สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 8 เธอเป็นของฉันคนเดียว

ชื่อตอน : บทที่ 8 เธอเป็นของฉันคนเดียว

คำค้น : นางร้าย Facety Girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.4k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2559 16:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 เธอเป็นของฉันคนเดียว
แบบอักษร

 

 

 

 

#

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่าทำให้ผมหึงหรือหวงบ่อยนักนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะลงโทษคุณเม # หมอวินสายอ่อย

 

เมอยาก..กับหมอคนเดียวแหละค่ะ # เมเม่ขี้ยั่ว

 

 

 

 

 

 

บทที่ 8 เธอเป็นของฉันคนเดียว

 

            หลังจากวันงานฉันก็ได้เจอคุณหมอบ่อยขึ้น คุยกันมากขึ้น และก็หวานกันจนยัยแพนด้าไม่กล้าอยู่ใกล้ ยัยนั่นบอกว่าจะหายาฉีดมดมาฉีดใส่กับคุณหมอ ขี้อิจฉาแล้วพาลเนอะ

            “คิดถึงอีกแล้ว” ฉันส่งไลน์ไปหาคุณหมอวินด้วยข้อความเดิมๆ

“เหมือนกันครับ” คุณหมอคิดถึงฉัน อยากจะตะโกนให้โลกรู้

“วันนี้ถ่ายละครหรือเปล่าครับ?” นานๆครั้งที่เขาจะถามก่อน ปกติฉันเสนอหน้ารายงานเขาเองเสมอว่าทำอะไรที่ไหนกับใคร

“ค่ะ แต่แค่ไม่กี่ฉากเอง ตอนเย็นต้องไปงานอีเว้นท์ต่อ”

            “ที่ไหนหรอครับ?” อยากรู้หรอคะ ต้องแกล้งสักหน่อย

            “ถ้าบอกแล้วจะได้อะไรมั้ยคะ?”

          “หมอหล่อผูกโบว์พอได้มั้ยครับ” กรี๊ดๆ จินตนาการถึงใบหน้าหล่อๆของเขาที่ติดโบว์สีชมพู

            “แล้วแกะได้มั้ยคะ เมชอบแกะของขวัญซะด้วย”

            “คิดดูก่อน ถ้าอดใจไม่ไหวผมจะเป็นคนแกะให้เองเลย” เมรินจะยั่วให้สุดฝีมือเลยค่ะ

            “เมเม่เข้าฉากได้แล้ว” ผู้กำกับใจร้าย ฉันกำลังคุยกับพ่อของลูกอยู่นะ

            “ทำงานก่อนนะคะ” ฉันเก็บมือถือใส่กระเป๋า แล้วก็ทำงานเพลินจนลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ตอบเขาว่าจะไปที่ไหน

            “เม ไปงานพร้อมกับพี่เลยมั้ย?” พี่พีททักฉัน เขาเป็นพระเอกของเรื่องนี้และเราก็มีงานต่อที่เดียวกัน

            “ก็ได้ เดี๋ยวเมโทรบอกพี่จ๋าก่อนนะคะ” ฉันโทรบอกผู้จัดการส่วนตัวว่าให้ไปเจอกันที่งานเลย จะได้ไม่ต้องฝ่ารถติดมารับฉันที่นี่

            “ไม่บอกผมจริงๆหรอว่าอยู่ไหน?” ฉันเพิ่งได้อ่านไลน์จากคุณหมอ สามชั่วโมงแล้วด้วย ป่านนี้คงเลิกรอคำตอบฉันไปแล้วมั้ง แต่ฉันก็ยังส่งโลเกชั่นไปหาเขาอยู่ดี

 

            งานแสดงสินค้า ฉันกับดาราอีกสามคนเป็นแขกรับเชิญที่จะต้องขึ้นไปนำเสนอและพูดเชิญชวนให้คนสนใจสินค้าตัวนั้น วันนี้เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับครีมบำรุงผิวที่นำเข้าจากอเมริกา ชุดที่ใส่จึงค่อนข้างโชว์เนื้อหนังมังสากันนิดหน่อยเพื่อให้เข้าคอนเซปต์ผลิตภัณฑ์ผิวสวย

            บทสัมภาษณ์ของทั้งสี่คนมีพอๆกัน ส่วนใหญ่เน้นไปที่เรื่องของการดูแลสุขภาพ บนเวทีไม่เท่าไหร่หรอก แต่นักข่าวที่มารอสัมภาษณ์หลังงานจบนี่สิที่น่ากลัว ยิ่งวันก่อนฉันชิ่งหนีมาด้วยแล้ว วันนี้เลยมารอกันเยอะเป็นพิเศษ

            “เมเม่ ชุดยาวลากพื้นมากเลย ระวังสะดุดหล่ะ” ลูกแก้วดาราร่วมช่องและแขกรับเชิญอีกคนของงานเตือนฉันด้วยความหวังดี(จริงหรือเปล่า) อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังจ้องแย่งงานจากฉันอยู่

            “ขอบใจนะ แต่ฉันไม่เหยียบมันหรอก ฉันชินแล้ว” ฉันยิงฟันตอบ เพราะตอนนี้เรากำลังถ่ายรูปร่วมกันบนเวที ฉันต้องสวยและดูดีในทุกภาพ

            “ก็ดี” สายตาหล่อนดูไม่เป็นมิตรเลย และลางสังหรณ์ฉันก็ไม่ต้องรอนาน เมื่อฉันสะดุดล้มกลางเวทีท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย

            “อุ๊ย!” พี่พีทคว้าตัวฉันไว้กลางอากาศและดึงเข้ามากอดไว้ ทำให้ฉันไม่หล่นลงไปที่พื้น

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันกระเด้งตัวออกมาจากเขา แต่ก็เกือบจะล้มลงอีกครั้งเพราะส้นสูงฉันส้นหักไปหนึ่งข้าง ต้องขอบคุณการฝึกเดินแบบที่ทำให้ฉันสามารถฉีกยิ้มพร้อมกับทรงตัวเดินได้เหมือนปกติทั้งที่เขย่งเท้าไว้ข้างหนึ่ง

            “ลูกแก้ว” ฉันเขย่งเท้าเดินไปกระชากตัวลูกแก้วให้หันมาหา

            “มีอะไร อ่อ ฉันเตือนเธอแล้วนะว่าให้ระวัง” นางลอยหน้าและมั่นหน้าจนฉันแทบจะกระโดดตบ

            “ฉันก็กำลังจะเตือนเธอเหมือนกันว่าอย่าใส่รองเท้าเปื้อนๆมางานอีกนะ” หล่อนทำหน้าเหมือนหมาสงสัย ฉันแค่เหยียดยิ้มที่มุมปากแล้วเดินไปหานักข่าวที่รออยู่ข้างเวทีมากมาย

 

            “เมมาแล้วค่ะ สวัสดีพี่ๆสื่อมวลชนทุกคนนะคะ”

            “ขอถามหน่อยค่ะ เรื่องข่าวของน้องเมเม่กับหมอวินลูกชายคุณหญิงกรรณการ์” มาถึงก็เล่นหนักเลยนะ ฉันยังไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนั้น

            “โอ๊ย!” ฉันแกล้งเจ็บขาขึ้นมากะทันหัน จะว่าแกล้งก็ไม่เชิงเพราะฉันก็เจ็บจริง แต่ก็ไม่มากจนเดินเหินหรือยืนไม่ได้ขนาดนี้

            “คุณเมเม่เจ็บขาจากที่สะดุดล้มบนเวทีเมื่อสักครู่ใช่มั้ยคะ?” ฉันหันไปหานักข่าวคนนั้นทันที

            “ใช่ค่ะ เจ็บนิดหน่อยค่ะ”

            “เกิดจากรองเท้าส้นหักหรือคะ?” นักข่าวซักต่อ

            “ไม่ใช่ค่ะ ส้นสูงหักหลังจากที่สะดุดแล้ว พอดีมีใครไม่รู้แกล้งเหยียบชายกระโปรงเมค่ะ” ฉันเลิกชายกระโปรงยาวด้านหลังเพื่อให้ทุกคนได้ถ่ายภาพรอยรองเท้าที่เห็นชัดเจนมาก

            “คุณเมเม่พอทราบมั้ยคะว่าเป็นใคร?”

            “ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้รับคำขอโทษจากใครเลย จริงๆถ้าเขาไม่ตั้งใจก็น่าจะขอโทษกันเนอะ นี่อาจจะจงใจหรือเปล่า พวกพี่ๆมีภาพจากบนเวทีลองสืบให้เมหน่อยนะคะว่าใครตั้งใจแกล้งให้เมสะดุด หรือลองดูรอยรองเท้านี่เอาไปเทียบก็ได้ค่ะ เพราะรอยเปื้อนชัดมาก” ฉันยิ้มให้ทุกคนอย่างใสซื่อ

            “คุณเมเม่มีปัญหากับใครบนเวทีมั้ยคะ?”

            “ไม่มีค่ะ” ฉันโกหก

            “ขอถามเรื่องคุณกวินท์หน่อยค่ะ”

            “โอ๊ย เจ็บขาจังเลยค่ะ ขอเมไปนั่งพักก่อนนะคะ ขอโทษพี่ๆทุกคนด้วยที่ได้คุยกันแป๊บเดียวเอง”

            “เดี๋ยวพี่ช่วยดีกว่าเม” พี่พีทเห็นฉันเจ็บก็เลยช่วยประคอง

            “คุณพีทกับคุณเมเม่สนิทกันถึงขั้นไหนคะ ตอนมางานก็เห็นว่ามาด้วยกัน บนเวทีก็โอบกัน ตอนนี้ก็ยังจะพากลับด้วย” พวกหล่อนคะ เมื่อกี้ยังจะถามเรื่องคุณหมอวินอยู่เลย พอเห็นพี่พีทโดนตัวฉันปุ๊บเปลี่ยนคู่ให้ฉันปั๊บ

            “เราเล่นละครด้วยกันครับ ก็เลยมีโอกาสได้คุยกัน” อ่าวพี่พีททำไมให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าจินตนาการของนักข่าวนี่สูงส่งแค่ไหน

            “เราเป็นพี่น้องในวงการกันค่ะ” ฉันพูดได้เท่านั้นก่อนจะถูกพาตัวออกมา

            “คุณเมเม่” คุณหมอมาหาด้วย ฉันรีบยิ้มหวานให้เขาทันที

            “หมอมาหาเมหรอคะ ดีใจจังเลย” ฉันอยากจะโผเข้าหาคุณหมอ แต่ก็ติดที่พี่พีทยังจับฉันไว้ไม่ยอมปล่อย

            “ใครหรอครับ?” คุณหมอถามฉัน หน้าเขาดูบึ้งๆยังไงไม่รู้ด้วย

            “พี่พีทค่ะ เรามางานด้วยกัน พี่เขาเห็นเมเจ็บขาเลยช่วยประคองค่ะ” ฉันสลัดพี่พีทหลุดจนได้

            “ขอบคุณพี่พีทมากนะคะที่ช่วยเหลือเม แต่ตอนนี้เมมีหมอวินดูแลแล้วค่ะ ลาก่อนนะคะ” ฉันชัดเจนและตรงต่อความรู้สึกของตัวเองเสมอ ฉันรักคุณหมอและฉันอยากไปกับคุณหมอคนเดียว

            “อ่อ ได้สิ ไว้เจอกันที่กองนะ” พี่พีทเดินห่างออกไปแล้ว ฉันเลยได้โอกาสอ่อยคุณหมอเต็มที่

            “โอย เจ็บขา ดูสิคะรองเท้าส้นก็หัก เมต้องเขย่งเท้าเดินข้างหนึ่งตลอดเลย”

            “คุณเมเจ็บเท้าข้างนี้หรอครับ” ได้ผล คุณหมอรีบโอบประคองฉันให้ไปนั่งแถวนั้น ก่อนจะนั่งชันเข่าลงกับพื้นเพื่อตรวจอาการบาดเจ็บให้ โอ๊ย คุณหมอน่ารักอีกแล้ว

            “เมเจ็บเท้าข้างเดียวเหมือนที่ชอบหมอข้างเดียวเลยเนอะ เจ็บจัง”

            “ใครบอกคุณเมครับว่าข้างเดียว” เอ๊ะ คืออะไร คุณหมออธิบายมาให้ชัดเจนนะ

            “หมอชอบเมเหมือนกันใช่มั้ยคะ?”

            “คุณเมสนิทกับผู้ชายคนนั้นแค่ไหนครับ” คุณหมอรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างไว ว่าแต่หมายถึงคนไหน อ่อ พี่พีทสินะ

            “แค่รู้จักกันค่ะ” คุณหมออยากรู้ไปทำไม คงไม่ใช่ว่าสนใจพี่พีทหรอกนะ

            “แล้วทำไมปล่อยให้เขากอดอยู่ได้ตั้งนาน” คุณหมอกลับมาทำเสียงดุอีกแล้ว

            “เอ๋ หมอโกรธเมเรื่องอะไรคะเนี่ย?”

            “คุณเมแต่งตัวโป๊ด้วยนะครับวันนี้ ผมบอกแล้วไงว่าไม่อยากให้แต่ง” คุณหมอบ่นฉันไม่หยุด

            “นี่ตกลงว่า..หมอโกรธที่เมใส่ชุดนี้หรือโกรธที่พี่พีทโอบเมเมื่อกี้คะ?” ฉันยิ้มออกเมื่อพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว คุณหมอวิน..ไม่รอดปากเมรินแน่ค่ะ

            “เอ่อ..” ไม่กล้าตอบหล่ะสิ

            “ถ้าหมอไม่บอกแล้วเมจะง้อถูกได้ยังไงคะ บอกเมมาเถอะค่ะว่าไม่พอใจกันเรื่องอะไร เผื่อหมอเข้าใจเมผิด เมก็ควรจะได้โอกาสอธิบายความจริงใช่มั้ยคะ?” ฉันออดอ้อนเขาทั้งสายตาและคำพูด

            “ทั้งสองเรื่องเลยครับ ก็ไม่เชิงโกรธหรอก..ผมก็แค่งอน” ผู้ชายงอนเป็นผู้ชายน่ารัก

            “งั้นขอเมอธิบายนะคะ เรื่องพี่พีทไม่มีอะไรเลย บนเวทีเมโดนแกล้งเหยียบชายกระโปรงจนสะดุดหน้าคว่ำ พี่พีทก็เลยช่วยดึงเอาไว้ แล้วเมื่อกี้เขาก็ประคองออกมาจากวงนักข่าวเฉยๆ ส่วนเรื่องชุด..เมเลือกเองไม่ได้ค่ะ นี่เป็นชุดที่เจ้าของงานเลือกเอาไว้ ถ้าเมขอเปลี่ยนก็จะโดนว่าเรื่องมากอีก หมอเข้าใจเมมั้ยคะ?”

            “เข้าใจแล้วครับ ขอโทษนะครับที่งอนไร้สาระ” คุณหมอหน้ายิ้มของฉันกลับมาแล้ว

            “ไม่ไร้สาระสักหน่อย นี่แหละสาระที่สุด หมอหึงเมกับพี่พีทแล้วก็ยังหวงเมด้วย น่าดีใจจะตาย”

            “แต่ผมไม่ดีใจด้วย อย่าทำให้ผมหึงหรือหวงบ่อยนักนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะลงโทษคุณเม”

            “หมอจะลงโทษเมยังไงหรอคะ?” ฉันเอียงคอมองเขาอย่างสงสัย

            “อยากโดนหรอครับ” เขายื่นหน้าเข้ามาหาฉัน

            “เมอยาก..กับหมอคนเดียวแหละค่ะ” อ่อยมาอ่อยกลับค่ะ ไม่มีโกงกัน

            “คุณเมนะคุณเม ถ้าโดนขึ้นมาจริงๆอย่ามาร้องบอกให้หยุดแล้วกัน” อย่าดีแต่พูดค่ะ ทำเลย

             “หมอก็เหมือนกัน เมื่อไหร่จะยอมให้เมกินสักทีคะ อ่อยจนไม่มีอะไรให้อ่อยแล้วนะ”

            “ไม่ต้องอ่อยก็ได้ครับ”

            “หมอไม่อยากให้เมอ่อยแล้วหรอคะ?” หรือเขาจะรำคาญฉันแล้ว หรือฉันรุกเยอะเกินไป

            “เปล่าครับ แต่แค่ไม่อ่อยก็น่ารักจะแย่แล้ว ถ้าขืนยังยั่วด้วยอีก ความอดทนผมจะหมดลงได้ และนั่นอาจอันตรายกับคุณเมนะครับ” อันตรายเลยหรอ พูดซะดูเหมือนน่ากลัว แต่ถามว่าฉันกลัวไหม?

            “ไม่กลัวค่ะ เพราะถ้าเป็นหมอเมยอมทั้งนั้น” และแล้วฉันก็กลับมาอ่อยตามเคย

            “ถ้าอย่างนั้นยอมให้ผมพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนอย่างแรกเลย” คุณหมอไล่สายตาไปตามชุดฉันที่เปิดหลังเว้าหน้าและแหวกสูงอย่างไม่ชอบใจ

            “แต่ส้นรองเท้าเมหักไปแล้วข้างหนึ่งสิคะ”

            “ผมมีให้คุณเมเลือกสองทาง หนึ่ง..ยอมให้ผมหักส้นรองเท้าอีกข้างเพื่อให้คุณใส่เดินเป็นรองเท้าไร้ส้น หรือสอง..ให้ผมอุ้มคุณเดินห้าง ซึ่งผมอุ้มคุณได้สบายๆอยู่แล้วแม้ว่าคุณจะช้อปทุกร้านในห้างก็ตาม”

            “จริงๆอยากได้ข้อสองนะคะแต่เกรงใจหมอ เลือกข้อหนึ่งก็ได้ค่ะ” แล้วฉันก็กลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าที่มีเจ้าชายรูปงามสวมรองเท้าให้

            “หมอคะ เดี๋ยวซื้อเสื้อผ้าเสร็จไปกินข้าวกันนะคะ” ฉันควงแขนคุณหมอเดินห้างอย่างไม่หวั่นสายตาคนมอง จริงๆเขาเป็นคนดึงมือฉันไปควงเองเหอะ ฉันเลยสมยอม

            “ได้ครับ วันนี้ผมฟรีทั้งวัน”

            “วันนี้ฟรี ถ้าพรุ่งนี้ต้องมีค่าตัวหรอคะ?” ฉันแกล้งเล่นมุกกับเขาด้วย หวังว่าคุณหมอจะเข้าใจนะ

            “ใช่ครับ ค่าตัวผมแพงนะ คุณเมจ่ายไหวมั้ย?” ทุ่มหมดหน้าตักหล่ะงานนี้

            “เมรินสายเปย์ค่ะ ว่ามาเลยว่าค่าตัวหมอเท่าไหร่คะ?”

            “ชั่วโมงละจูบ ถ้าสามชั่วโมงขึ้นไปต้องแถมกอดให้ด้วย”

            “เมเหมารอบเลยค่ะ วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง ทุกวัน ตลอดชีวิต หมอจะได้เป็นของเมคนเดียว”

            “ครับ ผมจะเป็นของคุณเมคนเดียว” คุณหมอยอมรับแล้วนะคะว่าจะเป็นของฉัน ไม่เสียแรงอ่อย เอ้ย ไม่เสียแรงรักและรุกมาตลอด นี่ฉันควรยกขันหมากไปขอเขาไหม หรือดักฉุดเข้าห้องเลยดี

            “เก็บอาการหน่อยครับ ปากจะฉีกแล้วนั่น” ฉันรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน ว่าแต่ฉันเหอะ เขาเองก็ยิ้มไม่หยุดเหมือนกันแหละ คนมีความรักมันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง

            “โลกเป็นสีชมพูเนอะหมอ”

 

            “คุณเมตาบอดสีหรอครับ” ฟึบ ความโรแมนติกในหัวใจจบลงแล้ว คุณหมอบ้า!!

 

 

 

 

 

 

 

โลกใครเป็นสีชมพูแบบเมเม่บ้างคะ หมอวินนางยอมเป็นของเมเม่แล้วด้วย อร๊ายยยยย อยากเป็นเมเม่เนอะ

แอบเห็นมีคนให้ดาวเรื่องนี้ด้วย ปลื้มปริ่มน้ำตาจิไหล กำลังใจปั่นๆๆๆๆ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนเมเม่กับหมอวินนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น