สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 7 เรื่องของเรา..แค่สองคน

ชื่อตอน : บทที่ 7 เรื่องของเรา..แค่สองคน

คำค้น : นางร้าย Facety Girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.9k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2559 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 เรื่องของเรา..แค่สองคน
แบบอักษร

 

 

 

#

 

 

 

 

 

 

 

 เดี๋ยวเหอะถ้าได้รู้จักแล้วจะรู้ว่าหมอเล็กหรือหมอใหญ่ # หมอวิน

 

 เพราะคนที่เมชอบคือหมอไม่ใช่แม่ของหมอหรือคนอื่น # เมเม่

 

 

 

 

 

 

บทที่ 7 เรื่องของเรา..แค่สองคน

 

            ข่าวของฉันกับหมอวินดังกระฉ่อนทั่วโซเชียลในวันต่อมา งานอีเว้นท์มากมายติดต่อให้ฉันไปออกงานทันที ข้อดีของการเป็นข่าวอย่างเดียวก็คือมีงานเข้ามา แต่บอกตรงๆว่าฉันไม่ชอบการเป็นจุดสนใจด้วยวิธีนี้เลย

            “แก หมอวินของแกเสียหายหมดเลยสิ” ยัยแพนด้าแกควรเข้าข้างฉันซึ่งเป็นผู้หญิงและเป็นเพื่อนแกไม่ใช่หรอ

            “แต่เขาบอกเองว่าไม่สนใจข่าว และเขาก็เป็นคนจูงมือฉันเดินออกมาจากห้องเองด้วย ฟินาเล่มากเลยแหละแก นี่ฉันยังไม่ได้ล้างมือที่เขาจับเลยนะ” ฉันยื่นมือตัวเองไปตรงหน้ายัยแพนด้าที่รีบหลบฉับพลัน

            “เป็นดาราดังแล้วเลิกนิสัยซกมกซะทีเหอะแก ขี้เกียจอาบน้ำก็พอแล้วนี่ยังไม่ยอมล้างมืออีก”

            “นังแพนด้าฆ่าไม่ตาย ฉันเป็นเพื่อนแกนะ ขยันแฉฉันอยู่เรื่อยเลย ถ้านักข่าวแอบฟังอยู่ฉันไม่เละเทะเลยหรอ” เรากำลังอยู่ในงานการกุศลงานหนึ่ง ซึ่งฉันได้รับเชิญเป็นหนึ่งในนางแบบยี่สิบห้าคนที่จะสวมผ้าไหมและเครื่องประดับสำหรับร่วมประมูล รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะสนับสนุนบ้านเด็กกำพร้าทั้งหมด

            “ตอนนี้ไม่มีข่าวไหนของแกจะกลบข่าวคบเกย์ได้หรอก” ฉันโกรธนักข่าวที่เขียนข่าวนี้จริงๆ จะเขียนว่าฉันกับเขาแอบคบแอบกินกันก็ได้ ทำไมต้องบอกว่าฉันกับเขาคบกันบังหน้า คนหนึ่งอยากอัฟเกรดตัวเองเป็นไฮโซ อีกคนปิดบังสังคมว่าตัวเองเป็นเกย์ เกย์อะไรจะจูบผู้หญิงได้ดูดดื่มซาบซ่านเยี่ยงนี้

            “นี่นักข่าวมารอสัมภาษณ์แกหลังจบงานเยอะมากบอกเลย” ยัยแพนด้าตบไหล่ฉันปลอบใจ

            “แกไปหาทางลับมาเลยนะ จบงานฉันจะหายตัว” เป็นอันรู้กันว่าฉันจะไม่รอให้สัมภาษณ์เรื่องอะไรทั้งสิ้น

            “เมเม่ แต่งตัวเสร็จยัง เดี๋ยวจะเริ่มเดินแบบกันแล้วนะ” ทีมงานมาเตรียมความพร้อมหลังเวทีกันแล้ว ฉันคงต้องไปแสตนบายรอเดินโชว์ตัวเหมือนกัน

“เดี๋ยวฉันไปเดินหาทางหนีไฟก่อนนะ จะกลับยังไงก็โทรมานะ” ยัยแพนด้าเพื่อนเลิฟน่ารักที่สุด

“เมเม่ หนูคิวต่อไปนะคะ” ฉันยิ้มให้ทีมงานคนนั้นและเดินไปรอข้างเวที

“นี่หรอ เมเม่นางร้ายขี้วีนที่ชอบตกเป็นข่าวหน้าหนึ่ง” ฉันหันไปมองนางแบบกิติมาศักดิ์สองคนที่นินทาฉันอย่างไม่เบาเสียงเลย

“ขอโทษนะคะ ไม่ชอบกินเผือกเรื่องชาวบ้านหรอกแต่พอดีได้ยินชื่อตัวเองเข้าเลยต้องมาชี้แจง” ฉันจิกตาใส่นางสองคนนั้นก่อนจะพูดต่อ

“รู้มั้ยคะว่าทำไมเป็นข่าวเอ่อ..เดี๋ยวนี้ต้องเป็นข่าวที่ถูกแชร์หรือเสิร์ชหาเยอะที่สุดเนอะ หน้าหนึ่งนี่โบราณจัง ที่ฉันตกเป็นข่าวบ่อยก็เพราะฉันเป็นพวกดวงซวยค่ะ ไปไหนก็ชอบโดนหมาเห่าใส่ แล้วฉันก็ไม่ใช่พวกที่ทนฟังเสียงเห่าน่ารำคาญนี้ได้ด้วยสิ ก็เลยต้องทำยังไงก็ได้เพื่อให้พวกมันหยุดเห่า บางทีก็เลยรุนแรงไปบ้าง ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ แหม..พูดแล้วคันมือตะหงิดๆ” สะใจดีจังที่เห็นนังไฮโซปากดีสองคนนั่นหน้าซีดและทำตัวหดลีบลง ถ้าปากไม่เก่งจริงอย่ามาสะกิดฉันดีกว่า

“เมเม่จ๊ะ ขึ้นเวทีเลย” ฉันโบกมือลาสองคนนั้นแล้วเดินเฉิดฉายขึ้นเวทีมา แสงแฟลชวูบวาบจนฉันแสบตาแต่ก็ยังต้องยิ้มสู้ ฉันเดินไปหยุดที่ตำแหน่งกลางเวทีข้างพิธีกรของงาน

“คุณเมเม่สวยจนผมประหม่าเลยนะครับเนี่ย ผ้าไหมสีแดงนี่เข้ากับผิวขาวๆของคุณเมเม่เหลือเกิน”

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งค่ะ ผ้าไหมชุดนี้ทอมาดีมาก และสีก็สวยมาก รับรองนะคะว่าไม่ว่าใครใส่ก็ต้องสวยไม่แพ้กันค่ะ อีกอย่างทับทิมสีสวยและหาที่ติแทบไม่ได้นี่ควรค่าแก่การสะสมมากค่ะ” ฉันฉีกยิ้มให้กล้องทุกตัวอย่างเท่าเทียม

 

ฉันแอบมานั่งอยู่หลังเวทีหลังจากที่เดินแบบเสร็จ ฉันไม่ชอบงานสังคมที่ทุกคนปั้นหน้าใส่กัน อริศัตรูในงานนี้ก็ไม่ใช่น้อย ฉันไม่อยากทะเลาะกับใครจนเป็นข่าวอีกแล้ว ฉันควรจะทำตัวดีๆเพื่อไม่ให้คุณหมอของฉันเสื่อมเสียไปด้วย คิดถึงคุณหมออีกแล้ว.. ตอนนี้เขาจะทำอะไรอยู่นะ?

“คิดถึงหมอจัง ทำอะไรอยู่คะ?” ฉันมองข้อความที่พิมพ์ไว้แต่ไม่ส่งไปสักทีอย่างลังเล เขาจะหาว่าฉันวุ่นวายกับเขาเกินไปมั้ยนะ เล่นไลน์หาถี่ขนาดนี้ทั้งที่เขาก็ไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบ

“ทำไมไม่กดส่งสักทีหล่ะครับ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่ามีคนคิดถึง” ฉันตกใจจนเกือบทำมือถือตก อยู่ดีๆคุณหมอของฉันก็โผล่มาหาถึงหลังเวที และในมือของเขา..มีกุหลาบช่อใหญ่

“เอากำลังใจมาให้ครับ” ฉันยิ้มหน้าบานขณะรับดอกไม้ช่อนั้นมา จูบหอมดอมดมกุหลาบพวกนี้พลางคิดว่าเป็นแก้มของคุณหมอ

“ผมชักอิจฉาดอกกุหลาบแล้วนะครับ คราวหลังจะไม่ซื้อให้แล้ว”

“เอ๋?” ทำไมคุณหมอชอบพูดให้งง เมรินไม่ได้ฉลาดขนาดนั้นนะคะ

“ก็คุณเมเล่นจูบแต่กุหลาบ ผมก็ต้องอิจฉาสิ” คุณหมอจะขยันทำให้ฉันเขินไปถึงเมื่อไหร่

“หมออยากจูบเมเมื่อไหร่ เมก็พร้อมทั้งนั้นแหละค่ะ” ฉันยื่นปากไปหาเขาเพื่อยืนยันคำพูดตัวเอง ซึ่งเขาก็น่าจะรู้ว่าฉันแค่แกล้งเล่น แต่นี่เขากลับ..ก้มหน้ามาจูบฉันเร็วๆแล้วผละออก

“หมอ เดี๋ยวมีคนเห็น” ฉันพยายามทำตัวดีเพื่อเราอยู่แท้ๆเชียว มายั่วให้ฉันตบะแตกทำไมเนี่ย

“เป็นข่าวกับผมไม่ดีหรอไง”

“แต่ข่าวที่ออกมาหมอก็เสียหายอยู่ดี เมไม่อยากทำให้หมอวินของเมต้องเสียชื่อเสียงเพราะเมเลย”

“อย่าสนคนอื่นเลย นี่เป็นเรื่องของเราสองคนนะ” เรื่องของเรา..คำนี้ให้ความรู้สึกดีจัง

“โอเคค่ะ ว่าแต่หมอมาทำอะไรในงานที่สวมหน้ากากเข้าหากันแบบนี้คะ?”

“แม่ผมเป็นแม่งานหน่ะครับ เลยโดนบังคับมา นี่กะว่าจะประมูลชุดทับทิมที่นางแบบคนสวยๆเมื่อสักครู่นี้ใส่โชว์สักหน่อย” ใครใส่ทับทิม เอ่อ ฉันนี่หว่า

“หมอเห็นเมเดินแบบด้วยหรอคะ?”

“เห็นสิครับ คุณเมของผมสวยที่สุดบนเวทีเลย แต่ชุดนี่เว้าลึกไปนะครับ คราวหลังไม่ใส่แล้วนะชุดเซ็กซี่เนี่ย” คุณหมอพูดจาน่าจูบอีกแล้ว เขาติดเชื้อขี้อ่อยจากใครมาเนี่ย ตอนแรกไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย โหมดสุภาพบุรุษยุคท่านชายหายไปไหนแล้ว

“หมอหวงเมหรอคะ?”

“แล้วหวงไม่ได้หรอครับ?” คุณหมอส่งสายตากรุ้มกริ่มมายังฉัน แล้วฉันจะไม่ละลายได้ยังไง

“ได้สิคะ เพราะเมก็หวงหมอเหมือนกัน” ฉันยิ้มหวานพร้อมกับส่งสายตาหยาดเยิ้มไปให้ ปล่อยให้คุณหมออ่อยอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก ต้องทำให้เขาเป็นฝ่ายเขินเองซะบ้าง

“แก้มขาวๆนี่ก็ของเม ปากหวานที่จูบเก่งๆนี่ก็ของเม ซอกคอนี่ก็ด้วย กล้ามอกกล้ามแขนกล้ามท้องรวมถึงกลิ่นตัวหอมๆของหมอเมก็หวง” ฉันลากมือไปตามทุกส่วนบนตัวเขาประกอบคำพูด ก่อนจะเลื้อยมือลงไปถึงเข็มขัด

“ที่สำคัญ..หมอเล็กที่เมยังไม่ได้กินนี่ก็ห้ามให้ใครกินเด็ดขาด” ฉันแกล้งปัดมือผ่านเป้ากางเกงของเขาอย่างแผ่วเบา

“ร้ายกาจนักนะครับ เดี๋ยวเหอะถ้าได้รู้จักแล้วจะรู้ว่าหมอเล็กหรือหมอใหญ่” อร๊าย คุณหมอ..แอบหื่นก็เป็นด้วย เข้าทางเมรินสิคะ

“กลับคอนโดไปทำความรู้จักกันเลยมั้ยคะ”

“อย่ายั่วนักสิครับ เดี๋ยวก็พากลับจริงๆซะเลย” ไม่ได้ยั่ว เมรินคนจริง เอาจริงนะคุณหมอ

 

คุณหมอพาฉันมาหาอะไรกินในงานทั้งที่ฉันเตือนแล้วว่าอาจจะถูกจับตามอง แต่เขาก็บอกว่าอย่าไปสนใจ คุณหมอของฉันนี่ก็ป๊อบปูล่าร์ในวงสังคมใช่น้อย มีคุณหญิงคุณนายและสาวๆแวะเวียนมาทักทายตลอด แต่เขาก็วางตัวดีเหมือนตอนที่เจอฉันตอนแรกเลย น่ารักใช่ไหมหล่ะ

“วิน มางานแล้วทำไมไม่มานั่งกับแม่” เสียงทรงอำนาจและมาดคุณนายเต็มยศขนาดนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร

“สวัสดีค่ะคุณหญิง” ฉันยกมือไหว้คุณหญิงกรรณิการ์มารดาของคุณหมอ แต่ท่านกลับทำเป็นไม่เห็นฉันแล้วก็ไม่รับไหว้ฉันด้วย ลางสังหรณ์ละครน้ำเน่ามาแล้วไง ฉันเกลียดบทแม่ผัวลูกสะใภ้ที่สุด

“แม่น่าจะรู้จักคุณเมเม่ใช่มั้ยครับ?”

“ลูกคงไม่คิดจะคบดาราที่หวังเกาะเราใช่มั้ย?” นี่คุณหญิงไม่เคยเรียนมารยาททางสังคมหรือไง ถึงได้พูดจาดูถูกต่อหน้าฉันอย่างนี้ บทแม่ผัวใจร้ายนี่ใช้ได้แต่กับนางเอกเท่านั้นแหละค่ะ ลืมไปหรือเปล่าว่านี่เมริน..นางร้ายอันดับหนึ่งแห่งวงการ

“ขอโทษนะคะคุณหญิง ฉันเมริน พิริยาพร ฉันรู้ว่าคุณเห็นและได้ยินสิ่งที่ฉันพูดทั้งหมด ถึงแม้ว่าคุณจะเสียมารยาททำเป็นมองไม่เห็นก็ตาม” คุณหญิงหันขวับมามองฉันด้วยสายตาวาวโรจน์

“เมขอโทษหมอด้วยนะคะที่พูดจาไม่เหมาะสมกับผู้ใหญ่และยังเป็นแม่ของหมออีก แต่เมทนให้ใครมาดูถูกหรือใส่ร้ายเมไม่ได้หรอกค่ะ เมขออนุญาตชี้แจงนะคะว่าเมไม่ได้เกาะหมอวินเลย” ฉันสบตาคุณหมอเพื่อแสดงความจริงใจก่อนจะหันไปหาคุณหญิงแม่ของเขา

“คุณหญิงคงหาข้อมูลของฉันมาแล้ว เลยอาจจะเข้าใจผิดว่าเด็กกำพร้าที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองจะเห็นแก่เงิน แต่ข้อมูลของฉันไม่ได้บอกหรอคะว่าฉันไม่เคยมีข่าวว่าคบผู้ชายรวยๆหรือเป็นเด็กเสี่ยสักคน ฉันเป็นดาราเพราะอยากได้เงินก็จริง และอาชีพนี้ก็ทำให้ฉันมีเงินเยอะมากกว่าที่ต้องการแล้ว ไม่จำเป็นต้องขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพิ่มหรอกค่ะ” ฉันยกมือไหว้คุณหญิงกรรณิการ์อีกครั้งหลังร่ายยาวจบ

“เมพูดมากจนคอแห้งเลย ขอตัวไปหาน้ำดื่มก่อนนะคะหมอ” ฉันเปิดโอกาสให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน จริงๆก็คือฉันอึดอัดมาก ไม่รู้จะมองหน้าคุณหมอยังไงหลังจากที่ตอกหน้าแม่เขามา เขาอาจจะเกลียดฉันแล้วก็ได้ แต่จะให้เมรินปั้นหน้านางเอกแล้วร้องไห้กระซิกๆก็ไม่ใช่อีกแหละ

“แพนด้า แกหาทางหนีไฟเจอยัง?” ฉันส่งไลน์ไปหายัยแพนด้า อยู่ไปก็หงุดหงิดหัวใจเปล่าๆ

“เจอแล้ว แกจะกลับยัง?”

          “กลับดิ จะให้ไปเจอที่ไหน?” ฉันกำลังจะกดส่งแต่ก็โดนแย่งมือถือจากมือไปเสียก่อน

            “หมอ..เอามือถือเมไปทำไมคะ?” เขามองหน้าฉันนิ่งจนฉันเดาอารมณ์เขาไม่ถูก

            “จะหนีกลับไปไหนครับ?”

            “เอ่อ..”

            “ไหนบอกว่าคิดถึงผม แล้วนี่เจอกันแป๊บเดียวหายคิดถึงแล้วหรอครับ?” คุณหมอเผยยิ้มออกมาในที่สุด นี่เขาแกล้งทำหน้านิ่งให้ฉันใจเสียเล่นใช่ไหม

            “หมอแกล้งเมใช่มั้ย?” ฉันแกล้งงอนเขาคืนบ้าง

            “งอนผมจริงๆหรอครับ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน แล้วก็จ้องฉันตาแป๋ว อย่ามาทำหน้าแบ๊วใส่ซิ เจอความน่ารักของคุณหมอเข้าไปแล้วใครมาจะงอนได้ลง

            “ค่ะ” ดีนะที่ฉันเป็นดาราที่ทักษะการแสดงขั้นเทพมากไม่อย่างนั้นต้องหลุดยิ้มแล้วแน่ๆ

            “ว๊า แล้วอยากให้ผมง้อด้วยอะไรดี ถ้าแค่กอดจะหายมั้ยหรือต้องจูบหนักๆเน้นๆด้วย แล้วจูบกลางงานนี้เลยหล่ะ?” โอ้ไม่นะ..

            “ไม่ต้องๆค่ะ เมหายงอนก็ได้” ไม่ใช่ไม่อยากจูบ อยากจะตายวันละหลายๆรอบแต่ถ้ากลางฝูงชนและสารพัดสื่อขนาดนี้ เมรินก็มียางอายนะคะคุณหมอ

            “ผมไม่อยากให้คุณคิดมากเรื่องแม่ผม ท่านปากร้ายแต่ใจดีนะ เหมือนคุณนั่นแหละ”

            “หมอไม่โกรธหรอคะที่เมเสียมารยาทกับแม่ของหมอ”

            “ถ้าสมมติแม่ผมไม่ชอบคุณเมขึ้นมา คุณจะยอมถอยห่างจากผมมั้ย?” พูดแบบนี้แสดงว่าแม่เขาเกลียดเธอจริงๆสินะ

            “ถ้าแม่ของหมอไม่ชอบเมจะสู้ค่ะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่หมอไม่ชอบ..เมก็จะยอมแพ้ เพราะคนที่เมชอบคือหมอไม่ใช่แม่ของหมอหรือคนอื่น”

            “พูดแล้วนะครับว่าเป็นผมไม่ใช่คนอื่น” คุณหมอจะยิ้มถูกใจอะไรนักหนา

            “ค่ะ เมชอบหมอวินคนเดียว พอใจยังคะ” นึกว่าเมรินไม่กล้าพูดหรือไง

            “พอใจมากครับ พอใจจนอยากจะให้รางวัลคุณเมกลางงานนี้เลย” คุณหมอเปลี่ยนสายจากสุภาพบุรุษเป็นหื่นจริงๆแล้วใช่ไหมคะ ทำไมเอะอะจูบแบบนี้

            “คุณเมไม่ต้องกลัวว่าจะสู้คนเดียวนะครับ เพราะผมจะจับมือคุณเมไว้แบบนี้” คุณหมอดึงมือของฉันทั้งสองข้างไปจับไว้แน่น

            “แล้วเราจะสู้ไปด้วยกันทุกเรื่อง” คุณหมอพูดแล้วนะคะ

            “หมอพูดอีกทีได้มั้ย ขอเมอัดเสียงไว้ก่อน เผื่อหมอเปลี่ยนใจตอนหลัง”

 

            “ให้พูดอีกกี่ครั้งก็ได้ แต่ขอไปพูดกันสองคนนะ ผมอยากจูบคุณเมแล้ว” เหวอสิฉันงานนี้ แต่..ไปค่ะ

 

 

 

 

 

หมอวินชวนไปจูบ ไปกันมั้ย?

เด๋วนี้อีหมอเราร้ายกาจเนาะ ชวนจูบก่อนตลอดเลย เมเม่ควรขัดขืนมั้ยอ่า

ชอบแบบให้ขัดหรือชอบแบบให้สนองกลับกันคะ?

 

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น