facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 23 เค้าลางของปัญหา 50%

ชื่อตอน : บทที่ 23 เค้าลางของปัญหา 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2559 06:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 เค้าลางของปัญหา 50%
แบบอักษร

ปัง! เพล้ง!

                เสียงแก้วที่ตกแตกละเอียดและเสียงตบโต๊ะที่ดังสนั่นชวนให้ผู้คนที่นั่งอยู่ภายในห้องนั้นแตกตื่นขวัญผวา ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำสนิทซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะนั้นขว้างกระดาษรายงานใส่เหล่าผู้บริหาร หัวหน้าแผนกต่างๆซึ่งนั่นกันตัวลีบตัวหดด้วยความหวาดกลัว การประชุมครั้งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นทุกๆเดือนเพื่อสรุปยอดผลกำไรและความก้าวหน้าของบริษัทในแต่ละเดือนนั้นกลับกลายเป็นแดนประหารที่ไม่ทราบว่าใครจะโดนเชือดเป็นรายต่อไป หญิงสาวซึ่งเป็นเลขาที่เพิ่งจะเข้ามาทำงานใหม่ถูกปาแฟ้มเอกสารรายงานสรุปยอดผลกำไรใส่ เอกสารต่างๆกระจายออกมาจากแฟ้มเกลือนกลาด

“พวกคุณบริหารงานกันยังไงทำไมยอดผู้โดยสารที่มาใช้บริการสายการบินของเราถึงได้ตกลงทุกเดือนๆแบบนี้” เสียงบริภาษดังสั่นทำให้ผู้เช้าประชุมทั้งหลายสะดุ้ง บรรยากาศเงียบกริบเพราะไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยอะไรออกมา “แล้วงบพัฒนะที่ขอเพิกไปทุกเดือนๆมันไปลงอยู่ตรงไหนหมด!

“เออ... ท่านผู้บริหารครับ” ผู้จัดการสาขาการตลาด่อยๆเอ่ยออกมาช้าๆอย่างกล้าๆกลัวๆ

“มีอะไร!” เสียงตวาดทำให้เขาแทบจะขวัญหนีดีฝ่อ

“คือ... ผมคิดว่าการที่ยอดผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการสายการบินของเราลดต่ำลงเรื่อยๆมีสาเหตุมาจากสายการบินดิมีเทอร์ มีเที่ยวบินที่มากกว่าและมีความปลอดภัยสูงกว่า ถึงแม้ว่าทางสายการบินของเราจะจัดโปรโมชั่นตั๋วในราคาพิเศษรวมไปถึงจัดทัวน์สำหรับท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆนั้น แต่ผู้โดยสารส่วนมากกลับเลือกที่จะเดินทางไปกับสายการบินในเครือบริษัทดิมีเทอร์ ผมว่าวิธีการแก้ไข เราควรจัดซื้อเครื่องบินลำใหม่มาแทนที่เครื่องบินลำเก่าที่มักมีปัญหาบ่อยๆเพื่อสร้างความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้มากขึ้นกว่านี้ครับ”

เขารวบรวมความกล้าที่จะพูดออกมา จากรายงานที่เขาได้ไปสำรวจมานั้น ผู้โดยสารกว่าหกสิบเปอร์เซ้นต์ของนั้นหมดมั่นใจในบริการและความปลอดภัยของสารการบินในเครือดิมีเทอร์  ดังนั้นการที่จะสามารถตีตลาดมาแข่งกับบริษัทใหญ่ได้ต้องเสริมในด้านนี้ให้มากขึ้น

“ดิมีเทอร์! ไอ้โลเวลล์! ไอ้เจ้าเด็กอมมือ... เป็นเพราะมันอีกแล้ว!” ผู้บริหารสูงสุดตบโต๊ะอย่างหัวเสียเมื่อได้ยินชื่อของคู่แข่งทางการค้า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท บริษัทของเขาและบริษัทดิมีเทอร์เป็นคู่แข่งทางการค้ามานาน และบริษัทของเขามักจะเป็นรองอยู่เสมอ

ถ้าไม่มีมันซักคน... บริษัทของเขาก็คงเป็นที่หนึ่งในอังกฤษไปแล้ว! ความคัดแค้นใจที่สั่งสมมานานมันจุกอก ยากที่จะหาที่ระบายออกมา

“ฮึ! ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คอยดูเถอะ ฉันจะต้องกำจัดแกกับบริษัทของแก่ให้พังพิเนศให้จงได้”

 

เช้าในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว ภายในห้องสีเหลี่ยมจัตุรัสสีฟ้าอ่อน พัดลมตัวเล็กเปิดส่ายไปมา ร่างหนาที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงแคบโดยมีหญิงสาวซุกกอดอยู่แนบอก หยดเหงื่อหยาดแพรวพราวเพราะอากาศที่ร้อนระอุ หญิงสาวในอ้อมอกดิ้นขลุกขลักเพราะรู้สึกอึดอัด คิ้วเรียวบางขมวดยุ่ง

ร้อนขนาดนี้ทำไมเธอจะต้องมาอดทนนอนให้เขากอดด้วยล่ะเนี้ยเธอบ่นอยู่ในใจ

“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ” พัณณิตายกแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาขึ้น แต่ชายหนุ่มกลับตวัดดึงเธอให้เข้ามาแล้วกกกอดเธอแน่นขึ้นพลางซุกหน้าเข้ากับเรือนผมนุ่มสลวย

“เพิ่งจะกี่โมงเอง คุณจะรีบไปไหนล่ะครับที่รัก” โลเวลล์พูดอย่างงัวเงียทั้งที่หลับตาอยู่ อากาศที่นี่ทำไมมันร้อนอย่างนี้นะ! แอร์ซักตัวก็ไม่มี... จะมีก็แต่ไอ้พัดลมบ้านี้ พัดแล้วก็ไม่เห็นจะเย็นซักนิด ไม่รู้มีไว้ทำอะไร แต่เพราะเขายังอยากจะกอดเธอต่อ ดังนั้นเขาจะต้องอดทน และอดทนเข้าไว้

“ก็จะไปที่ไหนได้ล่ะคะ ก็ไปโรงเรียนที่ฉันสอนอยู่น่ะสิ วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนฉันต้องเริ่มไปทำงานนะคะ” พัณณิตาขืนตัวออกจากอ้อมกอดแล้วก้าวลงจากเตียง

“ทำไมเปิดเร็วจังเลยล่ะครับ ผมเพิ่งจะมาถึงที่นี่เมื่อมะรืนนี้เอง หยุดหนึ่งวันแล้วมาอยู่เป็นเพื่อนผมเถอะนะครับที่รัก” ชายหนุ่มออดอ้อนพลางลุกขึ้นจากเตียงบ้าง แต่แทนที่เขาจะไปเตรียมตัวไปอาบน้ำอาบท่า เขากลับมานัวเนียเธออีกรอบ

“ได้ยังไงกันล่ะคะ วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศและรับนักเรียนใหม่ ฉันที่เป็นคุณครูจะต้องไปนะคะ” หล่อนพลักเขาให้นั่งลงบนเก้าอี้แล้วไปจัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปทำงาน

“ถ้าอย่างนั้นผมขอไปด้วยได้ไหมครับ ผมอยากจะไปเห็นที่ที่คุณทำงานอยู่”

“ก็แล้วแต่คุณก็แล้วกันค่ะ แต่ถ้าจะไปก็ช่วยรีบๆหน่อยนะคะเพราะฉันใกล้จะสายแล้ว” นาฬิกาเข็มยาวชี้ไปที่เลขหก เข็มสั้นชี้ไปที่เลขเจ็ด

“ไม่นานเท่าไหร่หรอกครับ... ถ้าเราอาบน้ำด้วยกัน ว่าไงครับ? สนใจไหม” ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างอย่างมีแผน ก็อพาร์ทเม้นต์ของเธอมีห้องน้ำแค่ห้องเดียวนี่น่าช่วยไม่ได้ มาอาบทีเดียวพร้อมกันสองคนเลยจะได้ประหยัดเวลา

“ทะลึ่ง! เลิกคิดไปเลยคะ” พัณณิตายกมือขึ้นตีแขนเขาดังเฟี๊ยะ

“จะอายอะไรล่ะครับ ผมเห็นของคุณมาทุกซอกทุกมุมแล้ว ไม่เห็นมีอะไรต้องอายเลย” ชายหนุ่มยังคงลอยหน้าลอยตาตอบไป เธอตีแขนเเขาไม่เห็นเจ็บเลยซักนิด เขารู้สึกเหมือนกันว่าถูกมดกัดเท่านั้น

“คุณโลเวลล์!” หญิงสาวตวาดเสียงสูง ใบหน้าหวานแดงกล่ำ “ฉันไม่สนใจคุณแล้ว!

หญิงสาวเดินหอบเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็วเพราะความอาย

ให้ตายสิ! ทำไมเขาถึงพูดเรื่องแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยนะ

 

“ตายแล้ว! คุณครูพัณณิตา... ไปหอบหิ้วผู้ชายหล่อๆคนนี้มาจากที่ไหน รีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” คุณครูเมย์ซึ่งเห็นหนุ่มหล่อเดินเคียงคู่มากับพัณณิตาก็รีบลากเพื่อนร่วมงานมาถามไถ่ทันที

“ก็คุณโลเวลล์ ครูส ที่พันเคยพูดถึงยังไงล่ะคะ เขาเพิ่งมาถึงไทยเมื่อวานซืนนี้เอง เขา เออ... มาเที่ยวน่ะค่ะ” พัณณิตาตาและนำชายหนุ่มให้เพื่อนร่วมงานของเธอได้รู้จัก มือบางแกะมือปลาหมึกที่เกาะเกี่ยวเอวของเธอให้หลุดออก โลเวลล์ชักสีหน้าดุใส่เธอทันที

“อ๋อ! ที่แท้ก็แฟนที่เคยพูดถึงน่ะเอง เขาหล่อมากๆเลยนะ หุ่นก็ดีมากด้วย นี่ถ้าฉันไม่เคยรู้ว่าเขาเปิดธุรกิจล่ะก็ ฉันคงคิดว่าเขาเป็นนายแบบโชว์กางเกงในตามปกนิตยสารไปแล้ว” คุณครูเมย์เหลือบมองโลเวลล์ทีหนึ่งก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ความหล่อเหล่าระดับนายแบบฮอลลี่วูด หุ่นล่ำๆภายในเสื้อยืดที่รัดกล้ามนิดๆชวนให้น้ำลายหก ใบหน้าคมเข้มและหนวดเคราที่มีอย่างพอดิบพอดีทำให้เธอใจละลายแม้เห็นเพียงแค่แว๊บเดียว

“ใช่ที่ไหนกันละคะ!” พัณณิตาร้องเสียงดัง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็แอบเห็นด้วยกับคุณครูเมย์ หุ่นล่ำกล้ามแน่นแบบนี้เป็นใครก็คงคิดว่าเป็นนายแบบโชว์กางเกงลิงกันทั้งนั้น “คุณโลเวลล์คะ... นี่คุณครูเมย์ เพื่อนร่วมงานของฉัน” พัณณิตาแนะนำเพื่อนร่วมงานของเธอให้เขารู้จัก

“สวัสดีครับ ผมชื่อโลเวลล์ ครูส เป็นแฟนและว่าที่สามีของคุณพัณณิตา ยินดีมากๆที่ได้รู้จักคุณนะครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวเองอย่างเสร็จสรรพพร้อมกับยื่นมือออกมาทักทายตามมารยาทสากล

 “ชะ... เช่นกันค่ะ” หล่อนถึงกับพูดจาติดขัดเมื่อได้ยินเสียงทุ้มหล่อบาดใจ

“เดี๋ยวสิคะคุณโลเวลล์ ว่าที่สามีอะไรของคุณ” หญิงสาวบ่น

“ก็ยังไงในอนาคตเราจะต้องแต่งงานกัน... เพราะฉะนั้นสถานะภาพของผมก็คือว่าที่สามี หรือคู่หมั้นยังไงล่ะครับ” โลเวลล์ก้มตัวลงไปหอมแก้มของพัณณิตาฟอดหนึ่ง หญิงสาวก้มหน้างุดด้วยความเขินอายพาลทำให้เพื่อนร่วมงานของเธอหน้าแดงตามไปด้วย

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปเตรียมตัวก่อนนะคุณครูพัน เดี๋ยวแปดโมงก็จะเริ่มปฐมนิเทศแล้ว เจอกันที่หอประชุมนะ” คุณครูเมย์โบกมือลาขอตัวไปทำธุระต่อเพราะไม่อยากจะอยู่ขัดคู่รักทั้งสอง

“ค่า เดี๋ยวพันตามไปนะคะ! พัณณิตาตะโกนไล่หลังไป โลเวลล์เมื่อเห็นว่าตรงนี้ปลอดคนแล้วก็ดึงหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้ง

“เพื่อนของคุณร่าเริงดีนะครับ” โลเวลล์ทรุดตัวลงนั่งบนชิงช้าตัวยาวโดยมีพัณณิตานั่งอยู่บนตัก ท่อนแขนคล้องเอวบาง เกยหน้ากับไหล่ขาวเนียน

“คุณโลเวลล์ อย่าทำอะไรรุ่มร่ามสิคะ เดี๋ยวเกิดมีใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ” หล่อนดิ้นออกจากการเกาะกุม

“มีอะไรตรงไหนไม่ดีล่ะครับ คนรักกันจะกอดจะหอมกันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว” ชายหนุ่มไซร้จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวทำให้หล่อนขนลุกเกรียว

“แต่มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับเด็กนะคะ ปล่อยฉันเถอะค่ะ เดี๋ยวเกิดผู้ปกครองมาเห็นเข้าจะเป็นเรื่อง” พัณณิตาดันหน้าของเขาให้ถอยห่าง

“ก็ได้ครับ แต่ถ้ากลับบ้านไปเมื่อไหร่ผมจูบคุณเลือดหมดตัวแน่” โลเวลล์ขู่เสียงต่ำพลางเม้มคอระหงจนเป็นรอยแดงเล็กน้อยก่อนจะคลายอ้อมกอดอย่างง่ายดาย

“คุณเป็นแวมไพร์รึไงกัน!” หญิงสาวตีเขาเบาๆ “เดี๋ยวพิธีปฐมนิเทศจะเริ่มแล้ว จะไปด้วยกันไหมล่ะคะคุณโลเวลล์” หล่อนเอ่ยชวนเขา

“ไม่ล่ะครับ ผมขอเดินดูแถวนี้ดีกว่า... เสร็จแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ”

 

“ได้ค่ะ!

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

รักนักอ่านทุกท่านนะคะ

ความคิดเห็น