คนผ่านทาง

ไรท์เข้าระบบสนับสนุนแล้วนะ ฝากนิยายเรื่องแรกเอาไว้ด้วย ผิดพลาดประการใดต้องขออภัย

ชื่อตอน : บทที่ 13

คำค้น : เผด็จศึกจอมบงการที่รัก, มะปราง , เอริค

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2559 12:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13
แบบอักษร

บทที่ 13

 

ตั้งแต่ได้ทำความรู้จักกับมาดามลิทชี่ ทุกวันฉันกับมาดามจะนัดกันมาเล่นฟิตเนสบ้าง ว่ายน้ำบ้าง หรือไม่ก็ไปทานอาหารด้วยกันบ้าง หลังๆเราจึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร ฉันนับถือมาดามลิทเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของฉัน มีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจฉันก็จะไปปรึกษาแก ซึ่งอีกฝ่ายก็ให้แง่คิดหรือมุมมองใหม่ๆแก่ฉันได้เยอะทีเดียว

ตอนนี้ก็ผ่านมาได้เกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้ว วันพรุ่งนี้เขาก็จะเดินทางกลับมาที่ไทย ฉันยังไม่เคยเล่าถึงเขาให้มาดามฟังเลยสักครั้ง อีกฝ่ายเคยถามว่าฉันมีแฟนหรือยัง และฉันก็ตอบไปแบบเลี่ยงๆ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าสถานะของฉันกับเขาคืออะไรกันแน่

ขณะนี้ฉันกำลังนั่งเล่นกับมาดามอยู่ที่ Sky lounge บนดาดฟ้าของคอนโด ถือเป็นครั้งแรกที่ฉันขึ้นมาเลยก็ว่าได้ ทั้งๆที่ก็อยู่มาได้เป็นเดือนแล้วแท้ๆ ลักษณะของเลานจ์จะจัดจุดชมวิวและที่นั่งเล่นกระจายเป็นหย่อมๆ ผนังรอบด้านรวมทั้งเพดานจะติดกระจกใสทั้งหมด ตัวเพดานค่อนข้างสูงสามารถมองเห็นดวงดาวบนฟ้าได้อย่างชัดเจน รวมทั้งด้านข้างยังมองเห็นแสงสีของตัวเมืองในยามมืดมิดได้เป็นอย่างดี

"อ้าว! คุณก้อง บังเอิญจังเลยนะคะที่เจอกัน" อยู่ๆมาดามลิทชี่ก็เอ่ยทักผู้ชายคนหนึ่ง

"อ๋อ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็เจ้าแม่จัดหาโมเดลลิ่งมือฉมังนี่เอง" อีกฝ่ายทักกลับด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง

"แหม..คุณก้องก็พูดไป ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่หรือคะ" มาดามลิทชี่กล่าวพร้อมกับทำท่าทางสะดีดสะดิ้งอย่างน่ามอง

"ผมมาคุยงานกับลูกค้าน่ะครับ นี่ก็เพิ่งคุยเสร็จ กำลังจะกลับพอดี ว่าแต่ทำไมมาดามไม่ยักกะแนะนำสาวสวยคนนี้ให้ผมรู้จักบ้างล่ะครับ ไม่ใช่ว่าแอบซุกนางแบบหน้าใหม่เอาไว้โก่งค่าตัวนา" อีกฝ่ายเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง สายตาที่มองมาทางฉันก็มีประกายบางอย่าง

"อุ้ย! ลิทชี่ก็คุยเพลินไปหน่อย นี่มะปรางค่ะ เราสองคนเพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง" มาดามลิทกล่าวแนะนำฉันอีกหลายประโยค ก่อนจะหันมาแนะนำอีกฝ่ายให้ฉันรู้จัก "มะปราง นี่คุณก้องหล้า วงศ์พิบูลย์เศวตโชติ เป็น CEO ของ Z-NATION GROUP (ซีเนชั่นกรุ๊ป) เจ้าของบริษัทสื่อบันเทิงเต็มรูปแบบที่พี่ร่วมงานด้วยบ่อยๆ เด็กในโมเดลลิ่งของพี่ก็ได้รับการอนุเคราะห์(?)จากคุณก้องกันแทบทุกคนเลยนะ"

ฉันมองประเมินชายหนุ่มเจ้าของเรือนร่างสูงโปร่ง ใบหน้าของอีกฝ่ายเปรียบได้กับเทพบุตรเลยก็ว่าได้ เวลาที่ชายหนุ่มยิ้มเหมือนกับว่าบรรยากาศรอบกายจะสว่างขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว อีกทั้งอายุของคนตรงหน้าก็ไม่ได้มากอะไร ทั้งๆที่มีตำแหน่งเป็นถึง CEO แท้ๆ ฉันนึกชื่นชมชายหนุ่มอยู่ในใจ

"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณมะปราง" เจ้าของมือใหญ่ยื่นส่งไมตรีมาให้ฉัน

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณก้องหล้า" ฉันยื่นมือไปสัมผัสกับมือของหนุ่มนักธุรกิจหน้าหล่อ

"เรียกก้องเฉยๆก็ได้ครับ"

"อ่า..ค่ะ คุณก้อง" อีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยมือของฉันซะที ฉันจึงต้องใช้แรงถอนดึงมือออกมาถึงยอมหลุด เขาหัวเราะแห้งๆให้ฉันพร้อมกับใช้นิ้วชี้เขี่ยปลายจมูกตัวเองเบาๆ ท่าทีเขินอายของชายหนุ่มทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"ฮั่นแน่! สองคนนี้มีซัมติงอะไรรึเปล่าเนี่ย" มาดามลิทชี่ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างเอ่ยเเซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ฉันส่ายหัวให้กับเจ้าแม่โมเดลลิ่งอย่างเอือมระอา พวกเราทั้งสามคุยกันสักพัก ส่วนใหญ่ฉันจะเป็นคนนั่งฟังคนทั้งสองสนทนากันมากกว่า มีบ้างที่จะเป็นฝ่ายตอบคำถาม จากนั้นคุณก้องก็ขอตัวกลับก่อน เนื่องจากมีงานที่บริษัทค้างอยู่ ส่วนฉันกับมาดามลิทก็นั่งต่ออีกหน่อยแล้วจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

เเละอีกเช่นเคยก่อนนอนเขาก็โทรมาเช็กกับฉันอีก

[วันนี้ไปไหนมา] เสียงทุ้มจากปลายสายเหมือนจะนิ่งขรึมกว่าทุกวัน หงุดหงิดอะไรมาอีกล่ะสิท่า

"ก็ปกติ ตอนเช้าก็ไปทำงาน กลับมาก็ไปซื้อของมาใส่ตู้เย็นแล้วก็ทำกับข้าว ตอนค่ำก็ออกไปนั่งคุยเล่นกับมาดามลิทชี่ที่เลานจ์" ฉันรายงานเขากลับไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

[โกหก] น้ำเสียงของเขาแข็งขึ้นมาทันที

"เปล่า" เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย

[แล้วไอ้หน้าหล่อคนนั้นเป็นใคร!] เขาตะคอกเสียงกลับมาจนฉันตกใจสะดุ้งสุดตัว

"คะ..คุณกลับมาแล้วหรอ" ฉันเอ่ยตอบไปอย่างตะกุกตะกัก แล้วฉันจะสั่นทำไมล่ะเนี่ย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อยนะ

[ยังหรอก แต่อีกไม่นานก็คงจะถึง เตรียมคำอธิบายไว้ดีๆเถอะ ถ้าฉันไม่พอใจกับคำตอบของเธอ รับรองว่าฉันจะเอาจนเธอคลานลงจากเตียงไม่ได้แน่]

"...!!?.."

ปลายสายพูดจบก็ตัดสัญญาณไปทันที คำพูดของเขาทำให้ฉันนึกกลัวอยู่ในใจ นี่เขาให้คนคอยตามดูเธอตลอดเวลาเลยใช่ไหม! ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ เขาไม่ปล่อยให้ฉันคลาดสายตาเลยแม้แต่น้อย แสดงว่าที่ผ่านมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ เขาก็ต้องรู้พฤติกรรมของฉันทุกอย่างน่ะสิ แล้วยังมีหน้าโทรมาถามกับฉันอีก อร๊ากกก! ฉันอยากกระอักเลือดตายไปซะตอนนี้เลยจริงๆ ว่าแต่ว่าฉันจะรอดไหมล่ะเนี่ย ฟังจากน้ำเสียงของเขาเหมือนอีกฝ่ายจะโกรธมากด้วยสิ

ฉันเลิกกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงแล้วพยายามข่มตานอน ได้แต่นึกกังขาในความบ้าของเขา นี่ขนาดตัวไม่อยู่ก็ยังอุตส่าห์ให้คนคอยตามฉันอีก นี่ถ้าเขารู้ว่าฉันเตรียมเก็บของหนีเอาไว้แล้วเขาจะว่าไงนะ ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องเอาของออกไปจัดไว้ตามเดิม ว่าแต่ว่าเขาคงไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ดูฉันหรอกใช่ไหม ฉันกวาดสายตาไปรอบๆห้องอย่างระแวง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อไม่พบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว

 

_ _ _ _ _

 

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเหมือนของหนักตกใส่พื้นดังปังใหญ่ ฉันสะดุ้งตัวผุดลุกขึ้นมานั่งอย่างตื่นตระหนก มองดูนาฬิกาบอกเวลาตีสามกว่าๆแล้ว ในเวลาเดียวกันประตูห้องก็ถูกผลักเปิดผัวะเข้ามา โดยมีร่างของคนตัวสูงยืนจังก้าบังอยู่ตรงทางเข้า ใบหน้าของผู้มาใหม่ที่จ้องมองมาในความมืดบูดบึ้งไม่รับแขก

"คุณ!" ทันทีที่ฉันเห็นเค้าโครงที่คุ้นเคยของอีกฝ่าย ในใจของฉันก็เต้นระส่ำอย่างอกสั่นขวัญแขวน ทั่วร่างของเขาแผ่กลิ่นอายชวนประหวั่นพรั่นพรึงออกมา

"ทำท่าอะไรของเธอ เห็นหน้าผัวตัวเองแล้วจำไม่ได้หรือไง" ใช่เลย! ปากแบบนี้มีเขาคนเดียวก็เกินพอสำหรับโลกใบนี้แล้ว

"ใครบอกให้คุณทำเสียงดังขนาดนั้นล่ะ เป็นใครเขาก็ตกใจกันหมดนั่นแหล่ะ" ฉันพยายามข่มอาการตื่นเต้นเอาไว้ ไม่รู้ทำไมพออยู่กับเขาแล้วจะเกิดอาการแบบนี้ตลอด คงเพราะเขาส่งแรงกดดันมาที่ฉันแน่เลย

ในห้องสว่างขึ้นเมื่อเขากดเปิดสวิตช์ไฟ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น เพียงแค่อาทิตย์เดียวที่ไม่ได้เจอกัน แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ เอ่อ..เปลี่ยนไปในที่นี้นี่ไม่ใช่เปลี่ยนในทางที่ดีอะไรหรอก ในทางตรงข้ามเสียมากกว่านะฉันว่า บริเวณขอบตาของเขาดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ผมของเขาก็เหมือนจะยาวกว่าเดิมหน่อยนึง หนวดเคราที่ปกติจะเห็นพลอมแพลมตอนนี้ก็ขึ้นหนาทึบจนดูน่ากลัว อธิบายได้คำเดียวสั้นๆว่าเขาเหมือน"โจรป่า"ดีๆนี่เอง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันทำให้เขาดูเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ของบุรุษเพศที่ยากจะต้านทานจริงๆ

เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาหาฉันและทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเตียง สายตาของเขาที่จ้องตรงมาเหมือนคนหาเรื่องไม่มีผิด

"ฉันจะให้โอกาสเธอพูดก่อน"

เริ่มแล้วสินะสำหรับการไต่สวน ตอนนี้เขาเหมือนสวมบทบาทเป็นผู้พิพากษา ส่วนฉันเปรียบเสมือนจำเลยตัวน้อยๆที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด

"ฉะ..ฉันคุยอยู่กับมาดามลิทชี่อยู่ดีๆ คนรู้จักของมาดามก็บังเอิญโผล่เข้ามา เขาชื่อคุณก้องหล้า เป็น CEO ของ Z-NATION GROUP บริษัทของคุณก้องคอยช่วยเหลือป้อนงานให้กับโมเดลลิ่งสังกัดของมาดามอยู่บ่อยๆ ทั้งสองก็เลยค่อนข้างสนิทกัน แล้วฉันที่อยู่ตรงนั้นก็พลอยได้ทำความรู้จักกับคุณก้องเขาด้วย ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหล่ะ" ฉันอธิบายเรื่องทั้งหมดตามความจริงออกมารวดเดียวโดยไม่หยุดพักหายใจ แม้จะมีติดขัดพูดไม่ชัดในช่วงแรกบ้าง แต่ก็ไม่มีส่วนไหนน่าสงสัยเลยแม้แต่น้อย

"แน่ใจว่าไม่ได้ไปอ่อยมันนะ" นี่เขาพยายามจะยัดเยียดข้อหาให้ฉันหรือไง

"ประสาท" ฉันเผลอหลุดปากด่าเขาออกไป

"หืมม์.." อยู่ๆเขาก็กระชากแขนฉันเข้าไปหาตัวเอง แรงของอีกฝ่ายทำให้ฉันถึงกับเซถลาล้มลงไปซบที่กลางแผงอกแกร่ง ฉันรีบยกมือตัวเองขึ้นมาดันแผ่นอกของเขาไว้ เพื่อที่จะใช้พยุงตัวและถอยห่าง แต่แล้วเขากลับใช้แขนโอบรัดรอบเอวของฉันเอาไว้ จนฉันไม่สามารถที่จะขยับตัวดิ้นหนีเขาได้อีก "เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ" เสียงของเขากรอกลงมาที่ข้างหูของฉัน ไม่รู้ว่าเขาจงใจพ่นลมหายใจใส่หูฉันด้วยหรือเปล่า ทำเอาหลังคอฉันเย็บวาบขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

"ปะ...เปล่าหนิ ฉันไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย คุณ...เอ่อ พะ..พี่เอริคหูฝาดต่างหากละคะ" แค่ครั้งนี้เท่านั้นที่ฉันจะยอมถอยให้คุณ คนบ้าอะไรทำไมน่ากลัวชะมัด

"เฮ้อ~" เขาถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนจะทิ้งตัวลงมากอดฉันทั้งอย่างนั้น

"อ๊ะ!" ลองนึกสภาพเวลาเขื่อนแตกแล้วคุณบังเอิญยืนอยู่หน้าเขื่อนสิ ตอนนี้ฉันเหมือนกำลังถูกกระแสน้ำขนาดมหึมาพุ่งโจมตี เรี่ยวแรงที่มีอยู่ไม่มากจะไปพอค้ำยันอะไรไหว งานนี้ฉันเลยหงายหลังล้มลงไปแนบบนที่นอนโดยมีร่างของคนตัวโตตามลงมาทับ ให้ตายเถอะ! ทำไมเขาตัวหนักขนาดนี้นะ

"คุณ ฉันหนักนะ"

"อยู่เงียบๆไม่เป็นหรือไง"

"....."

อ้าว! ฉันเริ่มสับสนกับท่าทีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเขา ผู้ชายอะไรอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าผู้หญิงเวลามีประจำเดือนเสียอีก ในเมื่อเขาบอกให้ฉันเงียบฉันก็จะเงียบ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้ทั่วร่างของฉันชาจนแทบขยับตัวไม่ได้แล้ว เอาไงดีล่ะ ถ้าขืนให้อยู่ท่านี้ไปจนถึงเช้านี่ก็ไม่ไหวนะ

"คุณ... หลับแล้วหรอ" ในที่สุดฉันก็เป็นฝ่ายเปิดปากทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เสียงลมหายใจจากคนด้านบนสม่ำเสมอไม่มีระลอกคลื่น หรือเขาจะหลับไปแล้วจริงๆ ฉันหวนนึกถึงการกระทำของเขา อีกฝ่ายตอนแรกบอกว่าจะกลับมาในตอนสายของอีกวัน แต่นี่เขากลับมาถึงเร็วกว่ากำหนดที่บอกไว้เสียอีก สงสัยเขาจะเร่งเดินทางจนไม่มีเวลาพักเลยล่ะมั้งเนี่ย ก็ไม่ได้จะสงสารอะไรหรอกนะ มีใครบังคับเขาซะเมื่อไหร่ ฝืนตัวเองแท้ๆ

สิ้นเสียงของฉันไม่นานเขาก็มีการขยับเคลื่อนไหวบ้างแล้ว มือของเขากางออกมาข้างตัวฉันก่อนจะดันกับที่นอนลุกขึ้น แต่ยังคงคร่อมตัวของฉันเอาไว้ ใบหน้าของเราสองคนตรงกันพอดิบพอดี แววตาของเขาที่มองลงมามีประกายบางอย่าง อย่าบอกนะว่าเขาจะ.....

"อื้อออ.." ไม่ทันไรเขาก็ก้มลงมาจูบปากฉัน พร้อมกับแทรกปลายลิ้นแกร่งเข้ามาดูดชิมความหวาน ฉันหลับตาปี๋อย่างช่วยไม่ได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนฉันตั้งตัวไม่ติด ทั้งๆที่ก็เคยจูบกับเขามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่คุ้นกับรสจูบของเขาอยู่ดี อย่างจูบคราวนี้ที่แม้จะแฝงความดุดันไว้ในตอนแรกที่จู่โจม ทว่าพอผ่านไปกลับให้สัมผัสที่วาบหวามชวนสยิว เป็นจูบที่อ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ จนฉันถึงกับเผลอตอบสนองเขากลับไปอย่างไม่รู้ตัว ลืมแม้กระทั่งที่จะผลักเขาออกไป

"อื้มส์" เขาถอนปลายลิ้นออกไปแล้วแต่ยังคงใช้ริมฝีปากดูดดึงกับรูปปากบนล่างของฉัน อีกทั้งยังใช้ลิ้นเลียคราบน้ำหวานที่ไหลนองออกมาอย่างไม่รังเกียจ นัยน์ตาคมที่มองลงมามีบางสิ่งกำลังคุกรุ่นอยู่ภายใน

"อะ..อะไรเล่า" ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงต้องพูดติดขัดกับเขาตลอด ที่สำคัญก็คือเวลาที่โดนเขาจ้องมองด้วยสายตาแบบนี้ มันทำให้ทั้งตัวของฉันร้อนขึ้นมาราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่ข้างกองเพลิงที่ลุกโชน ฉันตั้งสติก่อนจะทำเนียนกระเถิบตัวถอยออกไปด้านหลัง

"คะ..คุณพึ่งกลับมาเหนื่อยๆไม่ใช่หรอ ทำไมไม่รีบไปอาบน้ำซะล่ะจะได้นอนพักเร็วๆ พะ..พรุ่งนี้ฉันก็ต้องไปทำงานแต่เช้าด้วยสิ งะ..งั้นฉันขอนอนก่อนแล้วกันนะ" พูดจบฉันก็รีบมุดลงไปซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มทันที

"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปก่อนก็แล้วกัน" สิ้นเสียงของอีกฝ่ายน้ำหนักที่กดทับบนที่นอนข้างตัวก็หายไป ฉันถึงกับลอบปาดเหงื่อเบาๆ เอาตัวรอดไปได้หวุดหวิด นี่ถ้าเขาไม่เหนื่อยจริงๆก็คงไม่ยอมปล่อยฉันแบบนี้แน่ๆ นึกขอบคุณสวรรค์อยู่ในใจ

เสียงน้ำไหลดังออกมาให้ได้ยิน สงสัยเขาจะกำลังอาบน้ำ ฉันมองไปที่นาฬิกาอีกครั้ง จะตีสี่แล้วหรอเนี่ย อีกไม่กี่ชั่วโมงฉันก็ต้องตื่นไปทำงาน รีบนอนดีกว่าเรา

ในช่วงกึ่งหลับกึ่งฝันฉันเหมือนจะได้กลิ่นหอมของสบู่จางๆ พร้อมกันนั้นตัวฉันก็ถูกไออุ่นเข้าโอบรัดรอบกาย ฉันไม่ได้ผลักไสหรือต้านทานสัมผัสดังกล่าว แต่กลับขยับตัวเข้าหาไออุ่นนั้นอย่างยินดี ความรู้สึกคล้ายกับว่าฉันจะหลับลึกมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าฉันหลับสนิทจนถึงขนาดไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเลย นี่ถ้าไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเองก็ไม่รู้จะไปบริษัททันเวลาเข้างานหรือเปล่า เกือบซวย!

 

 

 

#####

 

*เฮียกลับมาแว้ววววว ^^

*พรุ่งนี้จะติดเหรียญแล้วนะจ๊ะ T^T

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น