สาววายผู้ลึกลับ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 12 ความรู้สึก ‘พิเศษ’ [100%]

ชื่อตอน : ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 12 ความรู้สึก ‘พิเศษ’ [100%]

คำค้น : นรินทร์ , เฮียหนึ่ง , เฮียครับ เป็นเมียผมเถอะนะ !

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.1k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2560 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 12 ความรู้สึก ‘พิเศษ’ [100%]
แบบอักษร

ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 12

ความรู้สึก พิเศษ

 

 

 

            “ไปเที่ยวกันมั้ย ?

            “หะ...เห ~

            “ว่าไง ?

            “ฮะ...เฮียถามผมเหรอ ?

            “...

            “...

            “ช่างมันเถอะ กูถามพวกเห็บไรที่อยู่ตามผ้าน่ะ...

            “เฮียหนึ่งงงง ~ไอ้นรินทร์ที่ตอนแรกกำลังนั่งดูทีวีอยู่ รีบลุกขึ้นมากอดผมทันทีที่ตัวเองกำลังจะหันหลังเดินหนีจากเจ้าเด็กบ้าตรงหน้าไปสิ ไปๆ

            ปล่อยเลย ไอ้เด็กนี่ !” ผมพยายามแงะมือที่เป็นปลิงของมันออกจากตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อมือทั้งสองข้างสวมกอดผมไว้แน่น ก่อนที่เจ้าตัวจะจับผมให้หันหน้าเข้าหาตัวเอง อะ...ไอ้นรินทร์...!”

            หืม...เสียงตอบกลับนั่นดังขึ้นเพียงแผ่วเบา จมูกโด่งๆ ของไอ้นรินทร์ถูไถเข้ามาที่ซอกคอ ก่อนที่ผมจะต้องขนลุกเมื่อลิ้นร้อนเริ่มทำหน้าที่ โดยการลากจากบริเวณลำคอจนกระทั่งถึงไหปลาร้า มือของไอ้เด็กตรงหน้าเริ่มอยู่ไม่สุก เมื่อมันเลื้อยเข้าไปในกางเกงผ้ายืดของผม พลางบีบเข้าที่แก้มก้นเบาๆ ด้วยความตกใจเลยออกแรงดันร่างตรงหน้าจนเจ้าตัวถอยหลังลงไปนั่งอยู่บนโซฟาเหมือนเดิม ซึ่งผมเองก็ไม่ต่างกันนัก มือหนายังคงกอดรัดไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงอยู่ในกางเกง ผมจึงรีบดันตัวเองขึ้น แต่ก็ไม่หลุดพ้นจากมือคนตรงหน้าอยู่ดี เลยต้องชันเข่าขึ้นบนโซฟาหนึ่งข้างเพื่อเป็นการทรงตัว แต่มันกลับตรงกับเป้าตุงๆ ของไอ้เด็กลามกนี่พอดี

            คะ...คิดจะทำอะไรห๊ะ ?ผมพูดเสียงสั่น เมื่อรู้สึกได้ว่าท่านี้เริ่มจะเป็นใจซะยิ่งกว่าเดิม มือก็ดันที่หัวไหล่ร่างหนาไว้ ก่อนที่สายตาคมกริบของไอ้นรินทร์จะสบตาเข้าจังๆ

            ทำไงได้ล่ะ แค่ผมเห็นเฮีย ก็มีอารมณ์ซะแล้ว...

            “นะ...นั่นมันผิดปกติชัดๆผมพูดขึ้นด้วยความประหม่า พลางเบือนหน้าหนีสายตานั่น ยอมรับครับว่าหวั่นไหวขั้นรุนแรง และถ้าเดาไม่ผิด มันกำลังจะอ้อนทำเรื่องอย่างว่าแน่นอน ปล่อยได้แล้ว

            “เฮียหนึ่ง...

            “หะ...ห้ามเรียกชื่อนะ !”

            “เฮีย...

            “ห้ามเรียกเฮียด้วย !”

            “...” << ส่งสายตาล้วนๆ

            อึก...!” ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อโดนสายตาแบบนั้นเข้าไป ก่อนที่ทั้งคู่จะต่างคนต่างเงียบและนิ่งไปทั้งอย่างนั้น มีเพียงแรงคลึงบริเวณก้นเท่านั้นที่ยังอยู่เหมือนเดิม ก่อนที่มือหนาจะย้ายเข้าไปใต้กางเกงใน นิ้วเรียวค่อยๆ แตะที่ทางเข้านั่นเบาๆ อื้อ ~

            “...!”

            ผมกัดปากตัวเองแน่น ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปหาคนตรงหน้าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าเริ่มทรงตัวไม่อยู่ พลางสังเกตได้ว่าหน้าไอ้นรินทร์ขึ้นสีแดงแปร๊ด มือของคนตรงหน้าก็หยุดชะงักไปซะดื้อๆ ทำให้ผมแอบโล่งอกนิดหน่อย ซึ่งใบหน้าของผมห่างออกจากมันเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะนึกสนุกกับไอ้ปฏิกิริยานั่น

            ...

            นรินทร์...

            “อะ...

            “จูบหน่อย...

            ว่าจบก็อ้าปากออกเล็กน้อยแล้วแลบลิ้นออกมา...

            ...!

            ไอ้นรินทร์มันทำหน้าตาตื่น ก่อนจะยอมเอามือออกมาจากกางเกงแล้วเปลี่ยนเป็นจับหัวของผมแทน ก่อนที่ริมฝีปากของคนตรงหน้าจะฉกเข้ามาที่ลิ้นของผมอย่างรวดเร็ว อื้อ...!”

            ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเปล่าที่มันยอมเอามือออกจากกางเกงของผมแล้วมาล็อกเข้าที่ใบหน้าแทน ริมฝีปากนั่นดูดที่ลิ้นของผมแรงๆ ราวกับกำลังดึงมันให้หลุดออกจากปากของผมยังไงยังงั้น ตัวเองเลยรู้สึกว่าคิดผิดมากที่เล่นอะไรแบบนี้ ก่อนที่ผมจะเกาะไหล่ไอ้นรินทร์ไว้แน่นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโดนรุกอย่างหนัก ส่วนไอ้เด็กตรงหน้าเองก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ยังคงเอื้อมมือมาคล้องเอวของผมแล้วดึงลงให้ร่างกายแนบชิดกันยิ่งกว่าเดิม จนผมเริ่มหายใจไม่ออกเลยทุบหน้าอกมันแรงๆ อยู่หลายที

            ปึ๊กๆๆ

            อื้อ...!”

            “...

            “อ๊อย !”

            “...

            “อื้อออออ !”

            ปั๊ก !

            ในที่สุดผมก็หมดความอดทน เลยจับหัวของคนตรงหน้าไว้แน่นแล้วกระแทกหน้าผากของตัวเองลงบนหน้าผากนั่นอย่างแรงจนปวดไปหมด แต่มันก็เป็นวิธีที่ทำให้ไอ้นรินทร์ยอมถอยร่างออกไปจนได้ ก่อนที่ผมจะรีบลุกออกจากร่างนั่นทันทีที่มันเผลอปล่อย เจ้าตัวเลยได้แต่กุมหน้าผากตัวเองแน่นด้วยความเจ็บปวด

            จะ...เจ็บ

            “แฮ่ก...ก็บอกว่าให้ปล่อย มันหายใจไม่ออก !”

            เฮียอ่ะ ชอบใช้ความรุนแรง...

            “ช่วยไม่ได้นิ กูก็เจ็บเหมือนกันแหละ !” ผมบ่นอุบก่อนจะลูบหน้าผากของตัวเองเช่นกัน ไอ้นรินทร์มันจึงเงยหน้าขึ้นมามอง ทำให้เห็นว่าหน้าผากนั่นขึ้นสีแดงเป็นปื้นอย่างเห็นได้ชัด จนตัวเองเผลอคิดว่าดันทำอะไรที่รุนแรงเกินไปหรือเปล่า เจ็บมากมั้ย ?

            “ไม่เจ็บแล้ว เฮียนั่นแหละที่เจ็บ

            “ก็ไม่ได้เจ็บซักหน่อย...ผมพูดขึ้นเสียงเบา ไม่รู้เป็นอะไรอยู่ๆ ก็เขินกับสถานการณ์นี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่มันไม่ได้มีอะไรเลย ก่อนที่ทั้งผมและมันจะต่างเงียบไปทั้งคู่ ผมจึงพูดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อทำลายความเงียบ ดะ...เดี๋ยวเอาผ้าเย็นมาให้ !”

            “อะ...อื้อ !”

            ผมเดินเข้ามาในครัว แล้วเปิดตู้เย็นหยิบผ้าเย็นที่มีไว้ออกมาสองผืน ก่อนจะเดินกลับออกมาหาไอ้นรินทร์ ซึ่งเจ้าตัวเองก็มองมาที่ร่างของผมไม่วางตา แม้แต่แค่การเดินก็ทำให้ผมรู้สึกประหม่าไม่น้อย ผมจึงยื่นผ้าเย็นไปให้มันเพื่อกลบเกลื่อน เอ้า

            เจ้าตัวเอื้อมมือมารับ ก่อนจะเอาไปแปะไว้ที่หน้าผากตัวเองอย่างรู้งาน ขอบคุณครับ...

            ผมล้มตัวลงนั่งข้างๆ ไอ้นรินทร์ แล้วแสร้งทำเป็นดูทีวีตามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางเอาผ้าเย็นประคบหน้าผากไปด้วย ก่อนที่ผมจะพูดขึ้นอีกครั้ง ทำให้ไอ้นรินทร์ที่กำลังตั้งใจดูทีวีหันมาหาทันที ว่าไง ไปเที่ยวกันมั้ย ?

            “อยากไป...มันพูดขึ้นทันที ก่อนจะหยุดชะงักไป แล้วเฮียไม่ต้องทำงานเหรอ ?

            “ก็เดี๋ยวเอาโน๊ตบุ๊คไปด้วย งานกูมันทำที่ไหนก็ได้ ดีซะอีกจะได้เปลี่ยนบรรยากาศ นั่งพิมพ์แต่ในห้องตัวเองน่าเบื่อจะตาย

            “อ๋อ...คนข้างๆ ทำหน้าคิดตามกับคำพูดของผม ก่อนที่เจ้าตัวจะถามขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเฮียอยากไปเที่ยวไหนล่ะ ?

            “มึงเลือกมาเลย

            “หะ...ให้ผมเลือก ?

            “อืม

            ผมนั่นมองหน้าไอ้นรินทร์ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังทำท่าคิดหนัก ก่อนที่มันจะเงียบไปซักพักใหญ่ ซึ่งใหญ่จริงๆ ผมก็เลยได้แต่นั่งรอว่าเจ้าตัวจะว่ายังไง

            ...

            ...

            ...

            และอยู่ๆ มันก็ตะโกนขึ้นมาหลังจากที่เงียบไป จนผมก็สะดุ้งตามไปด้วย เฮีย !”

            “หะ...หืม ว่าไง ?

            “คิดไม่ออก !”

            “...ผมมองมันด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก ซึ่งมันเองก็มองกลับมาเหมือนกัน ผมเลยได้แต่ถอนหายใจออกมา ท่าดีทีเหลวจริงๆ

            “เอ้า จริงๆ แล้วผมก็อยากไปกับเฮียทุกที่แหละ ไปที่ไหนก็มีความสุข ขนาดแค่อยู่ห้องเฉยๆ กับเฮีย ผมก็มีความสุขจะตายแล้ว นี่ถ้าไปเที่ยวด้วยกัน ความสุขต้องท่วมหัวผมตายแน่ๆ !”      

            ผมรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวกับคำพูดที่แสนจะจริงจังของคนตรงหน้า แต่ก็พยายามกลบเกลื่อนไว้ ระ...ไร้สาระ !”

            “ไม่ได้ไร้สาระซักหน่อย มันอยากไปหลายๆ ที่กับเฮียจนคิดไม่ออกเลย

            “...

            “เฮียไม่ใช่ผมเฮียไม่เข้าใจหรอก...

            “กูก็อยากไปกับมึงหลายๆ ที่เหมือนกันแหละน่า !” ผมพูดขึ้นก่อนจะผลักหัวนั่นเบาๆ ไอ้นรินทร์มันจึงหันมามองด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าดีใจสุดๆ ผมจึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยความประหม่า แต่ก่อนจะไปหลายๆ ที่ มันก็ต้องเริ่มจากที่แรกก่อนไม่ใช่หรือไง...

            “อะ...อื้อ !”

            “จะไปไหนดีนะ...ผมพูดขึ้นเสียงเบา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูลต่างๆ โดยพยายามให้ไกลจากกรุงเทพฯ ให้มากที่สุด ถ้าเหนือ ก็เหนือให้สุดๆ ถ้าจะลงใต้ก็ใต้ให้สุดๆ ไปเลย ก่อนที่ผมจะนึกได้ว่ามีที่ๆ หนึ่งที่น่าจะโอเคสำหรับผมกับไอ้นรินทร์ ไปเชียงรายกันมั้ย ?

            “หือ ?

            “ขึ้นไปหาปู่กับย่ามึงไง ใกล้เดือนธันวาแล้วด้วย อากาศน่าจะดีสุดๆ

            “เอ๊ะ...

            ผมไม่รอให้ไอ้นรินทร์ทักท้วงอะไร เลยจัดการโทรหาพี่นันท์ทันที เพื่อที่จะถามเรื่องกุญแจบ้านหลังเก่า ไม่นานนักเสียงจากปลายสายก็รับขึ้นด้วยน้ำเสียงวีนๆ {กลับคอนโดได้ไม่นานก็คิดถึงกูแล้วหรือไง ?}

            ไม่ได้คิดถึงซักนิด จะถามเรื่องกุญแจบ้านต่างหาก

            {กุญแจบ้านอะไร ?}

            “บ้านหลังเก่าที่เชียงรายอ่ะ ยังอยู่ตรงพี่ป้ะ หรือพ่อกับแม่เอาไปแล้ว ?

            {อยู่ตรงกูนี่แหละ แล้วจะเอาไปทำไม ?} เสียงจากปลายสายมีท่าทีสงสัยทันทีเมื่อผมถามหากุญแจบ้านที่ไม่ใช้มานาน เพราะมันเป็นบ้านหลังเก่าที่ผมกับพี่นันท์เคยอยู่ตอนเด็ก แต่ตอนนี้พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่อีกหลังที่สร้างขึ้นใหม่ แถมยังห่างออกจากบ้านเก่าพอสมควรด้วย

            ผมกับไอ้นรินทร์จะไปเที่ยวเชียงราย

            {แล้วทำไมไม่ไปพักที่บ้าน}

            “...

            {เออ กูว่ากูเข้าใจแล้ว} ผมที่เงียบไป ทำให้พี่นันท์พูดขึ้นอีกครั้งด้วยความเข้าใจความคิดผมทันที ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากอยู่กับพ่อกับแม่ แต่มันก็มีเหตุผลพอสมควรอ่านะ {งั้นก็ไปหาห้องพักอยู่ดิ แค่ไปเที่ยวไม่ใช่งั้ย}

            “ก็ว่าจะไปหลายวัน...

            {หลายวันของมึงนี่มันกี่วัน}

            “เดือนสองเดือน

            {นี่มึงคิดจะไปเที่ยวหรือจะย้ายไปอยู่เลยห๊ะ ไอ้หนึ่ง !!!} เสียงแว๊ดจากปลายสายทำให้ผมรีบดึงโทรศัพท์ออกจากหูตัวเองทันที ก่อนที่จะเห็นสีหน้าแปลกใจของคนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ เช่นกัน ผมจึงลุกขึ้นจากโซฟา พลางทำปากบอกมันว่า เดี๋ยวมา แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานทันที พลางแสร้งพูดไปด้วย

            ล้อเล่นน่า ล้อเล่น

            {มึงนี่ไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรหลานใช่มั้ย !?}

            ผมปิดประตูห้องทำงานก่อนจะล็อกให้เรียบร้อย พลางถอนหายใจออกมา แล้วกรอกเสียงใส่โทรศัพท์แบบเซ็งๆ ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะพี่นันท์ จะไปแกล้งอะไรมันได้อีกล่ะ

            {แล้วสรุปยังไง}

            “มันเริ่มมีของแปลกๆ ส่งมาที่คอนโดผมแล้ว...

            {ว่าไงนะ !}

            “แก่แล้วหูตึงหรือไงเนี่ย !”

            {ไอ้หนึ่ง เดี๋ยวมึงโดน !}

            “ก็ตามที่พี่ได้ยินนั่นแหละ

            {แล้วนรินทร์ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย ?} เสียงของพี่นันท์เบาลงอย่างชัดเจน คาดว่าคงกลัวพี่สาได้ยิน {ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?}

            “เมื่อวันก่อนหลังจากที่ผมกลับมาจากที่บ้านพี่

            {แล้วจะทำยังไง}

            “ก็ว่าจะหนีไปอยู่เชียงรายซักพัก

            {เออๆ จะไปตอนไหนก็มาเอากุญแจแล้วกัน} เสียงของพี่นันท์ที่แสดงความเป็นห่วงปะปนกับความตกใจออกมาอย่างชัดเจน {มึงต้องดูแลนรินทร์ดีๆ นะเว้ย ห้ามให้เป็นอะไรล่ะ !}

            “รู้แล้วน่า พี่อย่าไปพูดแบบนี้ให้มันได้ยินเชียวนะ น้อยใจตาย

            {ทำไมวะ}

            “ก็มันไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วซักหน่อย ที่จะให้ผมมาคอยดูแลน่ะ

            แถมยังเคยบอกว่าอยากจะดูแลผมอีกต่างหาก J

            {นั่นสิเนอะ...}

            “งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปเอากุญแจที่บ้านนะ

            {เออๆ เดี๋ยวจะหาไว้ให้} พี่นันท์ที่ตอนแรกบ่นผมแทบตาย แต่ตอนนี้กลับยอมเงียบผิดปกติทำให้ผมก็อดที่เงียบตามไปด้วยไม่ได้ เพราะเข้าใจว่าพี่เองก็คงห่วงไอ้นรินทร์ไม่ต่างจากผมนัก {ไอ้หนึ่ง...}

            “ห๊ะ ?

            {รู้ใช่มั้ยว่าคนที่ส่งมามันเข้าขั้นโรคจิต}

            “อืม

            ไม่ต้องบอกแค่ดูจากของที่ส่งมาก็รู้แล้ว...

            {ระวังตัวด้วยล่ะ}

            “อื้มมมมมม ~ผมลากเสียงยานๆ ส่งไปให้ปลายสาย พลางหัวเราะออกมา ทำให้ฝั่งนั้นโวยวายเสียงดัง

            {ไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ย มึงต้องดูแลนรินทร์ให้ดีๆ ด้วย นี่คือคำสั่ง !}

            “โอ๊ย ถึงพี่ไม่สั่งผมก็ไม่ปล่อยให้มันเป็นอะไรหรอกน่า ผมเองก็มีเหตุผลที่ต้องดูแลมันอยู่มากมายเหมือนกันด้วยผมพูดขึ้น ปนกับการหัวเราะ ทั้งๆ ที่ใจก็กลัวไม่ได้ต่างจากพี่นันท์นัก แต่ก็มั่นใจมากพอว่าผมเองก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันเป็นอะไรไปอยู่แล้ว

            {ใครจะไปรู้ ก็ตอนเด็กๆ มึงชอบแกล้งหลานตลอดเลยนี่หว่า}

            “แต่ตอนนี้ลูกพี่มันแกล้งผมกลับหนักกว่าตอนที่ผมแกล้งมันอีกนะ

            {มันก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือไง}

            “ชิส์ !” ผมจิ๊ปากออกมาแต่ก็หัวเราะรั้งท้ายตลอด นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีเลยก็ว่าได้ที่ผมกับพี่นันท์คุยกันจริงๆ จังๆ ทุกครั้งเจอหน้าก็จะตีกันตลอด แต่ก็เป็นเรื่องปกติ พี่น้องไม่ตีกันนี่สิแปลก ไว้เจอกันพรุ่งนี้แล้วกัน ผมขี้เกียจคุยกับพี่ล่ะ จะฝากอะไรไปให้พ่อกับแม่ก็เตรียมไว้เลยล่ะ

            {เออ รู้แล้วน่า ทำเหมือนกูอยากคุยกับมึงนักล่ะ ทำตัวเป็นนักเลง เก่งแต่กับเด็ก โดนหลานแกล้งไปเรื่อยๆ น่ะดีแล้ว ไอ้เด็กเปตรเอ๊ย !}

            “วะ...!”

            ติ๊ด !

            นะ...หน็อย

            ผมกำโทรศัพท์แน่นเพราะรู้สึกเจ็บใจที่โดนด่า แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรพี่นันท์นัก เพราะโดนด่าแบบนี้มันแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ก่อนที่ผมจะเปิดประตูห้องทำงานออกมา ก็เห็นไอ้นรินทร์กำลังนั่งที่โซฟาตั้งใจดูทีวีอยู่เหมือนเดิม จนผมเพิ่งสังเกตได้ว่ารายการทีวีที่เจ้าตัวดูนั้นเป็นรายการทำอาหาร ผมจึงแกล้งเดินเข้าไปยืนตรงหน้ามัน เจ้าตัวเลยชะเง้อเพื่อจะมองทีวีอยู่ซักพัก เมื่อเห็นว่าไม่สำเร็จจึงเงยหน้าขึ้นมองผมแทน เฮียหนึ่งบัง...

            “...

            เมื่อมันเห็นว่าผมไม่ขยับเขยื้อน เลยเอื้อมมือมากระตุกแขนผมเบาๆ มานั่งดูด้วยกันสิ

            “ชอบเหรอ ?ผมถามขึ้น ก่อนจะยอมไปนั่งลงข้างๆ เจ้าตัว ไอ้นรินทร์เองก็หันไปสนใจกับทีวีต่อ ใบหน้าที่เรียบเฉยนั่นมองอย่างตั้งอกตั้งใจ ริมฝีปากบางก็ค่อยๆ ขยับขึ้นตอบคำถามของผม

            น่าสนุกดี ผมอยากลองทำเค้ก

            “เค้ก ?

            “อื้อ

            “ยุ่งยากจะตาย

            “ยุ่งยากแต่ลึกซึ้งนะมันหันมาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง หลังจากที่ผมพูดแบบนั้นออกไป

            มันก็เค้กเหมือนกัน ซื้อกินไม่ง่ายกว่าหรือไง ?

            “ไม่เห็นจะเหมือนเลยซักนิด เฮียหนึ่งอ่ะ L

            “ไม่เหมือนยังไงห๊ะ ?ผมหันไปมองหน้ามันอย่างเอาเรื่อง เมื่อความคิดเห็นเริ่มไม่ตรงกัน ไอ้นรินทร์เองก็หันมาเถียงอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

            มันให้ความรู้สึกที่มากกว่า ถึงจะยุ่งยากหน่อย แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ไม่มีอยู่ในตอนที่ซื้อมากินแน่นอน

            “แต่ตั้งใจทำแทบตายมันก็ออกมาเป็น แค่เค้กไม่ใช่หรือไง...

            “ไม่ใช่ แค่ซักหน่อย !” เสียงของไอ้นรินทร์ทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง ก่อนที่ใบหน้าที่กำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจของคนตรงหน้าจะหลบต่ำลง พลางพูดออกมาเสียงเบา ขอโทษ...

            “ขะ...ขอโทษทำไม...?

            “ก็เฮียอ่ะ...

            “...

            “มันรู้สึกพิเศษจริงๆ นะ

            “ไม่รู้ด้วยหรอก...ผมพูดขึ้นแบบไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟานั่นเพื่อที่จะเข้าไปเก็บเสื้อผ้าในห้องนอนของตัวเอง แต่ก่อนจะเข้าห้องผมก็หันมาพูดกับใบหน้ามุ้ยๆ ของไอ้นรินทร์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนอย่างช่วยไม่ได้ กูไม่ชอบอะไรยุ่งยาก ถ้าอยากให้เข้าใจความรู้สึกก็ลองทำให้กินหน่อยสิ

            “...

            “มันน่าจะให้ความรู้สึก พิเศษพอๆ กับทำกินเองอยู่ล่ะมั้ง

            ผมยักไหล่พลางเดินเข้าห้องอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เสียงของคนที่นั่งอยู่จะตะโกนไล่หลังมาติดๆ จนทำให้ผมชักเริ่มจะอยากรู้แล้วว่าไอ้ความรู้สึก พิเศษที่ว่านี่มันเป็นยังไง ตะ...ต้องมากกว่าหลายเท่าอยู่แล้ว !”

            “...

            “ถ้าเป็นเฮีย จะทำให้รู้สึก พิเศษไปตลอดชีวิตเลย

            “ทำเป็นพูดดี

            “จริงๆ นะ !” ไอ้นรินทร์รีบพูดขึ้นเสียงดัง เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง ผมที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักเลยได้แต่นิ่งไปซักพัก ใครจะคิดว่าคำพูดแค่นี้ของมันก็ทำให้ผม รู้สึกมากขนาดนี้

            ทำไงได้ ก็ทุกอย่างของไอ้นรินทร์มันดันมีผลกับความรู้สึกของผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

            ...

            “งั้นก็อย่าดีแต่พูดแล้วกัน

 

 

http://i687.photobucket.com/albums/vv237/4-one/4-Ln/

- นรินทร์

ถ้าเป็นเฮีย จะทำให้รู้สึก พิเศษไปตลอดชีวิตเลย

 

 

 

Thank You !

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น