สาววายผู้ลึกลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 11 ยิ่งอยากเกลียด ยิ่งเกลียดไม่ลง... [100%]

ชื่อตอน : Chapter 11 ยิ่งอยากเกลียด ยิ่งเกลียดไม่ลง... [100%]

คำค้น : ธาม , แทน , วิศวะขาโหด VS เกษตรฯ ตัวร้าย ♥

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 96.5k

ความคิดเห็น : 141

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2559 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 11 ยิ่งอยากเกลียด ยิ่งเกลียดไม่ลง... [100%]
แบบอักษร

Chapter 11

ยิ่งอยากเกลียด ยิ่งเกลียดไม่ลง... 

 

 

            “เป็นบ้าอะไรวะ !” ผมพูดเสียงดังพลางผลักร่างของไอ้ธามออก หลังจากที่เจ้าตัวลากผมเข้ามาในห้องทั้งๆ ที่ยังพูดกับไอ้ทิมไม่จบ

            แล้วพวกมึงยืนทำอะไรกัน !”

            “ทำเหี้ยอะไร ก็คุยกันปกติ !”

            ปั้งๆๆๆ

            “ไอ้แทน !”

            เสียงเคาะประตูและเสียงของไอ้ทิมดังขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้ทั้งผมและไอ้คนนิสัยไม่ดีตรงหน้าต่างหันไปมอง ผมที่กำลังทำท่าจะไปเปิดประตู ก็โดนคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉุดแขนไว้แล้วบีบแรงๆ จนผมได้แต่ข่มความเจ็บไว้ แล้วมองหน้ามันกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ปล่อยกู

            “ไอ้เหี้ยมืด อย่ามางี่เง่า !”

            “มึงมากกว่าที่งี่เง่า !” ผมตะคอกใส่มันกลับ ก่อนจะสะบัดแขนออกจากการจับกุมนั่น ถอยไป กูจะออกไปคุยกับเพื่อน...!”

            ทันทีที่ร่างผมหันหลังและกำลังจะเอื้อมมือไปปิดประตู มือหนาของคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักก็คว้าเข้าที่ต้นคอของผมแล้วดันอย่างแรงจนร่างผมเข้าปะทะแนบกับประตูห้องเสียงดังลั่น ก่อนที่ร่างของไอ้ธามจะทาบลงมาติดๆ ซึ่งมือของมันยังคงบีบที่ต้นคอของผมจนปวดระบมไปหมด ลมหายใจร้อนก็รดลงเข้าที่กกหู ก่อนที่เสียงเรียบๆ นั่นจะกดต่ำกระซิบเบาๆ แต่ก็ทำให้ผมถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พลางหุบปากเงียบ ไม่กล้าแม้แต่แสดงความเจ็บปวดออกมา และครั้งนี้ก็ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าผมกลัวมันอย่างที่ไม่เคยกลัวใครมาก่อน กลัวไอ้เจ้าของเสียงที่กำลังพูดนี่มากเพียงไหน ไล่มันไปซะ...

            “...

            “อยากจะออกไปคุยกับมันขนาดนั้นเลยงั้ย ?

            “ปล่อย...

            “หึ !” ไอ้ธามมันเค้นเสียง ก่อนจะกระชากมือตัวเองกลับไป ผมจึงรีบหันกลับไปหามันโดยที่ตอนนี้เจ้าตัวแสดงสีหน้าโกรธจัดออกมา ก่อนจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้าผม งั้นก็เปิดเลย กูจะได้บอกมันว่าเราเป็นอะไรกัน !”

            “ไอ้ธาม !”

            “อยากแชร์นักไม่ใช่งั้ย เปิดประตูดิ จะเอาให้รู้แม่งทั้งคณะเลย ประสบการณ์กับกูน่ะ

            “...

            “หรือจะบอกทั้งมหาลัยเลยดี ว่ามึงมันนอนกับผู้ชาย...!”

            พลั๊ก !

            ผมซัดเข้าที่ใบหน้าหล่อๆ นั่นด้วยความเหลืออด ก่อนที่ไอ้ธามมันจะหันกลับมาพร้อมกับเลือดที่ไหลซิบอยู่บริเวณมุมปาก ตามด้วยมือหนาที่เอื้อมเข้ามากระชากคอเสื้อของผมอย่างแรง ส่วนมืออีกข้างก็ง้างขึ้นสูง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้มันกำลังจะทำอะไร แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อมือนั่นหยุดชะงักอยู่แค่นั้น ผมเลยได้แต่ก้มหน้านิ่งโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าคนตรงหน้าด้วยซ้ำ ออกไป

            “ไอ้แทน !”

            “อยากจะไปบอกอะไรกับใครก็เชิญ

            ...

            “ถ้าบอกแล้วก็อย่ามายุ่งกับกูอีก...ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยและเบาลงราวกับคนหมดแรง รู้สึกจุกกับคำพูดของไอ้ธามเมื่อซักครู่ และมันก็เจ็บกว่าการกระทำรุนแรงที่ไอ้ธามเคยทำมาทั้งหมด จนเป็นครั้งแรกที่มันแทบจะทำให้ผู้ชายอย่างผมยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ จะได้จบๆ ไปซักที

            “อย่า...!” ไอ้ธามมันจับคางผมให้เงยขึ้นหามัน ก่อนที่เจ้าตัวจะหยุดชะงักคำพูดลงเมื่อเห็นสีหน้าของผมตอนนี้ และมันก็ทำให้ผมสมเพชตัวเองไม่น้อย ถึงแม้ตอนนี้ผมจะยังไม่ได้ร้องไห้ออกมาจริงๆ แต่มันก็คงแสดงออกทางสีหน้าของผมอย่างชัดเจน ก่อนที่สีหน้าโกรธของไอ้ธามเมื่อซักครู่ จะปรับลงอย่างรวดเร็ว มือที่เคยสัมผัสอย่างรุนแรงก็เบาลงอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้คิดได้ว่าตอนนี้ตัวเองอาจจะกำลังโดนตบหัวแล้วลูบหลังอยู่ก็ได้ ก่อนที่น้ำเสียงของคนตรงหน้าจะดังขึ้นเบาๆ ซึ่งแตกต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง ...ขอโทษ

            “อืม

            “ไอ้แทน กูขอโทษ

            “จะขอโทษอีกทำไม กูไม่มีอะไรจะยกให้มึงแล้ว

            “...

            “กลับไปได้แล้วไป ผมพูดขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะดันร่างตรงหน้าหลบให้พ้นทาง ซึ่งคราวนี้เจ้าตัวยอมขยับตามแต่โดยดี ผมจึงเอื้อมมือไปเปิดประตูโดยที่ไม่รอให้มันตอบ ก่อนจะเห็นอีกคนที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตูกำลังแสดงสีหน้าปะปนกันมั่วไปหมด ถ้าเดาไม่ผิด มันคงได้ยินที่ผมกับไอ้ธามพูดกันหลังประตูแทบทั้งหมด ผมเลยได้แต่ส่งสีหน้าที่เรียบเฉยไปให้ ไม่ได้แสดงท่าทีว่าตกใจหรืออย่างไร ก่อนจะพูดกับไอ้ทิมด้วยน้ำเสียงปกติ พลางยื่นเงินค่าข้าวให้มัน ขอบใจที่ซื้อข้าวมาให้

            “อะ...อืมไอ้ทิมเองมันก็ตอบรับแค่นั้น แต่ก็ไม่ยอมขยับตัว ผมจึงคว้ามือมันขึ้นมาแล้วยัดเงินให้เอง มันจึงปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ จริงๆ กูเลี้ยงก็ได้

            “ไม่เป็นไร ไว้เจอกันวันจันทร์ผมพูดขึ้นเป็นเชิงไล่มันไปในตัว ก่อนจะหันมาหาอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ไม่ต่างกันนัก มึงก็กลับไปได้แล้ว

            “แต่...

            “กูอยากนอนพัก

            “งั้นพรุ่งนี้กูจะมาหา

            “อย่ามา...ผมรีบพูดขึ้น ก่อนจะหลบสายตาของคนตรงหน้า เพราะสายตาของไอ้ธามตอนนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อซักครู่ราวกับฟ้ากับเหว พอมันจะดีก็ดีใจหาย พอร้ายก็ร้ายสุดๆ จนผมไม่รู้จะรับมือกับคนแบบมันยังไงแล้ว ไม่ต้องมาแหละดีแล้ว ไว้เจอกันวันจันทร์เลย

            “งั้นก็ได้ พักผ่อนเยอะๆ ล่ะมันพูดขึ้นอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวของผมเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมเดินออกไปจากห้องเอง จนตอนนี้เหลือแค่ผมกับไอ้ทิมที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มันมองผมนิ่งๆ ราวกับอยากจะถามอะไร แต่ก็ยอมเงียบแล้วเดินออกจากหน้าห้องของผมตามไอ้ธามไปติดๆ ผมจึงปิดประตูห้องแล้วล็อกให้เรียบร้อยราวกับกำลังหนีออกจากโลกภายนอก แล้วเดินกลับมาที่เตียงราวกับคนหมดแรง ก่อนจะเห็นได้ว่าโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่ มีไลน์หนึ่งเข้ามาในตอนที่ผมห่างจากโทรศัพท์ไปไม่นานนัก

           

            Time : กูบอกให้รอ อ้วกออกมาเดี๋ยวนี้ !

            Time : (สติกเกอร์หน้าโกรธ)

 

            “หึ...ผมเค้นเสียงออกมาเบาๆ ราวกับกำลังหัวเราะ ก่อนจะเหลือบไปเห็นถุงมากมายที่ไอ้ธามมันหิ้วพะรุงพะรังมาก่อนหน้านี้ ที่วางอยู่กลางห้อง ผมจึงลุกจากเตียงแล้วจัดการเปิดดูก็เห็นว่าเป็นหม้อสุกี้ขนาดไม่ใหญ่นัก พร้อมกับวัตถุดิบทำสุกี้มากมายที่อยู่ในถุงอีกใบ งี่เง่า...

            ...

            ผมทรุดตัวลงนั่งยองๆ พลางขยี้หัวตัวเองเบาๆ ด้วยความสับสน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มันทำให้ผมรู้สึกแย่สุดๆ แท้ๆ  จะมาดีกับกูทำไมอีกวะ กูอยากเกลียดมึงจะแย่อยู่แล้ว...

            ไอ้บ้าเอ๊ย...

 

 

 

[Time : Say]

            “เฮ้ย จะไปไหนวะ ?

            เสียงของเพื่อนร่วมสาขาที่นั่งจับกลุ่มอยู่ไม่ห่างนักทักผมขึ้น หลังจากที่ตัวเองกำลังจะเดินออกลานเกียร์ ผมจึงหันไปตอบแบบส่งๆ ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นโดยไม่สนใจเสียงสอดรู้สอดเห็นของพวกมันที่ตามไล่หลังมาติดๆ ไปตึกดิน

            ผมเดินตรงไปที่ตึกดินที่อยู่ห่างออกไปพอสมควรด้วยอารมณ์ที่เสียนิดๆ เพราะวันนี้วันพุทธแล้วผมยังไม่ได้เจอไอ้แทนเลย ทั้งๆ ที่มันเป็นคนบอกเองว่าเจอกันวันจันทร์ ใจก็อยากจะบุกไปหาที่หอ ถ้าไม่ติดว่าโดนห้ามด้วยสีหน้าแบบนั้น ผมไม่รีรอแบบนี้แน่ๆ

            ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มันรู้สึกไม่ดีซักหน่อย...

            เดี๋ยว !” ผมเดินเข้าไปหาพวกกลุ่มเด็กเกษตรฯ กลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากตึกดิน พวกนั้นจึงหยุดชะงักลงแล้วหันมามองทางผมเป็นตาเดียว ไอ้แทนอยู่ไหน ?

            ไอ้แทน ?

            “ไอ้ที่ผมยาวๆ ตัวดำๆ

            “รู้อยู่ๆ ก็เรียนอยู่ห้องเดียวกันตลอดคนๆ หนึ่งพูดขึ้นหลังจากที่อธิบายลักษณะของไอ้แทนไป ก่อนที่พวกมันจะพากันหัวเราะเสียงดัง ซึ่งแอบกระตุกตีนผมพอสมควร

            แล้วแม่งจะทำหน้าสงสัยกันทำเพื่อ ?

            เห็นมันบ้างมั้ย ?ผมกดเสียงถามอีกครั้ง พลางข่มอารมณ์ที่เสียของตัวเองไว้

            ไม่เห็นหรอก มันไม่ได้มา ม. ตั้งแต่วันจันทร์แล้ว

            “...

            “งั้นไปก่อนนะ

            พวกนั้นมันโบกมือให้ผมด้วยท่าทีกวนตีน ก่อนจะเดินออกไป ซึ่งผมเองก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองแล้วส่งไลน์หาไอ้แทนอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ เพราะตั้งแต่ที่มันไล่ผมออกจากห้อง ผมก็ทั้งไลน์ทั้งโทรหามันตลอด แต่เจ้าตัวก็ไม่แม้จะรับโทรศัพท์หรือตอบกลับซักครั้ง

            และตอนนี้มันก็ทำให้ผมหมดความอดทนแล้วจริงๆ

            ...

            บ้าเอ๊ย !”

            แม่งยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าวะ !

            ผมเก็บโทรศัพท์ของตัวเองเข้ากระเป๋า เพราะไม่ว่าจะทำยังไง ผลออกมามันก็ไม่ได้ต่างจากเดิมซักนิด เลยได้แต่เดินตรงดิ่งไปที่รถของตัวเอง ยังไงตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว และก็ได้เวลาที่ผมจะบุกไปหามันจริงๆ ซักที ในขณะที่อารมณ์ขุ่นมัวของผมยังทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนัก รถของผมก็ขับมาจอดอยู่บริเวณหน้าหอ ผมจึงรีบลงจากรถแล้วตรงดิ่งขึ้นไปที่ห้อง ก่อนจะเข้าทุบประตูที่ปิดสนิทนั่นด้วยความอารมณ์เสีย

            ปั้งๆๆๆๆ

            ...

            ปั้งๆๆๆๆ

            ไอ้แทน เปิด !”

            ...

            ปั้งๆๆๆๆๆ

            เปิดดิวะ !”

            แกร๊ก !

            เสียงเปิดประตูทำให้ผมใจชื้นขึ้นมา ก่อนมันจะต้องอารมณ์เสียอีกครั้ง เมื่อประตูที่เปิดมานั้นมันดันเป็นจากห้องข้างๆ แทน ตามด้วยผู้ชายอ้วนท้วม ใส่แว่นเดินออกมาจากห้องนั้น ซึ่งเจ้าตัวมองผมก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

            แทนไม่อยู่หรอก

            “วะ...ว่าไงนะ !”

            “แทนไม่อยู่...

            “มันไปไหน !” ผมตรงดิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของไอ้คนที่พูดออกมาด้วยความร้อนรน ก่อนจะตะคอกใส่อีกครั้ง ว่าไง มันหายไปไหน !”

            “ผะ...ผมไม่รู้

            “โธ่เว้ย !” ผมปล่อยมือออกจากคอเสื้อนั่น เมื่อคนตรงหน้าแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาอย่าชัดเจน หายไปไหนกันแน่วะ !”

            ดะ...เดี๋ยวก็คงกลับมา

            “เดี๋ยวแล้วมันเมื่อไหร่กัน !”

            นี่มันคงไม่ได้หนีผมไปจริงๆ ใช่มั้ย !

            ...

            ปั้ง !

            ผมเตะเข้าที่ประตูอย่างแรงอีกครั้งด้วยความอารมณ์เสีย แต่ก็ไม่ช่วยให้อารมณ์ของผมเย็นลงซักนิด มีแต่ความร้อนรนเท่านั้นที่ยังคงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ถ้าผมรู้ว่ามันจะหายไปแบบนี้ ผมจะไม่รอให้มันผ่านมาหลายวันขนาดนี้หรอก ผมควรจะมาหามันตั้งแต่แรกแล้ว

            จริงๆ ผมไม่ควรทิ้งให้มันอยู่คนเดียวตั้งแต่แรกมากกว่า

            ผมถอนหายใจออกมา เพราะไม่รู้จะทำยังไง ก่อนจะฟรุบหัวลงเข้ากับประตูบานที่คุ้นตานั่น ปากก็พรึมพรำออกมาเบาๆ พลางหยิบโทรศัพท์กดหาเบอร์ที่รู้ว่าโทรไปยังไงก็ไม่มีทางรับนั่นอีกครั้ง มึงหายไปไหนกันแน่วะ...

            ...

            ...

            ...

            โวยวายอะไรกัน...

            ยังไม่ทันที่จะกดโทร เสียงทุ้มๆ นั่นก็ทำให้ผมละความสนใจจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันไปมองร่างสีเข้มที่ตอนนี้สวมเพียงชุดลำลองธรรมดา ในมือก็มีถุงเซเว่นขนาดไม่เล็กมากอยู่ ก่อนที่มันจะมองผมกับร่างอ้วนข้างๆ ด้วยความสงสัย แต่แค่เห็นเพียงแค่นั้น ก็ทำให้ร่างกายของผมตรงดิ่งเข้าหามันโดยอัตโนมัติ จนเจ้าตัวแสดงสีหน้าตกใจออกมาเมื่อผมสวมกอดเข้ากับร่างนั่นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มึงหาย...

            “ห๊ะ ?

            “มึงหายไปไหนมา !?

            สิ้นคำถามของผมไอ้แทนมันก็เงียบ ผมจึงกอดมันให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปไหนอีก ไอ้แทนมันจึงขยับเล็กน้อย พลางส่งเสียงในลำคอราวกับแสดงออกว่ากำลังอึดอัด ก่อนจะยอมตอบออกมา กูไปเซเว่น

            “...

            “ปล่อยได้แล้ว อึดอัด !”

            มันออกแรงดันร่างของผมออก พลางทำหน้าตาหงุดหงิดสไตล์มันออกมา ผมจึงยอมถอยออกมาง่ายๆ ก่อนที่ไอ้แทนมันจะเดินตรงไปที่ห้องตัวเอง แล้วเหลือบมองเจ้าของห้องข้างๆ เล็กน้อย แล้วปากนั่นก็หาเรื่องทันที มองเหี้ยไร เข้าห้องตัวเองไปดิ !”

            “คะ...ครับ !”

            หาเรื่องเสร็จก็จัดการไขห้องแล้วเปิดประตูโดยไม่แลร่างนั้นแม้แต่นิดเดียว ซึ่งผมก็ได้แต่ยืนมองนิสัยพาลๆ ของมัน ซึ่งไม่รู้ว่าไอ้นิสัยแบบนั้นมันดูมีเสน่ห์ตั้งแต่เมื่อไหร่

            จะเข้ามามั้ย ?ประโยคนี้เจ้าตัวหันมาถามผมโดยเปิดประตูค้างไว้ ผมจึงรีบเดินตามคำชักชวนที่นานๆ จะเกิดขึ้นนั่นแบบไม่มีปากเสียงใดๆ และทันทีที่ประตูปิดลง ผมก็เข้าสวมกอดร่างนั่นอีกครั้ง และดูเหมือนคราวนี้ไอ้แทนจะไม่ได้โวยวายหรือขัดขืน ผมจึงถามขึ้นอีกครั้งด้วยประโยคเดิมๆ

            มึงหายไปไหนมา

            “กูก็บอกอยู่ว่าไปเซเว่น ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ?

            “แล้วทำไมไม่ไป ม.

            “...คำถามนี้ของผม ทำเอามันเงียบไปซักพัก แต่ก็ยอมตอบออกมา ป่วย

            “หึ...ผมเค้นเสียงกับคำตอบนั่น ก่อนจะมองบริเวณลำคอ ที่ตอนแรกเต็มไปด้วยรอยปื้นแดงๆ แทบไม่เว้นว่าง เหมือนจะจางลงแล้วนี่...

            “...

            “กูว่ามึงมีรอยจะดูดีกว่านะ J

            “หยุดเลย !” ในที่สุดร่างที่นิ่งๆ ของมันก็ดิ้นสุดแรงพาตัวเองหลุดออกจากการจับกุมของผม พลางหันมามองหน้าอย่างเอาเรื่อง แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง กูไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว มากอดกูแบบนี้ไม่รังเกียจหรือไง !?

            “พูดจริงหรือพูดเล่น ?

            “จริง !” มันยืนยันเสียงหนักแน่น ก่อนจะค่อยๆ แกะผมตัวเองที่ติดกันเป็นก้อนให้ดูราวกับเป็นหลักฐานในคำพูดนั้น ผมจึงมองมันด้วยสายตาที่บ่งบอกไม่ถูกทันที ก่อนจะเพิ่งสังเกตว่าภายในห้องของมันตอนนี้ ก็ไม่ต่างจากแหล่งรวมขยะดีๆ นี่เอง

            สกปกได้อีก

            “ทนไม่ได้ก็ออกไป !”

            “แค่บอกว่าสกปก ไม่ได้บอกว่าทนไม่ได้นิผมยักไหล่ ก่อนจะเดินผ่านมันไปนั่งบนเตียงอย่างถือวิสาสะ เพราะดูยังไงตรงนี้ก็เป็นที่ที่น่านั่งที่สุดเมื่อวัดจากพื้นที่ทั้งหมดในห้องนี่แล้ว ไล่กูจัง...

            “...

            “ถ้ากูไปจริงๆ อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”   คำพูดทีเล่นทีจริงของผม ที่ตั้งใจจะกวนประสาทมัน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อคนฟังอยู่ๆ ก็เงียบไป ทั้งๆ ที่ผมคิดว่ามันจะต้องโวยวายสวนกลับมาทันที แต่ดันมีเพียงสีหน้าที่ไม่พอใจเท่านั้น ที่แสดงออกมา หืม ?

            แปลก...

            “อยากทำอะไรก็ทำ กูไปอาบน้ำแล้ว !”

            “นี่เน่าจริงๆ ?

            มันไม่ตอบได้แต่จิ๊ปากกลับมา ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง ผมก็รีบลุกขึ้นแล้วจับประตูนั่นไว้ คนที่กำลังจะเข้าไปอาบน้ำ จึงมองกลับมาด้วยสายตาหาเรื่อง อะไรอีก

            มึงจะไม่หนีไปไหนใช่มั้ย ?

            “ถ้ากูมุดท่อหนีมึงได้ กูทำไปแล้ว !”

            “พูดแบบนี้ต้องการให้กูเข้าไปเฝ้ามึงอาบน้ำ ?

            “อย่ามาปัญญาอ่อน !” มันว่าก่อนจะพยายามดึงประตูห้องน้ำให้ปิดลง แต่ผมก็ยังคงจับไว้แน่น ปล่อยดิวะ กูจะอาบน้ำ !”

            อย่าคิดหนีกู

            “ไอ้เรื่องคิดมันก็ต้องคิดอยู่ตลอดไม่ใช่หรือไง ?

            “ไอ้เหี้ยมืด

            “เออ รู้แล้วน่า น่ารำคาญจริง !” มันดันแขนของผมที่จับประตูอยู่ให้ถอย ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง มารบกวนกูแล้วก็เก็บห้องให้กูด้วย

            “จำเป็น ?

            “จำเป็นดิ !” มันว่าก่อนจะมองผมนิ่งๆ โดยที่ยังไม่ยอมปิดประตูห้องน้ำ ก่อนที่สายตานั่นจะหลบลงต่ำ แล้วพูดออกมาอีกครั้งเสียงเบาราวกับกระซิบ ตอนนี้กูหายแล้ว...

            “อาหะ...

            ของอร่อย...

            “...?ผมงงกับคำพูดของมัน บวกกับไอ้ท่าทีหลบหน้าหลบตานั่น เมื่อเห็นว่าผมเงียบ เจ้าตัวเลยเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยสีหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่น

            “สุกี้น่ะ ซื้อเลี้ยงกูอีกรอบด้วย !”

            “หะ...

            ปั้ง !

            ว่าจบก็ปิดประตูห้องน้ำ เหลือแต่ผมที่ยังคงยืนงงอยู่ ก่อนจะเข้าใจทันทีที่หันไปเห็นถุงที่ตัวเองเคยหิ้วขึ้นมาเมื่อหลายวันก่อน ที่ตอนนี้มันยังคงวางอยู่มุมห้อง แถมยังส่งกลิ่นเหม็นอีกต่างหาก ถึงจะดูสกปก แต่ก็เรียกรอยยิ้มของผมออกมาได้เล็กน้อย หึ...

            ถ้ายอมปล่อยให้หนีไปง่ายๆ ก็บ้าแล้ว J

 

 

http://image.dek-d.com/25/2997026/

- แทน

จะมาดีกับกูทำไมอีกวะ กูอยากเกลียดมึงจะแย่อยู่แล้ว...

 

 

Thank You !

*** ขออนุญาต ปอลิง. ตรงนี้นิดนึงเนอะ หลายคนอ่านในโทรศัพท์ สงสัยว่า J กับ L คืออะไร จริงๆ แล้วตอนอ่านในคอมฯ J มันคือ :) = หน้ายิ้ม ส่วน L คือ :( = หน้าบึ้ง ค่ะ ^_____^

ขอบคุณที่อ่านนิยายของสาววายผู้ลึกลับ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}