ดาวเหนือ/ นิยม

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความสนใจพ่อเข้กับน้องบุปผานะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังแรงใจไม่ว่าจะทั้งคอมเม้นต์ ไลค์ แชร์ ดาว เหรียญ หรือกุญแจนะคะ และทั้งหมดนี้ก็คือยาแก้ขี้เกียจดีๆ นี่เองค่ะ แฮ่ๆ ขอบคุณมากๆ นะคะ ร้ากกกกก

บทที่สาม พันธะสัญญาเลือด 2 NC 20+ Loading 100%

ชื่อตอน : บทที่สาม พันธะสัญญาเลือด 2 NC 20+ Loading 100%

คำค้น : ลิขิตกุมภีล์, นิยายอีโรติค, ดาวเหนือ/นิยม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.5k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2559 01:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่สาม พันธะสัญญาเลือด 2 NC 20+ Loading 100%
แบบอักษร

 

#

บทที่สาม

พันธะสัญญาเลือด 2

          อื้อ!
          ไม่ไหวแล้ว บุปฝาสวรรค์บิดกายส่ายไหวไปตามอารมณ์ปริศนาที่ไม่เคยพานพบ หญิงสาวปล่อยเสียงหวานออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้าอาบไล้คลอเคลียรอบความสาว
         
อา...กลิ่นสาวบริสุทธิ์
          เขาแนบใบหน้าเข้าใกล้หญิงสาวมากยิ่งขึ้น สูดดมความหอมหวานและกลิ่นที่แสนรัญจวนของสาวบริสุทธิ์ นั่นยิ่งทำให้ความแข็งแกร่งแข็งขืนมากยิ่งขึ้น เขาจับเข่างามแยกออกจากเดิมเล็กน้อยก่อนจะซบเข้าไปละเลียดชิมบุปผาดอกนี้ช้าๆ ทว่าลึกล้ำ
         
ฮึก!”
          บุปผาสวรรค์สะดุ้งเฮือกเมื่อความอุ่นร้อนสัมผัสความบอบบาง ร่างกายงดงามแอ่นกระตุก มือไม้เกร็งและจิกทึ้งอยู่ที่เถาวัลย์หนาแน่นทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่หวีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความรัญจวนปั่นป่วนอยู่ในช่องท้อง
         
จงมอบมันให้ข้า...
          กุมภีล์หนุ่มยกลิ้นหยอกเอินแม่บุปผาตัวน้อยช้าทว่าเน้น ก่อนจะหนักขึ้นรวดเร็วและรุนแรงตามอารมณ์ดำลึกจนคนได้ร่างกรีดร้องออกมา
         
อ๊ะ! ฮึก!”
          เมื่อหญิงสาวพานพบความสุขตรงหน้าเขาไม่รอช้าที่จะโย้ตัวขึ้นมาทาบทับ มือแกร่งไล้ตามความโค้งเว้าของร่างงามจากดอกผกาอบอุ่นขึ้นสู้ยอดดอกสีชมพูงดงาม เขาหยุดอยู่ตรงนั้นก่อนจะใช้ปลายนิ้วสัมผัสหยอกล้อจนเม็ดแข็งชัน บุปผาสวรรค์อายทั้งกลัวจะใช้มือมาปิดก็ไม่ได้เมื่อเขาพันธนาการเอาไว้จึงได้แต่เบี่ยงหน้าหลบ
          พญาจระเข้ไม่รอช้าเขาตะปบก้อนเนื้อขาวสล้างตรงหน้าพลันนวดคลึงดูดดื่มอย่างหิวกระหาย หญิงสาวใต้ร่างแม้จะเจ็บแปลบกับการกระทำรุนแรงแต่ลึกๆ นั้นกลับซ่านในทรวงแปลกๆ ถึงกระนั้นร่างกายงดงามกลับพยายามดิ้นหนีตามสัญชาตญาณในอก
          ดวงตาของพญากุมภีล์หรี่ลงด้วยความขัดใจก่อนมันจะกลายเป็นสีเหลือง ตามเนื้อตัวของเขาเริ่มมีผิวหนังแข็งกระด้างยกเว้นเพียงใบหน้าเท่านั้นที่ยังดูปกติ บุปผาสวรรค์มองต่ำลงไปตามร่างกายสมบูรณ์แบบนั้น หญิงสาวถึงกับต้องร้องตกใจอยู่ในอก ว่าตัวเขาโตแล้วแต่ความเป็นเขายังดูน่ากลัวกว่ามาก แม้จะไม่รู้ว่าสัมพันธ์หญิงชายนั้นจะต้องทำอย่างไร แต่สัญชาตญาณความเป็นผู้หญิงของเธอบอกว่าส่วนนั้นมันอันตราย หญิงสาวได้สติกลับมาเล็กน้อยเธอกระตือรือร้นที่จะดิ้นออกมาแต่เจ้าเถาวัลย์หนากลับยิ่งรัดแน่น โดยเฉพาะเมื่อเขายืดตัวขึ้นแล้วจับสะโพกเธอยกขึ้นซ้อนทับบนตักแกร่ง
         
อ๊ะ! อย่า! ดะ...เดี๋ยว!”
          หญิงสาวพยายามปัดป้องดิ้นรนหนักขึ้นเมื่อเห็นความแข็งแกร่งของบุรุษเพศจดจ้องราวกับตั้งใจจะเข้ามาในตัวเธอ แต่เรี่ยวแรงของสตรีร่างเล็กๆ มีหรือจะสู้บุรุษหนุ่ม เขายกยิ้มมุมปากในขณะที่หารู้ไม่ว่าการได้มาซึ่งอะไรบางอย่างเขาก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับเงื่อนไขของมันเช่นเดียวกัน
         
ได้เวลาสังเวยตัวเจ้าให้ข้าแล้ว
          กุมภีล์หนุ่มเสือกสนตัวเองเข้ามาหาหญิงสาวเต็มแรง แต่ยังไม่ทันที่ส่วนหัวจะผ่านเข้าไปเรียบร้อยบุปผาสวรรค์ก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
         
กรี้ด!”
          วินาทีนั้นเองกุมภีล์หนุ่มตกตะลึงจนแทบจะขยับร่างไม่ได้ ดวงหน้าขาวคมกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นหนังแข็งแรง ดวงตาสีเหลืองทองทอประกายเจิดจ้า นัยน์ตาสีดำเล็กลงจนแทบจะมองไม่เห็น เขาหลับตาแน่นกัดริมฝีปากร่างกายเกร็งกระตุกจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามตัว หลังจากนั้นเจ้าแห่งจระเข้ก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
         
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
          นี่เขา...นี่เขาลืมได้อย่างไรว่านางเป็นสาวพรมจรรย์ และสัมพันธ์สวาทครั้งแรกของสาวพรมจรรย์นั้นมักจะมีอาการเจ็บปวด แต่...แต่ไม่น่าจะมากมายถึงขนาดนี้?
          บุปผาสวรรค์กัดริมฝีปากล่างกลั้นความเจ็บปวดจนจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงกรีดร้องของเขาจึงลืมตาขึ้นมาภาพตรงหน้าทำให้เธอเข้าใจเป็นอย่างดี นอกจากนั้นเธอยังรู้สึกได้ว่าทั้งเธอและเขามีบางอย่างที่สามารถเชื่อมถึงกันได้อย่างพิเศษ
          แต่ว่า...เธอควรจะสาสมแก่ใจหรือสงสารเขากันดี...?
          บุปผาสวรรค์ที่ตอนนี้ความเจ็บปวดเริ่มลดลงเธอจึงพยายามจะขยับตัวเพราะความอึดอัดแต่ทว่าบุรุษที่ครอบครองร่างของเธอไส้กลับจับร่างเธอไว้แน่นิ่งทั้งๆ ที่เขายังหลับตาแน่น
         
อย่าขยับ
          บุปผาสวรรค์เห็นร่องรอยความเจ็บปวดตรงหน้าก็เกิดอาการสงสาร เธอตั้งใจจะยกมือไปสัมผัสลำแขนแข็งแกร่งและใบหน้าคมเข้มนั้นเป็นการปลอบโยนและทันทีเถาวัลย์ที่เคยพันธนาการเธอไว้ก็คลายออก บุปผาสวรรค์ลูบไปที่หน้าคมและลำแขนแน่นทันที
          เมื่อฝ่ามืออบอุ่นอ่อนนุ่มสัมผัสเข้าทีใบหน้า ความรูสึกอ่อนโยนวาบเข้ามาในใจของเขา กุมภีล์หนุ่มลืมตาขึ้นมา ดวงตาค่อยๆ กลับกลายเป็นสีรัตติกาล ดวงหน้าที่มีลวดลายของพญาจระเข้ก็เริ่มกลับมาหล่อเหลาเช่นเดิม จนกระทั่งทั้งร่างของเขาเหลือไว้เพียงรอยสักของวงเวทสีเลือด
          เมื่อบุรุษผู้ที่เพิ่งจะเป็นเจ้าของเธอหมาดๆ จ้องมองมาที่เธอตรงๆ ทั้งที่อยู่สภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก บุปผาสวรรค์จึงเริ่มขยับตัวอีกครั้งและเบือนหน้าหนี ส่วนพญากุมภีล์ก็โน้มตัวลงมาเอามือซ้อนไปที่หลังของหญิงสาวแล้วดึงเธอขึ้นมาให้มาอยู่ในท่านั่ง และเพราะแบบนี้ ตัวตนทั้งหมดของเขาจึงถูกบุปผาสวรรค์โอบล้อมไปทั้งตัวและนั่นก็ทำให้หญิงสาวผวาอีกครั้งกับความมโหฬารที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดอีกระรอก
         
เฮือก! ฮึก!”
          บุปผาสวรรค์กอดร่างใหญ่ของเขาไว้พลางกัดไปที่ไหล่หนา ตัวของพญากุมภีล์เช่นเดียวกัน เขาขบริมฝีปากแน่นจนเลือดไหลลงมาหยดแล้วหยดเล่ากลั้นความเจ็บปวด ทั้งสองต่างรอเวลาให้ความเจ็บปวดหายไป และเมื่อริ้วรอยของกิจรักครั้งแรกหายไป บุปผาสวรรค์ก็เริ่มโยกสะโพกน้อยๆ ด้วยความไร้เดียงสาจนทำให้กุมภีล์หนุ่มผู้มากเสน่ห์คำรามออกมาทางลำคอ
          เขาไม่รอช้าจับเธอนอนราบกับแท่นบรรจถรณ์ ดึงตัวตนของเขาออกมาเกือบจะสุดแล้วส่งเข้าไปหาเธออีกครั้งจนหญิงสาวผวาเฮือกโอบรอบคอเขาไว้ บุรุษหนุ่มโยกร่างเป็นจังหวะช้าทว่าลึกซึ้งเพื่อให้สตรีตรงหน้าได้ปรับตัวก่อนจะปล่อยอารมณ์ที่ถูกครอบงำทั้งพันธะสัญญาเลือดและกำหนัดของตนเองให้รัวและเร็วขึ้นจนหญิงวัยแรกแย้มแทบจะทานทนไม่ไหว ได้แต่กรีดร้องอยู่ใต้อกของเขา ปล่อยให้เขากอบกุม นวดคลึงและโยกย้ายได้ตามใจต้องการ 

         

          บุปผาสวรรค์ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเบาสบายและความเย็นสดชื่น เธอขยับเปลือกตาเล็กน้อยเพื่อปรับแสง พลันดวงตากลมโตกลับเหลือบเห็นเป็นกรามแกร่งกับเสี้ยวหน้าคมเข้มที่คุ้นชิน ทันใดนั้นทั้งดวงหน้างามก็เห่อร้อนเมื่อบุรุษหนุ่มก้มหน้ามองสบตาเธอตรงๆ ดวงตาสีนิลเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแต่มันกลับวิบวับประหลาดเมื่อส่งมาถึงเธอ
         
นางมนุษย์...
          บุปผาสวรรค์เผลอกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ เธอแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เป็นอยู่ ทั้งเรื่องที่เธอกลัวเขาจนแทบจะขาดใจตายก่อนหน้านี้มันหายไปแล้วเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร รู้เพียงแค่ว่าเธอและเขามีบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกัน
         
เจ้ามันอ่อนแอสมกับเป็นมนุษย์จริงๆ
          มุมปากของเขายกยิ้มไม่เชิงยิ้มแต่นัยน์ตากลับพราวระยับ บุปผาสวรรค์ได้แต่ลืมตามองเขาหน้าแดงเมื่อวนคิดไปถึงเหตุการณ์ หนึ่งคืนกับหนึ่งวัน  บางสิ่งบางอย่างในร่างกายได้บอกกับเธอว่าเธอเปลี่ยนไปแต่ทว่าทั้งๆ ที่คิดไว้แล้วว่าเหตุการณ์นั้นคงจะทำให้เกิดอาการเคล็ดขัดยอกไม่น้อยแต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา นอกจากจะไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บร้าวยังรู้สึกสบายจนถึงกับจะเรียกว่าสดชื่นกระปี้กระเป่าได้เลย
          หญิงสาวหลบตาไม่มองหน้าเขา อยากจะรู้สึกโกรธทว่ากลับรู้สึกอิ่ม ทั้งชีวิตเคยคิดไว้ว่าหากเกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนขึ้นแล้วไซร้ เธอไม่มีวันที่จะทนอยู่บนโลกนี้ได้แน่นอน แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับเขาด้วยทั้งพันธะสัญญาเลือดและเหตุการณ์มหัศจรรย์อีกมากมายเธอกลับไม่รู้สึกหดหู่หรือเจ็บปวดจนต้องอยากตายอย่างที่คิด
         
ทะ...ท่าน
          “ไม่คิดจะช่วยเหลือตัวเองบ้างหรือเจ้า?
          เขาทอดตาลงตามร่างของเธอ บุปผาสวรรค์มองตามก่อนจะตะปบมือไว้ที่หน้าอกสล้างงดงามชูชันเหนือผิวน้ำ...นี่เขาพาเธอมาอาบน้ำอย่างนั้นหรือ? ทั้งๆ ที่เธอหลับนี่น่ะหรือ?!
          “พันธะสัญญาเสร็จสมบูรณ์แล้ว...นางมนุษย์
          บุปผาสวรรค์ส่งสายตางุนงงให้เขาในขณะที่พาเนื้อตัวของตนเองออกห่างจากเขามากที่สุด
         
เพียงข้ามิได้ตรองว่า...พันธะสัญญานี้มันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว พรมจารีของเจ้าช่วยฟื้นฟูพละกำลังของข้า ตลอดจนร่างกายของข้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และนั้นมันก็ดีเพราะเมื่อไหร่ที่ข้าฝึกฝนหนัก...ร่างกายของเจ้าก็ยังรักษาและเพิ่มพลังให้กับข้าได้
          ทันใดนั้นบุปผาสวรรค์นึกขุ่นเคืองกับคำพูดร้ายกาจเห็นแก่ตัวของเขาที่มองความบริสุทธิ์ของเธอเป็นแค่เครื่องสังเวย
         
ท่านว่าอย่างไรนะ?
          “ร่างกายของเจ้าก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว ข้าสามารถใช้ร่างกายของเจ้าในการเพิ่มพลังปราณของข้าได้
          บุปผาสวรรค์รู้สึกแปลบในอก เธอก้มหน้านิ่งก่อนจะรวบรวมความน้อยเนื้อต่ำใจออกมา
ในเมื่อท่านได้ทุกอย่างไปแล้วก็ปล่อยข้าไปเสียที
          ฝ่ายกุมภีล์หนุ่มหรี่ตาลงก่อนจะปรี่เข้ามาดึงแขนของสตรีมนุษย์ตรงหน้า
         
เจ้ากำลังคิดสิ่งใดกัน หากข้ายังอยู่เจ้าก็ไปไหนไม่ได้!”
          “ท่านอย่าได้เอาแต่ความต้องการของตนเองเลย ข้าไม่ได้ปรารถนาอยู่กับท่านดังนั้นท่านก็ควรปล่อยข้าไป
          “นางมนุษย์โง่เง่า ข้าจะฆ่าเจ้าเสียหากเจ้ายังทำตัวดื้อดึงไม่ยอมเข้าใจอะไรโดยง่าย
          “เป็นท่านนั่นเองที่ทำตัวดื้อดึงเอาแต่ใจ ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาในเมื่อท่านได้ทุกอย่างของข้าไปแล้ว ท่านมิควรให้อิสระข้าหรือ?
          “อย่าทำให้ข้าต้องบังคับเจ้า!”
          “ท่านช่างไร้เหตุผล
          “ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่ควรไปไหนทั้งนั้นหากไม่มีข้า
          “ข้าไม่ใช่ทาสของท่านและไม่มีวัน!”
          “พันธะสัญญาเลือด! เป็นเพราะพันธะสัญญานั่นเพราะฉะนั้นเจ้าต้องอยู่กับข้า รอคอยข้าและเป็นนางของข้า!”
          “!!”
          “...
          “ท่านช่างร้ายกาจเหลือเกิน...
          เขาปล่อยแขนหญิงสาวและผินหลังให้ บุปผาสวรรค์คับแค้นในใจ เหตุใดเธอจึงต้องหนีเสือมาปะจระเข้? เหตุใดเธอจึงไม่ตายไปเสีย? และเหตุใดเธอต้องมาตกอยู่ใต้อำนาจพญาจระเข้ผู้แสนจะดุร้ายและเอาแต่ใจ!
         
เจ้าเปลี่ยนสัญญานั่นไม่ได้ นางมนุษย์...เจ้าจะต้องอยู่กับข้านิรันดร์
          บุปผาสวรรค์นิ่งไปก่อนจะเลือกหันหลังให้เขาเดินเข้าไปในถ้ำ ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อทำความเข้าใจกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้ามา
          เมื่อเข้ามาถึงด้านใน หญิงสาวสำรวจตนเองเธอพบว่าร่างกายของเธอช่างดูอิ่มเอิบขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่านัก เธอพยายามมองหาชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่ขาดหายไปก่อนจะถอนหายใจเมื่อทุกสิ่งทุกอยางอันตรธานกลายเป็นผุยผงไปเสียแล้ว หญิงสาวจึงได้แต่หยิบผ้าห่มขึ้นมาพันร่างของตนเองก่อนจะนั่งหลับตาทำสมาธิระงับความขุ่นข้องหมองใจในตนเอง ตามความเคยชินของคนที่ชอบสวดมนต์อยู่บ่อยๆ
          เวลาผ่านไปเล็กน้อยบุปผาสวรรค์รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ลามขึ้นมาหาสมองจนเกิดอาการปวดร้าวจนเส้นเลือดเต้นตุบๆ ก่อนที่สิ่งต่างๆ จะพากันหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอ
         
พันธะสัญญาเลือดสมบูรณ์ ร่างกายของท่านจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากพลังปราณได้รวมกันระหว่างสตรีและบุรุษผู้ทำสัญญา ท่านทั้งสองมิสามารถแยกจากกันได้ชั่วนิรันดร์ หากรวมกันทั้งคู่จะแข็งแกร่งเกินสวรรค์ หากแยกกันเจ้าจักต้องสูญสลาย ความเข้มแข็งของพันธะสัญญาถูกผนึกที่วิญญาณเมื่อใดที่ท่านเข้าใจ พันธะสัญญานี้จะมิใช่เพียงแค่ข้อตกลง
          บุปผาสวรรค์ลืมตาหอบหายใจแรง เธอกุมขมับของตนเองกับการรับรู้ครั้งใหม่...อา...เธอหนีเจ้าจระเข้ยักษ์ผู้เอาแต่ใจนั่นไม่ได้จริงๆ หรือนี่? หญิงสาวเอนกายลงกับแท่นบรรจถรณ์ช้าๆ ก่อนจะหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน...

 

          พญากุมภีล์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่นตรงหน้าแท่นบรรจถรณ์ เขามองร่างอิ่มเอิบของนางมนุษย์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นคู่พันธะสัญญาด้วยสายตาชนิดหนึ่ง
          ช่างน่าชังนัก...เหตุใดมนุษย์นางหนึ่งถึงมีอิทธิพลกับข้าถึงเพียงนี้?
          เขาเดินเข้ามาใกล้ร่างงามก่อนจะใช้มือช้อนคางมนขึ้นมาพลันหญิงสาวกลับลืมตาขึ้นมาเสียก่อนทั้งสองจึงได้สบตากัน
         
นางมนุษย์
          “บุปผาสวรรค์...นั่นคือชื่อของข้า
          “ข้าไม่ใส่ใจว่าเจ้าจะมีนามว่าอย่างไรเปล่งวาจาออกไป ร่างกายก็ขยับลงไปแนบชิดทั้งๆ ที่นัยน์ตาแสนเอาแต่ใจนั้นยังคงขุ่นเคือง
         
แล้วท่านมีนามว่าอย่างไร
          “ไม่จำเป็น!”
          “แสดงว่าไม่มีอย่างนั้นใช่หรือไม่
          “หยุดพูดมากได้แล้วนางมนุษย์
          เขาก้มลงมาปิดปากหญิงสาวด้วยจุมพิตดูดดื่ม กัดเม้มไปที่ริมฝีปากบางเป็นการทำโทษจนหญิงสาวเผลอข่วนหลังของเขาด้วยความเจ็บ ผ่านไปนานร่วมนาทีพญากุมภีล์จึงได้เงยหน้าขึ้นมา
         
ท่านมิควรเอาแต่ใจ
          “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ข้าจักทำอันใดก็ไม่เสียหาย
          บุปผาสวรรค์ยกยิ้มไม่เชิงยิ้ม ใครบอกท่านหรือ
          “หรือต้องให้ข้าพิสูจน์
          “ไม่จำเป็นเจ้าค่ะ
          บุปผาสวรรค์เบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากที่กำลังพุ่งเข้ามา พลางดึงมือหน้าที่กอบกุมอยู่ที่ปทุมคู่งามลงก่อนจะตั้งใจกัดลิ้นตนเองเต็มแรงจนได้เลือด
         
อ้ากกกกกกก!”
          กุมภีล์หนุ่มถอนร่างกายออกมารวดเร็ว ยืนห่างหญิงสาวออกมาหลายเมตร มือหนาเอาแต่กุมปากตนเองไว้ความเจ็บแปลบทรมานเขาเข้าถึงกระดูก ดวงตาสีเหลืองทองทอประกายความกรุ่นโกรธไปทางหญิงสาว
         
นางมนุษย์เจ้าเล่ห์!”
          “ใช่...ข้าเป็นมนุษย์ ข้ามีชีวิตและไม่ใช่เครื่องสังเวยของใคร ท่านจะมากระทำหยามเหยียดข้าไม่ได้
          “เจ้า!”
          “ข้ามีนามว่าบุปผาสวรรค์ หากท่านยังอยากมีชีวิตอยู่ท่านควรที่จะให้เกียรติข้า ท่านก็รู้ว่าข้าสามารถทำได้ทุกอย่างแม้แต่ฆ่า...อ๊ะ!”
          เจ้าแห่งกุมภีล์ไม่รอให้สตรีตรงหน้าได้พูดจาไร้สาระ เขากระโดดเข้าไปหาด้วยความรวดเร็วแล้วจับหญิงสาวนอนราบลงกับเตียง ปลดพันธนาการบนตัวของเธอออกจนหมดสิ้น
         
หยุดเปล่งวาจาน่ารำคาญนั่นเสีย!”
          ประสบการณ์สอนให้เข้ารู้ ก่อนที่บุปผาสวรรค์จะลงมือกัดสิ้นตัวเองอีกครั้งเขาก็ส่งลิ้นอุ่นของตนเองไปกั้นไว้ทั้งยังโยกย้ายส่ายไหว รุกรานและหยอกล้อกับเรียวลิ้นเล็กจนเจ้าของลืมความตั้งใจหมดสิ้น เขาจงใจดูดกลืนลิ้นเล็กของมนุษย์พยศผู้นี้จนคนใต้ร่างส่งเสียงประท้วงและส่งกำปั้นมาทุบไหล่เขาสองสามทีจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นดึงไหล่เขาไว้หลวมๆ
          พญาจระเข้ยกยิ้มร้าย เมื่อคนใต้ร่างเริ่มจะใช้มือทำร้ายตนเอง เขาก็จับมือนุ่มนิ่มนั้นกดลงกับแท่นนอน  เมื่อเรียวขาเสลานั้นถีบทึ้งจนน่ารำคาญ เขาก็จับมันแยกออกแทรกร่างเข้าไปตรงกลางแล้วส่งตนเองเข้าไปในคราเดียว
!
          “ฮึก!”
          บุปผาสวรรค์สะดุ้งกับความคับแน่น อึดอัด และเจ็บแปลบ หญิงสาวขูดเรียวแขนล่ำเป็นทางยาวทั้งที่ปากยังคงถูกปีศาจร้ายอย่างเขาครอบครองอยู่ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านกับความรุนแรงและรวดเร็วดังพายุของเขาที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้หาโอกาสหลีกหนีเลยแม้เล็กน้อย
         
อา...
          พญากุมภีล์หนุ่มขยับสะโพกหนาด้วยความรวดเร็วจนคนใต้ร่างสั่นคลอน บุปผาสวรรค์ได้แต่กรีดร้องซ้ำๆ กับความรู้สึกหมุนวนในท้องและเมื่อคลับคล้ายคลับคลาว่าจะระเบิด หญิงสาวก็ถูกเขาจับยกขึ้นหันหลังทั้งๆ ที่ทั้งสองร่างยังคงเชื่อมกันอยู่ เขาเริ่มที่จะลงโทษเธออีกครั้ง หญิงสาวก็ได้แต่ยอมรับโทษทัณฑ์นั้นอีกครั้ง คราวนี้เขาจับเธอหันหน้านั่งทับตักเขา หญิงสาวก็ได้แต่นั่งอยู่บนตัวเขาอย่างนั้นจนสุริยันลับขอบฟ้า ทิวาลับขอบเมฆ จ้าวจระเข้ปีศาจก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยแม้สักนิดเดียว...

 

________________________________________________________-

อุ่ย นอกจากจะเอาแต่ใจแล้วพี่เข้ยังไม่สนดินฟ้าอากาศอีก http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/935369370.gif

สำนวนอาจติดขัด หรือเอ็นซีอาจแปลกๆ อ่านแล้วพอได้ไหมคะ เครียดมากเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/933419740.gif

ยังไม่ค่อยคล่องแต่จะพยายามมากกว่านี้ค่ะhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/928425071.gif

แล้วจะมาปรับให้เรื่อยๆ นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามแล้วก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ด้วยค่ะ 

ยังไงก็ฝากพี่เข้ด้วยนะคะ

รัก

ปล. จี้คอมเม้นต์ด่วนนนนนน อิอิ

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/937005481.gif

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}