ดาวเหนือ/ นิยม

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความสนใจพ่อเข้กับน้องบุปผานะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังแรงใจไม่ว่าจะทั้งคอมเม้นต์ ไลค์ แชร์ ดาว เหรียญ หรือกุญแจนะคะ และทั้งหมดนี้ก็คือยาแก้ขี้เกียจดีๆ นี่เองค่ะ แฮ่ๆ ขอบคุณมากๆ นะคะ ร้ากกกกก

บทที่สี่ เล่ห์ลวง Loading 100%

ชื่อตอน : บทที่สี่ เล่ห์ลวง Loading 100%

คำค้น : ลิขิตกุมภีล์, นิยายอีโรติค, ดาวเหนือ/นิยม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.6k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2559 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่สี่ เล่ห์ลวง Loading 100%
แบบอักษร

บทที่สี่

เล่ห์ลวง

 

          บุปผาสวรรค์ยกร่างกายลุกขึ้นทันทีเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วไม่พบจ้าวจระเข้แสนดุร้ายและเอาแต่ใจ หญิงสาวยกเอาผ้าห่มที่แท่นบรรจถรณ์มาฉีกออกเป็นสองชิ้นไม่เท่ากัน หญิงสาวใช้ผ้าทั้งสองนำมาห่อหุ้มต่างเสื้อผ้าไปพลางๆ โดยใช้ผ้าผืนหนึ่งพันรอบตัวและอีกผืนคลุมทับไม่ให้ดูเปลือยจนเกินไป
          เมื่อแต่งกายเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงเดินแหวกม่านน้ำตกออกมา ปรากฏเห็นเป็นธารน้ำใต้หน้าผาสูงชัน ที่เธอเคยกระโดลงมาคราวที่แล้ว บุปผาสวรรค์สำรวจสถานที่โดยรอบทันที
          สถานที่แห่งนี้เงียบสงบ เงียบเสียจนราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในบริเวณนี้เลย ดังนั้นบุปผาสวรรค์จึงได้ยินเพียงเสียงหวีดหวิวของลมประทะกับต้นไม้
          เมื่อมองลงมาที่ธารน้ำที่ตนเองกำลังเหยียบย่ำอยู่ก็ปรากฏเป็นธารน้ำสีใสล้อแสงพระอาทิตย์วิบวับงดงาม แม้จะไม่มีหมู่ปลาให้เห็นตามธรรมชาติ มันกลับยิ่งทำให้สถานที่นี้ดูศักดิ์สิทธิ์พิกล

          หญิงสาวมองไปรอบๆ บริเวณก่อนจะไปสะดุดตากับเส้นทางสายหนึ่งที่ไม่น่าจะมาทอดอยู่กลางป่าเช่นนี้ เส้นทางสายนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้โปรยปราย ริมของถนนทั้งฝั่งซ้ายขวาถูกล้อมไปด้วยต้นดอกไม้หลายสายพันธุ์ บุปผาสวรรค์สาวเท้าออกมาจากโขดหินและเดินไปตามขอบฝั่งของแม่น้ำเพื่อเข้าไปดูเส้นทางนั้นให้หายข้องใจในทันที
          ทางนี้คือเส้นทางอะไร? เธอสังเกตมาว่าหลังจากที่เขาและเธออยู่ด้วยกันในถ้าแห่งนั้น เขาจะออกมาข้างนอกเสมอโดยเธอไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาไปที่ไหน และไปทำอะไร หรือพญาจระเข้ตนนั้นเขาใช้เส้นทางนี้ในการออกไปข้างนอกทุกครั้ง?
          บุปผาสวรรค์ตรวจสอบรอบบริเวณนี้อีกครั้งเพื่อหาเส้นทางอื่น ปรากฏว่าเธอไม่พบเส้นทางใดๆ นอกจากเส้นทางนั้น
         
ดี...เราจะลองเข้าไปสำรวจดู หากโชคดีนี่คงจะเป็นทางออก หากโชคร้าย...มันก็คงไม่มีอะไรที่โชคร้ายมากไปกว่านี้แล้ว

          ด้วยความอยากรู้ประกอบกับนึกเจ็บในหัวใจที่เธอถูกทำให้อยู่ในฐานะราวกับเป็นนักโทษ แม้พญาจระเข้จะไม่ได้ล่ามโซ่ตรวญหรือเฆี่ยนตี แต่การที่เขาเข้ามาพบเธอเพราะ สิ่งนั้นและจากไปเมื่อตะวันขึ้นโดยไม่บอกอะไรให้เธอรู้ ทั้งยังสั่งให้เธออยู่แต่ในถ้ำราวกับเป็น...นางบำเรอ นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวเกิดแรงทิฐิ
          ด้วยเหตุนี้บุปผาสวรรค์จึงวางเท้าบอบบางลองบนถนนสายนั้น เมื่อเท้าสัมผัสพื้นความนุ่มลื่นก็ปรากฏทำให้บุปผาสวรรค์รู้สึกผ่อนคลายประกอบกับกลิ่นหอมจากดอกไม้นานพันธุ์ทำให้หญิงสาวเดินลึกเข้าไปด้านในโดยไม่ไตร่ตรองจนกระทั่งกลิ่นที่เธอตามมาหายไป บุปผาสวรรค์จึงเหมือนคนได้สติ ราวกับเธอตื่นขึ้นมาในกลางดึกกะทันหัน
         
คุณพระ! นี่มันอะไรกัน?

          บุปผาสวรรค์ตกใจกับภาพที่เห็น ถนนสวยงามที่ถูกโปรยปรายไปด้วยดอกไม้ละลานตาถูกแทนไว้ด้วยเส้นทางที่ไม่เหมือนเส้นทาง มันเต็มไปด้วยขวากหนามและเถาวัลย์สีดำเส้นใหญ่พันขดกันไปมายุ่งเหยิง หญิงสาวหันหลังกลับทันทีด้วยความกลัว แต่ทว่าเธอกลับพบเงาดำขนาดยักษ์ชูคอเหนือร่างเธอขึ้นไปราวสองเมตร ดวงตาสีแดงของมันลุกโชน บุปผาสวรรค์เข่าอ่อนทันที ร่างงามทรุดลงกับพื้น เธอค่อยๆผลักร่างตัวเองถอยหลังให้ห่าง มันด้วยสัญชาติญาณ
          เงายักษ์สีดำนั้นฉกวูบลงมาใกล้จนบุปผาสวรรค์ตกใจกลัว เธอรีบลุกแล้ววิ่ง...วิ่ง เวลานี้เธอต้องวิ่งหนีคมเขี้ยวแหลมคมทั้งสองของมันให้ได้ บุปผาสวรรค์วิ่งตามทางที่แทบจะไม่ใช่ทางนั้นไปเรื่อยๆ ในระหว่างนั้นร่างงามก็ถูกเกี่ยวไปด้วยหนามจนเลือดสีสดหยดลงกับพื้นเป็นทางยาว อต่กระนั้นเธอยังไม่ยอมลดละฝีเท้า เพราะเมื่อไหร่ที่เธอพลาด เจ้า
อสรพิษนั่นกลืนเธอลงท้องเป็นแน่!

 

 บุปผาสวรรค์สาวเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นแต่ทว่าเมื่อยิ่งวิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่กลับดูเหมือนว่าระยะห่างระหว่างเธอกับอสรพิษนั้นจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเท้าเรียวของเธอเตะเข้ากับหินก้อนหนึ่งจนได้เลือดและส่งผลทำให้ร่างงามทรุดลงไปในทันที พลันเมื่อผงกหัวขึ้นมากลับพบว่าตนเองนั่งอยู่ท่ามกลางบางอย่างซึ่งมีลักษณะก้อนรีใหญ่และขาว และมีผิวสัมผัสที่ไม่แข็งและไม่นุ่ม...นี่มัน...ไข่งู!

          หญิงสาวสะดุดเข้ากับก้อนหินและล้มลงมาที่รังของแม่งูซึ่งเต็มไปด้วยไข่งูอยู่ล้อมรอบตัวของเธอ!
          บุปผาสวรรค์แทบอยากจะเป็นลมเมื่อตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังสัมผัสอยู่กับสิ่งต้องห้ามและตรงหน้าเธอก็กำลังเผชิญกับเจ้าของสิ่งนั้น...แม่งูยักษ์
          ดวงตาของมันแดงฉานจนกลายเป็นสีเลือดเมื่อเห็นว่าบุปผาสวรรค์อยู่ในรังท่ามกลางไข่ทั้งหลายของมัน!
          มันยกใบหน้าของมันขึ้นพร้อมกับอ้าปากกว้างส่งผลให้เห็นเขี้ยวแห่งพิษอันแหลมคมทำให้บุปผาสวรรค์กลัวจนตัวสั่นเทิ้มและในชั่วขณะที่มันกำลังจะฉกลงมาใส่เธอนั้นหญิงสาวตัดสินใจเบี่ยงตัวหลบในทันทีจึงทำให้ฟันอันแหลมของมันฝังลึกลงไปในไข่สองฟองจากทั้งหมดห้าฟอง
          ...อนิจจา...ลูกจากไข่ทั้งสองของมันตายเสียแล้วด้วยคมเขี้ยวของมารดาของมันเอง...

          ในบัดนี้ดูเหมือนว่าแม่งูตัวนี้จะพิโรษหนัก มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนบุปผาสวรรค์ร้องไห้ออกมา
          มันเป็นความผิดของบุปผา...แต่บุปผาไม่ได้ตั้งใจ บุปผาขอโทษ...
          น่าเสียดายที่แม่งูนั้นไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของเธอเลย มันเลื้อยเอาหางมาโอบไข่ทั้งสองฟองนั้นไว้ก่อนจะส่งสายตาโกรธแค้นมาทางหญิงสาว มันยกหัวของมันขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังอยู่บริเวณนี้ ดวงตาของมันพอโรษขึ้นมาอีกครั้ง มันยกหางอันใหญ่ยักษ์ของมันขึ้นมาแล้วฟาดมาทางเธอทันทีโชคยังดีที่สติของบุปผาสวรค์ยังไม่หลุดไป เธอกระโดดหลบไปอีกทางหนนี้อสรพิษยักษ์ไม่ปล่อยเธอโดยง่ายมันตวัดหางตางบุปผาสวรรค์มา แต่ทว่าช่างเป็นโชคร้ายของแม่งูนัก ในเมื่อตอนนี้บุปผาสวรรค์กำลังวิ่งไปทางไข่อีกสามฟองของมัน
! มันรีบยกหางของมันกลับทันที แต่ช่างเป็นเวรกรรมโดยแท้เมื่อระยะห่างระหว่างแรงที่แม่งูส่งมาและไข่ทั้งหลายอยู่ใกล้กันนัก ลมพายุและแรงตวัดจากปลายหางโหมเข้าใส่ทั้งอัปสรสวรรค์และไข่ทั้งสามทันทีจนกระจัดกระจาย แม่งูเบิกดวงตาของมันกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าไข่ทั้งสามนั้นกำลังจะปริแตกร้าว
          กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!
          หนนี้มันกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนหนักยิ่งกว่าเก่าหลายเท่านัก มันดิ้นทุรนทุรายจนทรุดลงกับพื้น บุปผาสวรรค์แอบชำเลืองเห็นหยดน้ำตาของมันไหลลงมาอาบเต็มใบหน้า ในเวลานี้เธอสงสารแม่งูเหลือเกิน หญิงสาวอยากจะเข้าไปปลอบประโลมแต่ทว่าเธอกับนางพญางูนั้นไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะคุยกันได้ ณ เวลานี้บุปผาสวรรค์ควรหนี เมื่อคิดได้หญิงสาวจึงพยุงตัวเองขึ้นด้วยร่างกายอันสั่นเทา ทว่ายังไม่ทันจะก้าวขาไช่สีขาวขุ่นหนึ่งฟองก็กลิ้งมาจรดปลายเท้าของเธอราวกับจงใจไว้ บุปผาสวรรค์กวาดตาสำรวจทันที ไข่ใบนี้ไม่ได้มีรอยแตกร้าวใดๆ เลย...เอ๋? ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าไข่ทั้งห้านั้นได้แตกและร้าวไปแล้วหรือ? ไม่รอให้สงสัยนานบุปผาสวรรค์อุ้มไข่ใบนั้นขึ้นมาแนบอกทันที
          ไข่ใบนี้ยังอุ่นร้อนอยู่...ทารกยังมีชีวิต
!
          อาการปลื้มปีติปรากฏบนใบหน้าหวาน บุปผาสวรรค์หมุนกายกลับมาเตรียมเอาไข่ไปคืนนางพญางูทว่าเมื่อหมุนกายกลับมาหญิงสาวถึงกับขวัญหายเมื่อนางอสรพิษนั้นกำลังอ้าปากกว้างของนางและฉกลงมาที่ศีรษะของหญิงสาวโดยไว บุปผาสวรรค์กรีดร้องรอความตายออกมาทันที
         
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”
           ฉึก!
          “!!”
          “เจ้า...นางมนุษย์
          บุปผาสวรรค์ลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วกลับไม่พบเขาเห็นแค่เพียงนางอสรพิษยักษ์ที่ยังคงค้างอยู่ท่าเก่าแต่ที่แปลกไปคือมีเลือดสีแดงเข้มไหลออกมาจากปากและบริเวณลำคอ ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้สงสัยอะไร บางอย่างแหลมคมราวกับกริชที่ปักอยู่ใจกลางลำคอของนางอสรพิษก็เคลื่อนที่ลากผ่านทำให้คอขอนางหลุดออกจากส่วนร่างกายทันที เลือดสีเข้มพุ่งกระฉุดออกมาราวน้ำพุ หลังม่านสีเลือดนั้นบุปผาสวรรค์มองเห็นบุรุษหนุ่มผู้ที่เอาแต่เรียกเธอว่านางมนุษย์ ใบหน้าของเขาเปื้อนเลือด ไม่สิ! ทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยเลือดของนางพญางูโดยเฉพาะมือและกรงเล็บอันแหลมคมนั้น...
          ...เขาเดินข้ามร่างใหญ่ยักษ์ของนางอสรพิษตรงเข้ามาหาหญิงสาวที่ทรุดนั่งร่างกายสั่นเทิ้มในมือกอดไข่งูสีขาวขุ่นอยู่
          บุปผาสวรรค์ยิ่งสั่นหนักขึ้นเมื่อเห็นเขาทรุดลงมานั่งทับส้นชันเข่าอยู่ตรงหน้า เธอรีบผวาเข้าไปกอดเขาแน่น ร่างกายสั่นราวกับลูกนกตกน้ำ น้ำตาเม็ดใสไหลพรากลงมาราวกับไข่มุก เธอร้องไห้ราวกับจะขาดใจ
         
ช่วยด้วย...ช่วยบุปผาด้วยบุปผากลัว ฮึก! บุปผากลัวแล้วช่วยด้วย ฮือ...
          พญากุมภีล์หนุ่มได้แต่แน่นิ่งเป็นรูปปั้นเมื่อหญิงสาวตรงหน้าโผเข้ามากอดแน่นพร้อมกับท่าทางที่ดูน่าสงสาร เขาตกใจกับกริยาประหลาดแต่ทว่าให้ความรู้สึกอบอุ่นซึมซาบหัวใจ ชายหนุ่มยกมือตัวเองโอบหญิงสาวเบาๆ ที่ด้านหลังพร้อมกับไล้มันเพื่อปลอบประโลม เมื่อเห็นว่าอาการเธอดีขึ้นหลังจากเขาทำแบบนั้น
          บุปผาสวรรค์หยุดร้องไห้ไปแล้วแต่กลับมีเสียงสะอึกให้ได้ยินอยู่เป็นบางครั้ง แต่ทว่าทั้งสองร่างยังคงกอดกันแน่น พญากุมภีล์หนุ่มก้มใบหน้าลงมองหญิงสาวที่ซุกซบใบหน้าอยู่กับอกตนแล้วจึงเชยคางมนขึ้น เขาจดจ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวย
         
หยุดร้องได้แล้ว...
          น้ำตาเม็ดใสหยาดหนึ่งกลิ้งลงมาตามหางตางาม เจ้าแห่งจระเข้ก้มใบหน้าต่ำไล้มือซึมซับหยดไข่มุกนั้นไว้พลางสบสายตากับเจ้าของน้ำตาเม็ดนั้น
          บุปผาสวรรค์เม้มริมฝีปากบางเบาพลางหลับตาลงช้าๆ เมื่อพญากุมภีล์หนุ่มก้มลงมาชิด...ริมฝีปากของเธอได้รับสัมผัสบางเบาก่อนที่มันจะถูกกดลึกขึ้น ดูดดื่มและสูบเอาวิญญาณของเธอไปจนเกือบหมด ทั้งคลอเคล้า ดูดดึง ขบเม้มและแวบผ่าน แม้ว่าจุมพิตนี้จะทำให้เธอแทบสูญเสียลมหายใจ แต่ทว่ามันช่างอบอุ่นและรู้สึกราวกับว่าเธอต้องการมันมานานเสียเหลือเกิน...

 

 

 

บุปผาสวรรค์หดลำคอเข้าแนบชิดกับตัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงคำรามหึ่มๆ ของบุรุษตรงหน้า บนขมับบางมีหยาดเหงื่อใสๆ ไหลลงมาผ่านแก้มนวลแล้วหยดลงพื้นหยดแล้วหยดเล่า ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ส่วนในดวงตาสวยก็แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกผิดเต็มที่ แต่ในอ้อมแขนเสลากลับยังคงกอดวัตถุสีขาวหม่นไม่ยอมคลาย
         
เจ้า! มนุษย์สตรีหน้าโง่ อ่อนแอแล้วเจ้ายังโง่เง่าถึงเพียงนี้หรือ?!”
          “ส่งเจ้าอสูรนั่นมาให้ข้า!”
          บุปผาสวรรค์หลับตาส่ายหน้าทั้งยังกอดไข่งูแน่นไม่ยอมปล่อย
         
อย่ามารั้นกับข้า!”

          พญาจระเข้ตรงเข้ามาหวังจะดึงไข่อสรพิษมาทำลายทิ้ง แต่สาวชาวมนุษย์ตรงหน้ากลับ กอดไข่ไว้แน่นพร้อมทั้งขยับเท้าเล็กๆ ถอยหนี ทำให้เขาคว้าได้แค่อากาศ กุมภึร์หนุ่มครางฮึ่มๆ ในลำคอด้วยความขัดใจ
         
ไม่! เจ้าลูกงูนี่ไม่ผิดสักหน่อย บุปผารู้หรอกว่าท่านจะฆ่าเขา

          “ส่งมันมาให้ข้า
          “ไม่มีทาง!!”
          เขาตรงเข้าหาหญิงสาวอีกครั้ง บุปผาสวรรค์ก็ถอยหลังหนีอีกครั้งพร้อมทั้งออกตัววิ่งโดยไม่ต้องกลัวว่าผ้าจะหลุดเนื่องจากเขาเนรมิตหาเสื้อผ้าให้เธอใส่เรียบร้อยแล้ว
          ยังไม่ทันที่จะวิ่งไปไหนไกล เท้างามก็สะดุดเข้ากับตอหินทำให้ร่างบางโงนเงน ในขณะนั้นเองพญาจระเข้ร่างสูงใหญ่ก็พาร่างสูงใหญ่ของตนเองเข้ามารับไว้
          หลังจากที่คิดว่าใบหน้าของตนต้องสัมผัสเข้ากับพื้นแข็งแล้วแน่ๆ ใจดวงน้อยก็เต้นโครมครามหนักแต่ยังไม่เท่ากับตอนที่มีอ้อมแขนใหญ่เข้ามารับร่างตนไว้ ใบหน้างดงามออกสีระเรื่อพร้อมกันในทันที
          กุมภีร์หนุ่มเลิกคิ้วของตนเองขึ้นมาพร้อมขยับกลีบปากหยักลึกทรงเสน่ห์
         
เอาไข่นั่นมาให้ข้า

          บุปผาสวรรค์ได้สติ กอดไข่ไว้กับอกแน่น
         
ไม่!!”

          “เจ้าแน่ใจหรือ?
          “แน่นอน
          พญาจระเข้หนุ่มยกมุมปากขึ้นก่อนจะคลายวงแขนออก บุปผาสวรรค์ร้องเหวอทันที ร่างกายหล่นวูบลงสัมผัสกับพื้นดิน ส่วนไข่สีขาวก็หลุดมือลอยตกเช่นกัน แต่ทว่าไข่งูนั้นยังไม่ถึงพื้นดี มือหนาก็เข้ามาช้อนเอาไว้ บุปผาสวรรค์มองตามพร้อมทั้งลูบสะโพกงามที่กระแทกเข้ากับพื้นป้อยๆ เมื่อหันหน้าไปมองตาเขาแบบโกรธๆ ก็พบว่าเขาเลิกคิ้วมองหน้าตนอยู่ก่อนแล้ว พร้อมทั้งมีเสียงสื่อสารทางจิตเข้ามาหาเธออีกด้วย
         
ว่ายังไงหรือ?

          บุปผาสวรรค์ฝืนร่างกายลุกยืนขึ้น มองหน้าเขาด้วยความคับแค้นทั้งเรื่องปล่อยให้เธอตกลงมากระแทกพื้นแล้วแอบขโมยไข่ไปในคราวเดียว หนำซ้ำยังมาทำหน้าตาเยาะเย้ยอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาตามมาช่วยเธอแถมยังแสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมาให้ซาบซึ้งแล้วแท้ๆ
         
ตาแก่เจ้าเล่ห์

          หญิงสาวแอบว่าเขาในใจ ทว่าฉับพลันใบหน้าคมคายตรงหน้ากลับขมวดมุ่นยับเป็นกระดาษถูกขยำเสียทีเดียว
         
เจ้า!!”

          บุปผาไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงในคราแรกแต่แล้วเธอก็เผยยิ้มงดงามออกมาทันที...นี่เขาได้ยินเสียงความคิดของเธอนี่นา...
          คราวนี้บุปผาสวรรค์จึงยวนเขาอีกครั้ง
         
แก่แล้วยังใจร้าย...

          คราวนี้พญากุมภีร์เดินดิ่งเข้ามาหาเธอ บุปผาสวรรค์เห็นชายหนุ่มเผลอเพราะความโกรธเธอรีบฉวยไข่งูใบเขื่องจากมือเขาในแล้ววิ่งหนีเข้าไปในถ้ำหลังม่านน้ำตกทันที เมื่อพญากุมภีร์ผู้ทระนงอย่างเขารู้ตัวว่าเสียรู้ให้กับเด็กกะโปโลเสียแล้ว เขาคำรามออกมาหนึ่งคำแล้วพาร่างกายของตนเองตามเข้าไปทันที
          บุปผาสวรรค์หัวเราคิกคักไปพลางวิ่งไปพลาง แต่แล้วเธอต้องสะดุ้งทันทีเมื่อกายหนาของบุรุษที่เธอแอบต่อว่าว่า แก่มาโผล่อยู่ตรงหน้าแบบฉับพลัน หญิงสาวตั้งท่าหันหลังเตรียมวิ่งอีกครั้ง แต่เขากลับพันธนาการร่างกายเธอไว้โดยการดึงเธอเข้าแนบผนังถ้ำส่วนกายหนาทาบทับลงมาคร่อม ดวงหน้านวลแนบชิดกับใบหน้าคมในทีเดียวจนหญิงสาวเกิดอาการสะท้าน
         
ดื้อดึงแล้วยังปากดี น่าจับลงหวายเสียให้หลังลาย

          บุปผาสวรรค์สะท้านเมื่อสบตาคมเข้มสีทองอร่าม เขากำลังโกรธหรือไม่? หญิงสาวกระสับกระส่ายแต่ก็ยังไม่คลายมือจากไข่สีขาว
         
เอามันมาให้ข้า

          หญิงสาวสะบัดศีรษะไปมาเป็นคำตอบ
         
มันคือไข่อสรพิษ!”

          “ใช่และเขาคือทารก! ท่านไม่ควรรังแกทารก
          “มันก็แค่ไข่ใบหนึ่ง ทำลายเสียตอนนี้เพื่อไม่ให้มันมาแว้งกัดในวันหน้า ทำไมเจ้ายังจะต้องปกป้องมันถึงขนาดนี้?
          “ลูกงูตัวนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านไม่มีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตของเขา
          “…”
          “แล้วท่านไม่ลองคิดบ้างหรือ ว่าถ้าหากไข่ใบนี้เป็นลูกท่านเองแต่กลับมีคนอื่นต้องการจะฆ่าทั้งๆ ที่เขาไม่มีความผิดอะไรเลย ท่านจะรู้สึกอย่างไร?
          “ข้าไม่มีลูก
          “ไม่แน่ว่าท่านอาจจะไปไข่ไว้ที่ไหนสักที่แล้วทำเป็นจำไม่ได้ก็ได้!”
          พญากุมภีร์หนุ่มขมวดคิ้วจ้องหน้าฝ่ายตรงข้ามนิ่งก่อนจะขยับปากพูด ข้าไม่ใช่ตัวเมีย
          บุปผาสวรรค์อ้าปากค้างด้วยความที่เขาไม่รู้ความนัยของประโยค
         
บุปผาหมายถึงว่าท่านอาจจะไปทำตัวเมียที่ไหนท้องแล้วไม่รู้ก็ได้

          “เป็นไปไม่ได้ ข้าคือสายพันธุ์บริสุทธิ์ตนสุดท้าย สตรีที่จะมีบุตรของข้าได้จักต้องเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับข้าเท่านั้น ...ซึ่งก็ไม่มี เจ้าไม่ต้องมาทำให้ข้าเขว ส่งไข่มา!”
          บุปผาสวรรค์ยังคงกอดไข่แน่น แม่ว่าร่างตรงหน้าจะขยับเข้ามาใกล้มากก็ตามที ไม่ บุปผาไม่ให้! ทำไมท่านต้องรังแกเด็กทารกด้วย!”
          “ถ้าเจ้าไม่เก็บมันมา ข้าก็คงไม่ต้องทำเช่นนี้! คนกับงู เจ้าจะเลี้ยงมันไว้ได้อย่างไรกัน?
          “ขนาดข้ากับท่านเรายังอยู่ด้วยกันได้!!”
          “…”
          “!!!”
          ใบหน้างามเริ่มอาบไปด้วยความร้อนโลมเลียกับประโยคที่เผลอหลุดพูดไปของตนเอง ในขณะที่บุรุษตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นมามองเธอแปลกๆ อีกครั้ง

 

ต่อฮะ

 

แสดงว่าเจ้ายอมรับจะอยู่ร่วมกับข้า?
          “บุปผา...บุปผาแค่...
          “เอาเถอะ อย่างไรเจ้าก็หนีข้าไปไหนไม่พ้น แล้วก็ส่งเจ้าไข่นั่นมาให้ข้าเสีย
          “บุปผาขอไม่ได้หรือจ๊ะ...เจ้าไข่นี่น่าสงสารเหลือเกิน แม่ของมันต้องตาย พี่น้องก็ไม่มีเหลือ...สาเหตุก็มาจากบุปผาแท้ๆ บุปผาแค่อยากดูแลเขาชดใช้ความผิดไม่ได้หรือ...
          บุปผาสวรรค์ส่งดวงตาคลอหยดน้ำใสไปสบยังดวงตาสีเหลืองทองที่เริ่มเปลี่ยนเข้าสู้สีแห่งรัตติกาล พญาจระเข้ได้แต่ถอนหายใจเฮือกออกมาครั้งหนึ่ง
         
แล้วเจ้าจะเลี้ยงมันได้อย่างไร...วิสัยอสรพิษ
          หญิงสาวเผยยิ้มกว้างทันที เชื่อบุปผาเถิดจ้ะ บุปผาเชื่อว่าหากเราเลี้ยงเขาดีเขาจะเป็นคนดี ยายของบุปผาบอกไว้
          “แล้วถ้าหากมันไม่ดีอย่างที่เจ้าหวัง
          “ถ้าอย่างนั้น...บุปผาจะยกเขาให้ท่าน
          “และข้าจะจัดการมันด้วยมือของข้าในวันนั้น!”
          บุปผาสวรรค์ยกไข่กอดอกแน่น ส่วนเจ้าแห่งกุมภีล์ถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวให้กับสตรีตรงหน้า พร้อมกันนั้นเขาก็เอ่ยประโยคออกมาหนึ่งประโยค
         
เราจักอยู่ที่นี่กันต่อไปไม่ได้
          บุปผาสวรรค์เงยหน้ามองบุรุษตรงหน้า เพราะอะไรหรือจ๊ะ
          “ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้า และที่สำคัญ...ข้าจักกลับไปทวงวังของข้าคืน ที่ที่เป็นของข้าในครานั้นดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป
          บุปผาสวรรค์เห็นแอบใจสั่นเล็กๆ แต่ไม่ได้กลัวมากมายเท่ากับครั้งแรก หญิงสาวไม่รู้เช่นเดียวกันว่าความหวาดกลัวนั้นหายไปไหน ความรู้สึกที่บ่งบอกว่าเขาคือเจ้าจระเข้ผู้ดุร้ายก็หายไปด้วย โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เธอกลับรู้สึกว่าเขาเป็นเพียงบุรุษคนหนึ่งเท่านั้น ไม่พอ...ใจดวงน้อยๆ ยังเผลอเต้นไปกับดวงหน้า แววตา และริมฝีปากที่ขยับยกเปล่งวาจาที่ประกอบไปด้วยคำสั่งนั่น ทั้งๆ ที่พยายามบอกตนเองว่าเขาทำร้ายมามากมายเพียงไหน
         
ที่นี่ไม่ใช่ที่ของท่านอย่างนั้นหรือ ...ในตำนานเล่าว่าท่านอยู่ที่นี่มานับอสงไขยปี...
          “ไม่ใช่! มันเป็นเพียงที่ที่ใช้กักขังข้าเพียงเท่านั้น...ก็พวกบรรพบุรุษโง่เง่าที่เอาแต่ยกยอว่าตนดีนั่นอย่างไร!”
          อารมณ์ของท่านเปลี่ยนอีกแล้ว บุปผาจะตามท่านไม่ทันแล้วนะ...  
          “แล้วท่านจะไปที่ไหน ไปอย่างไร บุปผาต้องไปกับท่านหรือ? บุปผา...บุปผาต้องไปกับท่านหรือว่าท่านจะให้บุปผาอยู่ที่นี่??
          หญิงสาวเริ่มตระหนกเมื่อไม่รู้จุดยืนของตนเอง เธอเริ่มกลัว...หากว่าเธอต้องอาศัยอยู่ในถ้ำนี้เพียงลำพัง ข้าวปลาอาหารเธอจะไปหามากไหน อันตรายก็อยู่รอบด้าน ดังเช่นเวลาก่อนหน้านี้ หากไม่มีเขาเข้ามาช่วยเธอก็คงจะตายไปด้วยเงื้อมมือของนางพญางูแล้ว
          กุมภีล์บุรุษไม่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเชยคางมนขึ้นมา ทำให้ดวงตาสวยที่เต็มไปด้วยน้ำสีใสสบเข้ากับดวงตาคมเข้ม
         
ถึงแม้ว่าเจ้าจักเป็นมนุษย์ เผ่าพันธุ์ที่ข้าชังที่สุดและยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่ข้าฆ่ามามากที่สุด แต่เจ้า...คือข้อยกเว้น...
          บุปผาสวรรค์มองตาเขาฉงน
          “ข้าบอกเจ้ารอบที่เท่าไหร่แล้วว่าอย่าได้ทำสีหน้าโง่เง่าแบบนั้นให้ข้าเห็น
          “…”
          “เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นหากไม่มีข้าไป เข้าใจหรือไม่!”
          บุปผาสวรรค์ส่ายหน้าหวือ เขาถึงกับถอนหายใจ
         
เจ้าจักต้องไปกับข้า ครานี้เข้าใจหรือยัง?
          “แสดงว่า...
          เขาหยักหน้าให้กับหญิงสาวเป็นการบอกว่าเจ้าคิดถูกต้องแล้ว
         
นั่นก็เพราะพันธะสัญญาสัปดนนั่นอย่างไร หากไม่ติดพันธะสัญญากับเจ้าข้าคงไม่พาเจ้าไปให้เป็นภาระดอกเขาบ่นออกมาเสียงดัง ทั้งยังมีสีหน้าและแววตาเหนื่อยหน่ายไม่พอใจ ในขณะนั้นเองบุปผาสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความยินดีในคราแรกกลับต้องรู้สึกราวกับว่าดวงใจดวงน้อยถูกมีดแหลมคมเสียบเข้าสุดด้าม ความวูบโหวงก่อตัวขึ้นเพียงเพราะคำพูดของบุรุษตรงหน้า
          บุปผาเป็นภาระหรือ?

 

 

________________________________________________________________________________

 

อัพให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ

พ่อเข้ใจร้าย จะพูดอะไรแบบนั้น ไอ้จระเข้เห็นแก่ตัว T____T

น้องบุปผาเขาเสียใจเลย http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000210.gif

 

ปล. ในที่นี้พ่อจระเข้ของเราปกตินางดุร้ายมาก่อนค่ะ นางไม่ชอบมนุษย์และฆ่ามนุษย์เป็นว่าเล่นเลยต้องมีคนมาผนึกไว้

ความเลวอะไรที่เคยบัญญัติไว้อยู่ในตัวนางหมด ไม่ว่าจะเรื่องความเห็นแก่ตัว เข่นฆ่าศัตรู และอื่นๆ แต่นางก็ต้องมาเสียทีให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงอย่างบุปผา 

บุปผาจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงเจ้าจระเข้ผู้ดุร้ายยังไง ฝากเอาใจช่วยด้วยนะคะ

คนละไลค์ คนละเม้น คนละแชร์

ขอบคุณสำหรับดาวที่รีดเดอร์ให้มานะคะ เขาร้องไห้ เขาดีใจมากจริงๆ ค่ะ มีแรงเขียนต่อเลย รักกก

ขอบคุณทุกไลค์ ทุกคอมเม้น จากใจเลยค่ะ

ปล. สอง ฝากเรื่องคำผิดด้วยนะคะ พร้อมคำแนะนำเพื่อการพัฒนาฝีมือด้วยนะคะ เค้าเพิ่งหัดขีดๆ เขียนๆ

ถ้าอย่างไรจะขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะ

รักรีดเดอร์ทุกคนนะ

ดาวเหนือ/ นิยม

 

 

 

 

 

 

 

กลับมาแล้วค่ะ ฝากลิขิตรักฯ ด้วยนะคะ

คิดถึงทุกคนและ สู้ๆ นะคะสำหรับข่าวที่เศร้าที่สุดสำหรับเราคนไทย...

โอยยยย เขินพ่อเข้http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/928425071.gif

หกสิบห้าเปอร์เซ็นแล้ว จะเป็นยังไงต่อฝากติดตาม ฝากเดา ฝากคอมเม้นต์เรียกกำลังใจหน่อยน้าาา

คืนนี้ฝันดีค่ะ

 

 

วันนี้ขอลง 25%  ก่อนนะคะ ที่จริงแล้วพรุ่งนี้มีงานเช้ามากเลยลงให้ได้ไม่เต็มบท

คิดสดอัพค่ะ แต่ว่ามีพล็อตเรื่องวางไว้เรียบร้อยแล้ว สำนวนอาจมีแปลก หรือคำอาจผิดเดี๋ยวทยอยมาเกลาให้นะคะ 

ฝากเเรื่องนี้ด้วยน้าา ดันๆๆๆ

ขอบคุณที่ติตามค่ะ

พรึ่บบบบบ!!! จี้คอมเม้นต์ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/18.gif


          

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}