facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที 22 ช่วงเวลาพักผ่อน 50%

ชื่อตอน : บทที 22 ช่วงเวลาพักผ่อน 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2559 06:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที 22 ช่วงเวลาพักผ่อน 50%
แบบอักษร

ผ่านไปสามวัน พัณณิตาเดินทางกลับมาจนถึงกรุงเทพ กระเป๋าเดินทางสีชมพูใบเดิมถูกลงยกลงจากรถเก๋งสีครีม นิโรจน์ซึ่งอาสาขับรถมาส่งเธอถึงกรุงเทพได้ช่วยเธอยกข้าวของต่างๆที่มารดาของเธอฝากมาให้ลงจากท้ายรถ รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มเสมอ ดูเหมือนว่าเขาจะกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเธอมากเหลือเกิน

“ขอบคุณคุณนิโรจน์มากนะคะ อุตส่าห์มาส่งฉันแล้วยังจะต้องให้คุณช่วยยกของอีก”

“ไม่เป็นไรครับ จะให้ผู้หญิงบอบบางอย่างคุณมายกของหนักๆได้ยังไง แต่ว่าผมรบกวนอะไรคุณหน่อยได้ไหมครับ... ตอนนี้ผมหิวน้ำจัง ผมขอน้ำดื่มหน่อยได้ไหมครับ” นิโรจน์ยิ้มกว้างขึ้น เขายกข้ออ้างเพื่อที่จะได้อยู่กับหล่อนนานขึ้นอีกหน่อย

“ได้สิคะ คุณนั่งรอที่โซฟาก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปรินน้ำมาให้” พัณณิตาไขกุญแจเปิดประตูห้อง ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งบนโซฟาตัวเล็กๆที่ตั้งชิดผนัง เขามองไปรอบๆห้องซึ่งแทบจะคุมโทนไปในสีฟ้า ต้นกระบองเพรชและตุ๊กตาตัวเล็กๆตั้งประดับอยู่บนชั้นดูกุ๊กกิ๊กสมกับเป็นห้องของผู้หญิง นั่งรอไม่นานพัณณิตาก็รินผลไม้เย็นๆมาแก้วหนึ่งพร้อมกับคุกกี้จานเล็กๆ

“คุกกี้นี้ฉันเพิ่งซื้อกลับมาจากอังกฤษน่ะค่ะ อร่อยมาก คุณลองทานดูสิคะ”

“ขอบคุณครับ” นิโรจน์หยิบคุกกี้มาทานชิ้นหนึ่งพลางแหล่ตามองหญิงสาวอยู่บ่อยครั้ง พัณณิตาถึงแม้จะยิ้มแย้มแต่ก็ไม่ค่อยชอบใจนักที่เขาชอบแหล่ตามองเธอ “จริงสิครับ คุณพัณณิตา...”

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะที่นิโรนจ์จะชวนหล่อนคุย พัณณิตาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วรีบกดรับด้วยความดีใจ นึกขอบคุณที่เขาโทรมาได้ถูกจังหวะพอดี

“สวัสดีค่ะคุณโลเวลล์”

(สวัสดีครับที่รัก ผมโทรมารบกวนคุณรึเปล่า)

“ไม่ค่ะ คุณโทรมาถูกจังหวะพอดี สามวันที่แล้วคุณไม่ยอมโทรหาฉันเลยนะคะ” หญิงสาวกรอกเสียงตอบไป

(ผมขอโทษครับที่รัก งานผมยุ่งมาก ผมอยากจะทำมันให้เสร็จก่อนที่จะ...) โลเวลล์หยุดพูดไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ (คุณกลับมาจากต่างจังหวัดแล้วรึยังครับ)

“กลับมาแล้วค่ะ เพิ่งถึงเมื่อกี้นี้เอง” หญิงสาวคุยโทรศัพท์ไปก็ยิ้มไปจนนิโรจน์อดสงสัยไม่ได้

“แฟนของคุณโทรมาเหรอครับ” เขาถามออกไป พัณณิตาหันมามองหน้าเขาแล้วยิ้มพร้อมกับพยักหน้า

(นั่นเสียงใครน่ะครับ! ใครอยู่กับคุณครับที่รักบอกผมมานะ) ชายในสายร้องตะโกนเสียงดัง

“คุณนิโรจน์น่ะค่ะ... เราเป็นญาติกัน เขาขับรถมาส่งฉันที่กรุงเทพน่ะค่ะ” เธอตอบเขาพลางเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทำให้นิโรจน์หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย

(ใช่คนที่คุณเคยคุยกับรึเปล่าครับ)

“คะ? คุณหมายถึงตอนไหน” เธอคุยกับเขาบ่อยมาก ตอนที่อยู่ที่บ้านเดิมเขามักจะมาหาเธอที่บ้านบ่อยๆและก็ยังมีคนอื่นๆอีก

(ไม่มีอะไรครับ ผมคงคิดไปเอง จริงสิที่รัก... ผมคิดถึงคุณนะครับ แล้วก็ผมรักคุณมากๆ)

“อะไรกันคะคุณโลเวลล์ จู่ๆก็พูดแบบนั้น มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ” เธอถามเขาอย่างเป็นห่วง

(จริงๆก็มี... แต่ก็ไม่มีหรอกครับ เอาเป็นว่าผมรักคุณเสมอทุกเวลานะครับ แค่นี้นะครับที่รัก) ชายหนุ่มพูดอย่างรวดเร็วแล้วกดตัดสายไปเสียเฉยๆ พัณณิตายกโทรศัพท์ออกจากหู สีหน้างงงวย

“แฟนของคุณเป็นคนต่างประเทศหรอกครับ เห็นคุณพูดภาษาอังกฤษกับเขา” นิโรจน์กระดกดื่มน้ำผลไม้จนหมดแก้วตามด้วยคุกกี้ชิ้นสุดท้าย

“ค่ะ เขาเป็นคนอังกฤษ เราเจอกันเมื่อตอนที่ฉันไปเยี่ยมคุณลุงไมเคิลน่ะค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอครับ เห็นทีผมคงจะผิดหวังแล้วสินะครับ” นิโรจน์ขยี้หัวแก้เก้อแล้วลุกขึ้นยืน “แต่ผมก็ยังไม่ตัดใจหรอกนะครับ ไว้ถ้าคุณสองคนเลิกกันเมื่อไหร่... ผมจะมาดูแลคุณเองนะครับ”

ชายหนุ่มเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปโดยไม่ลืมหันมาโบกมือให้เธอก่อนจากไป

“คุณคงไม่มีโอกาสนั้นหรอกค่ะ ถึงเราจะเลิกกันแล้วก็ตาม” พัณณิตาเอ่ยเสียงเบาแล้วหมุนตัวกลับเข้าไปในห้อง

 

สี่ล้อขนาดใหญ่ของเจ้านกเหล็กยักษ์กระแทกเข้ากับพื้นรันเวย์ เครื่องบินโดยสารส่วนตัวลำเล็กลงจอดอย่างปลอดภัย ร่างหนาในชุดแขนเชิ้ตแขนยาวพับถึงข้อสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีเทา แว่นกันแดดสีดำและหนวดเคราที่ตัดแต่งอย่างดีทำให้หญิงสาวหลายคนใจละลายแม้เพียงยังไม่ได้สบตากับเขา รองเท้าหนังสีน้ำตาลก้าวลงจากเครื่องบิน

“อากาศที่นี่ร้อนจริงๆนะครับ” แสงแดดที่แผดเผาทำให้เขาแทบอยากจะเดินหลบเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร รถโรลส์รอยซ์สีดำเงางับจอดรออยู่ไม่ไกล โลเวลล์ถอดเสื้อกั๊กออกแล้วพาดกับแขน

“เธออยู่ที่บ้านใช่ไหม” ชายหนุ่มถอดแว่นกันแดดออกแล้วยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้าง

“ครับ คนของเราแจ้งมาว่าวันนี้เธออยู่ที่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนครับ”

“งั้นก็ดี ออกรถเลย” เสียงปิดประตูดัง ปึง! รถโรลส์รอยซ์หรูหราค่อยๆแล่นออกจากสนามบินท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงระคนอยากรู้อยากเห็นของบรรดาผู้โดยสารต่างๆ ท่ามกลางแสงแดดและรถติดทำให้เขาเสียเวลาไม่น้อย

“เดี๋ยว! หยุดก่อน” ระหว่างที่ขับรถผ่านย่านช็อปปิ้งและปากคลองตลาด จู่ๆชายหนุ่มก็สั่งให้หยุดรถ เขาเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าไปยังร้านขายดอกไม้สดร้านหนึ่ง

“พ่อหนุ่ม อยากได้ดอกไม้อะไรล่ะ ร้านเรามีบริการจัดช่อดอกไม้ด้วยนะ” แม่ค้าเมื่อเห็นลูกค้าเดินเข้ามาก็แนะนำบริการของทางร้านอย่างกระตือรือร้น แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจเพราะเขาฟังไม่รู้เรื่องว่าเธอพูดอะไร

“ผมต้องการดอกกุหลาบในห่อนี้ทั้งหมด ช่วยจัดช่อให้ผมด้วย” โลเวลล์พยายามพูดภาษาอังกฤษให้ช้าลงเพื่อต้องการให้คู่สนทนาเข้าใจในความหมายของเขา

“ฝรั่งจ๋ามาเลย... ไอ้น้อยเอ้ย! มานี่หน่อยเร็ว” แม่ค้าตะโกนพร้อมกับกวักมือเรียกลูกจ้างที่กำลังฉีดพรมน้ำให้ดอกไม้ดูสดใหม่

“มีอะไรคะเจ๊”

“มาคุยกับลูกค้าคนนี้ให้หน่อย ฉันฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง”

“โธ่เจ๊ ใช่ว่าฉันจะเก่ง อะ... เออ... แฮนโล่ เออ... คุณอยากได้ดอกไม้อะไรคะ” ภาษาอังกฤษที่น้ำเสียงตะกุกตะกักแต่ยังพอจะทำให้โลเวลล์ฟังรู้เรื่องได้

“ผม... ต้องการดอกกุหลาบนี่ทั้งหมดแล้วก็อยากให้คุณจัดช่อให้ผมด้วย”

“ห๊ะ! อะไรนะ” เพราะโลเวลล์พูดเร็วไป ทำให้ลูกจ้างร้านดอกไม้ทำหน้างงเหมือนไก่ตาแตก

“ผม... ต้องการ... ดอกกุหลาบ... ทั้งหมด คุณ... จัดช่อ... ให้ผมด้วย” โลเวลล์พูดช้าลงเหมือนเทปที่ถูกทำให้ยืด น้อย... ลูกจ้างร้านดอกไม้พยักหน้าเมื่อสามารถฟังเข้าใจแล้วขยับมือเท้าว่องไวรีบจัดการให้ทันที ไม่นานดอกกุหลาบแสนสวยช่อใหญ่ก็ถูกจัดเสร็จเรียบร้อย โบว์สีชมพูอันใหญ่ถูกผูกไว้ตรงกลางช่อสวยงาม ชายหนุ่มจ่ายเงินแล้วเดินออกมาทันที

“คุณลูกค้า! เงินทอนค่ะ” ลูกจ้างร้านวิ่งตามออกมา

“ขอบคุณครับ... แต่นั่นทิปของคุณ” พูดจบเขาก็ปิดประตูพร้อมกับสั่งให้คนออกรถทันที โลเวลล์นั่งนับดอกกุหลาบเงียบๆ เขานับได้ครบ 24 ดอกพอดิบพอดี ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อนึกถึงความหมายของมัน

ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา ความหมายของมันช่างตรงกับความรู้สึกตอนนี้ของเขาเหลือเกิน เขาคิดถึงเธอ อยากจะกอดเธอ อยากจะหอมเธอและอยากจะจูบเธอให้สมกับที่เขาและเธอจากกันไปเกือบเดือน

อีกแค่นิดเดียวผมก็จะได้เจอคุณแล้วที่รัก คุณจะทำหน้ายังไงนะเมื่อเห็นผมที่น่าจะอยู่ที่อังกฤษมายืนอยู่ตรงหน้าคุณ

------------------------------------------------------------------------------------------

รักนักอ่านทุกท่านนะคะ

ความคิดเห็น