สุดธิดา

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ อย่าลืมติดตามเรื่องและตอนอื่นๆของสุดธิดาด้วยค่ะ

บทที่ 6 ถ้าเป็นข่าวกับคุณหมอ ฉันยอม.. (เมเม่รับประกันความฟิน)

ชื่อตอน : บทที่ 6 ถ้าเป็นข่าวกับคุณหมอ ฉันยอม.. (เมเม่รับประกันความฟิน)

คำค้น : นางร้าย Facety Girl เพราะฉันเป็นนางร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.4k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2559 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 ถ้าเป็นข่าวกับคุณหมอ ฉันยอม.. (เมเม่รับประกันความฟิน)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

#

 

 

 

ผมก็พอจะรู้ว่าคุณเมของผมเป็นคนยังไง # หมอวิน

 

หมออ่อยอย่างนี้กับทุกคนมั้ยคะ เมขี้หวงด้วยนะ # เมเม่

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 6 ถ้าเป็นข่าวกับคุณหมอ ฉันยอม..

 

            “ยัยเม เล่าให้ฉันฟังให้หมดเลยนะ เมื่อคืนไล่ฉันกลับก่อนแล้วอะไรยังไง ทำไมกลับห้องมาเอาตอนจะเที่ยงเนี่ย” เมื่อเปิดประตูห้องมาก็โดนยัยแพนด้าสวดเลยฉัน นี่เพื่อนหรือแม่ฉันเนี่ย

            “ไปค้างห้องหมอวินมา โอ๊ย แกฉันเพลีย” ฉันยังคงง่วงอยู่มากมาย เพราะเมื่อคืนฉันอ้อนให้เขาจูบหลายรอบไปหน่อย กว่าจะได้นอนแล้วกว่าจะหลับได้จริงๆอีก

            “อร๊าย นี่เขาพลาดท่าให้แกแล้วหรอ แกไปทำอีท่าไหนเนี่ย?” ยัยแพนด้ายังเดินตามตื๊อฉันเข้ามาในห้องนอน เราสองคนพักอยู่ด้วยกันก็จริง แต่คอนโดเราสองห้องนอนและเป็นสัดส่วนแยกกันชัดเจน ยัยแพนด้าเป็นดีไซเนอร์ เพราะฉะนั้นห้องยัยนั่นรกไปด้วยกระดาษร่างแบบ ส่วนฉันเป็นดารา ห้องฉันจึงรกไปด้วย เอ่อ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า บทละคร และขยะ ก็ฉันไม่ว่างทำความสะอาดนี่

            “ยังไม่ได้สักท่าเลยแก สิบแปดบวกจริงๆ” ฉันกระโดดขึ้นเตียงและหลับตาลง

            “อ่าว นี่แกไปค้างห้องเขาโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ยนะ แสดงว่าเขาเป็นเกย์ใช่มั้ย?”

            “แต่ฉันกับเขาเราจูบกันนะแก หลายรอบด้วย เกย์คงไม่จูบผู้หญิงใช่มั้ย?” ฉันงึมงำตอบกลับมา

            “ก็ไม่แน่ แต่แค่จูบเองหรอวะ นี่แกอ่อยเป็นเปล่าเนี่ย”

            “ฉันอ่อยจนแทบจะแก้ผ้าแล้วนะแก เขาบอกว่าเขาไม่อยากทำร้ายความไว้ใจของฉัน ผู้ชายดีๆแล้วก็ตายด้านนี่มันมีจริงหรอวะ”

            “เขาจำบทพระเอกในละครมามากไปมั้ย?”

            “พระเอกสมัยนี้มีแต่กระโดดปล้ำนางเอกเหอะ โชคดีนะที่ฉันเป็นตัวร้ายเลยรอดมาได้” ฉันจะเก็บความสาวความสวยและความสะบึ้มของฉันไว้ให้คุณหมอวินเชยชม

            “เซ็งแกจริงๆเลย อุตส่าห์ได้บุกถ้ำเขาดันกลับมามือเปล่า”

            “มือเปล่าที่ไหน ได้รอยจูบและแปรงสีฟันกลับมาด้วยต่างหาก” งงหล่ะสิ ฉันยังงงตัวเองอยู่เลย

            “แปรงสีฟัน?”

            “อือ เขาโวยวายตอนตื่นมาว่ามัวแต่ตามใจฉันเลยไม่ได้บังคับให้ฉันแปรงฟันก่อนนอน แล้วก็เลคเชอร์ฉันเกี่ยวกับปัญหาฟันผุและสุขภาพช่องฟันที่ฉันควรทำตาม” หมองูตายเพราะงูฉันใด ฉันขอให้หมอฟันตายเพราะฟันผุฉันนั้น (โรคกลัวหมอฟันตอนเด็กๆกำเริบ)

            “สมกับที่เป็นหมอฟันจริงๆ” ยัยแพนด้าทำหน้าปลื้มปริ่มในตัวผู้ชายของฉันจนออกนอกหน้า

            “ว่าที่สามีฉันคนเดียว หยุดทำหน้าฝันหวานอย่างนั้นเดี๋ยวนี้เลย”

            “ถ้าเป็นแฟนหมอฟันแล้วต้องแปรงฟันก่อนนอน ฉันอยากเป็นแฟนหมอสูติหว่ะแก..จะได้ตรวจภายในทุกคืนเลย” นังเพื่อนหื่น นังเพื่อนลามก อร๊ายยย ทำให้อยากด้วยเลย

           

            วันนี้ฉันมีคิวถ่ายละครที่โรงพยาบาล ซึ่งฉันรู้มาว่าคุณหมอวินทำงานอยู่ที่นี่ด้วยแต่ไม่ได้เข้าทุกวัน เพราะเขาเป็นทันตแพทย์เฉพาะทางเรื่องการรักษารากฟัน เขาไม่เคยบอกฉันหรอก ฉันสืบเอาเองทั้งนั้น ไม่รู้ว่าเขาจะเคยสนใจเรื่องของฉันบ้างไหม

            “เมเม่มาแล้วหรอ มาแต่งหน้ารอเลยลูก” ผู้จัดละครสุดที่รักฉันเอง..พี่ตุ๊ก ฉันรักนางเหมือนแม่เลยก็ว่าได้ จากเด็กกำพร้าที่วิ่งหางานเอ็มซีและโฆษณา นางเป็นคนปั้นฉันขึ้นมาจนโด่งดังอย่างทุกวันนี้

            “สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก วันนี้หนูซื้อขนมครกมาฝากด้วย เจ้าโปรดพี่เลย” มีคนเดียวที่ฉันจะแทนตัวเองว่าหนูเวลาคุยด้วย เพราะหลังจากเสียแม่ไปพี่ตุ๊กก็เหมือนเป็นแม่คนที่สอง แล้วก็มีพี่จ๋าผู้จัดการส่วนตัวมาเป็นพี่สาวอีกคน เอาเป็นว่าถ้าฉันแต่งงานจะมีแขกฝ่ายฉันแค่สามคนที่ฉันจะเชิญไปงาน พี่ตุ๊ก พี่จ๋า และยัยแพนด้า

            “ขอบใจลูก ช่วงนี้มีข่าวอีกแล้วนะ เพลาๆลงหน่อยเถอะ”

            “แต่หนูไม่ได้เริ่มก่อนเลยนะคะ”

            “นั่นแหละ หนูต้องใจเย็นกว่านี้หน่อย เพราะต่อให้เราเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ข่าวก่อนหน้าที่สะสมมาก็จะทำให้เราดูเป็นฝ่ายผิดอีกอยู่ดี”

            “หนูรู้ค่ะ แต่พี่ตุ๊กจะให้หนูยอมโดนรังแกฝ่ายเดียวหรอคะ?” ซึ่งรอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนนะเมรินถึงจะยอมแพ้ใคร

            “เปล่าลูก แต่หนูต้องสู้อย่างฉลาด อย่าพลาดท่าให้ข่าวมาเล่นงานเราได้ หรือถ้าจะเป็นข่าวก็ต้องเป็นข่าวที่เราชนะ จำไว้นะ” กราบค่ะแม่ เมรินจะจำและปฏิบัติตามค่ะ

            “ไปแต่งหน้าสวยๆเข้าฉากได้แล้ว” ฉันยกมือไหว้พี่ตุ๊กอีกครั้งแล้วจึงเดินมาแต่งหน้า ระหว่างแต่งหน้าฉันก็ส่งไลน์ไปอ้อนคุณหมอแก้เบื่อ รู้หรอกว่าเขาตอบช้าเพราะถ้าหากติดเคสอยู่เขาจะไม่พกโทรศัพท์ไว้กับตัว

            “ถ่ายละครอยู่รพ.หมอด้วยตอนนี้” ไม่อ่าน

            “ไม่รู้วันนี้หมอขึ้นเวรมั้ย” ไม่อ่าน

            “ตัวไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่หัวใจส่งมาอยู่ใกล้ๆเมนะ เมอยากได้กำลังใจ” ไม่อ่าน

            “ต้องเข้าฉากแล้ว อยากกินแตงโมปั่นจัง” ไม่อ่าน

            ฉันเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วจึงเดินไปเข้าฉาก พระเอกเรื่องนี้เป็นนายแพทย์รูปหล่อประจำโรงพยาบาล และฉันเป็นคู่หมั้นของเขาตามที่ผู้ใหญ่ตกลงกัน ฉันเลยมาแสดงตัว และวีนเหวี่ยงผู้หญิงที่มาเกาะแกะคุณหมอของฉัน เอ๊ย..พระเอก

            “พี่นัทขา” ฉันเดินเข้าไปเกาะแขนพระเอกอย่างสนิทสนม พร้อมกับส่งสายตาพยาบาทไปให้เหล่าพยาบาลรอบตัวเขาจนพวกนางแตกกระเจิง

            “มาทำไม?” พระเอกต้องไม่พอใจฉันที่เข้ามาวุ่นวาย ฉันจะพยายามไม่ไปวุ่นวายกับงานของคุณหมอวินนะคะ

            “แพรวก็มาหาคู่หมั้นแพรวสิคะ คุณพ่อแพรวให้มาเชิญพี่นัทไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน”

            “เรื่องแค่นี้โทรมาก็ได้ พี่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายที่ทำงาน”

            “แพรวมาไม่ได้ แต่นังอรพินมาได้ใช่มั้ยคะ อย่านึกนะว่าแพรวไม่รู้ว่าพี่นัทยังคุยกับมันอยู่” ฉันวีนเขาเสียงดังตามบท

            “เราไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาประจานให้คนอื่นรู้ กลับไปซะแพรวพิไล ตอนเย็นพี่จะเข้าไปหาคุณอาเอง”

            “ก็ได้ค่ะ แต่อย่าให้แพรวรู้นะคะเรื่องนังอรพิน เพราะพี่นัทก็รู้จักแพรวดี” ฉันจ้องตาเขาอย่างท้าทายก่อนจะสะบัดหน้าเดินผ่านเขาไป

            “คัท” ฉันลากขาเดินกลับมาที่กระเป๋าตัวเอง ก่อนจะพบว่ามีคนถือมันไว้อยู่

            “หมอ!” ฉันอุทานอย่างตื่นเต้นที่เห็นคุณหมอวินมาหา และในมือของเขาก็ถือแก้วแตงโมปั่นอยู่ด้วย

            “เอามาฝากครับ” เขายื่นแก้วแตงโมปั่นให้ฉันพร้อมรอยยิ้ม

            “วันนี้คุณหมอขึ้นเวรที่นี่หรอคะ?” ฉันรับแตงโมปั่นมาดูดอย่างหิวโหย ไม่ใช่เพราะอร่อยมากนะแต่เพราะคนให้น่ารักมากต่างหาก

            “ผมขึ้นเวรถึงเที่ยง ลงเวรไปสักพักแล้ว”

            “แล้วหมออยู่โรงพยาบาลต่อทำไมหรอคะ?” พูดไปดูดน้ำแตงโมไป เดี๋ยวเสียน้ำใจคนซื้อให้

            “กลับไปแล้วครับ แต่คนแถวนี้อยากกินแตงโมปั่นเลยต้องกลับมา” เอ๊ะ! นี่คุณหมอกลับมาหาฉันโดยเฉพาะเลยใช่ไหม เมรินฟินระดับแปดค่ะ

            “ขอบคุณนะคะหมอ ทำไมหมอน่ารักขนาดนี้นะ นี่ถ้าไม่ติดว่ามีคนมองอยู่เมจะจับหมอมาฟัดให้หนำใจเลย” ฉันอยากกอดหมอ ฉันเสพติดกลิ่นตัวเขาไปแล้ว

            “เมื่อกี้ที่แสดง..ตัวจริงหรือเปล่าครับนั่น” คุณหมอวินมาแอบดูตั้งแต่เข้าฉากเลยหรอ

            “หมอเริ่มกลัวเมแล้วใช่มั้ยคะ เมไม่กล้าวีนหมอแบบนั้นหรอก กลัวหมอหนีเมไป” ฉันได้แต่ส่งสายตาวิ๊งๆไปให้เขา

            “คุณเมไม่ต้องมาวีนผมหรอก เพราะผมไม่มีคนอื่น” คุณหมอตอบนิ่งๆแต่คนฟังอย่างฉันอยู่นิ่งไม่ได้แล้วสิ คุณหมอต้องการสื่ออะไรคะ อย่าให้ฉันมโนไปเองแบบนี้ เพราะฉันพร้อมจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ

            “หมอ ถ้าหมอตกเป็นข่าวกับเม หมอจะเสียใจมั้ย?”

            “ทำไมต้องเสียใจครับ?”

            “เมเป็นนางร้าย เมตกเป็นข่าวฉาวอยู่เสมอ เมอาจทำให้หมอแปดเปื้อนไปด้วยนะ” ฉันเริ่มเห็นข้อเสียของการที่ปล่อยให้ตัวเองภาพลักษณ์ดูแย่แล้ว

            “คุณเมบอกเองว่าให้เรารู้จักกันที่ตัวตนไม่ใช่จากข่าว และผมก็พอจะรู้ว่าคุณเมของผมเป็นคนยังไง” อะไรนะคะ..เมของผม ฉันแทบจะลอยไปในอากาศ เมรินฟินระดับสิบหกแล้วค่ะ

            “แล้วหมอคิดว่าเมของหมอเป็นยังไงหล่ะคะ” ฉันขยับเข้าไปใกล้เขา และรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

            “ก็เป็นคนตรงๆแรงๆ ไม่ยอมคน แล้วก็ขี้อ่อย ขี้ยั่ว ขี้งอน แต่ก็น่ารัก” คุณหมอขาพูดอย่างเดียวฉันก็เขินจะแย่แล้ว นี่ทำไมต้องยิ้มหวานแล้วยังกระพริบตาปริบๆใส่ฉันด้วย เมรินละลายเป็นนะคะ

            “หมอมาพูดอะไรตอนนี้เนี่ย แกล้งอ่อยให้เมอยากกอดทั้งที่รู้ว่ากอดตอนนี้ไม่ได้”

            “ทำไมถึงกอดไม่ได้หล่ะครับ? คุณเมกลัวเป็นข่าวกับผมหรอ?”

            “อย่างเมเนี่ยนะ อยากเป็นข่าวกับหมอมากกว่าทุกคนในโลกอยู่แล้ว กลัวหมอจะเสียหายต่างหาก”

            “แล้วถ้าผมไม่กลัวเป็นข่าว คุณเมจะกอดผมมั้ยหล่ะครับ?” คุณหมอ..อ่อยขนาดนี้อย่าคิดว่าจะรอด ฉันลากแขนเขาให้เดินตามไปด้วยกันจนถึงห้องที่ขอมาเพื่อเป็นห้องแต่งตัวนักแสดง และพอประตูปิดลงฉันก็โผเข้าหาอ้อมแขนที่รอรับฉันอยู่ทันที ทำไมไม่เจอกันแค่วันเดียวถึงคิดถึงอ้อมกอดเขาได้ขนาดนี้นะ

            “หมอ เมอยากกอดหมอทุกวันเลยทำไงดีคะ” ฉันพูดอู้อี้อยู่กับหน้าอกของเขา ขนาดสวมส้นสูงสามนิ้วแล้วนะยังไม่ถึงไหล่ของเขาเลย

“เคยบอกแล้วนี่ครับว่าอะไรที่ผมยอมได้ผมก็จะยอม อย่างเช่น..การกอด”

            “หมอขี้อ่อยกว่าเมอีกนะคะ” จะให้ฉันรักฉันหลงไปถึงไหนกัน

            “ไม่อยากน้อยหน้าคุณเมนี่ครับ”

            “แล้วหมออ่อยอย่างนี้กับทุกคนมั้ยคะ เมขี้หวงด้วยนะบอกไว้ก่อนเลย”

            “คุณเมยังอ่อยผมแค่คนเดียวเลย แล้วทำไมผมต้องอ่อยหลายคนด้วย” ตอบดีแบบนี้ต้องมีรางวัล ฉันโน้มคอเขาให้ลงมาจ้องตากัน ก่อนจะเขย่งตัวขึ้นจูบเขาเบาๆแล้วรีบผละออก

            “นิดเดียวเองหรอครับ?” อ๊ะๆ พูดแบบนี้ ติดใจจูบของฉันแล้วสิ

            “หมออยากได้เท่าไหร่หล่ะคะ?” ฉันแกล้งจ้องเขาตาแป๋ว

            “เท่าที่คุณเมไม่ประท้วงให้ผมปล่อย” ฉันหรือจะประท้วงมีแต่กระโดดเข้าใส่สิไม่ว่า เราสองคนจูบกันดุเดือดอย่างไม่เกรงใจลิปสติกสีแดงสดบนปากฉันเลย นับครั้งที่จูบกันคุณหมอของฉันยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆจนฉันแทบทรงตัวไม่อยู่ และตอนนี้ก็กำลังจะขาดอากาศหายใจ

            “อื้อ..” ฉันเข้าใจแล้วว่าที่เขาบอกว่าประท้วงให้ปล่อยคือตอนไหน

            “ผมทำหน้าคุณเลอะหมดเลย” คุณหมอหากระดาษทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ฉันอย่างอ่อนโยน ซึ่งฉันก็ทำให้เขาคืนเช่นกัน ระหว่างเช็ดหน้ากันก็มองตากันไปเพลินๆ และนั่นถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดพลาดมาก ฉันอยากจูบเขาอีกแล้ว

            “ก๊อกๆ” สติจงกลับมาเดี๋ยวนี้เมริน

            “เมเม่อยู่ในห้องหรือเปล่า ต้องเข้าฉากแล้วนะ” ทีมงานมาตามฉันแล้ว แต่ถ้าเปิดออกไปตอนนี้เรื่องฉันกับคุณหมอต้องกลายเป็นข่าวพรุ่งนี้แน่นอน

            “ไปกันเถอะครับ ผมบอกแล้วไงว่าไม่กลัวเป็นข่าวกับคุณ” คุณหมอวินดึงมือฉันไปกุมไว้ และเขาก็เป็นคนจูงฉันออกไปจากห้องเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดหล่ะเนอะ และถ้าต้องเป็นข่าวกับคุณหมอวิน..เมรินยอมค่ะ

 

 

           

 

 

 

 

 

 จิกหมอนม้วนตัวตามเมเม่กันไปยังเอ่ย..

หมอเราเริ่มอ่อยคืนแล้วเนอะ ไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่?

แต่งานนี้รับประกันความฟินทุกตอน งานอ่อยนี่หมอกับเมเม่เค้าถนัด

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ

จะพยายามมาบ่อยสุดเท่าที่จะมีที่เปิดคอมและไวไฟ

 

ชอบหรือไม่ยังไงติชมกันได้เลยนะคะ..

 

 

 

Eveningglory

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น