สาววายผู้ลึกลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 10 หน้าด้าน หน้าทน หน้าปูนซีเมนต์... [100%]

ชื่อตอน : Chapter 10 หน้าด้าน หน้าทน หน้าปูนซีเมนต์... [100%]

คำค้น : ธาม , แทน , วิศวะขาโหด VS เกษตรฯ ตัวร้าย ♥

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 98.4k

ความคิดเห็น : 121

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2559 11:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 10 หน้าด้าน หน้าทน หน้าปูนซีเมนต์... [100%]
แบบอักษร

Chapter 10

หน้าด้าน หน้าทน หน้าปูนซีเมนต์...

 

 

            “ไข้ขึ้นสูง...

            “...

            “แล้วก็เป็นไมเกรน

            “...

            “หึ อ่อน

            “หุบปากแล้วกลับไปซะผมพูดขึ้นพลางหันหน้าหนีร่างสูงที่กำลังถือกะละมังที่ใส่น้ำกับผ้าขนหนูอยู่

            ลุกขึ้นมาเช็ดตัว กินข้าวกินยาแล้วค่อยนอน

            “หน้าด้าน

            “...

            “คนบ้าอะไรไม่รู้ ไล่ก็ไม่ไป

            “...

            “ต้องให้กูทำยังไงห๊ะ มึงถึงจะเดินออกไปจากชีวิตกูดีๆ

            “อยากจะพูด หรือจะทำอะไรก็แล้วแต่

            “...

            “ก็กูมันหน้าด้านอยู่แล้วนิ

            “เหอะ !”

            ผมเบี่ยงหน้าหลบไอ้ใบหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เตียง พลางกอดหมอนข้างไว้แน่น เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับไอ้ธามดี ไล่ก็แล้ว ขอร้องก็แล้ว มันก็ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผมไม่ไปไหน ง่ายๆ ว่ามันแถบไม่ห่างตัวเลยทีเดียว

            ปวดหัวชะมัด...

            ถ้าอยากเลิกนักก็รอกูเบื่อแล้วกัน

            “เห็นแก่ตัว

            “หึ...มันเค้นเสียงตามฉบับตัวเองเหมือนเดิม ก่อนที่ผมจะรู้สึกถึงแรงยุบบนที่นอน ทำให้ผมรีบพาร่างที่อ่อนแรงของตัวเองลุกขึ้นแล้วหันไปเตรียมด่าไอ้คนที่ขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างถือวิสาสะทันที แต่ยังไม่ทันที่จะหันไปก็โดนร่างหนาสวมกอดจากด้านหลังซะก่อน กูจะบอกอะไรดีๆ ให้...

            “...

            “ถ้าสิ่งที่ต้องการมันไม่สำคัญจริงๆ คนเราก็ไม่อยากเห็นแก่ตัวหรอก

            “...

            “เข้าใจสิ่งที่กูพูดมั้ย ?

            “เหอะ จะบอกว่ากูสำคัญงั้นสิ ?

            “เพิ่งรู้ตัวหรือไง

            “...คำตอบของไอ้ธามทำเอาผมถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่พยายามแงะมือคนตรงหน้าออกก็หยุดไปเสียดื้อๆ ก่อนที่ผมจะค่อยๆ เรียกสติกับมา แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง สะ...สำคัญแค่ตอนมึงเงี่ยนสิไม่ว่า

            “นั่นสินะ...

            “...

            “ก็ดันถูกใจมึงตอนกูเงี่ยนนี่เนอะ J

            ผมแกะมือไอ้ธามออกจากเอวตัวเองทันที แล้วลุกขึ้นมองหน้ามันด้วยความโกรธกับคำพูดนั่น ถ้าเงี่ยนมากนักก็เชิญไปเอาคนอื่นเถอะ มึงมันใครก็ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง !”

            เสียงดังมากไป ระวังห้องข้างๆ จะได้ยินเอานะ J

            “ไอ้...!” ผมง้างปากเตรียมด่ามันเต็มที่ แต่ก็ต้องหุบลงเมื่อคิดถึงคำพูดของมัน ซึ่งมันก็จริง เพราะหอผมมันแคบ ห้องก็ติดกันแค่มีผนังบางๆ มากั้น เพราะฉะนั้นเรื่องเสียงแค่คุยธรรมดาก็ได้ยินแบบหูถึงหูโดยที่ไม่ต้องไปเสือกเรื่องของเขาก็รู้ได้ทันทีเลยทีเดียว บ้าเอ๊ย !”

            “น้อยใจก็บอกมาตรงๆ ก็ได้มั้ง ~

            “คะ...ใครมันจะไปน้อยใจกัน !” ผมเถียงออกมาแบบค้างๆ คูๆ เพราะเริ่มไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องไม่พอใจกับคำพูดนั้นของไอ้ธามด้วย ทั้งๆ ที่ผมและมันก็ต่างรู้ตัวกันทั้งคู่ว่าอะไรเป็นอะไร เฮ้ย !”

            ผมร้องออกมาเมื่อไอ้ธามมันดึงผมให้นั่งลงกับเตียงเหมือนเดิม จะคิดมากทำไม บอกว่าสำคัญ ไม่ว่าจะในรูปแบบไหนมันก็คือสำคัญนั่นล่ะ

            “เหมือนเหี้ยอะไร ไม่เหมือนซักนิด !”

            “นั่นไง น้อยใจจริงด้วย

            “อย่ามาตลก !”  

            “หึ J

            ไอ้บ้าเอ๊ย !

            “ปล่อย

            “เช็ดตัวได้แล้วมึงอ่ะ จะได้กินข้าวกินยาต่อ...มันว่าพลางขยับมาที่ริมเตียง พลางก้มหยิบกะละมังที่เจ้าตัววางทิ้งไว้กับพื้นขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็ยังคงคล้องเอวผมไว้เหมือนเดิมไม่ยอมปล่อย

            “งี่เง่าผมพูดขึ้นมาลอยๆ ก่อนจะดันมือนั่นออก แล้ว ล้มตัวลงนอนทันทีโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ ซึ่งไอ้ธามเองมันก็ถอนหายใจออกมา ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของผมเลยทีเดียวที่ได้ยินเสียงถอนหายใจที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยใจสุดๆ จากร่างข้างๆ กลับไปได้แล้วไป

            “มึงนี่จะเลิกดื้อด้านซักวันได้มั้ยห๊ะ !”

            “หนวกหู !”

            “ไอ้เหี้ยมืด !”

            “รำคาญ...!”

            พรึ่บ !

            “ปากดีงี้ แสดงว่าหายแล้วจริงๆ สินะ...ไอ้ธามมันว่าหลังจากที่ตัวเองดึงผมให้นอนหงาย แล้วร่างหนักๆ นั่นก็ขึ้นนั่งทับร่างผมทันที โดยที่มือนึงจับข้อแขนผมไว้แน่น ส่วนอีกข้างก็ถือกะลังมังนั่นไว้โดยที่อยู่ตรงกับหัวผมเป๊ะๆ กูชักเริ่มเงี่ยนอีกแล้วสิ J

            “ลุกออกไป...

            “ถอดเสื้อ !”

            “ไอ้ธาม !”

            “ถ้าไม่ถอดกูจะเอากะละมังทุ่มใส่หัวมึงเดี๋ยวนี้แหละ !”

            “ชิส์ !” ผมจิ๊ปากออกมา เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ ก่อนจะดึงมืออกจากการะจับกุมของมัน แล้วจัดการถอดเสื้อยืดของตัวเองออก ถึงจะลำบากอยู่บ้างเพราะอยู่ในท่านอน แต่ไม่นานนัก เสื้อยืดตัวบางก็หลุดออกจากตัว ลุกออกไปได้แล้ว...

            “...

            “...หนัก

            “หึ...ไอ้ธามมันเค้นเสียง ก่อนจะยอมย้ายตัวเองลงจากตัวผมมานั่งอยู่ข้างๆ แทน

            ปวดหัว...

            “ก็ถึงบอกให้รีบเช็ดตัวแล้วกินข้าวกินยาไง

            “อื้ม

            “ถ้าพูดง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียเวลาหรอกมันว่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ หลังจากที่ผมยอมเงียบแบบไม่มีปากเสียงกับมัน พลางจ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังเช็ดตัวให้ผมอย่างตั้งใจ ก่อนที่มันจะมองผมกลับมาเช่นกัน มองทำไม ?

            “แค่คิดว่าทำไมมึงต้องตามรังควานกูด้วย แค้นเหรอ ?

            “แค้นเรื่อง ?

            “ก็ที่กูคิดจะเล่นขี้โกงกับมึงตอนนั้น...

            “ปัญญาอ่อน...

            “กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นยาปลุกเซ็กส์ เพราะกูตั้งใจจะให้แค่มึงหลับ แล้วก็แพ้

            “...

            “เหอะ แต่กรรมก็ตามทันเร็วดีผมเค้นเสียง พลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก็รู้อยู่หรอกว่าตอนนั้นไม่ใช่ความผิดมึง ที่เงี่ยนแล้วหลงมาเอากูแบบนี้

            “คนป่วยนี่แม่งเพ้อเจ้อทุกคนเลยเปล่าวะ

            “ไม่ได้เพ้อ...!”

            “แต่ก็ดี นานๆ ทีมึงจะเลิกงี่เง่าแล้วพูดออกมาตรงๆ

            “ใครงี่เง่ากันวะผมบ่นออกมา ก่อนจะรีบพลิกตัวหนีร่างนั่น หลังจากที่มันเช็ดตัวให้เสร็จ แล้วก็ได้แต่นอนเงียบอยู่แบบนั้น จนกระทั่งไอ้ธามมันหยิบข้าวกล่องที่เจ้าตัวลงไปซื้อจากเซเว่นมาให้ มากินข้าวเร็วๆ

            “...ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแต่โดยง่าย

            เงียบแบบนี้ รู้สึกผิดหรือไง ?

            “เปล่า แค่รู้สึกพลาด

            หึ...งั้นมึงก็รู้สึกพลาดแบบนี้ต่อไปนั่นแหละ คิดซะว่าที่กูมาตามรังควานมึงแบบนี้ ก็เพราะตัวมึงเองทั้งนั้น

            “เออ...ผมว่าแบบไม่มีอะไรจะเถียง พลางตักข้าวผัดปูจืดๆ นี่เข้าปาก จากที่ว่ามันไม่มีรสชาติอยู่แล้ว เจอลิ้นคนป่วยเข้าไปนี่ยิ่งห่วยแตก ไม่อร่อย

            “อยากแดกของอร่อย ก็รีบๆ หายซะสิ

            “เพราะใครล่ะ

            “เออ กูผิดเองล่ะ”           

            “...

            ผมเงียบไปเพราะรู้สึกพึงพอใจกับประโยคเมื่อซักครู่ของไอ้ธามอย่างบอกไม่ถูก เพราะเกือบจะเป็นครั้งแรกที่มันเป็นฝ่ายยอมผม ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวในถ้วยพลาสติกนี่จนหมด ทั้งๆ ที่ปากก็บ่นว่าไม่อร่อย โดยลืมไปว่าสายตาของคนตรงหน้ายังคงจ้องผมอยู่ทุกการกระทำ ก่อนที่เสียงของไอ้ธามจะดังขึ้น ซึ่งเหมือนจะเป็นการพรึมพรำ แต่มันก็ทำให้ผมได้ยินอย่างชัดเจน

            ก็มึงไม่ได้ขอให้กูไปหลงมึงซักหน่อยนี่เนอะ...

            .

            .

            .

            ...

            ห๊ะ...

            “กินข้าวเสร็จก็รีบกินยาดิ จะนั่งอึนทำไมวะ ป่วยนะไม่ได้เป็นง่อย จะให้กูประเคนให้ทุกอย่างเลยงั้ย !”

            “อะ...เออ

            ผมขานรับแบบงงๆ กับอารมณ์ที่แปรปรวนของไอ้ธาม ก่อนจะทำท่าเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำ กับยาที่วางไว้อยู่บนโต๊ะข้างเตียง แต่ยังไม่ทันจะเอื้อมถึง ไอ้ธามมันก็เอื้อมไปหยิบมาให้ซะก่อน ผมจึงได้แต่รับมาจากมันต่อ

            ปากด่ากู แต่ก็ทำให้เนี่ยนะ

            นอนพักไป เดี๋ยวกูกลับแล้ว

            “อืมผมตอบแค่นั้น ก่อนที่คนตรงหน้าจะเอื้อมมือมาคว้าแก้วน้ำในมือตัวเองไป ผมจึงได้แต่มองการกระทำนั้น แล้วล้มตัวนอนลงเหมือนเดิม ขอบใจ...

            “ตอนเย็นกูจะมาใหม่

            “มาทำไม ?

            “เอาข้าวมาให้

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูให้เพื่อนซื้อมาให้ก็ได้...ผมพูดเสียงเบา พลางซุกหน้าลงกับหมอน รู้สึกเหมือนตาจะหลับลงทุกทีหลังจากที่กินยาเข้าไป

            ไอ้แทน

            “ว่า ?

            “กูไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆ หรอกนะ

            “หน้าด้าน

            “หึ...บอกแล้วว่าอยากพูดอะไรก็พูดไปไอ้ธามมันพูดเสียงเรียบ ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบอะไร มันจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วตอนเย็นรอกูด้วยล่ะ

            จบประโยคนั้น ประตูก็ปิดลงทันที ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าตัวได้ออกไปแล้วโดยไม่รอให้ผมได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร ตอนนี้เลยมีเพียงผมเท่านั้นที่กำลังนอนคิดกับประโยคของไอ้ธามก่อนหน้านี้

            กูไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆ หรอกนะ

            ...

            ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วมั้ง...

 

 

 

 

 

            20.40 น.

            กลับหอยังวะ ?

            {กำลังเดิน...} เสียงของไอ้ทิมจากปลายสายพร้อมกับเสียงกุกกัก บ่งบอกว่ามันกำลังเดินอยู่จริงๆ {ทำไมอ่ะ ?}

            “ถ้าผ่านเซเว่น ซื้อข้าวผัดปูมาให้มั้งดิ เดี๋ยวลงไปรอเอาตรงหน้าหอ

            {อืม ได้ดิ เดี๋ยวอีกประมาณสิบนาทีค่อยลงมาแล้วกัน}

            “เคๆ

            ผมตัดสายทิ้ง พลางนอนรอกะเวลาให้ครบสิบนาที เหตุผลที่ผมฝากไอ้ทิมเพราะหอของผมเป็นทางผ่านของมันตอนกลับจากทำงานพอดี และหอของมันก็อยู่ถัดจากผมไปไม่ห่างนัก ซึ่งโชคดีที่วันเสาร์อาทิตย์เวลากลับบ้านของมันเป็นเวลานี้พอดี เลยค่อนข้างจะเข้าทางผมพอสมควร

            และถ้าถามว่าไอ้คนที่บอกให้ผมรอมันหายไปไหน อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นมันบอกว่าจะมาเย็นๆ นี่จนมืดละ แม่งก็ยังไม่มา

            เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะไลน์ไปหามัน

 

            Tan: ไม่ต้องมาแล้ว กูกินข้าวแล้ว

 

            ...

            ให้รอพ่องมึงดิ ป่านนี้ยังไม่มา !” ผมพูดออกมาใส่โทรศัพท์ตัวเองด้วยความหมั่นไส้ เพียงเพราะแค่เห็นรูปโปรไฟล์เล็กๆ ของมันเท่านั้น

            ผมจิ๊ปากออกมาด้วยความอารมณ์เสีย ก่อนจะเห็นว่าเวลามันผ่านมาสิบนาทีกว่าๆ แล้ว เลยทิ้งโทรศัพท์ไว้แบบนั้น และรีบเดินไปที่ประตูห้องทันทีเพื่อออกไปรอไอ้ทิมข้างล่าง แต่แค่เปิดประตูออกมา ก็ต้องแปลกใจเมื่อไอ้ทิมมันมาอยู่ที่หน้าห้องแล้ว อ้าว...

            “ไม่เห็นข้างล่าง เลยเอาขึ้นมาให้มันว่าพลางยื่นถุงเซเว่นมาให้

            “อ่า โทษทีว่ะ รู้สึกไม่ค่อยดีน่ะผมพูดแก้ตัวเสียงเบาพลางหัวเราะ พลางเอื้อมมือไปรับถุงนั่นมาอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะไม่รู้จะทำไง ใช้ให้มันซื้อแล้วยังอุตส่าห์เอาขึ้นมาให้อีก จะให้บอกเสียเวลากับการด่าไอ้ธามอยู่ก็ยังไงๆ

            ไม่สบาย ?

            “นิดหน่อยผมพูด ก่อนที่คนตรงหน้าจะเอื้อมมือมาจับต้นคอผมไว้ ส่วนอีกข้างก็เอื้อมมาอังหน้าผากผมเบาๆ จริงๆ กูไม่ได้เป็นอะไรมาก

            “ตัวร้อนอยู่เลยมันว่าก่อนจะสลับหน้ามือที หลังมือทีอยู่แบบนั้น จนผมเริ่มมองมันแบบรำคาญ ให้กูอยู่เป็นเพื่อนมั้ย ?

            “กูไม่เป็นไรหรอกน่าผมเบือนหน้าหนีจากมือไอ้ทิม ก่อนที่มือนั่นจะเลื่อนมาที่คอแทนทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง

            “หืม...คอ...

            “หะ...

            “ผู้หญิงคนไหนอีกล่ะ ร้อนแรงดีเนอะ

            “...

            หรือแฟน ?”

            “ฮะๆผมหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะดันมือนั่นออก และเตรียมจะไล่ไอ้ทิมเต็มที่ แต่ยังไม่ทันที่ออกปากไล่ สายตาของผมก็ไปสบกับร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก ที่ตอนนี้ กำลังยืนเดาะลิ้นทำหน้าไม่พอใจ ในมือก็ถือข้าวของพะรุงพะรังไปหมดอะ...

            ไอ้ธาม !

            และริมฝีปากของคนข้างหลังก็ค่อยๆ ขยับเบาๆ แต่ก็ออกมาเป็นประโยคที่เรียบเฉยแต่ชัดเจน ทำเอาผมและไอ้ทิมตกใจไปตามๆ กัน

            ไม่บอกไปละ ว่าทำกับ ผัว’ ”

            ...!

 

http://image.dek-d.com/25/2997026/

- ธาม

ถ้าสิ่งที่ต้องการมันไม่สำคัญจริงๆ คนเราก็ไม่อยากเห็นแก่ตัวหรอก

.......................................

 

สาววายผู้ลึกลับ Talk Talk

หลายคนอาจจะตกใจจากตอนที่แล้ว หลังจากที่แทนไล่ธาม จนลืมไปว่าพระเอกของเรื่องนี้นั้น นอกจากจะเห็นแก่ตัวยัง หน้าด้าน หน้าทน และหน้าปูนซีเมนต์ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 55555+ เค้าไม่รู้แต่งออกมจะสนุกหรือเปล่า แต่พยายามสื่อความแมนให้มากที่สุด เพราะต้นเรื่องเลยนายเอกหรือพระเอกของเรื่องก็ไม่ได้รักผู้ชายตั้งแต่แรก พอแต่งออกมารักกันง่ายๆ มันเลยกลัวแปลกๆ เอาเป็นว่า ทุกอย่างเป็นสไตล์ไรท์เนอะ เดะซักพักก็รักกันล่ะ เชื่อได้เลย (หรือเปล่า 5555+)

ปล.ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ขอบคุณที่อ่านนิยายของสาววายผู้ลึกลับ ^____^ 

ติดตามข่าวสาร อัพเดทนิยาย และให้กำลังใจได้ที่เพจ สาววายผู้ลึกลับ

 

 

Thank You !

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}