวานไม่ต้องแล้วมั้งคะ ถ้าหมอจะหวานขนาดนี้”

“ระหว่างผมกับของหวาน คุณเมจะเลือกอะไร?” ของหวานที่เขาสั่งเอามาเสิร์ฟแล้ว และแต่ละอย่างนั้นทำให้ฉันตาลุกวาวด้วยความอยากกิน

“เลือกหมอสิคะ” ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะเบนสายตาลงมาของหวาน

“เลือกให้หมอเป็นคนป้อนให้ เร็วๆค่ะ เดี๋ยวละลายหมด” ฉันอ้าปากรอเหมือนลูกนกรอแม่ป้อนอาหาร ขนมอร่อย คนป้อนก็หล่อ ได้กินช้อนเดียวกัน สบตากันปิ๊งๆ บางทีฉันก็อยากมีชีวิตเหมือนคนธรรมดาแบบนี้เหมือนกัน

“เดี๋ยวคุณเมกินหมดแล้ว ผมขอกินของหวานบ้างนะครับ”

“อ่าว หมอจะกินอะไรทำไมไม่สั่งคะ?”

“ของหวานผมต้องไปกินที่อื่นครับ”

“ที่ไหนคะ?” หรือเขามีร้านของหวานอื่นแนะนำฉันอีก ดีๆฉันเห็นแก่กิน เอ้ย ชอบของกิน

“ที่คอนโดผม” ฉันว่าเรื่องนี้หักมุมแล้ว ลาก่อนของกินในฝัน

“คอนโดหมอมีของหวานด้วยหรอ?” เป็นไปได้ยากมากที่คุณหมอจะซ่อนของกินไว้ในตู้เย็น เพื่อจะกลับไปกินเย็นนี้

“มีสิ ของหวานจากตัวคุณไง” ว่าแล้วเชียว

“หมอจะมากินของหวานอะไรในตัวเมคะ?”

“เยอะแยะ ทั้งปากหวานๆ นมภูเขาไฟก็หวาน แล้วก็น้ำหวานที่ไหลทะลักเวลาที่คุณเมมีความสุขอีก พูดแล้วก็อยากกินขึ้นมาเลย กลับห้องกันนะ” ง่า โดนผู้ชายชวนขึ้นห้อง และเจตนาชัดเจนมากว่าชวนไปทำอะไร

“คิดเงินสิคะ รออะไร” เมรินคนตรง และเอาจริงค่ะ

“ผมเหยียบมิดคันเร่งนะครับ เตือนไว้ก่อนเลย” โอ๊ย เอาเถอะค่ะ ถ้าไม่ทันขนาดนั้นก็ในรถมั้ยหล่ะ กล้าคิดแต่ไม่กล้าพูด กลัวเขาทำตาม แค่นี้ก็วิ่งหนีนักข่าวไม่ทันแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ขอเป็นแบบมุ้งมิ้งน่ารักกันไปก่อนเนอะ กลัวรีดแต่ละคนจะเลือดท่วมจนหมดตัวไปก่อน

แต่ตอนหน้า.. หมอวินชวนไปคอนโดนะ

ใครขึ้นรถหมอไม่ทัน รีบเรียกแท๊กซี่ตามมาด่วนจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น